พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้อริยสัจ

  • Home
  • India
  • Gaya
  • พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้อริยสัจ

พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้อริยสัจ (96 ตร.ไมล์)
ประชากร (2001) • ทั้งหมด 30,883
• ความหนาแน่น 120 คน/ตร.กม.

พุทธคยา
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กลุ่มวัดมหาโพธิที่พุทธคยา *
มรดกโลกโดยยูเนสโก
Mahabodhitemple.jpg
พระมหาโพธิเจดีย์ พุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญที่สุดของชาวพุทธ
ประเทศ ตำบลพุทธคยา อำเภอคยา จังหวัดมคธ รัฐพิหาร ธงของประเทศอินเดีย อินเดีย
ประเภท มรดกทางวัฒนธรรม
เกณฑ์พิจารณา (i) (ii) (iii) (iv) (vi)
ประวัติการขึ้นทะเบียน
ขึ้นทะเบียน 2545 (คณะกรรมการสมัยที่ 26)

ชื่อตามที่ได้จดทะเบียนในบัญชีมรดกโลก
** ภูมิภาคที่จัดแบ่งโดยยูเนสโก

พุทธคยาबोधगया Bodhgaya
เมือง
พุทธคยา ซึ่งตั้งอยู่ใน รัฐพิหาร

พุทธคยา
พิกัดภูมิศาสตร์: 24.695102°N 84.991275°Eพิกัดภูมิศาสตร์: 24.695102°N 84.991275°E
ประเทศ อินเดีย รัฐ พิหาร อำเภอ คยา
ชื่อ วัดมหาโพธิ์
พื้นที่ • ทั้งหมด 249 ตร.กม. (320 คน/ตร.ไมล์)
ภาษา • ราชการ ภาษามคธี, ภาษาฮินดี
เขตเวลา IST (UTC+5:30)
เว็บไซต์ http://www.bodhgayanews.net

พุทธคยา (บาลี: พุทฺธคยา, อังกฤษ: Bodh Gaya, Mahabodhi Temple, ฮินดี: बोधगया) คือคำเรียกกลุ่มพุทธสถานสำคัญใน อำเภอคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นพุทธสถานที่มีความสำคัญที่สุด 1 ใน 4 แห่ง ของชาวพุทธ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธสังเวชนียสถานที่มีความสำคัญที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก ปัจจุบันบริเวณพุทธศาสนสถานอันเป็นที่ตั้งของสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วัดมหาโพธิ อยู่ในความดูแลของคณะกรรมการร่วม พุทธ-ฮินดู

พุทธคยา ปัจจุบันตั้งอยู่ด้านตะวันตกของแม่น้ำเนรัญชรา ไกลจากฝั่งแม่น้ำประมาณ 350 เมตร (นับจากพระแท่นวัชรอาสน์) พุทธคยามีสัญลักษณ์ที่สำคัญคือองค์เจดีย์สี่เหลี่ยมที่สูงใหญ่ โดยสูงถึง 51 เมตร ฐานวัดโดยรอบได้ 121.29 เมตร ล้อมรอบด้วยโบราณวัตถุ โบราณสถานสำคัญ เช่น ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พระแท่นวัชรอาสน์ ที่ประทับตรัสรู้ และอนิมิสสเจดีย์ เป็นต้น ซึ่งนอกจากพุทธสถานโบราณแล้ว บริเวณโดยรอบพุทธคยายังเป็นที่ตั้งของวัดพุทธนานาชาติ รวมทั้งวัดไทยคือ วัดไทยพุทธคยา

สำหรับชาวพุทธ พุทธคยา นับเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดของนักแสวงบุญชาวพุทธทั่วโลกที่ต้องการมาสักการะสังเวชนียสถานสำคัญ 1 ใน 4 แห่งของพระพุทธศาสนา โดยในปี พ.ศ. 2545 วัดมหาโพธิ (พุทธคยา) สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ประเภทมรดกทางวัฒนธรรม ขององค์การยูเนสโก

การถวาย ฉัตรเงินฉัตรทอง มีจุดประสงค์หลักเพื่อเป็น พุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา โดยนิยมนำไปกางกั้นถวายเหนือพระประธาน พระ...
19/08/2026

การถวาย ฉัตรเงินฉัตรทอง มีจุดประสงค์หลักเพื่อเป็น พุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา โดยนิยมนำไปกางกั้นถวายเหนือพระประธาน พระพุทธรูปสำคัญ หรือถวายไว้ ณ พระอุโบสถ เพื่อแสดงถึงความเคารพสูงสุด และเป็นเครื่องประดับสูงส่งทางพระพุทธศาสนา

ความเชื่อและอานิสงส์ของการถวายฉัตรตามความเชื่อโบราณและคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา การถวายฉัตรมีอานิสงส์มาก เปรียบเสมือนการกางกั้นความร้อนรุ่มและคุ้มครองจิตใจให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข อานิสงส์สำคัญได้แก่
:จิตใจร่มเย็นเป็นสุข: ไม่รู้สึกร้อนรุ่มกายและใจมีเกียรติยศชื่อเสียง: เป็นที่เคารพยกย่อง มีคนคอยช่วยเหลือค้ำจุนชีวิตมีความร่มเย็น: เปรียบเหมือนร่มฉัตรที่แผ่ขยาย คุ้มครองจากภัยอันตรายส่งเสริมบารมี: นิยมทำเพื่อเสริมดวงชะตา ชีวิตมีความเจริญก้าวหน้า

คาถาธรรมบท อัปปมาทวรรคที่ ๒          [๑๒] ความไม่ประมาท เป็นทางเครื่องถึงอมตนิพพาน ความประมาท                    เป็นทาง...
18/08/2026

คาถาธรรมบท อัปปมาทวรรคที่ ๒
[๑๒] ความไม่ประมาท เป็นทางเครื่องถึงอมตนิพพาน ความประมาท
เป็นทางแห่งความตาย ชนผู้ไม่ประมาทย่อมไม่ตาย ชน
เหล่าใดประมาทแล้วย่อมเป็นเหมือนคนตายแล้ว บัณฑิต
ทั้งหลายตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ทราบเหตุนั่นโดยความ
แปลกกันแล้ว ย่อมบันเทิงในความไม่ประมาท ยินดีแล้ว
ในธรรมอันเป็นโคจรของพระอริยเจ้าทั้งหลาย ท่านเหล่านั้น
เป็นนักปราชญ์ เพ่งพินิจ มีความเพียรเป็นไปติดต่อ
มีความบากบั่นมั่นเป็นนิตย์ ย่อมถูกต้องนิพพานอันเกษมจาก
โยคะ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ ยศย่อมเจริญแก่บุคคลผู้มี
ความหมั่น มีสติ มีการงานอันสะอาด ผู้ใคร่ครวญแล้วจึงทำ
ผู้สำรวมระวัง ผู้เป็นอยู่โดยธรรม และผู้ไม่ประมาท ผู้มี
ปัญญาพึงทำที่พึ่งที่ห้วงน้ำท่วมทับไม่ได้ ด้วยความหมั่น
ความไม่ประมาท ความสำรวมระวัง และความฝึกตน ชน
ทั้งหลายผู้เป็นพาลมีปัญญาทราม ย่อมประกอบตามความ
ประมาท ส่วนนักปราชญ์ย่อมรักษาความไม่ประมาท เหมือน
ทรัพย์อันประเสริฐสุด ท่านทั้งหลายอย่าประกอบตามความ
ประมาทอย่าประกอบการชมเชยด้วยสามารถความยินดีในกาม
เพราะว่าคนผู้ไม่ประมาทแล้ว เพ่งอยู่ ย่อมถึงสุขอันไพบูลย์
เมื่อใด บัณฑิตย่อมบรรเทาความประมาทด้วยความไม่ประมาท
เมื่อนั้นบัณฑิตผู้มีความประมาทอันบรรเทาแล้วนั้น ขึ้นสู่
ปัญญาดุจปราสาท ไม่มีความโศก ย่อมพิจารณาเห็นหมู่สัตว์
ผู้มีความโศก นักปราชญ์ย่อมพิจารณาเห็นคนพาล เหมือน
บุคคลอยู่บนภูเขามองเห็นคนผู้อยู่ที่ภาคพื้น ฉะนั้น ผู้มี
ปัญญาดี เมื่อสัตว์ทั้งหลายประมาทแล้ว ย่อมไม่ประมาท
เมื่อสัตว์ทั้งหลายหลับ ย่อมตื่นอยู่โดยมาก ย่อมละบุคคล
เห็นปานนั้นไป ประดุจม้ามีกำลังเร็วละม้าไม่มีกำลังไป ฉะนั้น
ท้าวมัฆวานถึง ความเป็นผู้ประเสริฐ ที่สุดกว่า เทวดาทั้งหลาย
ด้วยความไม่ประมาท บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญความ
ไม่ประมาท ความประมาทบัณฑิตติเตียนทุกเมื่อ ภิกษุยินดี
แล้วในความไม่ประมาท หรือเห็นภัยในความประมาท เผา
สังโยชน์น้อยใหญ่ไป ดังไฟไหม้เชื้อน้อยใหญ่ไป ฉะนั้น
ภิกษุผู้ยินดีแล้วในความไม่ประมาทหรือเห็นภัยใน ความประ
มาทเป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะเสื่อมรอบ ย่อมมีในที่ใกล้นิพพาน
ทีเดียว ฯ
จบอัปปมาทวรรคที่ ๒

สิ่งที่เตรียมการน้อย แต่มีผลมากกว่าตามลำดับ๑. จัดตั้งโรงทานขึ้นในทิศทั้ง ๔๒. นิตยทาน (การให้ทานเป็นประจำแก่ผู้มีศีล)๓. ก...
17/08/2026

สิ่งที่เตรียมการน้อย แต่มีผลมากกว่าตามลำดับ

๑. จัดตั้งโรงทานขึ้นในทิศทั้ง ๔

๒. นิตยทาน (การให้ทานเป็นประจำแก่ผู้มีศีล)

๓. การสร้างวิหารแด่พระสงฆ์ผู้มาแต่ทิศ ๔

๔. สรณคมน์ (การถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง)

๕. การสมาทานศีล ๕

๖. การออกบวชประพฤติพรหมจรรย์ ตั้งอยู่ในศีล ๓ ชั้น บำเพ็ญสมาธิจนได้ฌาน ๔ แล้วเจริญภาวนาจนได้วิชชา ๘...........
สรุปความบางตอนในกูฏทันตสูตร ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค พระไตรปิฎกเล่มที่ ๙ https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=9&siri=5

ก็ในสรณคมน์ ชื่อว่าการกระทำความเห็นให้ตรง เป็นของหนัก แต่ในการสมาทานสิกขาบทเป็นเพียงการงดเว้นเท่านั้น เพราะฉะนั้น การสมาทานสิกขาบทนั้นจึงใช้ทรัพย์สินน้อยกว่า และมีการตระเตรียมน้อยกว่า สำหรับผู้ที่รับพอประมาณบ้าง ผู้ที่รับอย่างดีบ้าง. ก็ในการสมาทานสิกขาบทนี้ พึงทราบว่า มีผลมากและมีอานิสงส์มาก เพราะขึ้นชื่อว่า ทานเช่นกับศีล ๕ ไม่มี.....
ข้อความบางตอนในอรรถกถากูฏฑันตสูตร https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=9&i=199

รับสมัครกัลยามิตรร่วมเดินทางไปทอดกฐินที่กุสินารา เข้าร่วมกลุ่มไลน์ที่ลิ้งค์

https://line.me/R/ti/g/jKQjmNwYg0

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๑สังยุตตนิกาย มหาวารวรรคสติสูตรผู้เจริญสติปัฏฐานชื่อว่าผู้มีสติ          [๘๐...
16/08/2026

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๑
สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค

สติสูตร
ผู้เจริญสติปัฏฐานชื่อว่าผู้มีสติ
[๘๐๓] สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะอยู่เถิด นี้
เป็นอนุศาสนีของเราสำหรับเธอทั้งหลาย ก็อย่างไรเล่า ภิกษุจึงชื่อว่าเป็นผู้มีสติ? ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมพิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ
กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสีย ย่อมพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่ ... ย่อมพิจารณาเห็น
จิตในจิตอยู่ ... ย่อมพิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัด
อภิชฌาและโทมนัสในโลกเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ภิกษุจึงชื่อว่าเป็นผู้มีสติ.
[๘๐๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อย่างไร ภิกษุจึงจะชื่อว่าเป็นผู้มีสัมปชัญญะ? ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย เวทนาอันภิกษุในธรรมวินัยนี้ทราบชัดแล้วย่อมบังเกิดขึ้น ที่ทราบชัดแล้วปรากฏอยู่
ที่ทราบชัดแล้วย่อมถึงความตั้งอยู่ไม่ได้ วิตกอันภิกษุทราบชัดแล้ว ย่อมบังเกิดขึ้น ที่ทราบชัด
แล้วปรากฏอยู่ ที่ทราบชัดแล้วย่อมถึงความตั้งอยู่ไม่ได้ ปัญญาอันภิกษุทราบชัดแล้วย่อมบังเกิดขึ้น
ที่ทราบชัดแล้วปรากฏอยู่ ที่ทราบชัดแล้วย่อมถึงความตั้งอยู่ไม่ได้อย่างนี้แล ภิกษุจึงจะชื่อว่าเป็นผู้
มีสัมปชัญญะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะ อยู่เถิด นี้เป็นอนุศาสนีของเรา
สำหรับเธอทั้งหลาย.
จบ สูตรที่ ๕
เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ บรรทัดที่ ๔๗๗๘-๔๗๙๓ หน้าที่ ๑๙๙.
https://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=19&A=4778&Z=4793&bgc=3&pagebreak=0&fontsz=2

หลักการและเหตุผลความสำคัญของเมืองกุสินาราเมืองกุสินารา รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย คือ ๑ ใน ๔ สังเวชนียสถานที่สำคัญที่ส...
16/08/2026

หลักการและเหตุผลความสำคัญของเมืองกุสินารา
เมืองกุสินารา รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย คือ ๑ ใน ๔ สังเวชนียสถานที่สำคัญที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก โดยเป็น สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ สาลวโณทยาน และเป็นสถานที่สถิตของมหาปรินิพพานสถูป ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนหมุดหมายสำคัญทางจิตวิญญาณที่เตือนสติพุทธศาสนิกชนให้ระลึกถึง ปัจฉิมโอวาท เรื่องความไม่ประมาท การได้มาปฏิบัติบูชา ณ ดินแดนพุทธภูมิแห่งนี้จึงเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธองค์อย่างสูงสุด
อานิสงส์และเหตุผลสนับสนุนการถวายกฐินทาน ณ เมืองกุสินารา
การจัดทอดถวายผ้ากฐินทาน ณ เมืองกุสินารา ถือเป็น กาลทานอันยิ่งใหญ่ ที่มีความพิเศษและทรงคุณค่ามากกว่าปกติด้วยปัจจัยหลายประการ:
* ถวาย ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ (พุทธบูชาขั้นสูงสุด): การถวายกฐินทาน ณ สาลวโณทยาน สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน ถือเป็นการทำบุญใหญ่ตรงต่อสถานที่ประวัติศาสตร์ของพระบรมศาสดา ได้อานิสงส์แห่งการน้อมถวายเป็นพุทธบูชา ณ ปรินิพพานสถาน
* จำกัดด้วยกาลเวลา: กฐินทานเป็นบุญที่ทำได้เพียงปีละ ๑ ครั้ง ภายในกำหนดเวลา ๑ เดือนหลังออกพรรษา การได้ร่วมเป็นเจ้าภาพปวารณากฐินในพุทธภูมิ รัฐอุตตรประเทศ จึงเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง
* สืบต่ออายุพระพุทธศาสนาในต่างแดน: เป็นการบำรุงพระภิกษุสงฆ์ผู้จำพรรษาและปฏิบัติธรรมดูแลสังเวชนียสถาน เพื่อให้พระศาสนายังคงประดิษฐานอย่างมั่นคงในแดนพุทธภูมิ และอุปถัมภ์วัดไทย/วัดพุทธในอินเดีย
* สร้างมหาบารมีและมหาโภคทรัพย์: การทำบุญกฐินด้วยจิตอันบริสุทธิ์ร่วมกับคณะกัลยาณมิตร ย่อมส่งผลให้ผู้ร่วมบุญเจริญด้วยมนุษย์สมบัติ ทิพยสมบัติ และปัญญาบารมี สมดังเจตจำนงของคณะผู้ปวารณา
ขอเชิญชวนกัลยาณมิตรทุกท่านร่วมส่งจิตอนุโมทนาบุญปวารณาถวายผ้ากฐินทาน ณ เมืองกุสินารา ในวันศุกร์ที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๙ นี้ เพื่อร่วมกันสืบอายุพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนสืบไป

🪷ประกาศปวารณากฐินเมืองกุสินารา 🪷(กำหนดถวายในวันศุกร์ที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๙)       ขอเชิญกัลยามิตรร่วมอนุโมทนาบุญปวารณ...
15/08/2026

🪷ประกาศปวารณากฐินเมืองกุสินารา 🪷
(กำหนดถวายในวันศุกร์ที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๙)
ขอเชิญกัลยามิตรร่วมอนุโมทนาบุญปวารณาเพื่อทอดถวายกฐินทาน
ด้วยกระผมแอดมินพร้อมคณะได้ปวารณาถวายผ้ากฐิน ณ ดินแดนพุทธภูมิ สาลวโณทยาน เมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย
กาลทานอันยิ่งใหญ่ ๑ ปี มีเพียงครั้งเดียว...

ขอเชิญชวนกัลยาณมิตรทุกท่านร่วมส่งจิตอนุโมทนาบุญในพิธีถวายผ้ากฐินทาน เพื่อสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาและน้อมถวายเป็นพุทธบูชา ณ สังเวชนียสถาน สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน

📌 รายละเอียดกำหนดการพิธีถวายผ้ากฐิน
🗓️ วันพฤหัสบดีที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๙
* ⏰ เวลา ๑๙:๐๐ น. : พิธีสมโภชกองบุญกฐิน
* 📍 สถานที่ : วัดเมียนม่า มหาปรินิพพานวิหาร (Myanmar Buddhist Monastery, Mahaparinirvan Temple) เมืองกุสินารา รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย

🗓️ วันศุกร์ที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๙
* ⏰ เวลา ๐๙:๐๐ น. : ทำพิธีถวายผ้ากฐิน ณ สาลวโณทยาน มหาปรินิพพานวิหาร
* ⏰ เวลา ๑๑:๐๐ น. : ถวายภัตตาหารแก่พระภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่
* 📍 สถานที่ : สาลวโณทยาน มหาปรินิพพานวิหาร เมืองกุสินารา รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย
คณะผู้ปวารณาถวาย
* นายเกรียงศักดิ์ แสนสำอางค์
พร้อมคณะกัลยาณมิตรกลุ่มบุญงานเพจ "พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้อริยสัจ"

✨ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และบุญกุศลอันบริสุทธิ์ในครั้งนี้ จงดลบันดาลให้กัลยาณมิตรทุกท่านที่ร่วมบุญอนุโมทนา ประสบแต่ความสุข ความเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปัญญา และความสำเร็จในหน้าที่การงานทุกประการด้วยเทอญ 🙏✨

#ปวารณากฐิน #กฐินกุสินารา #บุญกฐิน2569 #สังเวชนียสถาน #พุทธคยาสถานที่ตรัสรู้อริยสัจ

อัยยิกาสูตรที่ ๒          [๓๙๙] สาวัตถีนิทาน ฯ          ครั้งนั้นแลเป็นเวลากลางวัน พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู...
14/08/2026

อัยยิกาสูตรที่ ๒
[๓๙๙] สาวัตถีนิทาน ฯ
ครั้งนั้นแลเป็นเวลากลางวัน พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มี- *พระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้ว ประทับอยู่ ณ ที่ควร ส่วนข้างหนึ่ง ฯ
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะท้าวเธอผู้ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งว่า เชิญเถิดมหาบพิตร พระองค์เสด็จมาจากไหนหนอแต่วัน ฯ
พระเจ้าปเสนทิโกศลกราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า พระอัยยิกาของหม่อม- *ฉัน ผู้ทรงชรา เป็นผู้เฒ่า เป็นผู้ใหญ่ ล่วงกาลผ่านวัย มีพระชนม์พรรษา ๑๒๐ พรรษา ได้เสด็จทิวงคตเสียแล้ว ท่านเป็นที่รัก เป็นที่พอใจของหม่อมฉันมาก พระพุทธเจ้าข้า หากหม่อมฉันจะพึงได้สมหวังว่า ขอพระอัยยิกาเจ้าของเราอย่าได้ เสด็จทิวงคตเลย ดังนี้ แม้ด้วยใช้ช้างแก้วแลกไซร้ หม่อมฉันพึงให้แม้ซึ่งช้างแก้ว เพื่อให้ได้สมหวัง ดังนี้ พระพุทธเจ้าข้า หากหม่อมฉันพึงได้สมหวังว่า ขอพระ- *อัยยิกาเจ้าของเราอย่าได้เสด็จทิวงคตเลย แม้ด้วยใช้ม้าแก้วแลกไซร้ หม่อมฉัน พึงให้แม้ซึ่งม้าแก้วเพื่อให้ได้สมหวัง พระพุทธเจ้าข้า หากหม่อมฉันพึงได้สมหวัง ว่า ขอพระอัยยิกาเจ้าของเราอย่าได้เสด็จทิวงคตเลย ดังนี้ แม้ด้วยใช้บ้านส่วย แลกไซร้ หม่อมฉันพึงให้แม้ซึ่งบ้านส่วยเพื่อให้ได้สมหวัง พระพุทธเจ้าข้า หาก หม่อมฉันพึงได้สมหวังว่า ขอพระอัยยิกาเจ้าของเราอย่าได้เสด็จทิวงคตเลย ดังนี้ แม้ด้วยใช้ชนบทแลกไซร้ หม่อมฉันพึงให้แม้ซึ่งชนบทเพื่อให้ได้สมหวัง พระ- *พุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสคำนี้ไว้ว่า สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง มีมรณะ เป็นธรรมดา มีมรณะเป็นที่สุด ไม่ล่วงพ้นมรณะไปได้เลย ดังนี้นั้น เป็นคำตรัส ที่ชอบ เป็นของอัศจรรย์ ไม่เคยมีมาแล้ว ฯ
[๔๐๐] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ข้อนั้นเป็นอย่างนั้น มหาบพิตร ข้อนั้น เป็นอย่างนั้น มหาบพิตร สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง มีความตายเป็นธรรมดา มีความ ตายเป็นที่สุด ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้เลย ดูกรมหาบพิตร ภาชนะดิน ชนิด ใดชนิดหนึ่ง ทั้งที่ดิบทั้งที่สุก ภาชนะดินเหล่านั้นทั้งหมด มีความแตกเป็นธรรมดา มีความแตกเป็นที่สุด ไม่ล่วงพ้นความแตกไปได้เลย แม้ฉันใด ดูกรมหาบพิตร สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง มีความตายเป็นธรรมดา มีความตายเป็นที่สุด ไม่ล่วงพ้น ความตายไปได้เลย ฉันนั้นเหมือนกันแล ฯ
[๔๐๑] พระผู้มีพระภาคผู้พระสุคตศาสดา ครั้นตรัสไวยากรณ์ภาษิตนี้ จบลงแล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า
สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงต้องตาย เพราะชีวิตมีความตายเป็นที่สุด
สัตว์ทั้งหลายจักไปตามกรรม เข้าถึงผลแห่งบุญและบาป คือ
ผู้มีกรรมเป็นบาป จักไปสู่นรก ส่วนผู้มีกรรมเป็นบุญ จักไป
สู่สุคติ ฯ
เพราะฉะนั้น พึงทำกรรมงามอันจะนำไปสู่สัมปรายภพ สั่งสม
ไว้ บุญทั้งหลายย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในปรโลก ฯ

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๒อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาตสังขตสูตร          [๔๘๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สั...
13/08/2026

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๒
อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต

สังขตสูตร
[๔๘๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขตลักษณะของสังขตธรรม ๓
ประการ ๓ ประการเป็นไฉน คือ
ความเกิดขึ้นปรากฏ ๑
ความเสื่อมปรากฏ ๑
เมื่อตั้งอยู่ความแปรปรวนปรากฏ ๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขตลักษณะของสังขต-
*ธรรม ๓ ประการนี้แล ฯ

อรรถกถาสังขตสูตรที่ ๗
พึงทราบวินิจฉัยในสังขตสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า สงฺขตสฺส ความว่า อันปัจจัยทั้งหลายมารวมกันสร้าง (ปรุงแต่ง). เครื่องหมายที่เป็นเหตุให้หมายรู้ว่า สิ่งนี้อันปัจจัยปรุงแต่งแล้ว ชื่อว่าสังขตลักษณะ.
บทว่า อุปฺปาโท ได้แก่ ความเกิด.
ความแตกดับชื่อว่าความเสื่อม ความแก่ชื่อว่าความแปรไปของผู้ที่ดำรงอยู่แล้ว.
ธรรมที่เป็นไปในภูมิ ๓ ชื่อว่าสังขตะ ในบทว่า สงฺขตสฺส นั้น แต่มรรคผลพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ตรัสไว้ในพระสูตรนี้ เพราะไม่เข้าถึงการพิจารณา.
การเกิดขึ้นเป็นต้น ชื่อว่าสังขตลักษณะ. บรรดาลักษณะทั้ง ๓ นั้น ความเกิดขึ้นมีในอุปปาทขณะ. ความแก่มีในขณะที่ตั้งอยู่ (ฐิติขณะ). ความเสื่อมมีในภังคขณะ.
ลักษณะเครื่องหมายไม่ใช่สังขตะ (สิ่งที่ถูกปรุงแต่ง) สังขตะ (สิ่งที่ถูกปรุงแต่ง) ก็ไม่ใช่ลักษณะ (เครื่องหมาย). แต่สิ่งที่เป็นสังขตะถูกกำหนดด้วยลักษณะ. ลักษณะของช้าง ม้า โคและกระบือเป็นต้นที่เป็นเหตุให้จำได้หมายรู้ เช่น หอกหลาวเป็นต้น ไม่ใช่ (ตัว) ช้างเป็นต้น ถึง (ตัว) ช้างเป็นต้นก็ไม่ใช่ลักษณะเหมือนกัน แต่ช้าง ม้า โคและกระบือเป็นต้นเหล่านั้น (เรา) รู้กันว่าเป็นช้างของคนโน้น ม้าของคนโน้น หรือช้างชื่อโน้น ม้าชื่อโน้น ก็ด้วยลักษณะทั้งหลายฉันใด ข้ออุปไมยนี้ก็พึงทราบฉันนั้น.

จบอรรถกถาสังขตสูตรที่ ๗
-----------------------------------------------------

เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ บรรทัดที่ ๓๙๔๔-๓๙๔๘ หน้าที่ ๑๖๙-๑๗๐.
https://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=20&A=3944&Z=3948&bgc=11&pagebreak=0&fontsz=0

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๒อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาตอุปปาทสูตร          [๕๗๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เ...
13/08/2026

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๒
อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต

อุปปาทสูตร
[๕๗๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะตถาคตอุบัติขึ้นก็ตาม ไม่อุบัติ ขึ้นก็ตาม ธาตุนั้น คือ ความตั้งอยู่ตามธรรมดา ความเป็นไปตามธรรมดา ก็คงตั้งอยู่อย่างนั้นเอง ตถาคตตรัสรู้ บรรลุธาตุนั้นว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง ครั้นแล้วจึงบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก ทำให้เข้าใจง่ายว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะตถาคตอุบัติขึ้นก็ตาม ไม่อุบัติขึ้น ก็ตาม ธาตุนั้น คือ ความตั้งอยู่ตามธรรมดา ความเป็นไปตามธรรมดา ก็คงตั้ง อยู่อย่างนั้นเอง ตถาคตตรัสรู้ บรรลุธาตุนั้นว่า สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ ครั้นแล้ว จึงบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก ทำให้เข้าใจง่ายว่า สังขาร ทั้งปวงเป็นทุกข์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะตถาคตอุบัติขึ้นก็ตาม ไม่อุบัติขึ้นก็ตาม ธาตุนั้น คือ ความตั้งอยู่ตามธรรมดา ความเป็นไปตามธรรมดา ก็คงตั้งอยู่อย่าง นั้นเอง ตถาคตตรัสรู้ บรรลุธาตุนั้นว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา ครั้นแล้วจึง บอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก ทำให้เข้าใจง่ายว่า ธรรม ทั้งปวงเป็นอนัตตา ฯ

อรรถกถาอุปปาทสูตรที่ ๔
พึงทราบวินิจฉัยในอุปปาทสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ธมฺมฏฐิตตา ได้แก่ ภาวะที่ทรงตัวอยู่ได้เองตามสภาพ.
บทว่า ธมฺมนิยามตา ได้แก่ ความแน่นอนโดยสภาพ.
บทว่า สพฺเพ สงฺขารา ได้แก่ สังขารอันเป็นไปในภูมิ ๔.
บทว่า อนิจฺจา ความว่า ชื่อว่า อนิจฺจา ด้วยอรรถว่าเป็นแล้วกลับไม่เป็น.
บทว่า ทุกฺขา ความว่า ชื่อว่าทุกข์ ด้วยอรรถว่าบีบคั้นเสมอ.
บทว่า อนตฺตา ความว่า ชื่อว่า อนตฺตา เพราะอรรถว่าไม่เป็นไปตามอำนาจ.
ในพระสูตรนี้ เป็นอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสลักษณะทั้ง ๓ อย่างไว้คละกันดังพรรณนามาฉะนี้.

จบอรรถกถาอุปปาทสูตรที่ ๔

Address

Gaya
824231

Telephone

+66885908812

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้อริยสัจ posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้อริยสัจ:

Shortcuts

Share

Category