ทัวร์สวิสกับ Nin

ทัวร์สวิสกับ Nin Kontaktinformationen, Karte und Wegbeschreibungen, Kontaktformulare, Öffnungszeiten, Dienstleistungen, Bewertungen, Fotos, Videos und Ankündigungen von ทัวร์สวิสกับ Nin, Wichtrach.

โฮมสเตย์กรุ๊ปเล็ก กรุ๊ปส่วนตัว เที่ยวแบบไพรเวท ไกด์พาเที่ยวสวิสยุโรป ประสบการณ์ มากกว่า 10 ปี กับไกด์ท้องถิ่นนินเอง รถเช่าพร้อมคนขับ เรื่องเที่ยวจะเป็นเรื่องง่าย ติดต่อ LINE ID : nilvadee.kaw One Stop Service สำหรับการท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ท่านที่มาครั้งแรก หรือต้องการเดินทางมาอีกครั้ง เราให้บริการวางแผนโปรแกรม จองตั๋วรถไฟ จองโรงแรม หรือท่านที่ต้องการรถพร้อมคนขับเพื่อท่องเที่ยวในแบบของท่านหรือต้องการขับรถเที่ยวเอง เราพร้อมเป็นสื่อกลางประสานงานเพื่อทำให้การเตรียมการท่องเที่ยวที่สวิตเซอร์แลนด์เป็นเรื่องง่าย

01/10/2026

วันนี้เราเดินทางกันไปที่ hallstatt นะคะโดยจุดหมายแรกที่เราไปก็คือ Salt Mine หรือเหมือนเกลือนะคะโดยจุดนี้นะคะจะอยู่ใกล้ๆกับทางเข้าหมู่บ้าน hallstatt โดยจะต้องขึ้นรถรางขึ้นไปด้านบนนะคะซึ่งเราสามารถที่จะแบ่งออกเป็นซื้อ
✅รถรางขึ้น-ลงหรือ
✅ซื้อรถรางขึ้นลง + ทัวร์
โดยในครั้งนี้นะคะนิลก็เลือกเป็นรถราง + ทัวร์นะคะ ซึ่งก่อนที่เราจะขึ้นไป นินก็ไม่ได้คาดหวังอะไรเยอะก็คือเหมือนกับว่าเราไปเดินดูข้างในเองแต่ความเป็นจริง ก็คือจะเป็นทัวร์ที่เขาจัดตามรอบเวลาโดยจะมีไกด์พาทัวร์เราไป ณ จุดต่างๆในเหมือง ซึ่งนินว่าน่าสนใจมากๆเลยนะคะสำหรับเพื่อนๆที่ต้องการความรู้ประวัติศาสตร์ความป็นมาของที่นี่ ทำไมถึงเรียกว่า White Gold.

วันนี้นินขอแบ่่งอกเป็น 2 ส่วนนะคะ โดยส่วนแรกคือ การเดินทาง ซื้อตั๋ว และเดินไปยังจุดที่จะเป็นทัวร์ใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากนั้นเราจะรอด้านหน้า จนถึงใกล้ๆ เวลา ประมาณ 20 นาที ให้เอาตั๋วที่เราซื้อไปให้ที่เคาเตอร์เพื่อสแกนตั๋ว จากนั้นเค้าจะให้เราเข้าไปเปลี่ยนเป็นชุดนักโทษ 😁 ชุดมันเหมือนมาก แต่จริงๆ คือชุดกันเปื้อนนะคะ และฝากกระเป๋าทั้งหมดไว้ที่ตู้ฝาก เอากล้องไปได้ไม่มีปัญหาอะไร ด้านในค่อนข้างเย็น เพราะอยู่ในถ้ำประมาณ 8 องศา (ทัวร์ด้านในจะใช้เวลาประมาณ 2 ชม.) ซึ่งเตรียมความพร้อมเลย เพราะจะเดินเยอะมากค่า

Getreidegasse ถนนช็อปปิ้งที่มีชื่อเสียงและคึกคักที่สุดในเขตเมืองเก่าซาลซ์บูร์ก เต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนมระดับโลก แฟชั่นร่ว...
30/09/2026

Getreidegasse ถนนช็อปปิ้งที่มีชื่อเสียงและคึกคักที่สุดในเขตเมืองเก่าซาลซ์บูร์ก เต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนมระดับโลก แฟชั่นร่วมสมัย และร้านขายของที่ระลึกพื้นเมือง บรรยากาศโดดเด่นด้วยตึกแถวโบราณและพื้นหินปูทางเดินที่ให้ความรู้สึกย้อนยุค
นินชอบ​ป้ายหน้าร้านที่ทำเป็นเหล็กดัดโบราณ (Wrought-iron guild signs) ซึ่งทุกร้านบนถนนสายนี้ ต้องทำตามธรรมเนียมโบราณ เพื่อรักษาทัศนียภาพดั้งเดิม แถมยังมี
​บ้านเกิดของโมซาร์ท: เป็นที่ตั้งของ Mozart's Birthplace (บ้านสีเหลืองเด่นเลขที่ 9) ซึ่งเป็นจุดเช็กอินระดับโลก ​ตรอกทางเดินทะลุ (Durchgänge): มีทางเดินลอดอาคารโบราณที่เชื่อมไปยังลานและถนนข้างเคียง ภายในซ่อนร้านกาแฟ คาเฟ่ขนมหวาน และบูติกเล็กๆ เอาไว้
ถนน Linzer Gasse เป็นถนนคนเดินฝั่งขวาของแม่น้ำซัลซัค บริเวณเชิงเขาคาปูซีเนอร์แบร์ก (Kapuzinerberg) มอบบรรยากาศที่ผ่อนคลายและมีความเป็นท้องถิ่นมากกว่า เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเดินเล่นสบายๆ ชิลๆ ร้านค้าสไตล์บูติกและงานฝีมือ: เต็มไปด้วยร้านขายเครื่องประดับ ร้านเสื้อผ้าสไตล์อินดี้ ช่างทำรองเท้า และร้านขายงานหัตถกรรมเฉพาะตัว
คาเฟ่และร้านอาหารท้องถิ่น: มีร้านอาหารสไตล์ออสเตรียนดั้งเดิมและเบเกอรี่เก่าแก่หลายแห่ง เหมาะแก่การแวะนั่งพักจิบกาแฟ

29/09/2026

ป้อมปราการโฮเอินซาลซ์บูร์ก (Festung Hohensalzburg) ตั้งอยู่บนยอดเขาเฟสตุงสแบร์ก (Festungsberg) เหนือเมืองซาลซ์บูร์ก ประเทศออสเตรีย ถือเป็นหนึ่งในปราการยุคกลางที่มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปกลาง
สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1077 โดย อาร์ชบิชอป เกบฮาร์ด ฟอน เฮลเฟนชไตน์ (Gebhard von Helfenstein) เจ้าชายอาร์ชบิชอปแห่งซาลซ์บูร์ก
เพื่อเป็นฐานที่มั่นคุ้มกันความปลอดภัยของบิชอปในยุค ข้อพิพาทเรื่องการแต่งตั้งสมณศักดิ์ (Investiture Controversy) ซึ่งเป็นความขัดแย้งรุนแรงระหว่างพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 7 กับจักรพรรดิไฮน์ริชที่ 4 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
ในช่วงปลายศตวรรษที่ 15 ถึงต้นศตวรรษที่ 16 โดย อาร์ชบิชอป เลออนฮาร์ด ฟอน คอยท์ชัค (Leonhard von Keutschach) ได้เสริมป้อมปราการ หอคอย และคลังแสง จนกลายสภาพเป็นป้อมปราการหินขนาดมหึมาที่เห็นในปัจจุบัน
ป้อมแห่งนี้ถูกใช้งานหลายรูปแบบ:
✅เป็นที่ลี้ภัยที่ปลอดภัยที่สุดของเหล่าเจ้าชายอาร์ชบิชอปเมื่อเกิดสงครามหรือการกบฏของชาวนา (German Peasants' War ในปี 1525)
✅ค่ายทหาร คลังแสง และคุก: ใช้ประจำการกองทหาร เป็นคลังเก็บอาวุธ ดินปืน และใช้คุมขังนักโทษทางการเมือง
✅ใช้งานในฐานะป้อมปราการป้องกันทางทหารจนถึงปี ค.ศ. 1861 เมื่อจักรพรรดิฟรันทซ์ โยเซ็ฟที่ 1 แห่งออสเตรียสั่งปลดระวางสถานะทางทหาร หลังจากนั้นจึงเริ่มปรับปรุงเพื่อการท่องเที่ยว โดยมีการสร้างรถรางไฟฟ้าขึ้นเขา (Festungsbahn) ในปี ค.ศ. 1892
วิวด้านนอก จุดชมวิวรอบกำแพงและหอคอยมองเห็นทัศนียภาพ 360 องศา:
⛰️ทิศเหนือ: เมืองเก่าซาลซ์บูร์ก (Salzburg Altstadt) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกยูเนสโก ยอดโดมมหาวิหารซาลซ์บูร์ก (Salzburg Cathedral) แม่น้ำซัลซัค (Salzach) และสวนมิราเบลล์
⛰️ทิศใต้และทิศตะวันตก: ทิวทัศน์ธรรมชาติอันกว้างใหญ่ของเทือกเขาแอลป์ รวมถึงยอดเขาอุนเทอร์สแบร์ก (Untersberg) ทุ่งหญ้าสีเขียว และแนวพรมแดนธรรมชาติสู่ออสเตรีย-เยอรมนี

เรากลับมายังออสเตรียกันต่อนะคะ ดอมควอเทียร์ (DomQuartier) ที่เมืองซาลบวร์ก (Salzburg) คือศูนย์กลางประวัติศาสตร์ ศิลปะ แล...
28/09/2026

เรากลับมายังออสเตรียกันต่อนะคะ
ดอมควอเทียร์ (DomQuartier) ที่เมืองซาลบวร์ก (Salzburg) คือศูนย์กลางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และสถาปัตยกรรมชิ้นเอกอันยิ่งใหญ่ ที่รวมเอาวังของเจ้าชายอัครมุขนายก (Prince-Archbishops) มหาวิหารซาลบวร์ก และสำนักสงฆ์เซนต์ปีเตอร์เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน
พื้นที่บริเวณนี้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างจริงจังในยุคศตวรรษที่ 17 โดยกลุ่มเจ้าชายอัครมุขนายก (ผู้ปกครองนครซาลบวร์กที่มีอำนาจทั้งทางโลกและทางธรรม) นำโดย เจ้าชายอัครมุขนายก โวล์ฟ ดิเอทริช ฟอน ไรเทเนา (Wolf Dietrich von Raitenau) ซึ่งต้องการเนรมิตให้ซาลบวร์กกลายเป็นเมืองหลวงสไตล์บาโรคแบบอิตาลีที่หรูหรา ก่อนจะถูกสานต่อและเสร็จสมบูรณ์โดยผู้ครองนครรุ่นต่อๆ มา
จุดหนึ่งที่นินคิดว่าสวยงาม คือ โบสถ์ St. Peter’s และ Museum (พิพิธภัณฑ์สำนักสงฆ์เซนต์ปีเตอร์): พื้นที่จัดแสดงศิลปวัตถุล้ำค่าจากอารามเซนต์ปีเตอร์ ซึ่งเป็นสำนักสงฆ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ใช้ภาษาเยอรมัน ผ่านเส้นทางเดินประดับปูนปั้นสุดงดงามอย่าง Long Corridor
ที่นี่เคยเป็นสถานที่ที่ โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมสาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart) เคยปฏิบัติหน้าที่เป็นนักดนตรีหลวง รวมถึงเคยเล่นดนตรีถวายและประพันธ์เพลงเพื่อใช้บรรเลง ณ ห้องโถงภายในพระราชวังแห่งนี้ด้วยนะคะ
มันโอ่อามาก และหากเราได้เข้าไปชม นินว่า เราจะเคยเห็นช่วงที่เมือง Salzburg เคยรุ่งเรืองผ่านสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างอย่างปราณีตเหล่านี้

นั่งสงบพักกายบนม้านั่งไม้แลไกลสุดขอบทิวเขาใหญ่ท้องฟ้าสีฟ้าสดใสพาชื่นใจโอบล้อมไว้ด้วยขุนเขาที่สง่างาม
27/09/2026

นั่งสงบพักกายบนม้านั่งไม้
แลไกลสุดขอบทิวเขาใหญ่
ท้องฟ้าสีฟ้าสดใสพาชื่นใจ
โอบล้อมไว้ด้วยขุนเขาที่สง่างาม

เปลี่ยนบรรยากาศแปป มาตลาดสดแถวชายแดนสวิส domodossola ตลาดวันเสาร์ที่เมือง Domodossola (โดโมดอสโซลา) ประเทศอิตาลี เป็นหนึ...
26/09/2026

เปลี่ยนบรรยากาศแปป มาตลาดสดแถวชายแดนสวิส domodossola
ตลาดวันเสาร์ที่เมือง Domodossola (โดโมดอสโซลา) ประเทศอิตาลี เป็นหนึ่งในตลาดนัดกลางแจ้งที่เก่าแก่, มีชื่อเสียง และได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งบริเวณเทือกเขาแอลป์ครับ ด้วยความที่เมืองนี้ตั้งอยู่ใกล้กับพรมแดนประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (แถบ 0 ติกิโน) ทำให้ทุกๆ วันเสาร์ ที่นี่จะคึกคักเป็นพิเศษเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและนักช้อปชาวสวิสที่ข้ามชายแดนมาจับจ่ายใช้สอย
อาหารและของกินพื้นถิ่น (Gastronomy): ขึ้นชื่อเรื่องชีสเทือกเขาแอลป์คุณภาพดี (เช่น ชีส Bettelmatt), เนื้อแฮมและไส้กรอกตากแห้งสไตล์อิตาลี (Salumi), ผลไม้ตามฤดูกาล ผักสดๆ รวมถึงไวน์ท้องถิ่นขึ้นชื่ออย่าง Prünent
โดยทั่วไปตลาดจะเริ่มคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า (ประมาณ 08:30 หรือ 09:00 น.) ยาวไปจนถึงบ่ายสองโมง (ประมาณ 14:00 น.).
ส่วนนินเหรอ ไปตามตัวเจอได้ที่ตลาดของกินน้า ชอบมากๆ ได้บรรยากาศไทยๆ เดินกิน แต่ของไม่หลากหลาย แต่น่า.. พอได้

บ้านเกิดของโมสาร์ท (Mozarts Geburtshaus) ตั้งอยู่ที่ถนนเกไทรเดอกัสเซอ (Getreidegasse เลขที่ 9) ซึ่งเป็นถนนสายชอปปิ้งของเ...
25/09/2026

บ้านเกิดของโมสาร์ท (Mozarts Geburtshaus) ตั้งอยู่ที่ถนนเกไทรเดอกัสเซอ (Getreidegasse เลขที่ 9) ซึ่งเป็นถนนสายชอปปิ้งของเมือง Salzburg นั่นเอง ถนนสายนี้มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่านทีเดียวในทุกๆ วัน ตอนที่นินไปก็ตามภาพเลยคะ ทุกคนต้องอยากมาเห็นซักครั้ง
โดยในปี ค.ศ. 1747 หลังจากที่ เลโอโปลด์ โมสาร์ท (Leopold Mozart - พ่อของโมสาร์ท) ได้แต่งงานกับ แอนนา มาเรีย (Anna Maria) และได้มาเช่าห้องพักที่นี่ อาศัยอยู่รวมเป็นเวลา 26 ปี ซึ่งเป็นบ้านที่ โวล์ฟกัมป์ อมาเดอุส โมสาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart) ลืมตาดูโลก 27 มกราคม ค.ศ. 1756 และใช้ชีวิตในช่วงวัยเด็กจนถึงวัยรุ่น จนกระทั่ง ปี ค.ศ. 1773 ครอบครัวมีฐานะดีขึ้นและต้องการพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางมากขึ้น จึงย้ายไปอยู่ที่บ้านพักหลังใหม่ที่เรียกว่า Mozart-Wohnung ในโพสก่อนหน้านั่นเองคะ
ในปัจจุบัน อาคารหลังนี้ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็น พิพิธภัณฑ์บ้านเกิดโมสาร์ท โดยมูลนิธิโมซาร์เทียม (International Mozarteum Foundation) ภายในมีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในยุคศตวรรษที่ 18, เครื่องดนตรีวัยเด็กของโมสาร์ท (เช่น ไวโอลินและคลาวิคอร์ด) รวมถึงเอกสารและจดหมายเหตุของครอบครัว เพื่อจำลองบรรยากาศความเป็นอยู่จริงในอดีตให้ผู้เข้าชมได้สัมผัส .
นินไม่ได้เข้าไปดู เนื่องจากเข้าอีกบ้านไปแล้ว แต่หากเพื่อนๆ สนใจเกี่ยวกับคีตกวีผู้ประพันธ์เพลงคนนี้แล้วนะคะ ก็แนะนำให้เข้าไปดูนะคะ

บ้านหลังที่ 2 Mozart-Wohnhaus (ตั้งอยู่ที่จัตุรัส Makartplatz) ของ “โมสาร์ท” ที่ซาลบวร์ก: จากบ้านพักตระกูลดนตรี สู่พิพิธ...
24/09/2026

บ้านหลังที่ 2 Mozart-Wohnhaus (ตั้งอยู่ที่จัตุรัส Makartplatz) ของ “โมสาร์ท” ที่ซาลบวร์ก: จากบ้านพักตระกูลดนตรี สู่พิพิธภัณฑ์ระดับโลก! 🇦🇹✨
ครอบครัวโมสาร์ทย้ายเข้ามาเช่าอพาร์ตเมนต์ขนาดใหญ่กว้างขวางถึง 8 ห้องในบ้านหลังนี้ เมื่อปี ค.ศ. 1773 หลังจากกลับจากการเดินทางไปเวียนนาครั้งที่ 3
เนื่องจากบ้านเกิดหลังเดิมเริ่มคับแคบเกินไปสำหรับการต้อนรับแขกและจัดงานสังคม ซึ่งคุณพ่อ (Leopold Mozart), คุณแม่ (Anna Maria), ตัวโมสาร์ท (ซึ่งตอนนั้นอายุ 17 ปี) และพี่สาว (Nannerl) ก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ด้วย
ภายหลังย้ายเข้ามาอยู่ โมสาร์ทในช่วงวัยหนุ่มอายุระหว่าง 17–25 ปี (ค.ศ. 1773–1781) ได้สร้างสรรค์ผลงานดนตรีชิ้นเอกมากมายในฐานะนักดนตรีของศาลอาร์ชบิชอปแห่งซาลบวร์ก
ปี ค.ศ. 1781 โมสาร์ทตัดสินใจย้ายออกจากซาลบวร์กไปปักหลักใช้ชีวิตและทำงานอิสระที่กรุงเวียนนาอย่างถาวร ส่วนคุณพ่อเลโอโพลด์ยังคงอาศัยอยู่ที่นี่ต่อจนกระทั่งเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1787 ซึ่งเค้เสียชีวิตด้วยวัยแค่ 31 ปี เท่านั้นเอง
หลังจากยุคของครอบครัวโมสาร์ท ตัวอาคารผ่านมือเจ้าของหลายคน จนกระทั่งในสงครามโลกครั้งที่ 2 (ปี ค.ศ. 1944) ตัวอาคารเกือบสองในสามถูกทำลายเสียหายหนักจากระเบิดทางอากาศ มูลนิธิ International Mozarteum Foundation ได้ทยอยซื้อส่วนที่เหลือและพื้นที่ที่ถูกทำลาย (ซึ่งเคยสร้างเป็นตึกสำนักงานทับ) กลับคืนมาทั้งหมดในปี 1955 และ 1989 มีการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างที่ไม่เกี่ยวข้องออก แล้วสร้างตัวอาคารขึ้นมาใหม่ให้ตรงกับแปลนดั้งเดิมทุกประการ จนกระทั่งปี 1996 ได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ในฐานะ "พิพิธภัณฑ์ Mozart Residence" เมื่อวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 1996 เพื่อจัดแสดงเรื่องราวชีวิตของครอบครัวโมสาร์ท เครื่องดนตรีโบราณ และประวัติศาสตร์ของบ้านหลังนี้จนถึงปัจจุบัน.
หากใครสนใจ Mazart นินคิดว่า ไม่เสียเวลาเข้าชมเลยนะคะ ด้านล่างมีคาเฟ่ให้เพื่อนๆ ได้ลองชิมขนมและพักผ่อนทานอาหารด้งยน้า

สวน Mirabell Gardens (สวนมิราบิล) และพระราชวังมิราบิลในเมืองซาลบวร์ก ประเทศออสเตรีย ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มี...
23/09/2026

สวน Mirabell Gardens (สวนมิราบิล) และพระราชวังมิราบิลในเมืองซาลบวร์ก ประเทศออสเตรีย ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเพื่อนๆ ทราบไหมคะว่า ภาพยนตร์คลาสสิคอมตะชื่อดังอย่าง The Sound of Music ในปี 1965 กำกับโดย โรเบิร์ต ไวส์ ใช้ที่นี่เป็นโลเคชั่นหลักในหลายๆ จุดด้วยกัน
โดยใช้ถ่ายทำในเพลงอันโด่งดังอย่าง "Do-Re-Mi" โดยมาเรีย (รับบทโดย จูลี แอนดรูว์) ที่ได้พาเด็กๆ ตระกูลฟอน ทรัปป์ (von Trapp) มาวิ่งร้องเพลงและเต้นรำรอบจุดสำคัญต่างๆ ภายในสวน ได้แก่:
✅บันไดม้าติดรูปปั้น (Pegasus Fountain): บริเวณน้ำพุรูปม้ามีปีก (Pegasus Fountain) ซึ่งล้อมรอบด้วยรูปปั้นเทพเจ้ากรีก เป็นจุดที่มาเรียและเด็กๆ วิ่งขึ้นลงบนขั้นบันไดหิน พร้อมกับร้องท่อนฮุคเพลง Do-Re-Mi
✅อุโมงค์ต้นไม้ (The Hedge Tunnel): อุโมงค์ทางเดินที่ปกคลุมด้วยพุ่มไม้ตัดแต่งอย่างประณีต ซึ่งในหนังเด็กๆ และมาเรียได้วิ่งลอดอุโมงค์นี้ด้วยความสนุกสนาน
✅รูปปั้นคนแคระ (Dwarf Garden): สวนคนแคระหินอ่อนโบราณที่เด็กๆ เข้าไปวิ่งเล่นและปีนป่ายหยอกล้อกับรูปปั้นคนแคระหน้าตาตลกขบขัน
✅ลานน้ำพุใหญ่หน้าสวน: จุดที่เด็กๆ วิ่งเต้นเป็นวงกลมรอบอ่างน้ำพุใหญ่ เพื่อปิดท้ายฉากเต้นรำอันสดใสก่อนจะพาออกไปสู่ฉากอื่นๆ ของเมือง
ความสวยงามของที่นี่ ไม่น่าแปลกใจเลยใช่ไหมคะ ที่ทำให้หลายๆ คนที่ได้ดูเรื่องนี้ ต้องการมาชมให้ได้ซักครั้ง เพื่อนๆ ว่าอย่างไรกันบ้างคะ

22/09/2026

สะพานคู่รักที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองซาลบวร์ก (Salzburg) ประเทศออสเตรีย มีชื่ออย่างเป็นทางการในปัจจุบันว่า "สะพานมาร์โก ไฟน์โกลด์" (Marko-Feingold-Steg) แต่เดิมเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "สะพานมาคาร์ทสเทก" (Makartsteg)
สะพานแห่งนี้เป็นสะพานคนเดินและจักรยานที่ข้ามแม่น้ำซัลซาค (Salzach River) เชื่อมระหว่างย่านเมืองเก่า (Old Town) กับฝั่งใหม่ของเมืองซาลบวร์ก
ในปี ค.ศ. 2020-2021 เมืองซาลบวร์กได้เปลี่ยนชื่อสะพานจาก "Makartsteg" มาเป็น "Marko-Feingold-Steg" เพื่อเป็นเกียรติแก่ Marko Feingold ชาวออสเตรียเชื้อสายยิวผู้รอดชีวิตจากค่ายกักกันนาซี และเป็นประธานชุมชนชาวยิวในซาลบวร์กผู้ล่วงลับในวัย 106 ปี เพื่อรำลึกถึงประวัติศาสตร์และการต่อสู้เพื่อความอดกลั้นในสังคม
ทำไมสะพานนี้ถึงกลายมาเป็น "สะพานคู่รัก" (Love Lock Bridge)?
เนื่องจากคู่รักจากทั่วโลกและคนในท้องถิ่นนิยมนำแม่กุญแจสลักชื่อย่อและวันที่มาคล้อง จากนั้นจะพากันโยนลูกกุญแจลงไปในแม่น้ำซัลซาค
เชิงสัญลักษณ์ว่า "เพื่อผูกมัดหัวใจของทั้งสองให้เป็นหนึ่งเดียว และไม่มีวันพรากจากกันตลอดกาล"
ด้วยความที่สะพานตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่า ทัศนียภาพรอบด้านมองเห็นวิวแม่น้ำ อาคารบ้านเรือนสีสันสดใส และฉากหลังเป็นป้อมปราการโฮเฮนซาลบวร์ก (Hohensalzburg Fortress) ที่ตั้งตระหง่านบนยอดเขา บรรยากาศจึงมีความโรแมนติกสูงมาก ส่งผลให้สะพานแห่งนี้เต็มไปด้วยแม่กุญแจหลากสีสันนับพันอันที่คู่รักมาฝากเรื่องราวความรักเอาไว้จนแน่นขนัดเลย 😊
แล้วเพื่อนๆ ละคะ จะพาแฟนไปคล้องกันไหม🥰

Adresse

Wichtrach
3114

Benachrichtigungen

Lassen Sie sich von uns eine E-Mail senden und seien Sie der erste der Neuigkeiten und Aktionen von ทัวร์สวิสกับ Nin erfährt. Ihre E-Mail-Adresse wird nicht für andere Zwecke verwendet und Sie können sich jederzeit abmelden.

Service Kontaktieren

Nachricht an ทัวร์สวิสกับ Nin senden:

Verknüpfungen

Teilen