Nat Kruthasoot Deputy Governor For Tourism Products and Business / Tourism Authority of Thailand

🔎 สำรวจกลุ่มนักท่องเที่ยววัฒนธรรมย่อย (Subculture) กับโอกาสธุรกิจท่องเที่ยวในเดือน 🏳️‍🌈Pride Month ในฐานะคนทำงานด้านการท...
17/06/2026

🔎 สำรวจกลุ่มนักท่องเที่ยววัฒนธรรมย่อย (Subculture) กับโอกาสธุรกิจท่องเที่ยวในเดือน 🏳️‍🌈Pride Month
ในฐานะคนทำงานด้านการท่องเที่ยว ผมมองว่า Pride Month เป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจในการเรียนรู้พฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยววัฒนธรรมย่อย ซึ่งกำลังมีบทบาทต่อทิศทางของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในช่วงที่ผ่านมา ด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ได้มีการจัดทำสำรวจกลุ่มนักท่องเที่ยววัฒนธรรมย่อย (Subculture) พบว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีลักษณะเด่นอยู่ 2 ประการ คือ “การร่วมใจเป็นหนึ่งในความสนใจสิ่งเดียวกัน” และ “ความต้องการสำรวจในสิ่งใหม่ ๆ” ซึ่งสะท้อนออกมาผ่านพฤติกรรมการเดินทางที่น่าสนใจหลายด้าน ดังนี้
✈️ เดินทางบ่อย และเป็นกลุ่มลูกค้าคุณภาพ
มีสัดส่วนผู้ที่เดินทางมากกว่า 4 ครั้งต่อปีสูงถึง 36.51% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดโดยรวม ทำให้เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ช่วยสร้างการเดินทางอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงช่วงเทศกาลสำคัญเท่านั้น
📱 ชื่นชอบการออกแบบประสบการณ์ด้วยตัวเอง
กว่า 90.48% เลือกวางแผนการเดินทางด้วยตนเอง ตั้งแต่การจองที่พัก การเลือกกิจกรรม ไปจนถึงการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยว สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นโอกาสของผู้ประกอบการที่สามารถนำเสนอเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นที่พักขนาดเล็ก โรงแรมบูทีค แอปพลิเคชันจองตั๋ว/ที่พัก/รถเช่า หรือ กิจกรรมท้องถิ่นที่แตกต่างจากตลาดทั่วไป
🎨 จาก “พาไปดู” สู่ “พาไปลงมือทำ”
อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือ กลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่มีส่วนร่วมจริง โดย 39.13% สนใจกิจกรรมในรูปแบบ Co-creation และ 28.99% สนใจประสบการณ์ที่ใช้เทคโนโลยีแบบ Interactive หรือ AR
อาจกล่าวได้ว่า สิ่งที่พวกเขามองหาไม่ใช่เพียงการท่องเที่ยวเพื่อชมสถานที่ แต่เป็นการได้เรียนรู้ ทดลอง และค้นพบมุมมองใหม่ ๆ ผ่านประสบการณ์ที่ได้ลงมือทำด้วยตนเอง
และผมเองก็สังเกตเห็นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวหลายรายพยายามออกแบบแคมเปญ หรือ กิจกรรมการท่องเที่ยว ที่ช่วยสร้างประสบการณ์จาก “พาไปดู” สู่ “พาไปลงมือทำ” เพื่อคว้าโอกาสด้านธุรกิจท่องเที่ยวในช่วง Pride Month อย่างคึกคักครับ
🤝 ช่วยยกระดับศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่เปิดกว้างและเป็นมิตรต่อทุกคน
พฤติกรรมการเดินทางและกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ยังมีส่วนช่วยให้หลายพื้นที่และหลายธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับ Inclusive Tourism มากขึ้น ทั้งในด้านการบริการ การออกแบบพื้นที่ และการสร้างบรรยากาศที่ทำให้ทุกคนรู้สึกได้รับการต้อนรับอย่างเท่าเทียม
สิ่งที่น่าสนใจคือ พวกเขาไม่ได้มองหาเพียงสัญลักษณ์หรือการสื่อสารเชิงรณรงค์ แต่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์จริงที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย สบายใจ และได้รับการปฏิบัติอย่างเคารพในความแตกต่าง
💡 สิ่งที่เราอยากชวนผู้ประกอบการลองคิดร่วมกัน
บางทีโจทย์สำคัญของการท่องเที่ยวในปัจจุบัน อาจไม่ได้อยู่ที่การสร้างกิจกรรมตามกระแส หรือ การตกแต่งพื้นที่ให้สอดคล้องกับเทศกาลเพียงอย่างเดียว
แต่อาจเป็นการทำความเข้าใจนักเดินทางให้ลึกขึ้น ว่าพวกเขากำลังมองหาประสบการณ์แบบไหน ต้องการพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกอย่างไร และเราจะออกแบบการเดินทางให้เป็นทั้งพื้นที่แห่งความสบายใจ การเรียนรู้ และการเติบโตของผู้คนได้อย่างไร
หากเราสามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ ไม่ว่านักท่องเที่ยวจะมาจากวัฒนธรรมย่อยใด ก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้เดินทาง ชุมชน และธุรกิจท่องเที่ยวในระยะยาวร่วมกัน.......................................
ทั้งหมดนี้เป็นแค่หนึ่งมุมของ Subculture กับโอกาสธุรกิจท่องเที่ยวในเดือน 🏳️‍🌈Pride Month เท่านั้นนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ยังมีอีกหลายกลุ่มที่น่าสนใจมาก
ผมเองก็ยังต้องเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม
เลยอยากลองเอามาเล่าสู่กันฟัง เผื่อจะเป็นไอเดียเล็ก ๆ ให้กับคนทำธุรกิจท่องเที่ยวครับ
ครั้งหน้าถ้ามีโอกาส จะลองมาเล่าต่อว่า Subculture กลุ่มอื่น ๆ
ที่กำลังส่งผล หรือ มีบทบาทกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกันต่อนะครับ 🙏

สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์ 🤍🤍สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิด...
12/06/2026

สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์ 🤍🤍
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
​น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร พนักงานและบุคลากร
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

📣 ขอเป็นกระบอกเสียงเล็กๆ ช่วยเชียร์ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว พ่อค้าแม่ค้า และชุมชนท่องเที่ยวในทุกภาคครับ 🇹🇭 ทุกการเดิ...
01/06/2026

📣 ขอเป็นกระบอกเสียงเล็กๆ ช่วยเชียร์ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว พ่อค้าแม่ค้า และชุมชนท่องเที่ยวในทุกภาคครับ 🇹🇭
ทุกการเดินทางของทุกคนในเดือนมิถุนายนนี้ คือ พลังใจและรายได้สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้านการท่องเที่ยวให้เดินหน้าต่อได้ครับ

✨ ดีใจมากครับ ที่ได้เห็นการถ่ายทอดมรดกไทยสู่เวทีสากล ผ่านพลังแห่งแฟชั่น ศิลปะ และงานหัตถศิลป์ชั้นสูง องค์ประกอบเหล่านี้ ...
31/05/2026

✨ ดีใจมากครับ ที่ได้เห็นการถ่ายทอดมรดกไทยสู่เวทีสากล ผ่านพลังแห่งแฟชั่น ศิลปะ และงานหัตถศิลป์ชั้นสูง
องค์ประกอบเหล่านี้ เป็นหนึ่งในกลไกที่จะช่วยต่อยอดให้ประเทศไทยเป็น Magnet ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมร่วมสมัยสู่สายตานานาชาติ

🏮ในมุมคนทำงานด้านการท่องเที่ยว ผมมองว่า “ประเพณีอินทขีล” เป็นเสน่ห์อีกแบบของเชียงใหม่ที่มีคุณค่ามากครับไม่ใช่งานที่เน้นค...
24/05/2026

🏮ในมุมคนทำงานด้านการท่องเที่ยว ผมมองว่า “ประเพณีอินทขีล” เป็นเสน่ห์อีกแบบของเชียงใหม่ที่มีคุณค่ามากครับ
ไม่ใช่งานที่เน้นความคึกคักหรือความยิ่งใหญ่ แต่เป็นบรรยากาศของความสงบ ความศรัทธา และวิถีวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิตอยู่จริง
สิ่งที่น่าชื่นชมคือ คนรุ่นใหม่ นักท่องเที่ยว และคนในพื้นที่ ยังเข้ามามีส่วนร่วมกับประเพณีอย่างต่อเนื่อง ทำให้วัฒนธรรมล้านนาไม่ได้เป็นเพียงเรื่องในอดีต แต่ยังผสมผสานความร่วมสมัยที่มีความยืดหนุนมากขึ้น โดยที่ยังถ่ายทอดตัวตนของเชียงใหม่ได้อย่างงดงามและเป็นธรรมชาติครับ 🌺🙏

#ประเพณีใส่ขันดอก #ประเพณีอินทขีล

🚀“งานบุญบั้งไฟ” ประเพณีที่นำทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นพลังทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้อย่างมีชีวิตชีวา การจัดงานไ...
23/05/2026

🚀“งานบุญบั้งไฟ” ประเพณีที่นำทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นพลังทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้อย่างมีชีวิตชีวา การจัดงานไม่ได้มีแค่ความสนุกหรือความยิ่งใหญ่ แต่ยังสะท้อนอัตลักษณ์ ความร่วมมือของคนในพื้นที่ท้องถิ่น และเสน่ห์แบบอีสานที่จริงใจ บนพื้นฐานความปลอดภัยที่รัดกุมขึ้น
ในมุมคนทำงานด้านท่องเที่ยว ผมมองว่าเสน่ห์ของเมืองรองหลายแห่ง ไม่ได้อยู่ที่ความหวือหวา แต่อยู่ที่ “ประสบการณ์จริง” ที่ผู้คนสัมผัสได้ และประเพณีบุญบั้งไฟของภาคอีสานก็กำลังถ่ายทอดสิ่งนั้นออกมาครับ ✨

#ประเพณีบุญบั้งไฟ #บุญบั้งไฟ

👉🎽 แฟชั่นไม่ใช่แค่เครื่องแต่งกาย …แต่คือหนึ่งในแผนที่วัฒนธรรมการท่องเที่ยวร่วมสมัย ที่ต่อยอดไปสู่ระดับโลกได้ช่วงนี้มีอีก...
13/05/2026

👉🎽 แฟชั่นไม่ใช่แค่เครื่องแต่งกาย …แต่คือหนึ่งในแผนที่วัฒนธรรมการท่องเที่ยวร่วมสมัย ที่ต่อยอดไปสู่ระดับโลกได้
ช่วงนี้มีอีกหนึ่งกระแสที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในวงการแฟชั่นและดีไซน์ คือ การกลับมาขององค์ประกอบพื้นถิ่นในงานออกแบบ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้อยู่ในรูปแบบของ “ความสวยแบบดั้งเดิม” เพียงอย่างเดียวครับ
หลายแบรนด์เริ่มหยิบวัฒนธรรมท้องถิ่นมาใช้ในฐานะ “ภาษา” อย่างหนึ่ง เป็นภาษาที่ซ่อนเรื่องเล่า รากเหง้า ความทรงจำ และอัตลักษณ์ของพื้นที่เอาไว้ในรายละเอียดเล็กๆ บนเครื่องประดับ หรือ เครื่องแต่งกายอย่างแนบเนียน
ความประณีตจึงไม่ได้วัดกันแค่เทคนิคการทอ การปัก การตัดเย็บ หรือ การประกอบ แต่รวมถึงวิธีที่นักออกแบบหยิบวัตถุดิบ ภูมิปัญญา และรหัสบางอย่างของท้องถิ่นมาร้อยเรียงใหม่ให้ร่วมสมัย โดยยังรักษาความหมายเดิมเอาไว้ได้
สิ่งนี้ค่อนข้างสอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมแฟชั่นโลกที่เริ่มให้คุณค่ากับ Craft มากขึ้น ไม่ใช่แค่ในฐานะงานฝีมือ แต่เป็นทุนทางวัฒนธรรมและตัวแทนของรสนิยม คนเริ่มสนใจมากขึ้นว่าสิ่งที่สวมใส่มาจากไหน ใครเป็นคนทำ ใช้วิธีอะไร และมีเรื่องราวอะไรอยู่เบื้องหลัง
พอเชื่อมกับ Traditional Fashion ก็ยิ่งเห็นชัดว่า ผ้าทอ งานปัก การย้อมสีธรรมชาติ หรือแม้แต่โครงสร้างจากงานจักสาน ไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบตกแต่ง แต่เป็นเหมือน “รหัส” ที่ทำให้เสื้อผ้าหนึ่งชิ้นมีความหมายลึกกว่าสิ่งที่ตาเห็น
ในระดับโลก เราเริ่มเห็นหลายศิลปินใช้แฟชั่นเป็นพื้นที่สื่อสารตัวตนและวัฒนธรรม ที่หยิบรายละเอียดการแต่งกายมาเล่าเรื่องครอบครัว ความทรงจำ และอัตลักษณ์ของประเทศ บนเวทีระดับแมส โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งรากของตัวเองเลย
ผมขอยกกรณีศึกษาของ Bad Bunny มาเล่าให้ฟังเพื่อให้เพื่อนๆ เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นครับ
Bad Bunny ได้ขึ้นแสดง Superbowl Halftime Show ปี 2026 โดยใช้รายละเอียดเล็กๆ ของเครื่องแต่งกายให้กลายเป็น “รหัส” ที่ซ้อนความหมายในการเล่าเรื่องหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว ความทรงจำ อัตลักษณ์ของเปอร์โตริกัน และการยืนอยู่บนเวทีอเมริกันกระแสหลัก โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งรากของตนเอง ท่ามกลางผู้ชมกว่า 128.2 ล้านคน และสร้างการรับชมบนโซเชียลกว่า 4 พันล้านวิวภายใน 24 ชั่วโมง ตัวเลขนี้สะท้อนว่า “สัญญะท้องถิ่น” ไม่ได้จำกัดอยู่ในพื้นที่ต้นทางอีกต่อไป แต่สามารถเดินทางข้ามพรมแดนและกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมร่วมสมัยระดับโลกได้ครับ
📌🇹🇭พอมองกลับมาที่ไทย ก็รู้สึกว่าเรามีศักยภาพตรงนี้อยู่เยอะมากเหมือนกัน
Traditional Fashion ในวันนี้อาจไม่จำเป็นต้องเล่าความเป็นไทยแบบตรงตัวเสมอไป แต่อาจซ่อนเอาไว้ในรายละเอียดเล็กๆ เช่น ลายทอที่อ้างอิงภูมิประเทศ สีจากพืชท้องถิ่นที่สะท้อนฤดูกาล โครงสร้างเสื้อที่ยืมจังหวะจากเครื่องแต่งกายพื้นบ้าน หรือ เครื่องประดับที่ต่อยอดจากพวงมาลัย งานจักสาน หรือวัสดุในชุมชน
เราจะเห็นนักออกแบบ หรือ ผู้สร้างสรรค์ที่พยายามตีความสิ่งเหล่านี้ได้น่าสนใจ เช่น Muscovy Studio ที่นำโครงสร้างของงานจักสานไทยมาแปลงให้กลายเป็นเสื้อผ้าสมัยใหม่ ขณะที่ UNKUNIYA ใช้โทนสีทอง งานปักเลื่อม และประกายแสงคล้ายแสงเทียน เพื่อถ่ายทอดความหรูหรา และความละเมียดแบบไทยในเชิงอารมณ์
ส่วน ASAVA นำผ้าไหมไทยเข้าสู่โครงสร้างของ Couture สากล ซึ่งเป็นเทคนิคการตัดเย็บขั้นสูงที่มีความประณีตเป็นพิเศษ ด้วยการใช้วัสดุคุณภาพเยี่ยมในการตัดเย็บ
ด้าน VASSANA ใช้งานตอกไม้ไผ่ และงานสานเป็นโครงสร้างหลักของชุด ขณะที่ SARRAN แปลความหมายของดอกรัก พวงมาลัย และอุบะให้กลายเป็นเครื่องประดับร่วมสมัย ทำให้อัตลักษณ์ไทยไม่ได้ถูกเล่าอย่างตรงไปตรงมา แต่ถูกพาออกสู่เวทีโลกผ่านรายละเอียดที่ทั้งประณีตและมีชั้นเชิง
🔎 สิ่งที่น่าสนใจในเชิงกลุ่มวัฒนธรรมย่อยด้านการท่องเที่ยว (Subculture) คือ แนวคิดนี้ไม่ได้เชื่อมแค่แฟชั่น แต่รวมไปถึงเรื่องการท่องเที่ยวร่วมสมัยด้วย
สำหรับนักเดินทางบางกลุ่ม โดยเฉพาะคนที่ชอบค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ (Pave & Brave)
หรือ กลุ่มสนใจคุณค่าที่ลึกกว่าการบริโภค (Regenerative Value) เครื่องแต่งกายจึงไม่ได้เป็นแค่ของใช้ หรือ แฟชั่นเท่านั้น แต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการอยากรู้ต้นทางที่มาที่ไป
อยากรู้ว่าผ้าผืนนี้มาจากไหน ใครเป็นคนทอ สีนี้ได้จากพืชอะไร หรือ ชุมชนแบบไหนที่ทำให้รายละเอียดเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริง
ในประเทศที่รุ่มรวยและหลากหลายอย่างประเทศไทย ก็ยังมีวัตถุดิบ เทคนิคงานผ้า และภูมิปัญญาอีกมากที่รอให้คนออกไปสัมผัส ตั้งแต่เส้นใย สีธรรมชาติ ลวดลาย ไปจนถึงมือของช่างที่สืบทอดทักษะกันมาหลายรุ่น
ในมุมนี้แฟชั่นอาจพาการท่องเที่ยวไปไกลกว่าการแค่ไปชมสถานที่ เพราะเสื้อผ้า หรือ เครื่องประดับหนึ่งชิ้นสามารถกลายเป็นเหตุผลให้เราอยากออกเดินทางท่องเที่ยว เพื่อกลับไปหาและสัมผัสกับต้นกำเนิดของมัน
ไม่ว่าเราจะเดินทางท่องเที่ยวไปภาคไหน ๆ ในประเทศไทย หรือ ตามแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่นต่างๆ ก็มักจะพบเห็นแฟชั่นท้องถิ่น เข้ามาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบด้านธุรกิจ และกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวเสมอ เช่น
👉ภาคเหนือ : มีผ้าซิ่นทอ เสื้อปั๊ดแขนสั้น/ยาว เสื้อหม้อฮ่อม
👉ภาคอีสาน : มีผ้าซิ่นทอลายสวยงาม ผ้าไหม ผ้าขาวม้า
👉ภาคกลาง : มีชุดไทย โจงกระเบน ห่มสไบ (นิยมใส่ถ่ายภาพเวลาเที่ยววัดมากๆ)
👉ภาคใต้ : มีชุดยะหยา ผ้าปาเต๊ะ ผ้าโสร่ง ผ้าทอเกาะยอ
ยิ่งในปัจจุบัน แฟชั่นเหล่านี้ได้รับการต่อยอดโดยนักออกแบบรุ่นใหม่ ที่นำรากวัฒนธรรมเดิมมาพัฒนาให้มีความร่วมสมัยและสอดรับกับยุคสมัยมากขึ้น ขณะเดียวกัน ศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ก็มีบทบาทสำคัญในการนำอัตลักษณ์ของแฟชั่นไทยร่วมสมัยไปประยุกต์ใช้บนเวทีการแสดงและงานระดับนานาชาติ จนทำให้เครื่องแต่งกายบางประเภทกลายเป็นที่จดจำในสายตาผู้ชมทั่วโลก และกลายเป็นอีกหนึ่งแรงดึงดูดที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติอยากมาสัมผัสหรือทดลองสวมใส่ด้วยตัวเองเมื่อเดินทางมาประเทศไทย
บางทีแฟชั่นไทยในวันนี้อาจไม่ได้จำกัดความสนใจอยู่ที่ความล้ำสมัยตามโลกตะวันตกเสมอไป แต่อยู่ที่ความหมาย คุณภาพ และเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ ที่รอให้ผู้คนที่สนใจเรื่องราวเหล่านี้ออกเดินทางเพื่อค้นหาและสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงแฟชั่น ที่ผสานกลิ่นอายความดั้งเดิมของแต่ละท้องถิ่นเข้ากับความร่วมสมัยแบบไทยๆ ในปัจจุบัน .......................................
ทั้งหมดนี้เป็นแค่หนึ่งมุมของ Subculture ที่ไปแตะในเรื่องราวของแฟชั่นที่เชื่อมต่อกับการท่องเที่ยว เท่านั้นนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ยังมีอีกหลายกลุ่มที่น่าสนใจมาก
ผมเองก็ยังต้องเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม
เลยอยากลองเอามาเล่าสู่กันฟัง เผื่อจะเป็นไอเดียเล็ก ๆ ให้กับคนทำธุรกิจท่องเที่ยวครับ
ครั้งหน้าถ้ามีโอกาส
จะลองมาเล่าต่อว่า Subculture กลุ่มอื่น ๆ
ที่กำลังส่งผล หรือ มีบทบาทกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกันต่อนะครับ 🙏

#แฟชั่นไทย #แฟชั่นการท่องเที่ยว

🏝️🌊 ช่วงนี้ผมมาทำงานที่จังหวัดพังงา เลยถือโอกาสแวะไป Memories Beach เป็นสถานที่เล่น​ Surf​ ที่ผมเคยมาจัดงาน Amazing Beac...
30/04/2026

🏝️🌊 ช่วงนี้ผมมาทำงานที่จังหวัดพังงา เลยถือโอกาสแวะไป Memories Beach เป็นสถานที่เล่น​ Surf​ ที่ผมเคยมาจัดงาน Amazing Beach Life Festival เมื่อปี 2024 ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาร่วมงานอย่างคึกคัก และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ดี
ผมเห็นศักยภาพของ Beach Life Festival ที่รวบรวมเทศกาล ดนตรี ศิลปะ และกีฬาริมชายหาด เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบสไตล์ Beach Vibes …ไม่แน่ว่าในอนาคตงานในลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นอีกครั้งครับ

📌  เมื่อเดือนมีนาคม ผมเคยแบ่งปันข้อมูล 𝗦𝘂𝗯𝗰𝘂𝗹𝘁𝘂𝗿𝗲 และ 𝗙𝗮𝗻𝗱𝗼𝗺 ที่กำลังจะกลายเป็นกลไกใหม่ในการขับเคลื่อนธุรกิจท่องเที่ยวใน...
18/04/2026

📌 เมื่อเดือนมีนาคม ผมเคยแบ่งปันข้อมูล 𝗦𝘂𝗯𝗰𝘂𝗹𝘁𝘂𝗿𝗲 และ 𝗙𝗮𝗻𝗱𝗼𝗺 ที่กำลังจะกลายเป็นกลไกใหม่ในการขับเคลื่อนธุรกิจท่องเที่ยวในอนาคตไปแล้วครั้งหนึ่ง
https://shorturl.asia/HKtdG
วันนี้ขอมาเล่า “ต่อยอด” กันแบบสบาย ๆ นะครับ
ในด้านกรณีศึกษากิจกรรมและแหล่งท่องเที่ยวไทย ที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการเดินทางของคนแฟนด้อม “The Fandom Odyssey”
เผื่อจะช่วยให้เห็นภาพการท่องเที่ยวไทยในอีกมุมที่หลายคนอาจเริ่มรู้สึก…แต่ยังไม่ได้เรียกชื่อมันชัด ๆ
“The Fandom Odyssey”
เมื่อการท่องเที่ยว คือการเข้าไปอยู่ในเรื่อง
ช่วงนี้ผมเริ่มรู้สึกว่า การเดินทางของคนบางกลุ่มมันเปลี่ยนไปจริง ๆ
มันไม่ใช่แค่ “ไปเที่ยว” แล้ว…แต่เหมือนเป็นการ “เข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ตัวเองรัก”
คนกลุ่มนี้ไม่ได้เลือกปลายทางเพราะวิวสวย หรือโรงแรมดีเสมอไป
แต่เขาเลือกเพราะมันคือ “จักรวาล” ที่เขาผูกพัน
ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ซีรีส์ เกม หรือแม้แต่กีฬา
สิ่งที่เขาตามหา…อาจไม่ใช่ความสบาย
แต่คือ “โมเมนต์ที่มีความหมาย” และ “คนที่เข้าใจความรู้สึกเดียวกัน”
ลองดูตัวอย่างในไทย ที่ผมรู้สึกว่าใกล้ตัวมากขึ้น.......................................
🦛 ตามติดชีวิต “ลูกรักสี่ขา”

ที่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
เราจะเห็นปรากฏการณ์แฟนคลับที่ตั้งใจเดินทางมา “เยี่ยม”
น้องฮิปโป (หมูเด้ง) กันจริงจังมากๆ จนสวนสัตว์แทบแตก

บางคนวางแผนทริปล่วงหน้าเพื่อมาดูพฤติกรรมน้อง
ถ่ายคลิป แชร์ลงโซเชียล
ซื้อของที่ระลึก หรือ แค่ได้มาเห็นกับตาว่า “วันนี้น้องเป็นยังไงบ้าง”

มันไม่ใช่แค่สวนสัตว์แล้วครับ
แต่มันคือความสัมพันธ์ระหว่าง “คนดู” กับ “ตัวละครที่มีชีวิตจริง”.......................................
👽 รวมพลคนเชื่อใน “อีกจักรวาล”

งาน Thailand UFO Days ที่ เขื่อนขุนด่านปราการชล
อันนี้ผมมองว่าน่าสนใจมาก เพราะมันไม่ใช่แค่ Event

แต่มันคือการ “สร้างโลกความเชื่อร่วมกัน”
ตั้งแต่ยาน UFO จำลอง
นิทรรศการไปจนถึงกิจกรรมแบบ…จดทะเบียนสมรสใต้ยาน 😄

คนที่มา ไม่ได้มาแค่เที่ยว
แต่เหมือนมา “เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าเดียวกัน”.......................................
🏃‍♂️ โมเมนต์ครั้งหนึ่งในชีวิตของสายวิ่ง

งาน Amazing Thailand Marathon Bangkok
ยิ่งตอกย้ำว่า “แฟนด้อม” ไม่ได้มีแค่สายบันเทิง

ตอนที่ Eliud Kipchoge มา
เราจะเห็นคนจำนวนมากไม่ได้มาแค่วิ่ง
แต่มาเพื่อ “อยู่ในโมเมนต์เดียวกับตำนาน”

เพราะ Eliud Kipchoge คือ นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา
ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักวิ่งมาราธอน
ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

ความรู้สึกแบบนี้…มันแทนค่าด้วยอะไรยากมากจริง ๆ.......................................
🌴 ตามรอยซีรีส์ระดับโลก

ที่ Four Seasons Resort : Koh Samui
ซึ่งเป็นโลเคชันของซีรีส์ The White Lotus

หลายคนไม่ได้ไปแค่ “พักผ่อน”
แต่ไปเพื่อ “ใช้ชีวิตแบบตัวละคร”

ได้เดินในมุมเดียวกับในเรื่อง
นั่งในโลเคชันเดียวกัน
เหมือนเราได้เข้าไปอยู่ในซีนหนึ่งของเรื่องจริง ๆ.......................................
ถ้ามองจากทั้งหมดนี้ ผมคิดว่า…
คนแฟนด้อม “ไม่ได้ซื้อทริป” แต่เขา “ซื้อประสบการณ์ในเรื่อง”

Destination กลายเป็น “ฉาก” มากกว่า “สถานที่”

และที่สำคัญที่สุด… “คนพวกเดียวกัน” คือหัวใจของการเดินทาง
ทั้งหมดนี้เป็นแค่หนึ่งมุมของ Subculture กลุ่ม Fandom เท่านั้นนะครับ
ซึ่งจริง ๆ ยังมีอีกหลายกลุ่มที่น่าสนใจมาก
ผมเองก็ยังต้องเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม
เลยอยากลองเอามาเล่าสู่กันฟัง เผื่อจะเป็นไอเดียเล็ก ๆ ให้กับคนทำธุรกิจท่องเที่ยวครับ
ครั้งหน้าถ้ามีโอกาส
จะลองมาเล่าต่อว่า Subculture กลุ่มอื่น ๆ
กำลังส่งผลกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยังไงบ้างครับ 🙏

#คนแฟนด้อม

16/04/2026

เกินความคาดหมายไปมากครับ! …กับปรากฏการณ์คนล้นสวนเบญจกิติในงานสงกรานต์ปีนี้ 💦
ผมดีใจที่ได้เห็นทั้งคนไทยและต่างชาติออกมาสนุกกันจนเม็ดเงินสะพัดไปทั่วงาน ถือเป็นกำลังใจสำคัญให้พวกเราทีมงานทุกคนเลยครับ ขอบคุณที่มาสนุกด้วยกัน ทีมงานจะนำทุกรอยยิ้มไปพัฒนาต่อแน่นอนครับ 😊🙌

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Nat Kruthasootผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์