05/02/2026
พบเจอรอยประวัติศาสตร์ ที่ซ่อนตัว….. รอคอยจนกว่าเราจะได้ไปพบเจอ
ครั้นเมื่อโชคชะตาพาบรรจบ การก่อตัวของกลุ่มเดินป่าเฉพาะกิจจึงบังเกิด...
คงต้องขอเริ่มต้นด้วย น้องชายนายหนึ่ง ที่ทักเข้ามาชักชวนให้ออกเดินทางสำรวจเส้นทางเขาเหมน จ.นครศรีธรรมราช เป็นทริปสั้นๆ 3 วัน 2 คืน รวมตัวนัก (อยาก) เดินป่า ซึ่งส่วนใหญ่นับว่าเป็นครั้งแรกของการขึ้นเขาป่าใต้ แต่กระนั้นเลยโอกาสอาจจะไม่เป็นใจ เพราะกฎกติกาที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ทริปเขาเหมนที่ตั้งใจ กลับพลาดโอกาสได้ไปเยือน
แต่ถึงกระนั้น... ก็ไม่อาจหยุดยั้งจิตใจที่เฝ้ารอคอยให้ถึงวันที่จะได้นำพากายาไปอยู่ท่ามกลางเส้นทางธรรมชาติยิ่งใหญ่ อุปสรรคเพียงเสี้ยวนี้ จึงไม่อาจหยุดยั้งความตั้งใจของเราได้ จึงกำเนิดเส้นทางใหม่ในระยะเวลาอันจำกัด
อีกหนึ่งตำนานประวัติศาสตร์ ที่อยากไปเยือนสักครั้ง…
เรื่องเล่าย้อนวัย ของพี่พรานนักเดินป่ามืออาชีพ เคยได้เอื้อนเอ่ยเล่าขานเพียงน้อยไว้ว่า ... ราวๆปี พ.ศ. 2518-2519 ได้มีเครื่องบินของราชนาวี ถูกกองกำลังคอมมิวนิสต์ในสมัยนั้นยิงตกอยู่บนเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช และเป็นเครื่องบินที่ยังไม่มีนักท่องเที่ยวเดินป่าคนไหนได้ไปเยือน นอกจากกลุ่มพรานชาวบ้านที่ชักชวนกันออกสำรวจเมื่อประมาณ 10 ปีผ่านมาแล้ว
หากกล่าวย้อนถึงเรื่องเล่าของนักเดินป่าแล้วนั้น อีกหนึ่งตำนานที่เคยได้ยินกลุ่มคนเที่ยวป่าแถบเขาหลวงนครศรีธรรมราช บอกว่าที่เทือกเขาหลวงมีเครื่องบินตกอยู่ทั้งหมด 4 ลำ 2 ลำนั้นได้เก็บกู้ซากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนอีก 2 ลำยังอยู่ในป่าบนเขาหลวงไม่สามารถเก็บกู้ได้ ลำหนึ่งอยู่บนเส้นทางขึ้นเขาหลวงไปทางน้ำตกพรหมโลก อีกลำคือ ลำนี้ เส้นทางน้ำตกวังลุง และยังไม่มีผู้ใดได้ไปเยือน จุดกำเนิดของทริปเดินป่าฉุกละหุก จึงถือกำเนิดขึ้นมา
ครั้นเมื่อเวลาเดินทางมาถึง ... แม้ก่อนเดินทางจะมีคิวกิจกรรมแน่นขนัด วุ่นวายกันมากขนาดไหน เมื่อรถกระบะพี่บ่าว พรหมโลก เข้ามาจอดเทียบท่าหน้าประตูทางเข้าสนามบิน เสียงความกระวนกระวายในหัวใจกลับสงบลงอย่างบอกไม่ถูก
ชายหน้าคุ้นนั่งมาด้วยหลังรถกระบะ รับหน้าที่รับกระเป๋าของพวกเราขึ้นรถ จัดแจงจัดของอย่างชำนาญ ทักผิดไปหนึ่งกระทง เนื่องจากความเข้มงวดของเวลา ที่ผันผ่านนานมากกว่า 10 ปี ที่ไม่ได้พบพาน แต่กระนั้น มิตรภาพ ความน่ารักของพี่มะเดี่ยวนั้นยังคงอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง อากาศยามค่ำเย็นลงสัมผัสได้ เย็นกายอย่างไร แต่กลับอบอุ่นมากขึ้นในหัวใจ เขาหลวงที่เฝ้ารอ ในที่สุดก็กำลังจะได้พบกันอีกครา
ค่ำคืนก่อนการเดินทาง ที่บ้านชาในป่าฝน…
บ้านชาในป่าฝนที่คุ้นเคย ถูกตระเตรียมมาเป็นอย่างดีเพื่อการมาเยือนของพวกเรา สะอาดสะอ้าน น่ารัก ยิ่งทำให้รู้สึกขอบคุณในความเอื้ออาทรที่พี่ๆได้มอบให้
และการรวมตัวของกลุ่มเพื่อน ที่มารวมตัวกันอย่างงงงัน ต่างง่วนกับการตระเตรียมจัดแจงสิ่งของลงเป้คู่ใจ เสียงพูดคุยออกรส จนเผลอไผลหลับใหลไปในอ้อมกอดของบ้านชา
6 นักท่องเที่ยว 6 พรานมืออาชีพ รวมเป็น 12 ชีวิต เพื่อพิชิตตำนานที่ยังคงซ่อนตัวอย่างมิดชิดไม่ให้ใครได้พบพาน ทุกหยาดเหงื่อ ทุกย่างก้าวที่สัมผัส โลกของป่าได้โอบกอดเราไว้อย่างแท้จริง เดินพูดคุยกันเพลินๆ เราก็มาถึงแค้มป์คืนแรก “แฆ้งแคมป์”
เสียงน้ำตกไหลระเรื่อย พาหัวใจให้ล่องลอยไป แต่ก็ไปไหนไม่ได้ไกลนัก เพราะหัวใจเรียกร้อง ยังไงก็ต้องรีบลงไปแช่น้ำใสไหลเย็นให้ฉ่ำกาย ว่าแล้วก็ช่วยกันผูกเปล จัดเตรียมที่หลับนอนให้พร้อมในคืนนี้ เปลี่ยนเสื้อผ้าวิ่งลงน้ำตกตามเสียงเพรียกของหัวใจ เรียบร้อยขึ้นมา กับข้าวกับปลาก็เพียบพร้อมรอรับ ตกดึกย่ำค่ำเรื่องราวรอบกองไฟก็ถือกำเนิด พูดคุยสลับกับเสียงหัวเราะ เวลาผ่านพ้นไปด้วยรอยยิ้ม กระนั้นเขาหลวงคงกลัวจะไม่ได้อรรถรส ปล่อยสายฝนโปรยปรายยามค่ำคืน จึงต้องแยกย้ายเข้าเปล แล้วหลับไปท่ามกลางกอดอุ่นของธรรมชาติ
ครั้นพอตื่นลืมตา สัมผัสอากาศเย็นรอบตัว ยกเป้ขึ้นพาดบ่า ก็ถึงเวลาก้าวขา ออกก้าวเดิน สำรวจเส้นทาง เพื่อค้นพบตำนานประวัติศาสตร์ที่เร้นกายอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ
พบปะพี่ต้นไม้ใหญ่ สีสันดอกไม้ป่าตามรายทาง ร่องรอยสัตว์ป่าที่ฝากประทับไว้ตามจุดต่างๆ ช่างน่าตื่นตาตื่นใจ เส้นทางที่ไม่คุ้นเคย คอยฝ่าฟัน ลัดเลาะบุกเบิกเส้นทาง บ้างก็รกทึบจนมองไม่เห็นทาง บ้างก็มีหลายเส้นทางที่สัตว์ป่าใช้เดินให้ชวนหลง ต้องคอยเกาะกลุ่มกันไป ผ่านทางเรียบ ผ่านน้ำตกไหลเย็นสวยสดงดงาม กลุ่มหินที่ถูกปกคลุมด้วยมอสเขียวขจี นี่แหละห้วยน้ำเย็น 2 ผ่านทางชันระดับ 85-90 องศา ทุกก้าวย่างที่ผ่านพ้นไป เสียงพูดคุย หัวเราะกันเป็นระยะ ถึงแม้จะมือใหม่แต่หัวใจเปี่ยมพลัง ช่วยกันประคับประคองไม่นานนักก็ผ่านเส้นทางกันอย่างปลอดภัย
เดินไป คุยไป หัวเราะกันไป เดินวนกันไปเพราะอย่างที่บอกว่าครั้งนี้เป็นการบุกเบิกเส้นทาง อาจจะมีหลงไลน์เส้นบ้างในบางครา เดินไปเดินมา ในระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ในที่สุด ประวัติศาสต์ก็เผยโฉม
ด้วยความเคารพในประวัติศาสตร์ ความหลงใหลในธรรมชาติและมิตรภาพของผู้คนที่หลงรักในธรรมชาติเฉกเช่นเดียวกัน เครื่องบินราชนาวีไทย ที่ถูกยิงตก ก็ถูกกลุ่มนักเดินป่าเฉพาะกิจยลโฉม ช่างน่าประทับใจ สุดจะบรรยาย คงต้องให้ภาพช่วยเล่าเรื่อง
ต่างรับรู้เหตุการณ์ สำรวจซากเครื่องอย่างใกล้ชิด พบเจอร่องรอยที่ยังคงอยู่แม้เวลาจะผ่านไปเกือบครึ่งศตวรรษ เราใช้เวลาสำรวจกันอยู่นาน ด้วยใจที่เคารพ นับถือ และนอบน้อม ก็ถึงเวลาเดินทางกลับมายังแคมป์ที่พัก ใช้เวลาเดินไม่นาน ก็ถึงเวลาพักผ่อนกายา ดื่มด่ำกับแสงดาวดาษดาเต็มฟ้า ถึงเพลาก็หลับตาลงท่ามกลางเสียงไหลเอื่อยกล่อมนอน เพียงเท่านี้คืนนี้ก็หลับสบายฝันดี
เรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ... จนกว่าเราจะได้ไปพบเจอ
เรื่องราว : ฟ้ารดา