Tips for Trip แชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวเพื่อให้ค?

27/02/2022

Muy buenos días desde Madrid!
อรุณสวัสดิ์จากมาดริดนะคะ

เชื่อว่าหลายๆคนคงกำลัังติดตามข่าวสารประเด็นร้อนทั้งจากต่างประเทศ และข่าวภายในประเทศอย่างขมักเขม้น จนเกิดความเครียดไปตามๆกันละเนอะ

โพสต์นี้เลยอยากชวนทุกคนให้กลับมาโฟกัสที่ตัวเองกันสักหน่อย กลับมาใส่ใจในการเลือกอาหารดีๆ พักฟังเพลงสบายๆ พูดคุย ใส่ใจกับคนที่รัก ที่ต่างคนต่างอาจจะลุยงานมาทั้งอาทิตย์จนแทบไม่มีเวลาได้เจอกัน ได้คุยกันเลย

แค่อยากบอกว่าความสุขเกิดขึ้นได้ง่ายๆรอบตัวเรา เพียงแค่เราอยู่กับวันเวลาปัจจุบันอย่างมีสติและเห็นคุณค่า หลายๆเรื่องราวที่เกิดขึ้นช่วงนี้ตอกย้ำให้ยิ่งรู้ว่า เวลาไม่เคยหยุดเดิน และอะไรจะเกิดขึ้นกับเรา หรือใครในวันพรุ่งนี้บ้าง.....ไม่มีใครรู้ได้.....

เพราะฉะนั้น เรามาพักสายตาจากข่าวสารต่างๆ ไวรัลต่างๆ สักครู่ดีมั๊ยคะ หันไปหาคนข้างตัว คนข้างใจ และบอกเค้าว่า.....เรารักเค้าแค่ไหน เค้าสำคัญแค่ไหน ยิ้มให้กัน หาเมนูในดวงใจ กิน (อาหาร 😅) กันไป คุยกันไป จุ๊งจิ๊งๆ แค่นี้ก็เหมือนเติมพลังในตัว ในหัวใจ ให้พร้อมลุยงานกันใหม่ในวันพรุ่งนี้ละนะคะปุ๊กว่า

ขอให้คนที่เปิดเจอโพสต์นี้ และอาจจะอ่านมาถึงบรรทัดนี้ (หรือไม่ถึงก็ไม่เป็นไร 🤗) มีความสุข หัวใจฟูฟ่อง กับทุกๆคนที่คุณๆรัก และเข้านอนหลับฝันดีนะคะ โอมเพี้ยง!!

จนกว่าจะถึงโพสต์ถัดไป take care นะคะทุกคน ❤️

คิดอยู่นานว่าจะเริ่มกลับมาโพสต์เรื่องราวจากที่ไหน หรือว่าเรื่องอะไรดี แล้วเมื่อวานได้ไปเมืองสำคัญเมืองนึงที่ตั้งอยู่ไม่ไ...
26/02/2022

คิดอยู่นานว่าจะเริ่มกลับมาโพสต์เรื่องราวจากที่ไหน หรือว่าเรื่องอะไรดี แล้วเมื่อวานได้ไปเมืองสำคัญเมืองนึงที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากมาดริด.....

Alcalá de Henares เมืองมรดกโลกหนึ่งในหลายๆแห่งของสเปน เมืองแห่งมหาวิทยาลัย เมืองแห่งวัฒนธรรมผสมผสาน เมืองแห่งนักเขียนชื่อก้องโลก และอีกหลายๆอย่าง

แล้วเมืองนี้สำคัญอย่างไรกับปุ๊ก ง่ายๆเลยค่ะ เมืองนี้เป็นที่ตั้งของบ้านแห่งแรกในสเปนของปุ๊กเอง เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ทริปนั้นไม่ใช่ทริปแรกที่ได้เดินทางไปประเทศสเปน แต่ทริปแรกเป็นทริปที่ไปทำงานและพักในโรงแรมในช่วงสั้นๆเท่านั้น

ฉะนั้นเมื่ออยากจะเริ่มกลับมาเล่าถึงการเดินทางอีกครั้งจึงอยากเริ่มจากเมืองนี้ ที่เป็นดั่งจุดเริ่มต้นทั้งด้านการเรียน การมีสังคมใหม่ๆ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คนใหม่ๆที่ได้มารู้จัก และช่วยเหลือกันในยามห่างไกลบ้านเกิดเมืองนอนกันแบบนั้น และใครจะเชื่อว่ามิตรภาพยังคงล้อมรอบตัวพวกเรา แม้ไม่ค่อยได้เจอกัน และเมื่อไหร่ที่ได้เจอ เรายังคุยกันได้แบบสบายใจ ขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้เกิดการตัดสินใจมาที่นี่เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว
ปีนี้ได้กลับมาอีกครั้ง แต่มันจะเหมือนการได้กลับมาเหมือนครั้งก่อนๆมั๊ย เรามารอติดตามไปด้วยกันนะ สัญญาว่าจะมาเล่าให้อ่านกัน (แบบยาวๆ) อีกเรื่อยๆ 😊😁

การเดินทางเกิดขึ้นได้โดยทั้งที่ตั้งใจแบบมีแผนการเดินทางตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ก็มีแบบที่ไม่ได้มีแผนการแบบตลอดรอดฝั่งเลยเช่นกั...
24/02/2022

การเดินทางเกิดขึ้นได้โดยทั้งที่ตั้งใจแบบมีแผนการเดินทางตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ก็มีแบบที่ไม่ได้มีแผนการแบบตลอดรอดฝั่งเลยเช่นกัน ออกเดินทางด้วยอาการงงๆ แต่ the show must go on ทำให้ต้องออกเดินทางและสู้ต่อไปทุกๆวัน....

การเดินทางของเราได้เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้ ผสมผสานทั้งแบบมีแผนและไม่มีแผนอะไรเลย จากนี้คงจะมีอะไรมาแชร์ให้อ่านกันบ้าง หวังว่าทุกๆคนคงกำลังรอคอยการออกเดินทางกันอีกครั้งเช่นกันนะคะ 💞

Wishing you all the best 🥳🥰🥳🥰
01/01/2021

Wishing you all the best 🥳🥰🥳🥰

Good Morning from Negombo!ลืมตามาอีกทีคือเช้ามืดของวันใหม่ซะแล้ว ใช่ค่ะ..นาฬิกาสมองของเดี๊ยนปลุกร่างกายขึ้นมาอัตโนมัติภา...
01/12/2020

Good Morning from Negombo!
ลืมตามาอีกทีคือเช้ามืดของวันใหม่ซะแล้ว
ใช่ค่ะ..นาฬิกาสมองของเดี๊ยนปลุกร่างกายขึ้นมาอัตโนมัติภายใต้ความมืดและเงียบสงัด นั่นก็เพราะเวลาที่เมืองไทยเร็วกว่าศรีลังกาถึง 1.5 ชั่วโมง ซึ่งนับเป็นข้อดีเพราะเดี๊ยนจะได้มีเวลาเช็คอีเมล์งานสักหน่อย และตรวจแพคกระเป๋าทั้งหมดก่อนออกเดินทาง ทริปนี้เราเปลี่ยนที่พักทุกคืนเลยค่ะ ระหว่างวันยังมีเข้าเยี่ยมชมโรงแรมที่พักต่างๆระหว่างทางอีกตามสไตล์ทริปของบริษัททัวร์ (Tour Operator) ที่เราเดินทางมาเพื่อเก็บข้อมูลและสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูกค้าที่รักของเรา หากมีโอกาสคงจะได้ทำโพสต์แนะนำที่พัก แบ่งปันข้อมูลบ้างล่ะเน๊อะ 😊

วันนี้เป็นวันที่ 2 ในศรีลังกาแล้วค่ะ ขอสารภาพเลยว่าก็ยังไม่ค่อยคุ้นกัยคำทักทายภาษาถิ่นเลยจ้ะ เราเริ่มต้นกันด้วยอาหารเช้าที่ โรงแรมซึ่งเป็นแบบ international ที่เอนเอียงไปทางศรีลังกาและอินเดียนิดๆ เพราะมีหม้อข้าวหม้อแกงหน้าตาน่าสนใจเรียงรายอยู่เยอะเลย แต่เดี๊ยนขอแค่ขนมปังปิ้ง ไข่ดาว ไส้กรอก และกาแฟ ก็เริ่มต้นวันได้อย่างสวยงามแล้วค่ะสำหรับเช้านี้ กินง่าย อยู่ง่าย เหมาะกับการทำงานนอกสถานที่ 😊

ช่วงเช้าวันนี้เรามีโปรแกรมแวะชมโรงแรม 2 ที่เพื่อเก็บข้อมูลไว้ให้ทีมงานที่ออฟฟิศในทุกๆประเทศที่ออฟฟิศของบริษัทตั้งอยู่ นี่คือเรื่องปกติของคนทำงานในวงการท่องเที่ยวเมื่อต้องออกเดินทางไม่ว่าไปประเทศไหนเพื่อทำงาน แต่คุณเชื่อไหมคะ สิ่งนี้มันติดเข้าไปในในเส้นสองของเดี๊ยนเรีบนร้อยค่ะคุณ ไม่ว่าจะทริปทำงานหรือทริปไปเที่ยวก็ไม่พลาดเก็บข้อมูลที่พักมาด้วยทุกครั้ง 😁

เราเดินทางกันต่อโดยรถยนต์ และมีการแวะชมที่พักอีก 2 โรงแรมซึ่งเป็นโรงแรมสไตล์รีสอร์ทสร้างอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ โดยทั้ง 2 โรงแรมนี้อยู่ในเครือเดียวกัน ในภาษาคนทำงานในภาคการท่องเที่ยวเราจะเรียกโรงแรมแบบนี้ว่าเป็น Chain Hotels อาหารกลางวันวันนี้ทีมงานจัดให้ในรีสอร์ทแห่งนี้ค่ะ ห้องอาหารเป็นแบบเปิดโล่งรับลมธรรมชาติ อาหารหลากหลาย มีส่วนปรุงร้อนสำหรับอาหารจำพวกสปาเกตตี้ พาสต้า และสเต็กด้วยค่ะ บรรยากาศสบายๆ ภายในบริเวณห้องอาหารนี้มีห้องเล็กๆติดแอร์อยู่ห้องนึงค่ะ แต่ไม่ใช่สำหรับนั่งรับประทานอาหารนะคะ แต่เค้าจัดไว้เป็น “ห้องแห่งความหวาน” จ้า เป็นห้องที่เต็มไปด้วยเค้ก ขนมหวาน ไอศครีมค่ะคุณขา เดี๊ยนเข้าไปแล้วแทบไม่อยากจะเดินออกมาเลยนอกจากความหวานแล้วก็ “ความเย็น” นี่ล่ะค่ะที่เดี๊ยนโหยหามากๆ
เรื่องของเรื่องคือชีวิตประจำวันของเดี๊ยนเนี่ยเป็นโรคคลั่งความเย็นมากถึงมากที่สุดจะว่าไปคนไทยหลายๆคนก็น่าจะติดที่จะอยู่ในห้องแอร์เกือบทั้งวันเหมือนๆเดี๊ยนนี่ล่ะ ว่ามั๊ยคะ ก็บ้านเราอากาศร้อนเกือบทั้งปีอ่ะนะ
แต่.....ชาวศรีลังกาเค้าเชื่อกันว่าการได้ใช้ชีวิตอยู่ในอุณหภูมิปกติของห้อง และการดื่มน้ำอุ่นๆ นั้นป็นสิ่งดีต่อสุขภาพมากๆ และพวกเค้าก็ปฏิบัติกันได้เคร่งครัดน่าทึ่งมากค่ะคุณๆ 👍

จากนั้นเราจะเดินทางต่อไปเยี่ยมชมหมู่บ้านนึงชื่อ ฮาบาราน่า (Habarana Village) หมู่บ้านในศรีลังกาส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตสักเท่าไหร่ คุณจะพบว่าผู้คนยังใช้ชีวิตอย่างกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม และฤดูกาลต่างๆได้อย่างไร โดยเฉพาะคุณจะได้สังเกตรูปแบบชีวิตประจำวันของชาวบ้านกิจกรรมในบ้านและกรอบทางวัฒนธรรม สำหรับคนไทยที่มีครอบครัวอยู่ในหมู่บ้านในต่างจังหวัด เดี๊ยนว่าคุณจะไม่ได้รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับบ้านดิน การเดินเข้าสวน หรือ นั่งแพพายประดิษฐ์ข้ามฝั่งไปหรือแม้กระทั่งนั่งออกไปกลางทะเลสาป แต่สิ่งที่คุณอาจจะสนใจคือของกินค่ะ วันที่คณะเราไปทางเจ้าบ้านได้เตรียมของว่างที่ทำจากมะพร้าวขูดปรุงรส ที่เค้าเรียกกันว่า Coconut Sambol พร้อมแผ่นแป้งคล้ายๆแผ่นแป้งนานไว้ให้ลองชิมค่ะ (Nan – แผ่นแป้งที่เราจิ้มจุ่มกินกับแกงอินเดียน่ะค่ะคุณ) สาวๆในคณะชิมกันเอร็ดอร่อยเพราะหลายๆคนมาจากประเทศที่ไม่ได้ใช้มะพร้าวในการปรุงอาหารกันเลย แต่สำหรับพวกเราๆต้องยอมรับว่าเมนูนี้ไม่ได้ดึงดูดใจเท่าไหร่ค่ะ
หลังจากบอกลาเจ้าบ้านกันแล้ว พวกเราก็กลับมาลงแพกันอีกรอบไปชมความงามกลางทะเลสาบ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มนุษย์ขุดกันขึ้นมาค่ะคุณ น้องอูบอกว่าในวันที่อากาศดีๆ เราสามารถมองเห็น “ สิกิริยา ” ป้อมปราการและพระราชวังลอยฟ้าชื่อดัง ที่เราหลายๆคนหมายมั่นไว้ว่าจะต้องไปเยือนให้ได้สักครั้ง เดี๊ยนพยักหน้าหงึกหงักไปตามเค้าว่าแต่ในใจลึกๆยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากขึ้นปีนไปหรือเปล่า 5555

เสร็จสิ้นจากโปรแกรมนี้เราก็ได้เกินทางต่อด้วยรถยนต์อีกประมาณ 45 นาทีเพื่อเข้าพักในโรงแรมในเมือง Dambulla กันค่ะ จุดพีคของวันนี้นอกจาก “ห้องแห่งความหวาน” ในห้องอาหารมื้อกลางวันแล้ว เราก้ได้มาเจออีกที่โรงแรมที่พวกเราเข้าพักค่ำคืนนี้ค่ะคุณ ที่นี่ไม่ได้มีแต่ห้องแห่งความหวาน เค้ายังมี “ห้องแห่งสลัดและชีส” ด้วยค่ะ ซึ่งเมื่อได้คุยกับเจ้าหน้าที่ของโรงแรมก็ได้ความว่า เนื่องจากเมืองดัมลุลล่า แห่งนี้มีฝนตกน้อยมาก อากาศจึงค่อนช้างร้อนอบอ้าว จึงต้องจัดห้องแอร์สำหรับอาหารบางเมนู แต่สำหรับอาหารศรีลังกันหรืออาหารทางเอเซียไม่มีปัญหา เสิร์ฟในอุณภูมิห้องกันได้สบายๆเลยจ้า

วันนี้เรามีกิจกรรมพิเศษหลังจากมื้อค่ำก็คือการเซอร์ไพรซ์จัดเค้กและอวยพรวันเกิดให้แก่เอเจ้นท์สาวชาวออสซี่นางนึงนั่นเองค่ะ แต่กว่าจะได้เซอร์ไพรซ์ก็ต้องนัดแนะกันรอบโต๊ะ โดยเจ้าของวันเกิดต้องไม่รู้ เล่นเอาน้องอูวิ่งซะหลายรอบเมื่อต้องเปลี่ยนหมายกำหนดการกับนักดนตรี 😂🤣

และเช่นเคย เดี๋ยวจะบรรยายใต้รูปภาพเพิ่มเติมข้อมูลให้ค่ะ หลังจากนี้เราจะไปเที่ยวไหนกันต่อใรศรีลังกา โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ 😉😉

Tip: วันนี้มีทิปที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่มีความสำคัญมากเมื่อเราเดินทางเข้าที่พัก นั่นคือการใช้บริการส่งกระเป๋าถึงห้องนั่นเอง
คืนนี้เมื่อเราไปถึงโรงแรม น้องอูก็ขอพาสปอร์ตเราและชวนไปทำการเช็คอินห้องพักให้ชาวคณะ หลังจากได้รับกุญแจห้องแล้ว พวกเราจะต้องบอกหมายเลขห้องให้กับเจ้าหน้าที่ส่งกระเป๋า ที่จะเตือนคือ ถ้าหากว่ามีคนกำลังเช็คอิน หรือเช็คเอ้าท์อยู่หลายคนในบริเวณล้อบบี้ เดี๊ยนขอเตือนนิดนึงนะคะว่าให้เราตรวจสอบให้แน่ใจอีกทีว่าหมายเลขห้องเราได้ถูกบันทึกอย่างถูกต้องบนกระเป๋าของเราเรียบร้อยแล้วเพื่อป้องกันความผิดพลาด เช่นเดี๊ยนเองในคืนนี้กระเป๋าถูกส่งไปผิดห้องจนทำให้พี่ไกด์นา และน้องอูเกือบกินข้าวไม่ลงเพราะเกรงว่ากระเป๋าจะถูกส่งไปผิดกรุ๊ปซึ่งในจำนวนนั้นดันมีกรุ๊ปที่กำลังจะไปสนามบินด้วยน่ะสิ 😅😅
แต่สุดท้ายน้องอูก็พบว่ากระเป๋าถูกส่งไปห้องหมายเลขใกล้เคียงกัน ซึ่งเจ้าของห้องก็อยู่ในกรุ๊ปเราเอง แต่ด้วยความที่ 2 สาวห้องนั้นเพิ่งได้แชร์ห้องกันคืนแรกจึงไม่รู้ว่าใครมีกระเป๋าใบไหนกันบ้าง จึงไม่ได้ทักท้วง เจ้าหน้าที่ส่งกระเป๋า ซึ่งผู้จัดการโรงแรมได้มาขอโทษเดี๊ยนเป็นการใหญ่และได้ให้เจ้าหน้าที่ส่งกระเป๋ามารอขอโทษด้วย

Ayubowan ค่า พอเดาได้แล้วมั๊ยคะคุณว่าเดี๊ยนจะพาไปเที่ยวในประเทศไหนกัน….ทริปนี้เดี๊ยนจะพาไปรู้จักดินแดนแห่งพระพุทธศาสนา ธ...
25/11/2020

Ayubowan ค่า
พอเดาได้แล้วมั๊ยคะคุณว่าเดี๊ยนจะพาไปเที่ยวในประเทศไหนกัน….
ทริปนี้เดี๊ยนจะพาไปรู้จักดินแดนแห่งพระพุทธศาสนา ธรรมชาติ วัฒนธรรม และเรื่องราวเก๋ๆ ของประเทศ “ศรีลังกา” กันค่ะคุณ
อ๊ะ อ๊ะ อย่าเพิ่งปิด หรือข้ามไปนะจ๊ะ บอกเลยว่ายิ่งวันท้ายๆของทริปยิ่งแซ่บ!!

ในรูปมีคำบรรยายเพื่อเพิ่มอรรถรสในการท่องไปในโลกตัวหนังสือด้วยค่ะ เชิญทัศนา....

และ.....ตามชื่อเพจ เรามีอะไรดีๆมาเตือนเพื่อให้คุณมีทริปที่เจ๋งกว่าของเราแน่นอนจ้า

อย่างที่เกริ่นไปในโพสต์ที่แล้วว่าก่อนหน้าที่จะได้เดินทางทริปนี้ เดี๊ยนยังไม่ (เคย) มี “ศรีลังกา” ใน wish list เลยอ่ะค่ะตุณ ฉะนั้นข้อมูลที่มีเกี่ยวกับศรีลังกาก็ต้องเรียกว่า “ห่างอึ่ง” มากกกกก แต่...คุณค่ะ! สุดท้ายแล้วเดี๊ยนดันได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ดีๆเยอะเลย รวมทั้งได้รู้ว่าศรีลังกาและบ้านเรามีจุดเชื่อมโยงอยู่หลายจุดทีเดียว ทั้งในส่วนของพุทธศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม เป็นต้น มาค่ะมา ตามเดี๊ยนมาค่ะ แล้วคุณจะได้เห็นว่าประเทศที่เค้าบอกว่าตัวเองคือ Wonder of Asia มีดีอะไรบ้าง 😁

ทริปนี้เดี๊ยนเดินทางด้วยสายการบิน Sri Lankan Airlines เลือกเที่ยวบินเช้าสุดเลยค่ะคุณเพราะทริปนี้เดี๊ยนมีหน้าที่ดูแลคณะเดินทางของตัวแทนบริษัทจากหลายๆประเทศในฐานะที่บริษัทที่เดี๊ยนทำงานด้วยเป็นเจ้าภาพร่วมค่ะ
หลังจากเครื่องบินลงจอด เดี๊ยนซึ่งได้ยื่นขอวีซ่าออนไลน์มาเรียบร้อยแล้วขั้นตอนจึงง่ายมากในการผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง

ศรีลังกาเป็นประเทศที่เป็นเกาะเล็กๆในมหาสมุทรอินเดีย มีพรมแดนทางทะเลติดต่อกับอินเดียทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และมัลดีฟส์ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ นับถือศาสนาพุทธ มีภาษาเป็นของตนเอง ทั้งรูปและเสียง ชาวศรีลังกามีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายคนไทยทางภาคใต้มาก มากแบบมากๆเลยอ่ะค่ะคู๊ณ ซึ่งก็คาดว่าจะสืบเนื่องจากการเดินทางเข้ามาของกลุ่มคนผู้เข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนาเมื่อหลายศตวรรษมาแล้ว เดี๊ยนก็มีเชื้อสายทางใต้ค่ะ จะว่าไปพ่อของเดี๊ยนก็มีหน้าตาละม้ายไปทางศรีลังกาเช่นกัน ยอมรับเลยว่าหน้าตาเดี๊ยนเข้าพวกมากอ่ะพี่น้องเอ้ออ หรอยแรงส์!! 😆

ภายในบริเวณอาคารผู้โดยสารขาเข้านั้นเรียบง่าย จนถึงผ่านการตรวจคนเข้าเมือง หากใครเดินทางมาศรีลังกาครั้งแรก อย่าได้ตกใจเหมือนเดี๊ยนถ้าจะเห็นร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้ามากมายในร้านขายของปลอดภาษีนะคะ เดี๊ยนเดินทางผ่านมาหลายสนามบินพอสมควร แต่สนามบินที่นี่เล่นเองอึ้งค่ะ เค้ามีเครื่องซักผ้า มีตู้เย็นขายด้วยค่ะคุณ เดี๊ยนถึงกับคิดไปว่า เอ๊ะ นี่เราเดินออกผิดช่องทางจนเผลอออกนอกโซนรับกระเป๋ามามั๊ยวะเนี่ย ฮร่า..
แต่...ไม่ค่ะ เดี๊ยนมาถูกทางแล้ว....คุณๆเค้าขายเครื่องซักผ้ากันในนี้จริงๆค่ะ ภายหลังไกด์ท้องถิ่นได้เล่าให้ฟังภายหลังว่าสืบเนื่องจากสมัยก่อนเมื่อชาวศรีลังกามักออกไปทำงานในต่างประเทศ แล้วเวลากลับบ้านมา ก็จะมีเงินเก็บสะสมกลับมาด้วย และ (ส่วนใหญ่) อยากจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ากลับไปใช้ที่บ้าน และเครื่องซักผ้า ตู้เย็น อะไรเทือกนี้ก็นับเป็นของใช้ราคาแพง การนำมาขายในสนามบินจะมีราคาถูกกว่าที่ขายกันอยู่ในเมืองเพราะอัตราภาษีที่แตกต่าง จึงทำให้มีคนนิยมซื้อมากมายจนจนมีวางขายหลากหลายยี่ห้อจนกระทั่งทุกวันนี้

ทริปนี้เรามีไกด์ท้องถิ่นมืออาชีพที่สะสมประสบประการณ์มานานนับ 10 ปี เราจะเรียกพี่ไกด์นา และน้องอู หนุ่มศรีลังกันซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของเดี๊ยนอยู่ที่ออฟฟิศในโคลอมโบมาคอยดูแลชาวคณะทั้ง 11 สาวจากที่ต่างๆ เพราะฉะนั้นทุกอย่างทุกข้อมูลเป๊ะมากระดับ 5 ดาวค่ะคุณ และเดี๊ยนต้องยอมรับตรงนี้เลยว่าเดี๊ยน.....คือสาวไทยที่สวยที่สุดในกรุ๊ปค่ะ!! เพราะทั้งกรุ๊ปมีคนไทยคนเดียว 😂😂

พี่ไกด์นา และน้องอูพาเดี๊ยนเดินทางเข้าที่พัก ซึ่งเป็นโรงแรม ระดับ 4 ดาวตั้งอยู่ริมทะเลในเมืองเนงอมโบ (Negombo) เดี๊ยนทานอาหารมื้อแรกในศรีลังกาที่ รร นี้ค่ะ อร่อยใช้ได้อยู่นะคะ กลิ่น รส ไม่แรง นัยว่าจะปรุงรสนี้เพื่อนักท่องเที่ยวค่ะ ราคาถือไม่แพงหากเปรียบว่าเป็นการทานในโรงแรมชายทะเลระดับ 4 ดาว ทริปนี้เดี๊ยนก็ได้เงินติดกระเป๋ามาจากออฟฟิศด้วยค่ะ ซึ่งถือเป็นเงินค่าใช้จ่ายที่เราจะได้รับมาบริหารจัดการเองเมื่อต้องออกทริปเป็นตัวแทนบริษัทค่ะ

เมืองเนงอมโบ (Negombo) เป็นเมืองชายทะเลที่ไม่ไกลจากโคลอมโบเท่าไหร่ หากจะเปรียบก็น่าจะประมาณ กรุงเทพ – พัทยานะคะ เนงอมโบเป็นเมืองชายทะเลก็คล้ายๆกับพัทยาค่ะ มีร้านอาหาร และบาร์ เยอะแยะมากมาย นับเป็นสีสัน และไนท์ไลฟ์ที่วัยรุ่นจากเมืองหลวงมักจะมาเอนจอยหรือสังสรรค์กัน เพราะอยู่ห่างจากโคลอมโบประมาณ 1 ชั่วโมงเศษๆเท่านั้นเอง เสียดายที่เราไม่มีเวลาไปท่องราตรีกันเลยเพราะวันนี้กว่าจะจบมื้อค่ำก็เกือบ 5 ทุ่มแล้ว ละ หนุ่มๆ ก็ยังต้องไปรับอีก 2 สาวจากออสเตรเลียที่จะมาเดินทางพร้อมๆกับพวกเราด้วยจ้า

วันแรกในศรีลังกาจบลงที่ welcome dinner ที่ห้องอาหารของโรงแรมนั่นเอง อาหารก็เป็นสไตล์บุฟเฟต์ มีหลากหลายเมนู ทั้ง บาร์บีคิว กะทะร้อน และอื่นอีกมากมาย แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นรสชาติศรีลังกานั่นแหละ แหะๆ
จำได้ลางๆว่าค่ำคืนแรกในศรีลังกาของเดี๊ยนตัดฉึบไปหลังจากอ่านข้อความของน้องอูว่า “ไม่ต้องห่วง ฉันจะรอรับเอเจ้นท์ชุดสุดท้ายเอง ราตรีสวัสดิ์”

Tips
โซนผู้โดยสารขาออกด้านในของสนามบินสุวรรณภูมิจะไม่มีเครื่องกดเงินสด (ATM) สำหรับกดเงินไทยไว้บริการ เราควรเตรียมเงินสดไวเในกรณีที่ต้องการซื้อน้ำดื่มหรือขนมเล็กๆน้อยๆ ที่ไม่สะดวกในการจ่ายด้วยบัตรเครดิต หรือเงินต่างประเทศ เดี๊ยนเคยพลาดจุดนี้มาแล้วฮ่ะ คอแห้งแทบแย่กว่าจะได้ดื่มน้ำบนเครื่อง เพราะไม่กล้าดื่มน้ำจากเครื่องจ่ายน้ำดื่มสาธารณะ 😅😅😅

จบวันแรกของการเดินทางแล้ว โปรดติดตามตอนต่อไปจ้า เราจะพาไปเที่ยวกันแล้ว.....🥳🥳

ข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์โควิดทางฝั่งยุโรป มันช่างบีบหัวใจว่ามั๊ยคะคุณ ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อภายใน 24 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นนับหมื่...
29/10/2020

ข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์โควิดทางฝั่งยุโรป มันช่างบีบหัวใจว่ามั๊ยคะคุณ ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อภายใน 24 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นนับหมื่นรายจากฝรั่งเศส

บางทีก็แอบคิดว่า ไอ้ทางเรา (มนุษย์) ก็ขมักเขม้นค้นหาวัคซีน ทางโควิด (ไวรัส) ก็คงวุ่นวายกับการหาทางกลายพันธุ์ให้นักวิจัยจับทางไม่ได้อยูุ่ตัวเป็นเกลียว เฮ้อ ใครจะคิดว่าคนยุคเราต้องเผชิญกับอะไรอย่างนี้ 🥺🥺

แต่ๆ.....ชีวิตต้องไปต่อค่ะคุณ วันนี้เดี๊ยนก็เลยมาส่งข่าวว่าจะพาไปเที่ยวกันต่อดีกว่า ประเทศนี้เป็นเกาะเล็กๆ ไม่ไกลจากประเทศไทยจ้ะ

คุณคะ แอบกระซิบก่อนว่า..เดี๊ยนไม่เคยคิดว่าจะ (ต้อง) ไปประเทศนี้มาก่อนเลย แต่คงด้วย "บุพเพสันนิวาส " กระมัง จึงได้ (โอกาส) ไปรอนแรมอยู่บนเกาะนั้น 6-7 วัน ได้เรียนรู้อะไรเยอะเชียว เรื่องน่าสนใจเยอะมาก น่าสนใจจนอยากบอกต่อ 😁😁

วันนี้ให้ดูรูปก่อน กรุบกริบๆ
แล้วเรื่องราวการเดินทางสนุกๆสไตล์เดี๊ยนเองจะมาแชร์ให้อ่านกันแบบรัวๆ เหมือนเดิม แล้วเจอกันนะจ๊ะ รักจัง ❤️

ยังจำได้.....ลืมไม่ลงเกือบจะได้โดดหอ (คอย) กลางเมืองบาเลนเซีย (Valencia) ประเทศสเปนซะแล้ว 😆😆มีลูกบอกลูก มีหลานบอกหลานเลย...
22/10/2020

ยังจำได้.....ลืมไม่ลง
เกือบจะได้โดดหอ (คอย) กลางเมืองบาเลนเซีย (Valencia) ประเทศสเปนซะแล้ว 😆😆

มีลูกบอกลูก มีหลานบอกหลานเลยนะจ๊ะ ว่าถ้าจะเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวไหน เผื่อเวลาไว้หน่อยด้วย อย่าไปอยู่จนชั่วโมงสุดท้ายแบบเดี๊ยน
ไอ้เราก็หวังอยากจะได้ถ่ายรูปกับแสงสุดท้ายของวันแบบสวยๆ แบบสีทองอร่ามฉาบลงบนร่าง ก็เลยนั่งเล่นอยู่ในโฮสเทลจนเกือบทุ่มนึงถึงจะเดินออกมาชมเมือง ด้วยความที่สเปนดินเนอร์กันสายมากกกก เราจึงวางแผนว่าจะขึ้นไปถ่ายรูปบนหอคอย Torre de Quart ก่อนแล้วค่อยเดินไปหาข้าวผัดสเปนเมนูชื่อดังของเมืองกินเป็นมื้อค่ำ นั่นแหละค่ะคุณผู้ชม เหตุการณ์ที่น่าระทึกจึงบังเกิด....

เรื่องของเรื่องมันเกิดจากคนเพียง 1 คน แต่ดันเป็นคนสำคัญ ก็อีตาคนที่เฝ้าเปิด-ปิดหอคอยคนนั้นทีเดียว
ตอนเปิดเดี๊ยนก็ไม่รู้ว่านางเปิดตรงเวลาไหม แต่ตอนปิด ดันปิดก่อนเวลาเกือบ 30 นาที โดยการปิดนี้คือล๊อคกุญแจประตูขนาดใหญ่ยักษ์ที่ด้านล่าง ประตูนี้สูงใหญ่ประหนึ่งประตูเมือง แกคงไม่รู้ว่าแกได้ขังนักท่องเที่ยวชาวสเปนและต่างชาติไว้ภายในหอคอยเกือบ 20 ชีวิต เพราะทั้งหมดชมวิวอยู่บนชั้น 3 และ 4

โชคยังดีที่ไม่ได้มีแต่ชาวเรา (ไทย) แต่ยังมีชาวเขา (สเปน) ด้วยไม่งั้นอาจจะถูกขังลืมไว้ยันเช้า (มั๊ยนะ?)

คุณคะ เดี๊ยนขอให้ดูภาพปลากรอบ เอ้ย ประกอบก่อน จะเห็นว่าหอคอยด้านล่างมีลักษณะล้อมรอบด้วยลูกกรงสูงสีดำ มองจากภายนอกจึงเห็นชัดว่าพวกเดี๊ยนถูกขังไว้ในกรงตรงกลางเมือง ชาวบ้านที่อยู่อาศัยบนแฟลตโดยรอบต่างชี้ชวนพากันดู ไม่ต่างจากคนเดินถนน และผู้ที่สัญจรไปมาบนถนนรอบๆหอคอย
พวกเราติดอยู่ในนั้นกันตั้งแต่ประมาณหนึ่งทุ่มครึ่งค่ะคู๊ณ ซึ่งเวลานั้นในหน้าร้อนฟ้ายังกระจ่างใส ยังมองเห็นหน้าค่าตาผู้คนผ่านไปมาชัดเจน มีบางคนเดินผ่านเข้ามาคุยกับคนสเปนหนึ่งในผู้ร่วมชะตากรรม แล้วกระทาชายนายนี้คงขอให้ช่วยส่งข่าวบอกตำรวจให้หน่อย เพราะไม่นานตำรวจมาค่ะ หล่อ ล่ำ แบบคัดไซส์ เดินเค้ามาตรวจเช็กประตู แต่แล้วข่าวไม่สู้ดีก็แว่วเข้าหูเดี๊ยนมาว่า

"ยังติดต่อคนเฝ้าประตูไม่ได้ และอาจไม่มีกุญแจสำรอง" คือ.....กุญแจน่าจะอยู่ที่นางคนเดียว!

แต่..แต่..ตอนนั้นยังสว่างไสว เดี๊ยนก็เพลิดเพลิน ถ่ายรูปเล่นฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ นานจนพระอาทิตย์จะเลิกงาน และ พระจันทร์มารอเข้ากะแล้วก็ยังไม่มีวี่แววจะได้กุญแจ เดี๊ยนมองลงไปที่ประตู ตำรวจมาอีกหน่วยจ้ะ (ตำรวจสเปนมี 3-4 หน่วยงานนะจ๊ะ คัดลุคส์ คัดไซส์ มาอย่างดีเท่าเทียมกัน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง) หน่วยนี้มาพร้อมกับการขอดูพาสปอร์ต เผื่อกรณีจะต้องติดต่อสถานทูต
ทางเราเลยต้องเดินสวยๆเข้าไปโชว์สารร่าง วัน บาย วัน แล้วกลับมานั่งรองเพลงรอต่อไป

ค่ะ เดี๊ยนยอมรับละค่ะว่าเริ่มหวั่นใจ
'ชะรอยเราจะต้องค้างอ้างแรมในหอคอยนี้ฤๅ' 🥺

จากนั้นค่ะคุณ หูเดี๊ยนก็พลันได้ยินเสียงหวอรถดับเพลิง
'คุณพระ!! อย่าบอกนะว่าดันเกิดเพลิงไหม้ซ้ำซ้อนในหอคอยอีก' 😰

แต่ยังไม่ทันได้มองหาต้นเพลิง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงร่างกำยำก็วิ่งกรูมาที่ประตูรั้วหอคอย 4-5 นาย
เดี๊ยนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็นตอนที่นั่งมอง เจ้าหน้าที่ (หรือนายแบบกันแน่) เหล่านั้นไต่ประตูหอคอยแล้วข้ามเข้ามาภายใน ไม่ทันได้ตะลึงนานนัก พวกนางก็พาร่างฟิตๆกับหน้าหล่อๆวิ่งผ่านพวกเราไปในระยะเผาขน เราๆก็ได้แต่มองตามไป เห็นนางปรึกษาอะไรกันบางอย่างแล้ววิ่งลงไปที่หน้าประตู ก่อนเรียกตัวแทนของแต่ละกลุ่มไปพูดคุย สรุปได้ว่า

ตำรวจ: ทางเรากำลังพยายามติดต่อ จนท ดูแลหอคอยเพื่อนำกุญแจมาเปิดประตู แต่หากตามตัวมาไม่ได้จริงๆ เราจำเป็นต้องให้ทุกคนออกจากหอคอยนี้ทางระเบียงชั้น 2 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาตรวจดูแล้ว และนั่นคงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

พวกเรา: ว้อท!!! 😲😲😲😲😲

เดี๊ยน: (กระซิบกับเพื่อน) มันจะเป็นไปได้ยังไงฟร่ะ ทำไมตามตัวไม่ได้ อีลุงปิดประตูเสร็จแล้วนางบินไปวาเคชั่นที่ต่างประเทศพร้อมกุญแจหอคอยรึไง?? 🤬

พวกเรา: คาดคะเนจากสายตา ระเบียงชั้น 2 ของหอคอยนี่มันเท่ากับตึก 4 ชั้นเลยนะ 😱😱

เดี๊ยน: แล้วเราจะลงยังไงกัน
เพื่อน: พวกดับเพลิงคงพาลงแหละ ให้กระโดดมั้ง
เดี๊ยน: เราเลือกดับเพลิงได้มะ ว่าอยากลงกะคนไหน
เพื่อน: 🤬🤬🤬🤬🤬 + มองแรงงงงส์
เดี๊ยน: 🤐🙏

ในระหว่างรอต่ออีก 30-45 นาที เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังวิ่งขึ้นลงผ่านเดี๊ยนขึ้นลงในระยะเผาขนอีกประมาณ 3-4 รอบ ประหนึ่งให้เดี๊ยนได้แอบลงคะแนนเลือกคู่ไว้ในใจ 🤤

แต่.....พระอาทิตย์ลากลับบ้านไปนอนแล้ว ความกลัวเริ่มมาเกาะกุมหัวใจสาวไทยตัวน้อยๆ ตัวเองก็เพิ่งจะถอดเฝือกจากขาหักเมื่อ 2 เดือนก่อน จะมาซ้ำรอยที่นี่รึเปล่านะ

หลังจากรอไป 2 ชั่วโมงกว่าๆ เดี๊ยนเห็นมีรถขับเข้ามาจอดแล้วส่งอะไรบางอย่างให้ตำรวจ มันคือกุญแจ! แต่.... มันไขไม่ได้อ่า ดอกกุญแจมันเล็กเกินไป 😓
ร้องห้ายยยย 😭😭

สากกพ๊ากก (นากกว่าสักพักโขอยู่)..ก็มีรถขับเข้ามาจอดอีกคัน ตำรวจวิ่งไปรับของจากคนขับแล้วกลับมาที่ประตู ทุกคนในหอคอยมายืนรวมตัวกันหน้าประตูเหมือนรอคอยอิสรภาพ ตำรวจหนุ่มไขกุญแจแต่ละดอกในพวงนั้นไปเรื่อยๆ จนจนถึงกุญแจดอกสุดท้าย.....
เดี๊ยนจำลักษณะกุญแจดอกนั้นได้แม่นยำ มันเป็นกุญแจดอกใหญ่มาก มีสนิมเกาะด้วย ในใจคิดว่า..จะใช่เหรอ ทำไมมันดูเก่าจัง ทุกคนเงียบกริบ ได้ยินเพียงเสียงหายใจคุณตำรวจ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงดัง
"กริ๊ก"
แล้วก็ "เย้!!!!!!"
บางคนหันไปกอดกัน แต่พวกเราชาวไทยรีบก้าวออกจากประตู ไม่ลืมหันไปกล่าวขอบคุณคุณตำรวจสุดหล่อ.....(แต่ไม่กล้าร่ำลาแบบสเปน 😁)
ก้มดูนาฬิกาเป็นเวลา 4 ทุ่มกว่าแล้ว หิวชะมัด ท้องร้องขึ้นมาทันที ดีนะที่คนสเปนดินเนอร์กันดึก เราเดินต่อไปยังจตุรัส ที่นั่นคนยังเนืองแน่น นั่งกินอาหารค่ำกันสบายอุรา มีบางคนมองมาที่พวกเราแล้วโบกมือให้ แทนคำถามว่า
'อ้าว ออกมากันได้แล้วเหรอพวกเธอ' 😆😆
และในค่ำคืนนั้นเอง เราก็ได้รู้ว่าเหตุการณ์ติดหอคอยของพวกเราได้เป็นสกู๊ปข่าวด่วนของสเปนด้วยเพื่อนชาวสเปนส่งมาให้ดู เสียดายไม่ได้เก็บลิงค์ข่าวนั้นไว้หลังจากที่เปิดดูเสร็จ นั่นก็เพราะเห็นภาพตัวเองยืนเกาะลูกกรงชัดเจนตอนลุ้นคุณตำรวจไขกุญแจอย่างใจจดใจจ่อ แล้วไม่อยากให้ใครได้เห็นภาพข่าวนั้นอีกเลย ฮร่าาา

ปล. เล่ายาวอีกแล้ว
ใครอ่านจบ เดี๊ยนขอให้....นอนหลับฝันดีแล้วกันนะ
รักจัง ♥️

วันนี้เราไปเที่ยว "สเปน" กันดีกว่า..ช่วงนี้สเปนต้องการกำลังใจอย่างมากในการสู้กับโควิด19 อย่างขมักเขม้น จนประกาศปิดเมืองห...
08/10/2020

วันนี้เราไปเที่ยว "สเปน" กันดีกว่า..
ช่วงนี้สเปนต้องการกำลังใจอย่างมากในการสู้กับโควิด19 อย่างขมักเขม้น จนประกาศปิดเมืองหลวง 14 วัน เพื่อกอบกู้สถานการณ์กันแล้ว.....😅

อาศรมน้อย San Juan de Gaztelugatxe แห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะน้อยๆริมทะเลทางภาคเหนือของสเปน ที่ต้องเรียกว่าเกาะ ก็เพราะว่าในอดีตไม่ได้มีสะพานเชื่อมจากแผ่นดินใหญ่ไปที่เกาะนี้แบบที่เห็นกันนะคะ ชาวบ้านจะต้องนั่งเรือข้ามไปเท่านั้น เมื่อวันเวลาผ่านไปการสร้างสะพานเชื่อมต่อไปยังอาศรมแห่งนี้จึงบังเกิดขึ้นด้วยแรงศรัทธาของคริสตศาสนิกชน ทำให้การเดินทางขึ้นไปนั้นจึงไม่ยากเท่าสมัยก่อน แต่ด้วยระยะทางที่ถ้าหากเราจะนับรวมจากจุดจอดรถ ก็คร่าวๆว่าจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที/เที่ยว สำหรับคนที่ออกกำลังสม่ำเสมอและเน้นเดินไปสู่จุดหมาย แต่สำหรับชาวเราที่ค่อนข้างย่อหย่อนกับเรื่องใช้กำลัง และมักแวะเก็บภาพประทับใจ เปื่อๆไปซัก 1 - 1.30ชั่วโมง/เที่ยว ไปเลยค่ะ 😂😂 ขาลงรู้สึกว่าจะเดินได้ชิลล์กว่ามาก แค่ขาแข้งเราอาจจะเริ่มล้าๆลงหน่อยเท่านั้นเอง ในวันอากาศดีๆ เดินชมนกชมไม้สบายๆค่ะ ว่ากันว่าหากใครได้ขึ้นไปตั้งใจอธิษฐานและสั่นระฆังที่หน้าอาศรมแห่งนี้แล้วไซร้ คำอธิษฐานของท่านนั้นจะกลายเป็นจริงสมดั่งใจค่ะ (จุ๊ๆ ปุ๊กลองมาแล้วนะ คอนเฟิร์มจ้า.....☺️)

ปล. 1 อาศรมแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งในฉากของซีรีย์ชื่อดังเรื่อง Game of Thrones ด้วยนะ แฟนๆซีรีย์พอจะนึกออกมั๊ยน้าว่าอยู่ตอนไหน และฉากไหนเอ่ย....

ปล. 2 โควิด19 มาช่วยทำให้เราเห็นสัจธรรมจริงๆ มาช่วยดึงสติคนที่เคยโลดโผนกับชีวิตปัจจุบัน จนอาจจะไม่เคยมีแผนอะไรเลยสำหรับอนาคต เดือนชนเดือนเรื่อยไป เพราะ "ลืม" นึกถึงความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกขณะ พระพุทธเจ้าสอนว่า ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ฉะนั้นเราต้องมีสติตลอดเวลา มีเหตุผลที่ดีในทุกการตัดสินใจ ขอให้พวกเราทุกคนโชคดี.....โอมเพี้ยง!

ปล. 3 ใครอ่านถึงบรรทัดนี้ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้พ้นภัยจากโควิด19 ทุกรูปแบบเลยนะคะ

รักจัง ❤️

เรากำลังจะได้พบกันอีกเร็วๆนี้ใช่มั๊ย 🇪🇸
03/07/2018

เรากำลังจะได้พบกันอีกเร็วๆนี้ใช่มั๊ย 🇪🇸

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66818374017

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Tips for Tripผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

  • ThailandBiking

    ThailandBiking

    884/20 Rama III Road, Soi 34/3, Bang Phongpang, Yan Nawa

แชร์