TEATA Thailand TEATA เป็นการรวมตัวของผู้ประกอบการท่องเที่ยวหัวใจสีเขียว
💚🌏

TEATA เป็นการรวมตัวของผู้ประกอบการท่องเที่ยวหัวใจสีเขียว💚
ทั้งบริษัทนำเกี่ยว ที่พัก ชุมชน
และผู้เชี่ยวชาญด้านกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว
เชิงนิเวศและผจญภัยต่างๆ โดยการสร้างเครือข่าย
กับภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม
ทั้งไทยและต่างประเทศ
เพื่อผลักดันการอนุรักษ์ระบบนิเวศ (Ecosystem)
การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism)
ช่วง 10ปีแรก ทางสมาคมได้พัฒนา ยกระดับมาตรฐาน
วิชาชีพเน้นด้านการท่องเที่ยวเ

ชิงอนุรักษ์และผจญภัย
10 ปีต่อมา ช่วงแห่งการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนยกระดับ
มาตรฐานสู่สากล บำร่องพัฒนา
"มาตรฐานและเส้นทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน"
โดยอิงเกณฑ์ของ Global Sustainable
Tourism Council (GSTC)
และการใช้แนวคืดท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ
ทศวรรษที่ 3 เป้าหมายมุ่งสู่
"การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์"
และการประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างสร้างสรรค์เพื่อ
สร้างความยั่งยืนในระดับที่เข้มข้นมากขึ้น

4 สมาคมท่องเที่ยวไทย ขับเคลื่อน “Green Tourism Ecosystem” จัดทริปท่องเที่ยว “EV LOW CARBON TRIP” จ.อุทัยธานี ยกระดับอุตส...
01/09/2026

4 สมาคมท่องเที่ยวไทย ขับเคลื่อน “Green Tourism Ecosystem” จัดทริปท่องเที่ยว “EV LOW CARBON TRIP” จ.อุทัยธานี ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน

สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.) และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB จัดทริปท่องเที่ยว “EV LOW CARBON TRIP” จ.อุทัยธานี วันที่ 28-29 สิงหาคม 256 นำร่องกำหนดเส้นทางการท่องเที่ยว เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาระบบนิเวศการท่องเที่ยวยั่งยืน (Green Tourism Ecosystem) ของประเทศไทย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ส่งเสริมองค์ความรู้ เทคโนโลยีดิจิทัล และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ สนับสนุน Green Economy และเป้าหมาย Net Zero for Tourism มุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อยกระดับประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล และเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวยั่งยืนของอาเซียน

โดยทริปท่องเที่ยว “EV LOW CARBON TRIP” จ.อุทัยธานี นี้ ทั้ง 4 สมาคมท่องเที่ยวไทย นำโดย นายนันทพล ไข่มุกด์ นายกสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) ดร. สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) นายวิทวัส เมฆสุด นายกสมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.) และนายสัญญาพุฒิ เกิดบัณฑิต นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) นำสมาชิกรวมกัน 30 กว่าคน พร้อมสื่อมวลชนร่วมเดินทางด้วยรถยนต์ EV โดยสมาชิกที่ร่วมเดินทางต้องร่วมกันปฏิบัติในการลดโลกร้อน อาทิ พกกระบอกน้ำ ใช้ถุงผ้า ลดถุงพลาสติก รับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสม ลดอาหารเหลือทิ้ง ทำการแยกขยะ เป็นต้น

ทริปท่องเที่ยว “EV LOW CARBON TRIP” จ.อุทัยธานี คณะของเราออกเดินทางจากโรงแรม เดอะ บาซาร์ โฮเทล แบงค็อก ถนนรัชดาภิเษก ด้วยรถยนต์ EV จากนั้นคณะของเราก็เดินทางกันโดยอิสระมุ่งหน้าสู่ จ.อุทัยธานี โดยระหว่างทางแต่ละคันต้องแวะสถานที่ท่องเที่ยวตามทางที่ผ่าน บางคันแวะ “วัดไทร” ค.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี หนึ่งใน Unseen เดิมชื่อ วัดทะยาน คาดว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา บริเวณตัวโบสถ์เป็นโบสถ์มหาอุต ที่เหลือแต่กำแพงที่มีรากของต้นโพธิ์ยึดกับกำแพงโบสถ์เอาไว้ไม่ให้พังลงมา จนมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นสวยงามตามธรรมชาติรังสรรค์ ภายในประดิษฐานองค์“หลวงพ่อวัดไทร” พระประธาน (เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อขาว หรือ หลวงพ่อทะยาน) มีเรื่องเล่าว่า แต่เดิมองค์พระประธานเป็นปูนที่หุ้มไปด้วยทอง ต่อมาถูกทหารพม่าเอาไฟหลอม ลอกเอาทองไป ทำให้ตอนนี้เหลือแต่เพียงปูนข้างใน แม้กระทั่งเศียรของพระพุทธรูปก็ถูกตัดไปอีกด้วย ภายหลังชาวบ้านได้รวบรวมเงินกันเพื่อนำเงินมาบูรณะต่อเศียรพระพุทธรูป และยังมีเรื่องเล่าอีกว่า เคยมีคนจะมาบูรณะ จะทำหลังคาโบสถ์ให้ แต่เมื่อเริ่มลงมือทำก็เกิดฟ้าผ่าขึ้น และยังมีคนฝันอีกว่าองค์พระประธานที่ประดิษฐานในโบสถ์นั้นมาบอกว่า ไม่ให้สร้างหรือทำการเปลี่ยนแปลงอะไร หลังจากนั้นก็เลยไม่มีใครทำหลังคาให้อีก

บางคันก็แวะ “เทวาลัยพระพรหม” ต.ม่วงหมู่ ฮ.เมือง จ.สิงห์บุรี สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2551 ในโอกาสที่ระลึก 80 ปี พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) เพื่อกราบสักการะขอพรองค์พระพรหมสีทององค์ใหญ่ เป็นเทพเจ้าผู้สร้าง ผู้ลิขิตความเป็นไปของทุกสรรพชีวิต และเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของมนุษย์ มีขนาดหน้าตักกว้าง 2.80 เมตร มี 8 กร พร้อมจักร หอยสังข์ คัมภีร์ คนโท คทา บ่วง ลูกประคำ มีความเชื่อว่าผู้ใดได้สักการะบูชาพระพรหม จะประสบความสำเร็จในชีวิต หน้าที่การงาน และเป็นที่รักใคร่ของคนทั้งหลาย

และ “วัดจันทาราม” หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “วัดท่าซุง ต.น้ำซึม อ.เมืองอุทัยธานี จ.อุทัยธานี เดิมเป็นวัดที่สร้างในสมัยอยุธยา มีโบสถ์ขนาดเล็ก ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังภาพพุทธประวัติฝีมือช่างพื้นบ้านที่สันนิษฐานว่าน่าจะเขียนขึ้นในภายหลัง รวมทั้งธรรมาสน์ที่หลวงพ่อใหญ่ ผู้บูรณะวัดแห่งนี้ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ต่อมาวัดท่าซุงได้รับการพัฒนาขึ้นมากมาย โดยพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ วิหารแก้ว เป็นวิหารที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำสร้างไว้ก่อนมรณภาพ เป็นวิหารที่มีความวิจิตรสวยงามตระการตา เสาวิหารทประดับด้วยโมเสกสีขาวระยิบระยับ ด้านบนเพดานของวิหารประดับด้วยช่อไฟระย้า ขนาดเล็กและขนาดใหญ่จำนวนกว่า 119 ช่อ และมีโมเสกสีขาวกระจกประดับทั่ววิหาร ทำให้เห็นภาพสะท้อนไปมา ภายในประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง พระประธาน และยังเป็นที่เก็บรักษาสรีระสังขารงของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อยในโลงแก้วอีกด้วย นอกจากนี้ยังมี พระวิหารสมเด็จองค์ปฐม เป็นพระหล่อด้วยโลหะผสมทองคำ หนัก 87 กิโลกรัม หน้าตัก 4 ศอก ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของ "สมเด็จองค์ปฐม" วิหารทั้งหมดบุแก้วทั้งข้างนอกและข้างในสวยงาม, ปราสาททองคำ (ปราสาทกาญจนาภิเษก) สร้างเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ 9 ในวโรกาสครองสิริราชสมบัติ เป็นปีที่ 50 เมื่อ พ.ศ. 2539 ก่อสร้างด้วยการก่ออิฐฉาบปูน มี 3 ชั้น ภายในปราสาทประดิษฐานของสำคัญ คือ ชั้นแรก เป็นพิพิธภัณฑ์ของส่วนตัวหลวงพ่อ ชั้นสองและชั้นสาม เป็นสถานที่เก็บพระพุทธรูปที่ญาติโยมนำมาถวาย, มณฑปพระศรีอาริยเมตไตรย ตัวมณฑปประดับด้วยกระจก มี 2 ชั้น ประดิษฐานรูปหล่อพระศรีอริยเมตไตร ประทับยืนทรงเครื่องเทวดา, หอพระไตรปิฎก-พระยืน 30 ศอก (หลวงพ่อเงินไหลมาเทมา) พระพุทธรูปประทับยืนอุ้มบาตร เดิมเรียกว่า หลวงพ่อโต และพิพิธภัณฑ์สมบัติพ่อให้ อาคารใหม่แบบสุโขทัยประยุกต์ เป็นอาคาร 3 ชั้น ใช้เก็บพระพุทธรูป พระเครื่องและวัตถุมงคล ที่หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค และหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ได้จัดสร้างไว้ และเป็นห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์เปรียบเสมือนเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม มีห้องประชุมสัมมนา สำหรับต้อนรับคณะต่างๆ ที่มาศึกษาดูงาน ฯลฯ

รถ EV ทุกคันมุ่งหน้าสู่ “อุทัยริเวอร์เลค รีสอร์ท” ต.เกาะเทโพ อ.เมืองอุทัยธานี จ.อุทัยธานี เป็นรีสอร์ทบรรยากาศดี ร่มรื่นโอบล้อมด้วยแม่น้ำสองสายและธรรมชาติที่สวยงาม เพื่อเข้าพัก และเข้าประชุมหัวข้อ "Carbon Neutral Tourism" ช่วงที่ 1: What is Carbon Neutral Tourism? และช่วงที่ 2: 6 Themes Travel Experience รวมถึงการคำนวณในเรื่องของคาร์บอน โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมตอบปัญหาในการลดคาร์บอน

เช้าวันใหม่ สดชื่นกับการพักผ่อน สูดอากาศบริสุทธิ์ ท่ามกลางธรรมชาติอันเขียวขจีที่ร่มรื่น คณะคาราวานรถ EV ของเราก็เดินทางสู่ “อุไทย เฮอริเทจ” ที่พักสไตล์บูติก โฮเทล ที่รีโนเวทจากโรงเรียนอุทัยวิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนแห่งแรกในตัวเมืองอุทัยธานี ที่มีอายุกว่า 70 ปี เจ้าของเดิมได้ยกเลิกกิจการโรงเรียนและขายให้กับ “นายห้างควร พรพิบูลย์” ซึ่งท่านได้ซื้อและเก็บรักษาไว้ ตกทอดมาถึงรุ่น “ทพ.กฤตพล พรพิบูลย์” ที่อยากสานต่ออดีตอันน่าจดจำนี้ไว้ ด้วยการสร้างสรรค์ที่พักในสไตล์บูติกโฮเทล และเปิดเป็นโรงแรมอุไทย เฮอริเทจ ในปี ฑ.ศ. 2564 ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างเดิมให้สวยงามอย่างมีสไตล์ เหมาะกับการพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ ในกลิ่นอายวินเทจโดยยังคงคอนเซ็ปต์ของการเป็นโรงเรียนเอาไว้ครบ ทั้งเสาธง ห้องเรียน ห้องสมุด รวมทั้งบรรยากาศต่างๆ

หลังจากเดินชมความสวยงามของ “อุไทย เฮอริเทจ” แล้ว คณะเราก็เดินทางเข้าสู่ห้องประชุมที่เป็นห้องเรียน โดยยรรยากาศโดยรวมเหมือนในห้องเรียนจริงๆ มีความสนุกสนาน หยอกเย้ากัน ระหว่างที่แต่ละสมาคมนำเสนอโปรแกรมเส้นทางท่องเที่ยว “EV LOW CARBON TRIP ซึ่งส่วนใหญ่ได้นำเสนอโปรแกรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ สามารถลดคาร์บอนได้ และสามารถจัดโปรแกรมท่องเที่ยวได้จริง ทั้งสถานที่เที่ยวใน จ.อุทัยธานี ที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “ต้นไม้ยักษ์” ต.บ้านไร่ อ,บ้านไร่ เป็นต้นเซียงหรือต้นผึ้งที่มีอายุกว่า 400 ปี ตั้งตระหง่านท่ามกลางป่าหมากที่โอบล้อมต้นไม้ยักษ์ไว้อย่างสวยงาม เป็นไม้เนื้ออ่อน มีพูพอนไว้ค้ำลำต้น เส้นรอบวงแนบตามพูพอน จะได้ประมาณ 97 เมตร ถ้าวัดจากการใช้คนกางแขนโอบจะได้ประมาณ 40 คน ก่อนเดินถึงต้นไม้ยักษ์ นักท่องเที่ยวสามารถแวะตลาดต้นไม้ยักษ์บ้านสะนำ โดยจะเป็นตลาดขายของเล็กๆ ที่เป็นสินค้าของคนในชุมชน ทั้งเสื้อผ้าท้องถิ่น เครื่องใช้จักสานต่าง ๆ รวมถึงอาหาร ขนมไทย และสมุนไพรอบแห้ง

“หุปป่าตาด” ต.ทุ่งนางงาม อ.ลานสัก ป่าดีกดำบรรพ์โลกล้านปี ถูกค้นพบโดย พระครูสันติธรรมโกศล หรือหลวงพ่อทองหยด เจ้าอาวาสวัดถ้ำทอง เมื่อปี 2522 ท่านได้ปีนเขาแล้วเข้าไปเห็นความแปลกและสวยงามของสถานที่นี้ ที่ด้านในเต็มไปด้วยต้นตาด และพันธุ์ไม้มากมาย ต่อมาจึงได้มีการเจาะภูเขาเป็นอุโมงค์ หรือถ้ำเข้าไปด้านใน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ ที่ต้องเดินผ่านถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ อายุเก่าแก่ประมาณ 245-286 ล้านปี เพื่อที่จะเดินเข้าไปชมป่าโบราณที่ซุกซ่อนตัวอยู่ภายในคล้ายกับเมื่อยุคร้อยล้านปีก่อน ทั้งสัตว์ป่า และพันธุ์ไม้ โดยเฉพาะต้นตาด หรือต๋าว เป็นพืชตระกูลปาล์มที่ไม่สามารถปลูกได้ จะขึ้นเองตามธรรมชาติเท่านั้น ต้องใช้เวลาถึง 10 ปีถึงจะออกผลได้ เมื่อเดินเข้าไปภายในจะมีโถงถ้ำขนาดใหญ่ซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญของหุบป่าตาด ที่ถือเป็นมุมถ่ายภาพยอดฮิต เพราะบริเวณนี้จะมีหินงอก หินย้อยที่แปลกตาชวนมอง รวมทั้งหินที่มีรูปร่างต่างๆ ทั้งเหมือนเต่ายักษ์ หินรูปหัวม้า หรือแม้กระทั่งแท่งหินทรงกลม ระหว่างทางอาจได้พบเจอสัตว์ที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ กิ้งกือมังกรสีชมพู ที่จะพบได้แค่ช่วงปลายฝนต้นหนาวของทุกปีเท่านั้น (ประมาณเดือนสิงหาคม – พฤศจิกายน) เป็นสัตว์หายากที่ถูกค้นพบที่ประเทศไทยในหุบป่าตาดแห่งนี้ และเป็นแห่งเดียวของประเทศไทยย เมื่อโตเต็มที่จะมีลำตัวยาวประมาณ 7 เซนติเมตร ต้องสังเกตดีๆ เพราะตัวเล็กมาก เป็นต้น

ปิดท้ายทริปนี้ด้วยการนั่งเรือไฟฟ้าล่องแม่น้ำสะแกกรัง สัมผัสวิถีชีวิตแห่งสายน้ำ ชมความสวยงามริมฝั่งแม่น้ำ ช้อปสินค้าบนแพกระจายรายได้สู่ชุมชน อล้วก็ได้เวลาอำลา จ.อุทัยธานี เดินทางกลับกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ

🌿 จากภูเขา สู่ผู้คน จากวิถีชีวิต สู่อนาคตบ้านม่วงคำ – บ้านบ่อแก้ว จังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 11–12 สิงหาคม 2569สมาคมไทย...
01/09/2026

🌿 จากภูเขา สู่ผู้คน จากวิถีชีวิต สู่อนาคต
บ้านม่วงคำ – บ้านบ่อแก้ว จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 11–12 สิงหาคม 2569
สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) ได้ร่วมลงพื้นที่ บ้านม่วงคำ และเครือข่ายบ้านบ่อแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้การดำเนินงาน Thailand Green Tourism Plan 2030

สำหรับ TEATA การลงพื้นที่ครั้งนี้ ไม่ได้มองเพียงว่า
“ที่นี่จะทำอะไรให้นักท่องเที่ยวได้บ้าง”

แต่เราสนใจคำถามที่สำคัญกว่านั้นว่า

พื้นที่มีทุนอะไรอยู่แล้ว
อะไรคือคุณค่าที่ไม่ควรถูกเปลี่ยน
และการท่องเที่ยวจะเข้าไปช่วยให้สิ่งเหล่านั้นแข็งแรงขึ้นได้อย่างไร

ที่ บ้านม่วงคำ เราได้เห็นทุนธรรมชาติที่มีศักยภาพ ทั้งภูเขา ป่า เส้นทางเดิน เกษตรอินทรีย์ พืชท้องถิ่น รวมถึงเรื่องเล่าและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่

สิ่งเหล่านี้สามารถพัฒนาเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและการเรียนรู้ที่มีคุณค่าได้ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการ “สร้างของใหม่” แต่เริ่มจากการมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่ชุมชนมีอยู่ แล้วออกแบบให้เกิดการเดินทางที่เหมาะสมกับพื้นที่

ขณะที่ บ้านบ่อแก้ว ทำให้เราเห็นอีกมิติหนึ่งของทุนชุมชน ผ่านความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งวิถีม้งและปกาเกอะญอ อาหาร สมุนไพร ภูมิปัญญา ธรรมชาติ และเรื่องราวที่ส่งต่อกันมาหลายรุ่น

หนึ่งในประสบการณ์ที่น่าจดจำ คือการได้พบผู้สูงอายุวัย 109 ปี

เรื่องราวนี้ทำให้คำว่า Longevity มีความหมายมากกว่า “การมีอายุยืน” แต่อาจหมายถึงการมีชีวิตที่ยังเชื่อมโยงกับครอบครัว ชุมชน อาหาร วิถีชีวิต และธรรมชาติรอบตัว

และนี่อาจเป็นสิ่งที่การท่องเที่ยวยุคใหม่ควรเรียนรู้

เราไม่จำเป็นต้องพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวด้วยการเพิ่มสิ่งต่าง ๆ เข้าไปเสมอไป
บางครั้ง สิ่งสำคัญกว่าคือการรู้ว่า

อะไรควรเพิ่ม
อะไรควรลด
และอะไรควรรักษาไว้

การเดินทางอย่างรู้คุณค่า การใช้ทรัพยากรอย่างพอดี การเลือกอาหารจากพื้นที่ การดูแลป่า และการลดกิจกรรมที่สร้างผลกระทบโดยไม่จำเป็น ล้วนเป็นจุดเริ่มต้นของ Low-Carbon Tourism ก่อนพัฒนาไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ และเป้าหมาย Carbon Neutrality ในระยะยาว

ในมุมของ สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) เราเชื่อว่า การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนไม่ควรทำให้ทุกชุมชนกลายเป็น “แหล่งท่องเที่ยวแบบเดียวกัน”

แต่ควรช่วยให้แต่ละพื้นที่
ค้นพบคุณค่าของตัวเอง
ออกแบบการท่องเที่ยวจากทุนที่ตัวเองมี
สร้างรายได้โดยไม่ทำลายฐานทรัพยากร
และเติบโตในขนาดที่เหมาะสมกับชุมชน

เพราะท้ายที่สุด คำถามอาจไม่ใช่เพียงว่า

“เราจะพานักท่องเที่ยวไปที่ไหน”

แต่คือ

“เราจะทำให้การเดินทางหนึ่งครั้ง ช่วยให้พื้นที่นั้นมีอนาคตที่ดีขึ้นได้อย่างไร”

นี่คือโจทย์ที่ TEATA อยากมีส่วนร่วม ทั้งในฐานะเครือข่ายผู้ประกอบการ ผู้พัฒนาประสบการณ์ท่องเที่ยว และคนทำงานที่เชื่อว่า

การท่องเที่ยวที่ดี ต้องทำให้ทั้งผู้เดินทาง ผู้คนในพื้นที่ และธรรมชาติ ไปต่อได้พร้อมกัน

สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA)

ขอบคุณข้อมูลและแนวคิดจาก
ดร.สุกานดา ถิ่นฐาน
นักวิจัย STAC Thailand

#การท่องเที่ยวยั่งยืน #กรมการท่องเที่ยว

TEATA ขอเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และประวัติศาสตร์  # # # 🚶‍♂️ ทริปเดินเมือง Low Carbon: "จากธนบุรีสู่...
10/08/2026

TEATA ขอเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และประวัติศาสตร์

# # # 🚶‍♂️ ทริปเดินเมือง Low Carbon: "จากธนบุรีสู่รัตนโกสินทร์: ย่านการค้า สายน้ำ และพหุวัฒนธรรม"

สมาคมฯ ขอเชิญชวนท่านมาร่วมเปิดมุมมองใหม่ ย้อนรอยประวัติศาสตร์การสร้างเมืองรัตนโกสินทร์ พร้อมสัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตริมน้ำและย่านการค้าพหุวัฒนธรรม ในกิจกรรม **"จากธนบุรีสู่รัตนโกสินทร์"** ผ่านการเดินทางด้วยเรือด่วนเจ้าพระยาและการเดินเท้า (Walking Tour) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ทริปนี้เราจะพาทุกท่านย้อนเวลากลับไปสู่จุดเริ่มต้นเมื่อรัชกาลที่ 1 ทรงย้ายราชธานีข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามาจากธนบุรี ร่วมเจาะลึกความหมายของ "ตลาด" ในฐานะศูนย์กลางสังคมและเศรษฐกิจ พร้อมลัดเลาะ 4 ย่านประวัติศาสตร์สำคัญ ได้แก่ **ปากคลองตลาด – พาหุรัด – สำเพ็ง – เยาวราช**

# # # 📅 กำหนดการกิจกรรม
**วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569**
(เวลา 08:30 น. – 13:00 น.)
08:30 น. | จุดนัดพบ: ท่าเรือสาทร (ตากสิน)
ลงทะเบียน และรับฟังปฐมนิเทศก์ปูพื้นฐานประวัติศาสตร์การข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจากธนบุรีเพื่อสร้างกรุงเทพมหานคร และการวางผังเมืองตามหลักยุทธศาสตร์
09:00 น. | สัมผัสวิถีสายน้ำเจ้าพระยา
ออกเดินทางด้วยเรือด่วนเจ้าพระยา มุ่งหน้าสู่ "ท่าราชินี" ชมทัศนียภาพสองฝั่งน้ำที่เป็นเส้นทางลำเลียงหลักตั้งแต่อดีต
09:20 น. | ปากคลองตลาด: สีสันแห่งวิถีชีวิตและความอุดมสมบูรณ์**
ชมตลาดดอกไม้สดชื่อดังระดับโลก ย้อนประวัติศาสตร์จากคลองคูเมืองเดิม ตลาดปลา และการปรับเปลี่ยนสู่ตลาดสด-ตลาดดอกไม้ พร้อมร่วมพูดคุยถึงบทบาทของ "ตลาด" ในฐานะดัชนีชี้วัดความเจริญทางสังคม
10:30 น. | พาหุรัด: มนต์เสน่ห์ลิตเติ้ลอินเดีย**
เดินเชื่อมต่อไปยังย่านพาหุรัด เรียนรู้ประวัติการตั้งถิ่นฐานของชาวสิกข์และชาวอินเดียในไทย สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมในสังคมรัตนโกสินทร์
11:30 น. | สำเพ็ง: ย่านการค้าจีนแห่งแรกของกรุงรัตนโกสินทร์**
เดินลัดเลาะตรอกซอยย่านสำเพ็ง (ถนนวานิช 1) ย้อนรอยจุดเริ่มต้นการย้ายถิ่นฐานของชาวจีนจากพื้นที่พระบรมมหาราชวังเดิม สู่การเป็นรากฐานเศรษฐกิจการค้าที่คึกคักที่สุด
12:30 น. | เยาวราช (ถนนสายมังกร) & ถอดบทเรียน**
ทะลุเข้าสู่ถนนเยาวราช สรุปภาพรวมบทเรียนการเติบโตของเมือง และร่วมรับประทานอาหารเที่ยงย่าน Street Food ชื่อดังตามอัธยาศัย

🌟 รายละเอียดและสิทธิพิเศษ
**ฟรี! สำหรับสมาชิกสมาคมฯ** (ไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดทริป รวมค่าตั๋วเรือและวิทยากรบรรยาย) สำหรับผู้ติดตามสมาชิก TEATA และบุคคลทั่วไป มีค่าใช้จ่าย 400 บาทต่อท่าน

**การเตรียมตัว**
* เนื่องจากเป็นการเดินทัวร์แบบ Low Carbon ระยะทางประมาณ 3.5 กม. แนะนำให้แต่งกายด้วยชุดสวมใส่สบาย รองเท้าผ้าใบสำหรับเดิน
* โปรดพกหมวก พัด ร่ม และ **กระบอกน้ำพกพา** เพื่อลดขยะพลาสติกตามแนวทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

📝 การลงทะเบียนเข้าร่วม
รับจำนวนจำกัด: เพียง 20 ท่าน เท่านั้น (เพื่อให้ดูแลได้อย่างทั่วถึง)
เปิดรับสมัคร: ตั้งแต่วันนี้ – 13 สิงหาคม 2569 (หรือจนกว่าจะเต็ม)
ช่องทางลงทะเบียน: https://forms.gle/zVzSvs2HSFZVsZqcA

มาร่วมเดิน ย้อนรอยประวัติศาสตร์ และเรียนรู้วิถีเมืองไปกับเรานะคะ
**สอบถามเพิ่มเติม:** โทร. 083 250 9343/ [email protected]

หลักสูตรนี้...แตกต่างจากการอบรมทั่วไปอย่างไร?หลายคนถามว่า..."หลักสูตร Green Experience Tourism Lab แตกต่างจากการอบรมด้าน...
10/08/2026

หลักสูตรนี้...แตกต่างจากการอบรมทั่วไปอย่างไร?

หลายคนถามว่า...

"หลักสูตร Green Experience Tourism Lab แตกต่างจากการอบรมด้านการท่องเที่ยวทั่วไปอย่างไร?"

คำตอบสั้น ๆ คือ...

เราไม่ได้สอนให้คุณ "รู้" มากขึ้น แต่สอนให้คุณ "ทำได้" จริง

การอบรมส่วนใหญ่ จบลงที่ห้องประชุม ฟังบรรยาย จดโน้ต ถ่ายรูป รับเกียรติบัตร แล้วกลับไปทำงานแบบเดิม

แต่ Green Experience Tourism Lab ถูกออกแบบให้เป็น ห้องปฏิบัติการ (Lab)

ตลอด 3 วัน คุณจะได้...

🌿 ลงพื้นที่ธรรมชาติจริง
🌿 เรียนรู้จากประสบการณ์จริง
🌿 ทดลองออกแบบกิจกรรมจริง
🌿 นำเสนอผลงานจริง
🌿 รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทันที
🌿 กลับไปพร้อมต้นแบบที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้

เราเชื่อว่า...

การท่องเที่ยวแห่งอนาคต ไม่ได้แข่งขันกันด้วยจำนวนสถานที่ท่องเที่ยว แต่แข่งขันกันด้วย "คุณภาพของประสบการณ์"

นักท่องเที่ยวไม่ได้เดินทางเพียงเพื่อถ่ายรูป

แต่กำลังมองหาความหมาย การเรียนรู้ ความประทับใจ และเรื่องราวที่อยากเล่าต่อ

ดังนั้น สิ่งที่เราสอน จึงไม่ใช่เพียงการจัดโปรแกรมท่องเที่ยว

แต่คือการออกแบบประสบการณ์ที่สร้างคุณค่าให้กับ

🍃 นักท่องเที่ยว
🍃 ชุมชน
🍃 ธรรมชาติ
🍃 และธุรกิจของคุณ

อีกสิ่งหนึ่งที่เราให้ความสำคัญ คือ เครือข่าย

ผู้เข้าอบรมจะได้พบกับผู้ประกอบการ มัคคุเทศก์ เจ้าของที่พัก นักพัฒนาชุมชน และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างความร่วมมือ และต่อยอดโอกาสในการทำงานร่วมกันในอนาคต

หากคุณกำลังมองหาเพียง "ใบประกาศ"

หลักสูตรนี้อาจไม่ใช่คำตอบ

แต่หากคุณต้องการ ยกระดับวิธีคิด เปลี่ยนวิธีทำงาน และสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ผู้คนจดจำได้จริง

เรายินดีต้อนรับคุณสู่ Green Experience Tourism Lab 2026 รุ่นที่ 2

📅 28–30 กันยายน 2569
📍 สวนเพชร ริเวอร์วิว รีสอร์ท จังหวัดเพชรบุรี

รับเพียง 20 คน เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้และทำ Workshop อย่างใกล้ชิด

🌿 7 คนแรก...ตัดสินใจแล้วGreen Experience Tourism Lab 2026 รุ่นที่ 2หลังเปิดรับสมัครไม่นาน ตอนนี้มีผู้สมัครแล้ว 7 คนขอบคุ...
03/08/2026

🌿 7 คนแรก...ตัดสินใจแล้ว
Green Experience Tourism Lab 2026 รุ่นที่ 2

หลังเปิดรับสมัครไม่นาน ตอนนี้มีผู้สมัครแล้ว 7 คน

ขอบคุณทุกคนที่เชื่อมั่นและเลือกมาเรียนรู้ร่วมกัน

สิ่งที่น่าสนใจคือ...
ผู้สมัครไม่ได้มาจากสายงานเดียวกัน
มีทั้ง ✅ ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ✅ มัคคุเทศก์ ✅ เจ้าของที่พัก ✅ คนทำกิจกรรมธรรมชาติ ✅ ผู้ที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจท่องเที่ยว

เพราะทุกคนมองเห็นตรงกันว่า...
ธุรกิจท่องเที่ยวในอนาคต จะไม่แข่งขันกันที่ "โปรแกรม" แต่แข่งขันกันที่ "ประสบการณ์"
นักท่องเที่ยวไม่ลืมวิวสวย... แต่เขาจะจดจำ "ความรู้สึก" ที่ได้รับ

3 วันนี้ เราไม่ได้สอนให้จัดทัวร์เหมือนคนอื่น

แต่จะพาคุณออกแบบประสบการณ์ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมาอีก อยากบอกต่อ และยอมจ่ายในราคาที่เหมาะสม

ตอนนี้... เหลือที่นั่งอีก 13 คน
และ Special Launch Rate 8,900 บาท เหลือสิทธิ์เพียง 3 คนสุดท้าย (จาก 10 สิทธิ์)

หากคุณกำลังคิดว่า...
"ไว้สมัครใกล้ ๆ"
อาจกลายเป็นว่า... ทั้งที่นั่งและราคาพิเศษหมดก่อน

📍 28–30 กันยายน 2569 สวนเพชร ริเวอร์วิว รีสอร์ท จังหวัดเพชรบุรี

รับเพียง 20 คน เพื่อให้ทุกคนได้ทำ Workshop อย่างใกล้ชิดกับวิทยากร

ถ้าคุณอยากเป็นคนที่สร้างการท่องเที่ยวที่ผู้คนจดจำ... เราอยากให้คุณเป็นหนึ่งในรุ่นนี้

📩 ทัก Inbox หรือโทร 083-250-9343 เพื่อจองสิทธิ์ได้ทันที

TEATA เข้าร่วมประชุมกำหนดกรอบแนวคิดการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่การเป็นเมือง/ย่านน่าเที่ยวต้นแบบ (Creative Cities...
22/07/2026

TEATA เข้าร่วมประชุมกำหนดกรอบแนวคิดการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่การเป็นเมือง/ย่านน่าเที่ยวต้นแบบ (Creative Cities Tourism)

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 คุณวัลย์ณัฐ บุญประเสริฐ ปฏิคมสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อกำหนดกรอบแนวคิดการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่การเป็นเมือง/ย่านน่าเที่ยวต้นแบบ (Creative Cities Tourism) ซึ่งจัดโดยกรมการท่องเที่ยว

สรุปสาระสำคัญจากการประชุม
📌 หลักการและเหตุผล
เพื่อส่งเสริมและพัฒนาย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต้นแบบให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ และสามารถขยายผลสู่พื้นที่ท่องเที่ยวในเมืองหลักและเมืองรองทั่วประเทศ

📌 วัตถุประสงค์
เพื่อนำเสนอข้อมูลสาระสำคัญของโครงการ และระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลในการกำหนดกรอบแนวคิดการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่การเป็นเมือง/ย่านน่าเที่ยวต้นแบบ (Creative Cities Tourism)

📌 หน่วยงานที่เข้าร่วมประชุม
ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และองค์กรด้านการท่องเที่ยว อาทิ กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมศิลปากร มหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (สทอ.) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

📌 เนื้อหาการประชุม
โครงการ Creative Cities Tourism หรือโครงการพัฒนาและยกระดับศักยภาพย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่การเป็นเมืองน่าเที่ยวต้นแบบของประเทศ มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐพงศ์ พันธ์น้อย จาก CU Social Design Lab ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการออกแบบเพื่อสังคม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหัวหน้าโครงการ
สาระสำคัญของโครงการ คือ การนำแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนที่มีศักยภาพอยู่แล้วมาต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์ ผ่านการพัฒนาทรัพยากรทางวัฒนธรรม ทักษะบุคลากร นวัตกรรม และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับพื้นที่สร้างสรรค์และเมืองย่านสร้างสรรค์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ

📌 แนวคิดสำคัญในการพัฒนาเมือง/ย่านสร้างสรรค์น่าเที่ยว
• Regenerative Tourism การท่องเที่ยวที่ช่วยสนับสนุนการฟื้นฟู อนุรักษ์ และพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม
• Fandom Tourism - การเดินทางที่เกิดจากความผูกพัน ความชื่นชอบ หรือแรงบันดาลใจที่มีต่อสถานที่ บุคคล หรือวัฒนธรรม มากกว่าการเดินทางเพื่อพักผ่อนเพียงอย่างเดียว

การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งแรกของโครงการ โดยหลังจากนี้จะมีการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ก่อนนำผลสรุปมานำเสนอในการประชุมครั้งต่อไป

4 สมาคมท่องเที่ยวไทยลงนาม MOU ร่วมขับเคลื่อน “ระบบนิเวศการท่องเที่ยวสีเขียว” สู่ความยั่งยืนผสานพลัง TEATA, TTPA, ATTO แล...
20/07/2026

4 สมาคมท่องเที่ยวไทยลงนาม MOU ร่วมขับเคลื่อน “ระบบนิเวศการท่องเที่ยวสีเขียว” สู่ความยั่งยืน
ผสานพลัง TEATA, TTPA, ATTO และ ADT ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย มุ่งเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย (20 กรกฎาคม 2569) — สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) พร้อมด้วย สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (TTPA) สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (ATTO) และ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (ADT) ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งให้กับ "ระบบนิเวศการท่องเที่ยวสีเขียว" (Green Tourism Ecosystem) ของประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นร่วมกันในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เปลี่ยนผ่านสู่ความร่วมมือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง

ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้ง 4 สมาคม ในการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย โดยสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมตอบรับมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล ซึ่งกำลังเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจทั่วโลก

ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ ทั้ง 4 สมาคมจะร่วมมือกันในด้านต่างๆ ดังนี้:
• ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในระดับสากล
• เสริมสร้างขีดความสามารถของผู้ประกอบการท่องเที่ยวและสมาชิกของทั้ง 4 สมาคม
• สนับสนุนการพัฒนาเครื่องมือทางการตลาดที่สร้างสรรค์และแนวทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
• สนับสนุนการดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Electric Mobility for Carbon Neutral Tourism: CNT)
• พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
• ร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในภาคการท่องเที่ยว (Net Zero for Tourism) ในระยะยาว

นอกจากนี้ ทั้ง 4 สมาคมจะกระชับความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรระหว่างประเทศ และพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันผลักดันนโยบาย มาตรการ และกลไกสนับสนุนที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ความร่วมมือครั้งนี้ยังมุ่งหวังที่จะสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนแบบบูรณาการ เชื่อมโยงธุรกิจท่องเที่ยว ชุมชนท้องถิ่น ภาครัฐ และภาคีการพัฒนาเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงตลาดท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ

นายนันทพล ไข่มุกด์ นายกสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) กล่าวว่า:
"ความร่วมมือระหว่าง 4 สมาคมท่องเที่ยวของไทยในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวสีเขียวของประเทศ เรามุ่งหวังที่จะสร้างผลประโยชน์ร่วมกันให้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว สมาชิก นักท่องเที่ยว ชุมชนท้องถิ่น และประเทศชาติ ควบคู่ไปกับการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)"

การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการเสริมสร้างความร่วมมือทั่วทั้งภาคการท่องเที่ยวของไทย การผสานความเชี่ยวชาญและทรัพยากรของทั้ง 4 สมาคม จะช่วยยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของการท่องเที่ยวไทย และสนับสนุนเป้าหมายของประเทศในการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก

🌿 เปิดรับสมัครแล้ว!Green Experience Tourism Lab 2026 รุ่นที่ 2วันที่ 28–30 กันยายน 2569📍 ณ สวนเพชร ริเวอร์วิว รีสอร์ท จั...
10/07/2026

🌿 เปิดรับสมัครแล้ว!
Green Experience Tourism Lab 2026 รุ่นที่ 2
วันที่ 28–30 กันยายน 2569

📍 ณ สวนเพชร ริเวอร์วิว รีสอร์ท จังหวัดเพชรบุรี

หลังจากรุ่นแรกได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ประกอบการท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ เจ้าของที่พัก ฟาร์มและผู้นำชุมชนจากหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

วันนี้ TEATA Academy พร้อมเปิดรับสมัคร..

Green Experience Tourism Lab 2026 รุ่นที่ 2

หลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานท่องเที่ยวที่ต้องการก้าวทันโลกยุคใหม่

เพราะวันนี้...
นักท่องเที่ยวไม่ได้มองหาแค่สถานที่สวย
แต่กำลังมองหา
🌿 ประสบการณ์ที่มีความหมาย
🌿 การเรียนรู้จากธรรมชาติ
🌿 การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ
🌿 การท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าให้กับโลก

TEATA จึงชวนมาเรียนรู้การออกแบบท่องเที่ยวแนว 🌿 Green 🌙 Healing ✨ Experience Design

ตลอด 3 วัน ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ไม่ใช่เพียงทฤษฎี

✅ Green Tourism & Future Tourism Trends
✅ Ai for Tourism
✅ Biodiversity Tourism
✅ Nature Storytelling
✅ Regenerative Tourism Design
✅ Forest Bathing for Tourism
✅ Night Nature Experience
✅ Nature Activity Design
✅ Design Lab Workshop
✅ ทดลองนำกิจกรรมจริง พร้อมรับ Feedback จากวิทยากร

นี่ไม่ใช่คอร์สที่สอนให้ "พาคนเที่ยว"
แต่คือการเรียนรู้ "การออกแบบประสบการณ์" ที่จะทำให้ธรรมชาติ ชุมชน และธุรกิจท่องเที่ยว เติบโตไปพร้อมกัน

คุณจะได้:
✅ เป็นสมาชิกสมาคม TEATA อัตโนมัติ
✅ โปรแกรมต้นแบบกลับไปใช้จริง
✅ เป็นหนึ่งในโปรแกรม Carbon Neutral Tourism ของไทย
✅ เทคนิคพาทัวร์ให้ “ลูกค้ารู้สึก”
✅ เพิ่มมูลค่าทริป โดยไม่ต้องแข่งราคา ✅ ผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษา และ เครือข่ายท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกันตลอดไป

📅 วันที่ 28–30 กันยายน 2569
📍 สวนเพชร ริเวอร์วิว รีสอร์ท จ.เพชรบุรี และป่าแก่งกระจาน

รับจำนวนจำกัด เพื่อคุณภาพการเรียนรู้และการทำ Workshop อย่างใกล้ชิด

หากคุณเชื่อว่า..
🌿 อนาคตของการท่องเที่ยว คือ
“การเดินทางอย่างมีความหมาย” 🌿
มาร่วมเรียนรู้ไปด้วยกันค่ะ ..

ค่าสมัคร ..
👉บุคคลทั่วไป คนละ 10,900 บาท
👉องค์กรหรือมาเป็นทีม 3 คนขึ้นไป คนละ 9,500 บาท
👉สมาชิก TEATA คนละ 8,900 บาท

พิเศษ!!!
👉Special Launch Rate คนละ 8,900 บาท (สำหรับ 10 คนแรกที่สมัครและชำระเต็มจำนวน)

🔥 รับเพียง 20 คนเท่านั้น
รวม: ✔ ที่พักรีสอร์ท 2 คืน ✔ อาหาร 6 มื้อ ✔ อุปกรณ์กิจกรรม ✔ Certificate ✔ ประกันอุบัติเหตุ

👉 สมัครตอนนี้ ก่อนเต็ม ❣️ โทร.0832509343 email : [email protected]

บรรยากาศรุ่นที่ 1
https://www.facebook.com/share/p/1GaBdSYWMr/

#คนทำท่องเที่ยวยุคใหม่ #ออกแบบประสบการณ์

🌿เพราะ โลกเปลี่ยนไปแล้วเราจะอยู่เแบบเดิม เดิมไม่ได้แล้ว...หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่าการท่องเที่ยว การผจญภัยและการอนุรั...
10/07/2026

🌿เพราะ โลกเปลี่ยนไปแล้ว
เราจะอยู่เแบบเดิม เดิมไม่ได้แล้ว...

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่าการท่องเที่ยว การผจญภัยและการอนุรักษ์เดินไปด้วยกันได้..ใช่ไหม?

ถ้าใช่... เราอยากให้คุณมารวมตัวอยู่ด้วยกันที่ TEATA (สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย)!

ขอเชิญทุกท่าน ไม่ว่าผู้ประกอบการ นักเดินทาง บริษัทนำเที่ยว ที่พัก มัคคุเทศก์ นักอนุรักษ์ ชุมชน และผู้ที่รักธรรมชาติทุกคน ร่วมสมัครเป็นสมาชิก TEATA กันค่ะ

เพราะเราเชื่อว่า “การท่องเที่ยว” ไม่ใช่เพียงการเดินทาง แต่คือพลังในการอนุรักษ์ เสริมสร้างเศรษฐกิจสังคมให้กับชุมชน และดูแลปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

TEATA ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2540 ตลอดระยะเวลา 29 ปี เรามีสมาชิกผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ในการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ วิถีวัฒนธรรม และชุมชน มาอย่างยาวนาน เราได้รับทุนวิจัยเที่ยวไทยไร้คาร์บอน เป็นต้นแบบคิดค้นออกแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวโปรแกรม Carbon Natural Tourism และทำการตลาดให้แก่สมาชิก ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 300 โปรแกรมที่ออกสู่ตลาดโลก

TEATA มีองค์กรพันธมิตร ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ลงนาม MOU ร่วมกัน กว่า 32 หน่วยงาน ร่วมทำงานด้วยความเข้าใจในทิศทางเศรษฐกิจโลก เวลานี้ "GREEN" คือกติกาใหม่ ธุรกิจท่องเที่ยวต้องทำให้ทุกกระบวนการสะอาด รองรับนักท่องเที่ยวหลายประเทศทั่วโลก โดยจะเลือกผู้ประกอบการที่จริงใจและลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม

✨ สิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก TEATA

🌿 เครือข่ายผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญด้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ รับข้อมูลข่าวสาร แลกเปลี่ยนไอเดียกับผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย

🌿 การอบรมและพัฒนาศักยภาพมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ Carbon Neutral หรือเทคนิคความปลอดภัย ซึ่งมีหัวข้ออบรม อีกมากมาย ที่จะยกระดับธุรกิจของท่านสู่มาตรฐานสากล

เรามีทีม Thailand Green Coach ที่จะเป็นที่ปรึกษาคอยช่วยเหลือ ให้การสนับสนุน ธุรกิจของท่าน ให้ได้มาตรฐาน ได้แก่

มาตรฐานกิจกรรมท่องเที่ยว โดย กรมการท่องเที่ยว
มาตรฐาน Thailand Good Travel ใน แผน Thailand Green plan 2030

มาตรฐานต่างๆของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ได้แก่ Thailand Tourism Awards (กินรี) รางวัลแห่งความยั่งยืน Thailand Tourism Sustainability Awards และอื่นๆ

🌿 โอกาสประชาสัมพันธ์ธุรกิจและกิจกรรมผ่านช่องทางของสมาคม ขยายตลาด เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่รักษ์โลกทั้งตลาดไทยและต่างชาติ ผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้ง งานประชุมสัมมนา Special Event งานแสดงสินค้าและนิทรรศการ Trade Show ทั้งในและต่างประเทศ

🌿 การมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของประเทศ

ขอเชิญชวนมาร่วมกันสร้างมาตรฐานการท่องเที่ยวที่เคารพธรรมชาติ ปลอดภัย มีคุณภาพ และเติบโตไปพร้อมชุมชน เป็นพลังของการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อโลก กับ สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA)

🌿สิทธิพิเศษวันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2569
🌿 ยกเว้นค่าลงทะเบียนแรกเข้าทุกประเภทสมาชิก
🌿 ค่าบำรุงประจำปีเพียง 1,500 บาท สำหรับสมาชิกสามัญ

📌 สมัครสมาชิกได้แล้ววันนี้ ที่: https://www.teata.or.th/members-teata
📞 สอบถามเพิ่มเติม: เจ้าหน้าที่สมาคม 083 250 9343

สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) ลงพื้นที่ศึกษาศักยภาพเส้นทางท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมเข้าร่ว...
09/07/2026

สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) ลงพื้นที่ศึกษาศักยภาพเส้นทางท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมเข้าร่วมงาน ISAN MICE Expo 2026

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) นำโดยนายนันทพล ไข่มุกด์ นายกสมาคมฯ และคณะ ได้ดำเนินกิจกรรมศึกษาศักยภาพเส้นทางท่องเที่ยวภายใต้การเดินทาง "Test Drive: EV to Isan" ระหว่างการเดินทาง 4 วัน 3 คืน เพื่อสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวและสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

การเดินทางเริ่มต้นจากกรุงเทพมหานคร ผ่านจังหวัดนครราชสีมา โดยแวะเยี่ยมชมพื้นที่สำคัญในอำเภอปากช่องและอำเภอพิมาย ก่อนเดินทางต่อสู่จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดอุดรธานี เพื่อเข้าร่วมงาน ISAN MICE Expo 2026 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจากหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมของพื้นที่จัดงานพืชสวนโลกอุดรธานี พร้อมสำรวจศักยภาพและความเป็นไปได้ในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงในระดับภูมิภาค ซึ่งพบว่าจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียงมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่หลากหลาย และมีศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวคุณภาพสูงรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

จากนั้น คณะฯ ได้เดินทางต่อไปยังอำเภอภูเรือ และอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เพื่อศึกษาทรัพยากรการท่องเที่ยวด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชุมชน ซึ่งนอกจากชื่อเสียงของงานประเพณีผีตาโขนแล้ว พื้นที่ดังกล่าวยังมีเสน่ห์ด้านภูมิทัศน์ ความสงบ และอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่สามารถต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะ ภูนาคำ รีสอร์ท สถานประกอบการสมาชิกสมาคมฯ ภายใต้การบริหารงานของนายกกิตติมศักดิ์สมาคมฯ

ในเส้นทางเดินทางกลับ คณะฯ ได้แวะศึกษาศักยภาพของ Country Lake Resort จังหวัดนครสวรรค์ หนึ่งในผู้ประกอบการที่เข้าอบรมในโครงการ TEATA Academy ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผสานการพักผ่อนเข้ากับการเรียนรู้ด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม สะท้อนแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่สอดคล้องกับแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

การลงพื้นที่ครั้งนี้นอกจากจะเป็นการทดสอบเส้นทางการเดินทางด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) แล้ว ยังเป็นการรวบรวมข้อมูลภาคสนาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบการ และสำรวจโอกาสในการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้มีความเชื่อมโยง สร้างมูลค่าเพิ่ม และตอบโจทย์การท่องเที่ยวยุคใหม่

สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) จะนำข้อมูลและประสบการณ์จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ไปพัฒนาแนวทางความร่วมมือและออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าให้กับชุมชนและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

ที่อยู่

Bangkok
10400

เบอร์โทรศัพท์

+66832509343

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ TEATA Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง TEATA Thailand:

ทางลัด

แชร์