Smiley's ไปเที่ยวกันด้วยจุดมุ่งหมายที่จะเปิดโลก ให้ความเชื่อมั่นกับเพื่อนคนไทยทุกคน ในการจะเดินทางค้นหาตัวเอง

รับพาเที่ยว วางแผนเที่ยว หรือจัดหาข้อมูลเที่ยว แต่ไม่ได้ทำฟรี เพราะไม่ได้เป็นเมียฝรั่งว่างงานมาก ที่ทำเพราะอยากให้คนไทยไปเที่ยวเมืองนอกกันอย่างสนุก ประหยัด จากประสบการณ์สมุห์บัญชีบริษัททัวร์เก่า ที่พอรู้ว่าราคาอะไรเป็นอะไร

สนุก ประหยัด ปลอดภัย (จริงๆแล้วสโลแกนคือ โหด มัน ฮา) จัดให้ตามใจท่าน
เพราะเราไม่ใช่บริษัททัวร์ตามใจฉัน หากไม่รู้ว่าตัวเองอยากได้อะไร มาปรึกษา ค้นหาความต้องการแท้จริงที่ยังตัดส

ินใจไม่ถูก คุยกันก่อนได้ค่ะ
ไม่ต้องใช้คำสุภาพกะลี่มากค่ะ ลี่อายุ 42 เรียกพี่ เรียกน้องได้ตามอายุเลยค่ะ ความสุภาพเราขอวัดกันที่ความจริงใจค่ะ

ปีนี้ลี่ทำทัวร์ในยุโรปมาเป็นสิบกว่าแล้ว (ทำครั้งแรกเป็นทางการปี 2003) รับพาเที่ยวทุกประเทศไม่ว่าจะอังกฤษ ไอร์แลนด์ ยันโปแลนด์ รัสเซีย โครเอเชีย โคโซโว ก็รับหมดค่ะ ถ้าคุณใจตรงกัน เราเข้ากันได้ คุณอยากไปไหน ลี่ตามไปให้ได้หมด ค่าบริการปีนี้จ่ายเน็ตๆ 20 ยูโรต่อคนต่อวันค่ะ(รวม VAT21%แล้ว) ราคาถูกที่สุดแน่นอน ลี่รู้ตัวเองดี แต่คุณจะเลือกลี่ แล้วลี่จะเลือกคุณรึเปล่า อันนี้อีกเรื่องนึง

ก่อนติดต่อมา อ่านเงื่อนไข และวิธีการจอง รวมทั้งราคาค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ ได้ก่อนตัดสินใจ ที่เวบค่ะ www.ez-travel.info หากคุณไม่เคยเที่ยวยุโรปเลยสักครั้ง เลือกไม่ถูก ไม่รู้งบ ลี่แนะนำให้ลองดูโฆษณาของบริษัทที่ขายทัวร์รถคันใหญ่ๆ ดูโปรแกรม และระยะเวลาในการเดินทางก่อน ทัวร์ตามสั่งนั้น เน้นพาเที่ยว ในแบบที่ทัวร์รถคันใหญ่ จัดให้คุณไม่ได้ ดังนั้นถ้าคุณจะเอาแบบทัวร์ไทย แต่อยากได้ราคาถูกกว่า เป็นความเข้าใจที่ผิดนะคะ ทัวร์ส่วนตัว เหมือนการพาลูกไปเรียนโรงเรียนเอกชน จะถูกกว่าการไปเรียนโรงเรียนเทศบาล ราคาเหมานั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้ ในมาตรฐานที่เท่ากัน แต่หากคุณเป็นคนง่ายๆ ชอบความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่น ติดดิน ราคาของคุณอาจจะถูกกว่ารถทัวร์ 40-50 คน แต่ถ้าคุณชอบหรูเป็นพิเศษ เที่ยวชิลๆ ตามใจฉัน ค่าใช้จ่ายของคุณจะแพงกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้น ลี่ไม่เคยทำกำไรจากค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกจากค่าแรง มั่นใจได้ว่า คุณจ่ายตามจริง ทั้งหมดทั้งสิ้นค่ะ

เคยไหมคะ จะเดินทางแล้วยังไม่ได้แพ็คกระเป๋าเลย ทั้งที่วางแผนไว้ล่วงหน้า 3 เดือน 6 เดือน แต่พอถึงเวลามาโยนของลงกระเป๋าเอาค...
11/06/2026

เคยไหมคะ จะเดินทางแล้วยังไม่ได้แพ็คกระเป๋าเลย ทั้งที่วางแผนไว้ล่วงหน้า 3 เดือน 6 เดือน แต่พอถึงเวลามาโยนของลงกระเป๋าเอาคืนที่จะบิน หาอะไรก็ไม่เจอวุ่นวายไปหมด

ลี่ก็เป็นคนนึงที่เดินทางบ่อยเพราะว่าจำเป็น ก็มันคืองานอะเนอะ ลี่ก็เลยมีกระเป๋าไว้หลายๆใบ ซึ่งก็ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นไซส์เดียวกันหรือจะต้องเป็นใบที่จะเอาไปไว้ใช้นะคะ เป็นกระเป๋าเก่าที่พังแล้วก็ได้ค่ะ แต่ว่าควรจะมีเอาไว้ตามจำนวนทริปที่เราจะไปค่ะ

แล้วทีนี้ก็เอากระเป๋านั่นแหละวางไว้ในที่ที่มองเห็นได้ชัดนะคะ ถ้าเราใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนชั้น 2 ของบ้านก็เอามันขึ้นไปไว้ที่ชั้น 2 นั่นแหละค่ะ จะเอาไว้ตรงข้างลานพักบันได หรือหน้าห้องน้ำ หรือห้องแต่งตัวตรงไหนก็ได้ที่คุณรู้สึกว่าคุณจะเห็นมันทุกวัน เห็นบ่อย

แล้วหลังจากนั้น ทันทีที่คุณไปเจอของอะไรแล้วคุณรู้สึกว่าเออเอาอันนี้ไปด้วยดีกว่า คุณก็หยิบแล้วก็ไปโยนใส่ในกระเป๋าค่ะ

อย่างเช่น ลี่ดูข่าวแล้วว่าเดี๋ยวเวียดนามช่วงที่ไปเป็นฤดูฝนฝนตกแน่ๆ เดินไปที่ประตูหน้าบ้านเห็นร่มพับอันนึงที่ไม่ใช้ เพราะว่าตอนนี้ที่เนเธอร์แลนด์มันเป็นต้นฤดูร้อนค่ะ ยังไม่มีฝนหนักๆนะ ก็เอาร่มพับโยนใส่กระเป๋าไปก่อนเลยค่ะ

แล้วเมื่อวานไปรื้อของในห้องเก็บของเจอเสื้อกันฝนแบบคลุมหัว ของแฟนก็เลยหยิบเอาไปโยนใส่กระเป๋าไว้อีก 1 ชิ้น

นอกจากนั้นบางทีเราอาจจะไม่ได้นึกถึงการแพ็คกระเป๋าหรอกค่ะแต่ว่าเราไปทำอะไรสักอย่างที่มันเกี่ยวข้องกัน ยังไม่เช้านี้ลี่รื้อถุงใส่ของที่เพื่อนบ้านเขาเอามาฝากไว้ตั้งนานแล้วในนั้นมีหน้ากากอนามัยอยู่แพ็คนึง นึกขึ้นมาได้ อากาศที่ฮานอยค่อนข้างจะเป็นมลพิษ ก็เลยโยนหน้ากากถุงนั้นใส่กระเป๋าไปเรียบร้อยแล้วค่ะ

ในส่วนของของใช้ในห้องน้ำ ปกติแล้วลี่จะมีถุงห้องน้ำ ซึ่งเอาไว้ใส่ของใช้ในห้องน้ำทั้งหมดและจะเป็นถุงที่มีซิปรูดปิดและกันของเหลวไหลออกได้ค่ะ ในนั้นก็จะมีขวดของใช้เล็กๆที่แบ่งไว้แล้ว นอกจากขวดใหญ่ที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวันค่ะ มีอะไรบ้าง ก็มีน้ำยาล้างเครื่องสำอาง ครีมนวดผมแบบสเปรย์ ยาสีฟันแปรงสีฟัน (อีกชุด) น้ำหอมไซส์เล็ก ดีโอ ของพวกนี้มันเป็นของชิ้นเล็กๆ ไซส์เล็กๆ ที่เราไม่ได้มีแค่ชุดเดียวใช้อยู่ประจำ ก็เดินผ่านกระเป๋าก็เอาไปโยนใส่ไว้ในกระเป๋าห้องน้ำก่อนเลยค่ะ

เวลาไปเที่ยวบางทีเราต้องคิดว่าของพวกนี้เราจะหาซื้อได้ที่ปลายทางไหม หาซื้อง่ายหรือเปล่าราคาเท่าไหร่ ยังครีมกันแดด holy รู้มาว่าที่เวียดนามมันก็มีนะแต่มันแพง ก็เลยซื้อไปจากที่นี่เลยเพราะว่าช่วงนี้มีโปรโมชั่นครีมและสเปรย์กันแดดอยู่แล้ว ไปจ่ายตลาดซื้อของใช้ในบ้านมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ซื้อมาเสร็จเอาสเปรย์โยนใส่กระเป๋าใหญ่ไปก่อนเลย

พอเราไปเที่ยวแน่นอนมันไม่เหมือนกับการอยู่บ้านปกติ แต่อะไรที่เราเคยทำตอนอยู่บ้าน เราก็ยังคงต้องทำอยู่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการกินยาประจำตัว ถ้าเรามีอาการป่วยอะไรที่มักจะเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการแพ้ ความซุ่มซ่ามที่เลือดตกยางออกตลอด หรือเราดูแล้วช่วงเที่ยวเป็นช่วงที่ใกล้จะมีรอบเดือน เราก็จะต้องเตรียมของส่วนตัวไปในถุงส่วนที่เป็น"ร่วมยา"ค่ะ ลี่เองก็จะเอาพวกพลาสเตอร์ ยาใส่แผล ยาหม่องมาแมลงสัตว์กัดต่อย ยาแก้เมารถ เกลือ ors และของต่างๆที่จำเป็นสำหรับการรักษาตัวเองค่ะ ถ้ามันพ้นความสามารถเรา ยังไงก็ต้องไปร้านขายยาและโรงพยาบาลแน่ๆ สิ่งที่ลี่จะไม่พกไปก็คือยาปฏิชีวนะค่ะ ถ้ามันจำเป็นเดี๋ยวไปหาหมอ ให้หมอเขาสั่งให้เอง

พอเราทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ วันก่อนเดินทาง เราก็เอา check list ออกมา แล้วก็ทำการเท หรือถ้าเราจะเอากระเป๋าอื่นอีกใบไปแล้วก็ย้ายของ ค่อยๆเช็คไปตามรายการเลยค่ะ

พอเราทำแบบนี้มันจะใช้เวลาไม่นานคือไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้ว

ส่วนสิ่งที่ค่อนข้างเยอะและมีน้ำหนักมากที่สุดของเวลาเราแพ็คกระเป๋าก็คือเสื้อผ้าชุดที่จะใส่ให้สวยค่ะ อย่าว่าอะไรเลย กางเกงยีนส์ตัวนึงก็หนักเกือบกิโลแล้วนะคะ

ส่วนนี้ลี่ไม่เคยดูจำนวนวันค่ะ จริงๆแล้วไม่ว่าจะไป 3 วันหรือว่าไป 3 เดือน กระเป๋ามันก็ใหญ่เท่ากัน เพราะเราใส่เสื้อผ้าได้วันนึงไม่เกิน 3 ชุดหรอกค่ะ ไม่ได้ว่างเปลี่ยนขนาดนั้น เผลอๆยิ่งไปนานขึ้น กระเป๋ามันจะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่าเราเจออะไรที่เราชอบเราก็จะซื้อเพิ่ม มันเป็นที่สไตล์ของแต่ละคนด้วยค่ะ บางคนเอากางเกงในไปครบทุกวันเลยตามจำนวนวันที่ไป แต่จะเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง เพราะรู้สึกสะดวกใจแบบนี้ ส่วนลี่จะเอาไป 3 ชุดใส่อยู่ 1 อาจจะซักรอตากแห้งอยู่หนึ่งและเผื่ออีก 1 ชุดสำหรับการแพ็คกระเป๋าย่อยไปทัวร์รายวัน ซึ่งอาจจะไปลงน้ำ เดินป่า ทำกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกว่าเสื้อผ้าเปียกและไม่สบายตัวต้องเปลี่ยน ก็จะพกใส่เป้ไป เพราะสไตล์การเที่ยวของลี่เองก็คือลี่จะซักชุดชั้นในทุกวันค่ะ ตอนที่อาบน้ำ เราก็จะต้องดูสไตล์ของเราเองด้วยค่ะ ชุดชั้นในซักแล้วมีวิธีการให้มันแห้งภายในข้ามคืนเท่านั้นค่ะ

ต่อไปก็จะเป็นการบริหารเสื้อผ้าชั้นนอก โดยการดูก่อนว่า มีเสื้อหรือตัวที่จะใส่ท่อนบนทั้งหมดกี่ชิ้น และกางเกงหรือกระโปรงที่จะใส่ท่อนล่างทั้งหมดกี่ชิ้น แล้วก็ลองเอามาทำการ mix & match ดูค่ะเช่นมีเสื้อสีเหลืองอยู่ตัวหนึ่ง เราต้องดูว่าเสื้อสีเหลืองตัวนี้ใส่กับกางเกงหรือกระโปรงได้กี่แบบ ถ้ามันใส่คู่กันอยู่ได้แค่ตัวเดียว อย่าเอาไปเลยไม่คุ้มความหนัก เพราะเวลาถ่ายรูปมาเดี๋ยวมันก็จะได้ combination เดิม 555

ส่วนเสื้อตัวไหนใส่กับกางเกงก็ได้ใส่กับกระโปรงก็สวย หรือมีเสื้อกั๊กที่จะใส่ทับเข้าไปอีกโดยที่ไม่ได้เป็นชุดที่เปลืองน้ำหนักเราก็เอาเสื้อกั๊กไปไปใส่ทับกับเสื้อตัวในหลายๆตัวเป็นการสร้างเซตเพิ่ม ถ้าวันไหนมีเวลา อารมณ์ดีๆ ก็มาทดลองใส่แต่ละตัวยืนดูหน้ากระจกเป็นชุดๆคู่ๆกันไป อันไหน ดูแล้ว ใส่แล้วไม่พรางความอ้วนเราเลย หรือใส่แล้วดูมันเชยๆยังไงก็ไม่รู้ แฟชั่นมันจะเอาท์ไหม ก็ไม่ต้องเอามันไปค่ะ เสื้อผ้าที่เรายังไม่ได้ลอง ถ้าเราขนไป สุดท้ายเราก็จะไม่ได้ใส่อยู่ดีค่ะ หนักเปล่าๆ ทุกๆน้ำหนัก 1 กิโลกรัมที่ไม่มีประโยชน์ ทำให้กระเป๋าเราเสื่อม แขนเราก็เมื่อยล้าเพิ่มขึ้นด้วย เหลือที่ว่างกับน้ำหนักไปซื้อของสวยๆที่เจอเพิ่มในต่างแดนดีกว่า อิอิ

สำหรับ checklist สำหรับการไปเที่ยวแต่ละคนก็ย่อมมีสิ่งของที่จำเป็นไม่เท่ากันบางคนขาดไดร์เป่าผมไม่ได้จะต้องสระผมทุกวัน คุณก็จะต้องเช็คดูที่พักว่ามันมีไดร์เป่าผมให้ทุกคืนไหม ถ้ามันมีอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องแบกไปค่ะ มันอาจจะคุณภาพไม่ดีเท่าของเราเอง แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ทำให้เราหนักไปอีกเกือบ 1 กิโล

อีกสิ่งนึงที่ลี่ไม่แนะนำให้ทำเลย หลายคนจะมีนิสัยจ่ายเงินอะไรต้องให้คุ้มค่า พอไปพักที่ไหน ที่เขาแจกอุปกรณ์ของใช้ห้องน้ำ คุณก็ไปเก็บพวกของเหลวเหล่านั้นมันมาเพิ่มอีก เพราะเอากลับไปบ้านก็ไม่อยากใช้เพราะว่าการที่คุณใช้ของชิ้นเล็กๆพวกนั้น เขาทำมันมาเหมาะสำหรับการใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง พอคุณเก็บไปหลายๆชิ้นมันก็เพิ่มน้ำหนัก แป๊บๆครึ่งกิโล ถ้าอยากจะเก็บพวกของเบาๆอย่างสำลีหรือคอตตอนบัดที่เขาแจก หมวกอาบน้ำ แบบนี้เบาเก็บสะดวก ไม่มีไปแตกหกเลอะเทอะอยู่ในกระเป๋าด้วยค่ะ

และจริงๆแล้วสิ่งที่ทำให้ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยเก๋ คือการมีพร็อพชิ้นเล็กๆเบาๆ ที่หลากหลาย คุณอาจจะใส่เสื้อแขนยาวตัวเดิมทุกวันก็ได้ในช่วงหน้าหนาวแต่มีผ้าพันคอลายสวยๆบางๆไป 7 ชิ้น ซึ่งไม่ได้เพิ่มน้ำหนักอะไรเลย แต่ทำให้เวลาถ่ายรูปพอเสร็จแล้วคุณสวยได้ทุกวันไม่ซ้ำ หรือบางครั้งการเอาหมวกสีสันสวยงามไป แล้วไปแลกเปลี่ยนกับเพื่อนในกลุ่ม ถ้าคุณไปเที่ยวกันแบบสมาชิกในกลุ่มของตัวเอง เวลาถ่ายรูปเดี่ยว คุณก็จะมีพร็อพประกอบแต่ละรูป แต่ละวัน ที่มันไม่เหมือนกัน จริงๆก็คือสมบัติผลัดกันชม ยืมของเพื่อนมา เราก็เอาของเราให้เพื่อนยืมบ้าง ;)

ขั้นต่อไปที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางมากๆ ก็คือต่อให้คุณมีถุง มีกระเป๋า มีกล่อง มีเป้หลายชิ้น แต่ทุกชิ้นต้องสามารถยัดเข้าไปอยู่รวมกันได้ในกระเป๋าใหญ่ใบเดียวเวลาย้ายที่พักหรือ ขึ้นยานพาหนะ เอาทุกอย่างยัดเข้าไปอยู่ในใบใหญ่ มันจะคล่องตัวมากกว่า แล้วคนอื่นที่จะช่วยคุณเขาก็สามารถช่วยได้โดยสะดวก ถุงข้าวของไม่ไปฟาด หรือเหวี่ยงไปกระแทกใคร หรือทำให้ตัวคุณเสียสมดุลการทรงตัว

สำหรับลี่เอง เวลาไปเที่ยวกับแฟนเราจะมีกระเป๋าโหลดใบเดียว 2 คนรวมกันเป็นกระเป๋าใหญ่ กระเป๋าเป้คนละใบ ซึ่งอันนั้นเอาไว้ใส่อุปกรณ์กล้องถ่ายรูป/โดรน เพราะเอาไว้ในกระเป๋าโหลดไม่ได้ เดี๋ยวมันแตกหักเสียหาย ส่วนในกระเป๋าเป้นั้นก็จะมีอุปกรณ์ของใช้ส่วนตัวอย่างแปรงสีฟันยาสีฟันซึ่งมักจะไว้ในนั้น เอาไว้ไปแปรงฟันบนเครื่อง มีถุงเครื่องสำอางเครื่องแต่งหน้าเล็กๆน้อยๆ ลิปสติก,แป้ง แล้วที่สำคัญก็จะมีเสื้อผ้าอยู่อีกสำหรับใส่ได้อีก 1 ชุดค่ะเผื่อไว้ถ้ากระเป๋าใบใหญ่มันมาไม่พร้อมเราหรือมันหายไปวันแรก เราจะได้ไม่ต้องวุ่นวายกับการหาซื้อเสื้อผ้า จะได้ใจร่มๆแล้วก็มีเวลาทั้งวันในการแก้ปัญหา สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออย่าเผลอเอาของมีค่าใส่ไว้ในกระเป๋าใบใหญ่เด็ดขาดกระเป๋าโหลดใต้เครื่องไม่ว่าเราจะล็อคด้วยวิธีไหน มันมีคนอื่นที่สามารถเปิดได้เสมอค่ะ และที่สำคัญต้องดูให้ดีว่าไม่มีของต้องห้ามเข้าไปอยู่ในนั้นนะคะ

ส่วนเงินการ์ดและของมีค่าทั้งหลายนั้น จะเก็บไว้กับกระเป๋าที่อยู่กับตัวเป็นเหมือนกับถุงแนบลำตัวไปเลย ผู้หญิงหลายคนก็นิยมจะใช้ชุดชั้นในคุณยายค่ะซึ่งมันจะมีซิปสามารถจะเก็บพวกบัตรเครดิต ธนบัตร เอาไว้แนบชิดตัวได้ ซึ่งก็เป็นวิธีการที่ดีและปลอดภัย นอกจากนั้นนะคะถ้าเราเดินทางที่จะต้องมีการสัมผัสกับน้ำ แนะนำให้เอาของสำคัญใส่ถุงซิปล็อค หรือถุงที่กันน้ำได้เอาไว้ก่อน 1 ชั้นเสมอค่ะ ถึงฝนจะตกตัวเราเปียกก็ไม่เป็นไร โทรศัพท์มือถือพาวเวอร์แบงค์ของสำคัญเราจะต้องปลอดภัย โดยเฉพาะวันที่เราดูพยากรณ์อากาศมาแล้วว่า มีฝนแน่ๆ เราก็เตรียมอุปกรณ์กันฝนไปค่ะ วันไหนแดดเปรี้ยงทั้งวัน พยากรณ์อากาศมันเชื่อถือได้นะคะ ไม่ต้องพกไม่ต้องแบกไปให้หนักค่ะ

เดี๋ยวลี่หาวิธีการแชร์ checklist สำหรับการแพ็คกระเป๋ามาให้ ว่าจะแชร์ขึ้นไปเป็น google doc หรือว่าจะทำมาเป็นไฟล์ภาพดี เดี๋ยวกลับมาทำให้แน่นอนค่ะ

เมื่อเช้ามีคนเอาโพสต์ให้ดูเรื่องของการ ต้องเปลี่ยนเครื่องในประเทศที่เป็น hub ของสายการบิน ปัญหาคือ flight ต้นทางมันดีเลย...
10/06/2026

เมื่อเช้ามีคนเอาโพสต์ให้ดูเรื่องของการ ต้องเปลี่ยนเครื่องในประเทศที่เป็น hub ของสายการบิน ปัญหาคือ flight ต้นทางมันดีเลย์เป็นชั่วโมงทำให้มาไม่ทันไฟลท์ที่จะต้องต่อ ขนาดวิ่งเต็มที่แล้ว ไปถึงก็ไม่ทันเวลาเครื่องออก

ในฐานะที่เคยเป็นเอเจนซี่ออกตั๋ว แล้วก็เป็นผู้โดยสารเอง เรามีคำแนะนำดังนี้ค่ะ สำหรับคนที่ยังไม่เคยขึ้นเครื่องบิน หรือคนที่เคยเดินทางแล้วแหละ แต่ยังไม่เคยเจอกรณีเครื่องดีเลย์

แนะนำดังนี้นะคะ

อันดับแรกเลย ไม่ว่าคุณจะซื้อตั๋วเครื่องบินจาก agency ไหน ออนไลน์หรือไปซื้อที่สำนักงาน เมื่อได้ตั๋วที่คอนเฟิร์มมาแล้ว ไปที่เว็บของสายการบิน หรือโหลด app ของสายการบิน แล้วทำการผูก booking ไว้ ก็คือสร้าง account ขึ้นมาก่อน ถ้าให้ดี สายการบินเขามีการสมัครสมาชิกสะสมไมล์ ก็สมัครไปด้วยเลยค่ะ ฟรี เอาหมายเลขมาใส่ทีหลังได้หลังจากออกตั๋วแล้ว แล้วหลังจากนั้นก็ทำการเข้าไป manage my booking ซึ่งเขาจะมีปุ่มให้กดทำการเพิ่มข้อมูล

สิ่งที่คุณจะต้องใช้ก็คือ PNR ซึ่งเป็นตัวเลข ผสมตัวอักษร 6 ตัว ได้มาจาก booking ที่จองนั่นแหละค่ะ ใช้ร่วมกับนามสกุลของตัวเอง สมมุติว่าใน booking เดียวกันมีผู้โดยสารหลายคน มันก็จะขึ้นมาทั้งหมด

พอผูกเข้าไปเรียบร้อยแล้ว ทางสายการบินก็จะมีข้อมูลของคุณอยู่ คุณเองก็จะได้รับการอัพเดทข้อมูลต่างๆไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนเวลาบินมันก็จะแจ้งอัตโนมัติใน app เลย ถ้าคุณเปิด notification ไว้ สำหรับบาง app มันจะมีแจ้งเตือนวันที่คุณสามารถจะเช็คอินออนไลน์ได้ด้วย แล้วสำหรับบางสายการบินเช็คอินแล้วคุณสามารถจะเซฟบอร์ดดิ้งพาสใส่ไว้ใน wallet หรือใน app นั่นแหละได้เลย

โดยเมื่อถึงวันเดินทาง หลายๆสายการบิน app เขาจะละเอียดถึงขนาดบอกคุณได้ด้วยว่าคุณจะต้องไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์ไหน เปิดตั้งแต่เวลาเท่าไหร่ terminal ไหน เครื่องจะดีเลย์หรือเปล่า

ที่นี้ล่ะค่ะการเกิดเครื่องดีเลย์ ส่วนมากจะเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนเครื่องจะออกแล้ว เพราะว่าเครื่องบินลำเดียวกันอาจจะสถานการณ์เช่น มาถึงช้า อาหารที่จะต้องขึ้นเครื่องไปมีปัญหา หรือปัญหาอื่นใดเกี่ยวกับตัวเครื่องเอง ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกสิ่งทำให้เครื่องดีเลย์ขาที่จะออก

โอกาสน้อยมาก เครื่องออกตรงเวลา จะไป delay มันก็มีบ้างค่ะเช่นมีพายุรุนแรง กัปตันต้องบินอ้อม ทำให้เสียเวลามากขึ้น หรือสนามบินปลายทางมีปัญหาการติดต่อสื่อสารไฟฟ้าหรือการจัดการเครื่องบินลง หรืออะไรก็ตามที่ทำให้เครื่องบินต้องบินวนจนสุดท้ายเวลาที่จะเข้าจอด มันดีเลย์ออกไปจากเวลาเดิม

ทีนี้ เมื่อเรารู้แล้วว่า flight มัน delay ตั้งแต่ตอนจะออกแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ เข้าไปดูในเว็บของสายการบินหรือใน app ก็ได้ ว่า จากจุดแวะกึ่งกลางนั้นน่ะ เพื่อจะไปยังจุดหมายปลายทางของคุณ หากคุณพลาด flight ตามเวลาเดิม คุณจะมีตัวเลือกไฟต์ถัดไปในเวลาห่างกันไปกี่ชั่วโมง หากมีแค่ตัวเลือกที่ห่างกันภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ระหว่างที่เดินทางอยู่บนเครื่องบิน ให้คุณติดต่อสื่อสารกับแอร์โฮสเตส (ซึ่งปกติเขาจะมี manifestation อยู่แล้ว เขารู้ว่าผู้โดยสารคนไหนจะต้องไปต่อเครื่อง) กัปตันเองก็จะประกาศบอกให้นะคะ ว่าผู้โดยสารที่จะไปที่ไหน เมื่อลงจากเครื่องแล้วจะต้องทำอะไรบ้าง และถ้ามันเป็นสถานการณ์ที่ ยังไงก็ไม่มีทางไปทันแล้ว ให้คุณใจเย็นเลย

ทันทีที่ลงจากเครื่องบิน ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่มารอรับที่หน้าประตู พร้อมป้ายเลขไฟลท์ถัดไปของคุณ ก็ไม่ต้องตกใจ ให้เดินไปยังเคาน์เตอร์ transfer ที่ใกล้ที่สุด

บางสายการบินอาจจะมีเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ บางสายการบินหรือบางสนามบินไม่มีมีแค่ตู้ คุณก็ไปที่ตู้สแกนบอร์ดดิ้งพาสของตัวเองหรือพาสปอร์ตของตัวเอง คุณจะเห็นเลยว่า flight ที่ดูแล้วว่าไม่ทันแน่นอนมันจะเกิดการขีดฆ่าทิ้งไป หรือมันจะไม่ขึ้นมาให้คุณกด boarding pass คุณก็ดูไฟลท์ถัดไป แล้วก็ให้รู้เลยว่าไม่ต้องพยายามวิ่งไปแล้วเพราะยังไงคุณไปไม่ทันแน่ ให้คุณเลือกไฟลท์ถัดไปที่กดเลือกได้

ถ้าวิธีการทำด้วยตัวเองมันยาก ให้มองหาเจ้าหน้าที่ ของสนามบินหรือสายการบิน ไม่ใช่พวก security หรือคนขับรถนะคะ พวกนั้นช่วยอะไรเราไม่ได้ เราคิดว่าคุณมีวิจารณญาณพอที่จะดูออก เขาจะเป็นเคาน์เตอร์เฉพาะสำหรับช่วยเหลือผู้โดยสารเลยค่ะ ก็เข้าไปพร้อมด้วยพาสปอร์ตหรือ boarding pass ไฟต์ถัดไปนั่นแหละ เพื่อให้เขาทำการ rebook ไปไฟล์ที่ใกล้ที่สุด และถ้ามันไม่มี คุณจะต้องนอนค้าง ทางสายการบินเขาจะจัดที่พัก และอาหารเช้าเตรียมไว้ให้ (ก็ขึ้นอยู่กับเวลาไฟลท์ด้วย) ไม่ต้องตกใจไปนะคะอันนี้เป็นหน้าที่ของสายการบินและคุณไม่ต้องจ่ายเงินค่าอะไรทั้งสิ้น

หลังจากได้บอร์ดดิ้งพาสใหม่ ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรกับกระเป๋า ตามปกติแล้วกระเป๋าของคุณจะได้รับการจัดการและไปจัดส่งขึ้นเครื่องเพื่อจะไปรออย่างปลายทาง แต่มันมีบางกรณี ที่กระเป๋าไปได้ทันแต่ตัวคุณยังอยู่ที่สนามบินอยู่ ก็ไม่ต้องเป็นห่วงหากไปถึงปลายทางแล้วคุณหากระเป๋าไม่เจอ ให้ไปติดต่อแผนกกระเป๋าหาย ของสนามบินปลายทางนั้นๆค่ะ หากเขามีเอกสารให้กรอก กรอกให้เรียบร้อย ถ่ายรูปเก็บไว้ เพราะในนั้นอาจจะมีเบอร์โทรศัพท์อะไรที่จำเป็นต้องมาติดต่อทีหลัง

เพราะฉะนั้น ซื้อตั๋วไปเถอะค่ะ ถ้าคุณซื้อรวมอยู่ใน booking เดียวกัน ต่อให้เวลามันห่างกันน้อยมาก แต่หากไฟลท์มันดีเลย์ แล้วคุณตกเครื่องขึ้นมา มันไม่ใช่ความผิดของคุณ ทางสายการบินมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลจนกว่าคุณจะถึงปลายทางนะคะ

สำหรับคนที่ยังกลัวอยู่ดี ลี่แนะนำว่า ถ้าจะต้องบินแล้วไปแวะที่สนามบินตรงกลางระหว่างทาง ให้เลือกสนามบินที่เขามีบริการ แวะนานๆแล้วมีโรงแรมฟรี หรือมีทัวร์ฟรีด้วย จะเลิศมาก นี่เคยใช้บริการเตอร์กิชแอร์ไลน์ ทัวร์ฟรีไปจนครบทุกทัวร์บางทัวร์ไป 2-3 รอบ เพราะส่วนใหญ่ที่จะเลือกให้อยู่ประมาณ 22 ชั่วโมง (แต่ข้อเสียคือสนามบินที่อิสตันบูลค่าอาหารการกินแพงมาก)

สำหรับอีกที่นึงที่นี่ชอบมากก็คือ Abu Dhabi สายการบินเอทีฮัท สามารถลงไปเที่ยวสถานที่ต่างๆได้ แล้วกลับมาบิน

ตอนนี้ที่ถูกใจสุดๆก็จะเป็นสายการบินของประเทศจีนค่ะ จีนให้ฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย ไม่ต้องวุ่นวายอะไรเลย ไปถึงก็นอน 1 คืนตื่นเช้ามาก็ออกไปเที่ยวในเมืองกับทัวร์ฟรีเขาจะมาส่งตอนเย็น เราก็หาอาหารเย็นกินในสนามบิน ซึ่งราคาไม่แพงเลย ได้มีโอกาสแวะเที่ยวชิมลางรอบที่แล้วที่กวางโจว ทำให้แพลนเที่ยวปีหน้า กะว่าจะไปเที่ยวจีน 2 เดือนเลย แต่เนื่องจากเขาให้วีซ่าฟรีแค่ 30 วัน ก็คงจะออกไปเข้าฮ่องกง แล้วเดี๋ยวค่อยกลับจีนเข้าไปอีกรอบ เรียกแบบคนไทยเรียกว่า"วีซ่ารัน"

ก็หวังว่าจะทำให้ทุกคนคลายความกังวลใจ ในเรื่องของการเดินทางโดยเครื่องบินแบบแวะเปลี่ยนเครื่องนะคะ คุณไม่ใช่คนเดียวที่มาแวะ มีเพื่อนร่วมเดินทางอีกหลายคนที่ก็เลือกที่จะใช้สายการบินที่แวะเปลี่ยนเครื่องเหมือนกันค่ะ มั่นใจในตัวเองไว้ให้มาก และรู้สิทธิของตัวเองค่ะ

รับคนสุดท้ายค่ะ ขอเป็นผู้หญิง เพื่อจะได้แชร์ห้องนอนกัน (ถ้าเป็นผู้ชายเราก็ยังรับค่ะ แต่เราจะขอร้องให้คุณนอนแยกไป) เดินทา...
09/06/2026

รับคนสุดท้ายค่ะ ขอเป็นผู้หญิง เพื่อจะได้แชร์ห้องนอนกัน (ถ้าเป็นผู้ชายเราก็ยังรับค่ะ แต่เราจะขอร้องให้คุณนอนแยกไป)

เดินทางแนะนำเป็นบินตรงค่ะ LOT สายการบินแห่งชาติโปแลนด์ บินตรงสุวรรณภูมิแล้ว เดินทางออกมาจากไทยเช้า วันที่ 11 ตุลาคม มาถึง บ่ายสามโมงนิดๆ วันแรกเที่ยวเมืองหลวง ดูไฟยามค่ำ และพักผ่อนค่ะ

เดินทางกลับ จากวอร์ซอว์เช่นเดิมค่ะประมาณบ่ายสามโมงวันเสาร์ที่ 24 ไปถึงบ้าน มีเวลาพักและเตรียมตัวกลับไปทำงาน ได้นอนพักผ่อนก่อนค่ะ ราคาดีมาก เลยค่ะ

ส่วนที่พักในโปแลนด์ และที่เที่ยว ไว้ใจได้ ลี่จัดการบริหาร ที่พักดีๆ คุ้มราคา อาหารการกินถูกปากแน่นอน ตรงไหนควรชมเราต้องได้ไปค่ะ ใครไม่สะดวกอยู่ด้วยกันทั้งทริป สามารถเลือกกลับก่อนได้ค่ะ

ติดต่อเลยวันนี้ เพราะถ้าช้า สิ่งที่แพงที่สุด คือตั๋วเครื่องบินค่ะ สมาชิกในกลุ่มน้อย เที่ยวด้วยรถไฟความเร็วสูง ส่วนในเมืองต่างๆ เราทำตัวเหมือนคนโปแลนด์เลยค่ะ เสื้อผ้าไม่ต้องขนมาเยอะ เพราะร้านค้าที่นี่ราคาดี แถมร้านเสื้อผ้ามือสอง มียันแบรนด์เนม ของดีราคาถูกค่ะ

เที่ยวโปแลนด์ไม่ได้แพงเลยค่ะ หนึ่งในประเทศที่ลี่ชอบที่สุดของยุโรปฝั่งตะวันออก ตอนนี้กำลังพัฒนาขึ้น ราคาการท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต น่าจะแพงขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ เที่ยวตอนนี้เลยไหมคะ??

สำหรับการติดต่อ ส่งข้อความส่วนตัวหาที่เฟซบุคลี่ได้ที่ Kotchakorn Chorptham ดูเวบได้ที่นี่ค่ะ

Europe tour by Smiley ให้สมายลี่ทำให้การเดินทางเที่ยวต่างประเทศของคุณ เป็นความสุขที่จ่ายได้ (แต่ไม่ต้องห่วง ถ้าคุณตัว....

01/06/2026

เพื่อนๆที่เดินทางกันบ่อยๆ เคยลืมของไว้ในโรงแรมไหมคะ ลืมด้วยสภาพยังไง แล้วได้รับคืนไหมเอ่ย

วันนี้ลี่ก็จะมาเล่าเรื่องให้ฟัง คนเดินทางเยอะอย่างเรา ก็แน่นอนว่าต้องมีการลืมกันบ่อยครั้ง แต่จะไม่เคยลืมของสิ่งเดียวกันด้วยวิธีการเดิมค่ะ ทุกๆครั้งคือการเรียนรู้เพื่อไม่ให้ผิดซ้ำ

มาดูกันว่าเริ่มจากการลืมอะไรค่ะ

ครั้งแรกที่ลืม ลืม notebook ซึ่งมันก็จะขนาดไซส์เท่ากับ iPad สมัยนี้ค่ะ สีขาว ขาวแบบขาวจั๊วะเลย วางเอาไว้บนเตียง กะว่าเดี๋ยวจะเก็บไว้บนสุดของกระเป๋า เสร็จแล้วก็มองไม่เห็นมันค่ะหายไปในผ้าปูเตียง กับกองผ้าห่ม แล้วก็ขับรถไป 200 กว่ากิโลเมตร ตอนที่นึกได้ก็คือถึงปลายทางแล้วเปิดกระเป๋ามาหาไม่เจอค่ะ

โชคดีมากเพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ดูแล้วเป็นขยะ โรงแรมเก็บเอาไว้ให้อย่างดีส่งไปรษณีย์ไปให้ถึงที่บ้านแบบฟรีด้วยไม่ยอมเก็บเงินเลย เรามีโอกาสได้กลับไปอีกครั้งนึงในอีกหลายปีต่อมา เราก็ไปคุยกับทางโรงแรม แต่ก่อนที่จะได้กลับไปก็เขียนรีวิวขอบคุณเขาไว้อย่างเยอะแยะมากมายเกือบทุกแพลตฟอร์ม

สิ่งที่ได้เรียนรู้ก็คือ : อย่าใช้อะไรสีขาวแล้วเอาไปวางไว้บนที่นอน เพราะมันจะขาวกลืนกันไปทำให้เรานึกไม่ออก มองหาไม่เห็นแล้วลืม ใครใช้หัวชาร์จสีขาว สายก็สีขาวอ่ะ ระวังไว้เลย

ต่อมาค่ะสิ่งที่ลืมอีก ลืมที่ชาร์จโทรศัพท์ค่ะ ลืมเพราะว่ามันเป็นจุดที่เสียบที่อยู่ใต้โต๊ะข้างเตียง มันไม่ได้อยู่บนหัวเตียงเห็นชัด พอออกจากห้องปั๊บมองไปรอบๆตรวจเช็คห้องน้ำตรวจเช็คในห้อง ไม่เห็นมีอะไรโผล่ออกมาก็เดินทางต่อเลยค่ะ ขับรถไปแล้วเป็น 200 กิโลเมตรเหมือนกัน ก็จำใจจากมันเลยค่ะ ซื้อใหม่ 15 ยูโรสบายใจทั้งสายทั้งหัวชาร์จรวมกัน เป็นแบบ fast charge ด้วยรอบนี้ซื้อแบบสายสีรุ้งเลย มันจะได้กระโดดออกมาให้เห็นชัดๆ

สิ่งที่เรียนรู้จากอันนี้ก็คือ : ที่ลับตาควรจะต้องยิ่งมองหาและตรวจเป็นพิเศษ เพราะเราจะขี้เกียจและจะมองผ่านๆแค่จุดที่ตาเราเห็นได้เท่านั้น หลังจากนั้นหลังประตูเอย เคบิ้นห้องอาบน้ำเอย จุดวางสบู่ใน shower เอย ตรวจอย่างดี

อย่างอื่นที่ลืมเอาไว้ในโรงแรมอีกก็มี น้ำหอมขวดเล็ก ปกติเราจะใช้น้ำหอมขวดใหญ่ๆ รอบนี้เอาขวดไซส์เล็กไป ซื้อมาแบบไซส์เล็กเลยตั้งใจ ตอนออกจากห้องก็ออกไปด้วยความเคยชินว่าเราเช็คแล้วว่าไม่ได้ลืมสบู่แชมพูอะไรนะ แปรงสีฟันยาสีฟันเก็บมาครบหมดแล้ว แต่ไม่คุ้นขวดน้ำหอม ของตัวเองแท้ๆ มองมันเป็นสเปรย์ปรับอากาศห้องน้ำซะงั้น นี่แหละของที่เพิ่งซื้อใหม่แล้วไม่คุ้น เรียบร้อยลืมเก็บ

สิ่งที่เรียนรู้จากน้ำหอม : อย่าซื้ออะไรใหม่เพื่อเอามาใช้ระหว่างการท่องเที่ยว อะไรที่มันไม่ใช่ของที่เราคุ้น เราจะมองข้ามมันไป

ล่าสุดสิ่งที่ลืม ลืมถุงกับข้าวทั้งใบ ลืมไว้หน้าที่พัก ไม่ได้หยิบขึ้นรถไปด้วย ถุงนี้เป็นถุงที่เรียกว่าตู้เสบียง มันจะรวมของกิน กล่อง เครื่องปรุง และอื่นๆทั้งหลายสำหรับกรุ๊ป ที่ออกจากกระเป๋าคนอื่นมารวมกันอยู่ในตู้เสบียงแห่งนี้ พอออกจากที่พักเรียบร้อยทุกคนก็จับกระเป๋าตัวเองเดินทางต่อขึ้นรถ แน่นอนของที่มันไม่เคยมีอยู่ดีๆมันงอกออกมา มันไม่ชินมือ ลืม

สิ่งที่เรียนรู้จากตู้เสบียง : อะไรที่มันงอกออกมาใหม่และกลายเป็นความรับผิดชอบของเรา วางจากมือไม่ได้เด็ดขาด ใส่คล้องแขนเอาไว้ หรือแขวนไว้กับหูกระเป๋าอีกใบนึงเสมอ ให้มันอยู่ด้วยกัน

จากแต่ละครั้งที่เราลืมของ มันก็คือการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ว่าต่อไปจะแก้ปัญหานี้ไม่ให้เกิดขึ้นยังไง ต่อไปก็คงไม่ลืมอะไรแล้ว(มั้ง)

เพื่อนๆเคยลืมอะไรกันบ้าง

16/05/2026

On a rainy day, café is the best place to go.

     Garni เป็นชื่อช่องเขาตรงนี้ค่ะ ต้องขับรถลัดเลาะลงไป ถ้าไปช้า ต้องหาที่จอดรถแบบจ่ายเงิน เราโชคดี จอดริมถนนได้ก่อน ลี...
12/05/2026



Garni เป็นชื่อช่องเขาตรงนี้ค่ะ ต้องขับรถลัดเลาะลงไป ถ้าไปช้า ต้องหาที่จอดรถแบบจ่ายเงิน เราโชคดี จอดริมถนนได้ก่อน ลี่กะว่าไปเที่ยวก่อนแล้วค่อยไปกินข้าว

ที่แรกที่เราไปคือ Symphony of Stones ตรงทางเข้า มีเจ้าหน้าที่มานั่งขายตั๋วอยู่ แต่มันราคาไม่แพงค่ะ 300 drams ลี่ชอบเหมือนกันนะ ของที่ธรรมชาติสรรสร้างเนี่ย แม้ว่าที่นี่เสาหกเหลี่ยมมันจะไม่ใหญ่โตเหมือนที่ไอร์แลนด์ แต่มันห้อยลงมาจากด้านบนอ่ะ สวยไปอีกแบบ ถ้าใครขี้เกียจเดินเขามีรถไฟนั่งท่องเที่ยวให้นั่งด้วย แต่บอกเลยว่าเดินดีกว่า อยากหยุดนานแค่ไหนก็ได้

แล้วหลังจากแดดร้อน ลี่ก็ไปกินข้าวต่อ ในร้านอาหารที่ ไม่มีเมนูค่ะ บอกเขาเลยว่ามาสองคน มีอะไรอร่อยเอามาให้หมด 555 ก็ได้ปีกไก่มากิโลกว่า สลัดกะละมังนึง และมันฝรั่งอบอีกเพียบเลยค่ะ

หลังจากนั้นเราก็ไปกันที่ Garni Temple สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 ก่อสร้างแบบกรีก กลางคืนเค้าเปิดไฟสวยมากเลยอ่ะ แต่ลี่ไม่ได้อยู่ดี เพราะต้องขับรถไปที่พัก อีกไกล การจะเข้าไปในเขตพื้นที่ของที่นี่ได้ มีค่าเข้าชมเช่นกัน 1500 drams คนท้องถิ่นชอบมาถ่ายรูปแต่งงานที่นี่ เพราะวันที่ไป ก็เจอตั้งสองคู่แน่ะ นอกจากตัวอาคารที่ถล่มแล้วเขาประกอบกลับขึ้นมาใหม่ ก็ไม่ได้มีอะไรเยอะนะคะที่นี่ ใครจะไป พิจารณาเองตามชอบ ลี่ถ่ายรูปมาให้ดูแล้ว

11/05/2026

Keukenhof สวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปิดแล้วนะคะ สำหรับปีนี้ ใครวางแผนจะมาเที่ยวเนเธอร์แลนด์ จะได้ไม่คาดหวังนะคะ เจอกันใหม่ กลางเดือนมีนาคมปีหน้า

04/05/2026

Rothenburg ob den Tauber แบบรายงานสดเลยค่ะ

     The Pearl of the Ionian Sea Gallipoliเมืองนี้ชื่อแปลก แถมมีคู่แฝดที่ตุรกีด้วย มันมีหาดทรายขาว น้ำใสแจ๋ว และตึกเก่าส...
03/05/2026



The Pearl of the Ionian Sea
Gallipoli
เมืองนี้ชื่อแปลก แถมมีคู่แฝดที่ตุรกีด้วย มันมีหาดทรายขาว น้ำใสแจ๋ว และตึกเก่าสีนวลๆ มีความ อิตาเลียน ด้วยโบสถ์บารอก Baroque ที่วิจิตรมาก แม้ว่าจะอยู่คนละฝั่งทะเลกับเมืองใหญ่ เจ้าหญิงบาร็อคอย่าง Lecce ก็ตาม และที่สำคัญคืออาหารทะเลที่นี่สดจนแทบจะกระโดดขึ้นจากทะเลมาขึ้นจานเลยค่ะ

Gallipoli ชื่อก็ประหลาดจะแย่ ยังมีเมืองมาชื่อซ้ำได้อีก
เพราะว่าจริงๆแล้ว คำนี้มีความหมาย มีรากศัพท์มาจาก ภาษากรีกโบราณ ค่ะ
Kallipolis (คัลลิโปลิส) Kallos (κάλλος): แปลว่า "สวย" Polis (πόλις): แปลว่า "เมือง" ค่ะ
เมืองใหญ่ๆ เขาถึงเรียก Metropolitan ไงล่ะ

ดังนั้น Gallipoli ไม่ว่าจะที่อิตาลีหรือตุรกี มีความหมายดั้งเดิมเหมือนกันว่า "เมืองที่สวยงาม" วันนี้เอาเมืองนี้ก่อนค่ะ ตอนแรกลี่ไม่คิดว่าจะมีรถไฟลงไปถึง แต่ก็มี๊ พอเห็นสถานีรถไฟเท่านั้น จิ้มเลยค่ะ เพราะสีน้ำทะเลมันเย้ายวนใจจริง แล้วเป็นสถานีรถไฟที่แทบจะลงทะเลไปแล้ว ออกจากสถานีมา เห็นทะเลสวยๆเลยค่ะ

เมืองนี้เป็นเมืองท่าเรือ ที่มีทะเลชายหาดและหน้าผาด้วย เป็นความผสมผสานกันคนละด้านเลย ลี่เลยเดินซะทั่วเมืองเลย อาบแดดไปฟินๆ ตอนเช้าชาวประมงจะเอาเรือกลับขึ้นมา ส่งปลาและอาหารทะเลสดๆ ให้กับครัวของร้านอาหารต่างๆ เที่ยงนั้นก็เลยได้อาหารอร่อยๆ สดๆ โคตรฟินแน่นอน ทีนี่ยังมีชื่อเสียงกับ Gamberi Rossi กุ้งแดงที่หวานอร่อยมาก ว่าแล้วก็อยากกลับไปอีก เพราะที่พักแถวนี้ ไม่มีคนแย่งเลย สวยๆ และราคาถูกๆ จ่ายได้ เป็นการมาเที่ยวที่อาจจะพูดได้ว่า ย้ายที่กิน ที่นอน เปลี่ยนวิวทำงาน ได้เลย

และที่สำคัญ วิวพระอาทิตย์ตกนี่สวยจริง ไม่จกตา ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ เราอาจเห็นน้ำทะเลมีตะกอนดำๆ นั่นคือเศษใบไม้จากต้นไม้ริมทะเลค่ะ ที่มันร่วงไว้ตั้งแต่ก่อนฤดูหนาว และกระแสน้ำ ยังพัดพาไปไม่หมด ปกติมันจะขึ้นมากองบนหาด แล้วเทศบาลก็จะมารวบตัวไปกองทำปุ๋ยตรงอื่น ที่นี่หาดเป็นสีทองเลยค่ะ ไม่พูดเยอะ ชมภาพเองได้ค่ะ

Adres

Hoek Van Holland
3151PV

Meldingen

Wees de eerste die het weet en laat ons u een e-mail sturen wanneer Smiley's nieuws en promoties plaatst. Uw e-mailadres wordt niet voor andere doeleinden gebruikt en u kunt zich op elk gewenst moment afmelden.

Contact

Stuur een bericht naar Smiley's:

Delen

Type