11/06/2026
เคยไหมคะ จะเดินทางแล้วยังไม่ได้แพ็คกระเป๋าเลย ทั้งที่วางแผนไว้ล่วงหน้า 3 เดือน 6 เดือน แต่พอถึงเวลามาโยนของลงกระเป๋าเอาคืนที่จะบิน หาอะไรก็ไม่เจอวุ่นวายไปหมด
ลี่ก็เป็นคนนึงที่เดินทางบ่อยเพราะว่าจำเป็น ก็มันคืองานอะเนอะ ลี่ก็เลยมีกระเป๋าไว้หลายๆใบ ซึ่งก็ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นไซส์เดียวกันหรือจะต้องเป็นใบที่จะเอาไปไว้ใช้นะคะ เป็นกระเป๋าเก่าที่พังแล้วก็ได้ค่ะ แต่ว่าควรจะมีเอาไว้ตามจำนวนทริปที่เราจะไปค่ะ
แล้วทีนี้ก็เอากระเป๋านั่นแหละวางไว้ในที่ที่มองเห็นได้ชัดนะคะ ถ้าเราใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนชั้น 2 ของบ้านก็เอามันขึ้นไปไว้ที่ชั้น 2 นั่นแหละค่ะ จะเอาไว้ตรงข้างลานพักบันได หรือหน้าห้องน้ำ หรือห้องแต่งตัวตรงไหนก็ได้ที่คุณรู้สึกว่าคุณจะเห็นมันทุกวัน เห็นบ่อย
แล้วหลังจากนั้น ทันทีที่คุณไปเจอของอะไรแล้วคุณรู้สึกว่าเออเอาอันนี้ไปด้วยดีกว่า คุณก็หยิบแล้วก็ไปโยนใส่ในกระเป๋าค่ะ
อย่างเช่น ลี่ดูข่าวแล้วว่าเดี๋ยวเวียดนามช่วงที่ไปเป็นฤดูฝนฝนตกแน่ๆ เดินไปที่ประตูหน้าบ้านเห็นร่มพับอันนึงที่ไม่ใช้ เพราะว่าตอนนี้ที่เนเธอร์แลนด์มันเป็นต้นฤดูร้อนค่ะ ยังไม่มีฝนหนักๆนะ ก็เอาร่มพับโยนใส่กระเป๋าไปก่อนเลยค่ะ
แล้วเมื่อวานไปรื้อของในห้องเก็บของเจอเสื้อกันฝนแบบคลุมหัว ของแฟนก็เลยหยิบเอาไปโยนใส่กระเป๋าไว้อีก 1 ชิ้น
นอกจากนั้นบางทีเราอาจจะไม่ได้นึกถึงการแพ็คกระเป๋าหรอกค่ะแต่ว่าเราไปทำอะไรสักอย่างที่มันเกี่ยวข้องกัน ยังไม่เช้านี้ลี่รื้อถุงใส่ของที่เพื่อนบ้านเขาเอามาฝากไว้ตั้งนานแล้วในนั้นมีหน้ากากอนามัยอยู่แพ็คนึง นึกขึ้นมาได้ อากาศที่ฮานอยค่อนข้างจะเป็นมลพิษ ก็เลยโยนหน้ากากถุงนั้นใส่กระเป๋าไปเรียบร้อยแล้วค่ะ
ในส่วนของของใช้ในห้องน้ำ ปกติแล้วลี่จะมีถุงห้องน้ำ ซึ่งเอาไว้ใส่ของใช้ในห้องน้ำทั้งหมดและจะเป็นถุงที่มีซิปรูดปิดและกันของเหลวไหลออกได้ค่ะ ในนั้นก็จะมีขวดของใช้เล็กๆที่แบ่งไว้แล้ว นอกจากขวดใหญ่ที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวันค่ะ มีอะไรบ้าง ก็มีน้ำยาล้างเครื่องสำอาง ครีมนวดผมแบบสเปรย์ ยาสีฟันแปรงสีฟัน (อีกชุด) น้ำหอมไซส์เล็ก ดีโอ ของพวกนี้มันเป็นของชิ้นเล็กๆ ไซส์เล็กๆ ที่เราไม่ได้มีแค่ชุดเดียวใช้อยู่ประจำ ก็เดินผ่านกระเป๋าก็เอาไปโยนใส่ไว้ในกระเป๋าห้องน้ำก่อนเลยค่ะ
เวลาไปเที่ยวบางทีเราต้องคิดว่าของพวกนี้เราจะหาซื้อได้ที่ปลายทางไหม หาซื้อง่ายหรือเปล่าราคาเท่าไหร่ ยังครีมกันแดด holy รู้มาว่าที่เวียดนามมันก็มีนะแต่มันแพง ก็เลยซื้อไปจากที่นี่เลยเพราะว่าช่วงนี้มีโปรโมชั่นครีมและสเปรย์กันแดดอยู่แล้ว ไปจ่ายตลาดซื้อของใช้ในบ้านมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ซื้อมาเสร็จเอาสเปรย์โยนใส่กระเป๋าใหญ่ไปก่อนเลย
พอเราไปเที่ยวแน่นอนมันไม่เหมือนกับการอยู่บ้านปกติ แต่อะไรที่เราเคยทำตอนอยู่บ้าน เราก็ยังคงต้องทำอยู่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการกินยาประจำตัว ถ้าเรามีอาการป่วยอะไรที่มักจะเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการแพ้ ความซุ่มซ่ามที่เลือดตกยางออกตลอด หรือเราดูแล้วช่วงเที่ยวเป็นช่วงที่ใกล้จะมีรอบเดือน เราก็จะต้องเตรียมของส่วนตัวไปในถุงส่วนที่เป็น"ร่วมยา"ค่ะ ลี่เองก็จะเอาพวกพลาสเตอร์ ยาใส่แผล ยาหม่องมาแมลงสัตว์กัดต่อย ยาแก้เมารถ เกลือ ors และของต่างๆที่จำเป็นสำหรับการรักษาตัวเองค่ะ ถ้ามันพ้นความสามารถเรา ยังไงก็ต้องไปร้านขายยาและโรงพยาบาลแน่ๆ สิ่งที่ลี่จะไม่พกไปก็คือยาปฏิชีวนะค่ะ ถ้ามันจำเป็นเดี๋ยวไปหาหมอ ให้หมอเขาสั่งให้เอง
พอเราทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ วันก่อนเดินทาง เราก็เอา check list ออกมา แล้วก็ทำการเท หรือถ้าเราจะเอากระเป๋าอื่นอีกใบไปแล้วก็ย้ายของ ค่อยๆเช็คไปตามรายการเลยค่ะ
พอเราทำแบบนี้มันจะใช้เวลาไม่นานคือไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้ว
ส่วนสิ่งที่ค่อนข้างเยอะและมีน้ำหนักมากที่สุดของเวลาเราแพ็คกระเป๋าก็คือเสื้อผ้าชุดที่จะใส่ให้สวยค่ะ อย่าว่าอะไรเลย กางเกงยีนส์ตัวนึงก็หนักเกือบกิโลแล้วนะคะ
ส่วนนี้ลี่ไม่เคยดูจำนวนวันค่ะ จริงๆแล้วไม่ว่าจะไป 3 วันหรือว่าไป 3 เดือน กระเป๋ามันก็ใหญ่เท่ากัน เพราะเราใส่เสื้อผ้าได้วันนึงไม่เกิน 3 ชุดหรอกค่ะ ไม่ได้ว่างเปลี่ยนขนาดนั้น เผลอๆยิ่งไปนานขึ้น กระเป๋ามันจะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่าเราเจออะไรที่เราชอบเราก็จะซื้อเพิ่ม มันเป็นที่สไตล์ของแต่ละคนด้วยค่ะ บางคนเอากางเกงในไปครบทุกวันเลยตามจำนวนวันที่ไป แต่จะเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง เพราะรู้สึกสะดวกใจแบบนี้ ส่วนลี่จะเอาไป 3 ชุดใส่อยู่ 1 อาจจะซักรอตากแห้งอยู่หนึ่งและเผื่ออีก 1 ชุดสำหรับการแพ็คกระเป๋าย่อยไปทัวร์รายวัน ซึ่งอาจจะไปลงน้ำ เดินป่า ทำกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกว่าเสื้อผ้าเปียกและไม่สบายตัวต้องเปลี่ยน ก็จะพกใส่เป้ไป เพราะสไตล์การเที่ยวของลี่เองก็คือลี่จะซักชุดชั้นในทุกวันค่ะ ตอนที่อาบน้ำ เราก็จะต้องดูสไตล์ของเราเองด้วยค่ะ ชุดชั้นในซักแล้วมีวิธีการให้มันแห้งภายในข้ามคืนเท่านั้นค่ะ
ต่อไปก็จะเป็นการบริหารเสื้อผ้าชั้นนอก โดยการดูก่อนว่า มีเสื้อหรือตัวที่จะใส่ท่อนบนทั้งหมดกี่ชิ้น และกางเกงหรือกระโปรงที่จะใส่ท่อนล่างทั้งหมดกี่ชิ้น แล้วก็ลองเอามาทำการ mix & match ดูค่ะเช่นมีเสื้อสีเหลืองอยู่ตัวหนึ่ง เราต้องดูว่าเสื้อสีเหลืองตัวนี้ใส่กับกางเกงหรือกระโปรงได้กี่แบบ ถ้ามันใส่คู่กันอยู่ได้แค่ตัวเดียว อย่าเอาไปเลยไม่คุ้มความหนัก เพราะเวลาถ่ายรูปมาเดี๋ยวมันก็จะได้ combination เดิม 555
ส่วนเสื้อตัวไหนใส่กับกางเกงก็ได้ใส่กับกระโปรงก็สวย หรือมีเสื้อกั๊กที่จะใส่ทับเข้าไปอีกโดยที่ไม่ได้เป็นชุดที่เปลืองน้ำหนักเราก็เอาเสื้อกั๊กไปไปใส่ทับกับเสื้อตัวในหลายๆตัวเป็นการสร้างเซตเพิ่ม ถ้าวันไหนมีเวลา อารมณ์ดีๆ ก็มาทดลองใส่แต่ละตัวยืนดูหน้ากระจกเป็นชุดๆคู่ๆกันไป อันไหน ดูแล้ว ใส่แล้วไม่พรางความอ้วนเราเลย หรือใส่แล้วดูมันเชยๆยังไงก็ไม่รู้ แฟชั่นมันจะเอาท์ไหม ก็ไม่ต้องเอามันไปค่ะ เสื้อผ้าที่เรายังไม่ได้ลอง ถ้าเราขนไป สุดท้ายเราก็จะไม่ได้ใส่อยู่ดีค่ะ หนักเปล่าๆ ทุกๆน้ำหนัก 1 กิโลกรัมที่ไม่มีประโยชน์ ทำให้กระเป๋าเราเสื่อม แขนเราก็เมื่อยล้าเพิ่มขึ้นด้วย เหลือที่ว่างกับน้ำหนักไปซื้อของสวยๆที่เจอเพิ่มในต่างแดนดีกว่า อิอิ
สำหรับ checklist สำหรับการไปเที่ยวแต่ละคนก็ย่อมมีสิ่งของที่จำเป็นไม่เท่ากันบางคนขาดไดร์เป่าผมไม่ได้จะต้องสระผมทุกวัน คุณก็จะต้องเช็คดูที่พักว่ามันมีไดร์เป่าผมให้ทุกคืนไหม ถ้ามันมีอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องแบกไปค่ะ มันอาจจะคุณภาพไม่ดีเท่าของเราเอง แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ทำให้เราหนักไปอีกเกือบ 1 กิโล
อีกสิ่งนึงที่ลี่ไม่แนะนำให้ทำเลย หลายคนจะมีนิสัยจ่ายเงินอะไรต้องให้คุ้มค่า พอไปพักที่ไหน ที่เขาแจกอุปกรณ์ของใช้ห้องน้ำ คุณก็ไปเก็บพวกของเหลวเหล่านั้นมันมาเพิ่มอีก เพราะเอากลับไปบ้านก็ไม่อยากใช้เพราะว่าการที่คุณใช้ของชิ้นเล็กๆพวกนั้น เขาทำมันมาเหมาะสำหรับการใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง พอคุณเก็บไปหลายๆชิ้นมันก็เพิ่มน้ำหนัก แป๊บๆครึ่งกิโล ถ้าอยากจะเก็บพวกของเบาๆอย่างสำลีหรือคอตตอนบัดที่เขาแจก หมวกอาบน้ำ แบบนี้เบาเก็บสะดวก ไม่มีไปแตกหกเลอะเทอะอยู่ในกระเป๋าด้วยค่ะ
และจริงๆแล้วสิ่งที่ทำให้ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยเก๋ คือการมีพร็อพชิ้นเล็กๆเบาๆ ที่หลากหลาย คุณอาจจะใส่เสื้อแขนยาวตัวเดิมทุกวันก็ได้ในช่วงหน้าหนาวแต่มีผ้าพันคอลายสวยๆบางๆไป 7 ชิ้น ซึ่งไม่ได้เพิ่มน้ำหนักอะไรเลย แต่ทำให้เวลาถ่ายรูปพอเสร็จแล้วคุณสวยได้ทุกวันไม่ซ้ำ หรือบางครั้งการเอาหมวกสีสันสวยงามไป แล้วไปแลกเปลี่ยนกับเพื่อนในกลุ่ม ถ้าคุณไปเที่ยวกันแบบสมาชิกในกลุ่มของตัวเอง เวลาถ่ายรูปเดี่ยว คุณก็จะมีพร็อพประกอบแต่ละรูป แต่ละวัน ที่มันไม่เหมือนกัน จริงๆก็คือสมบัติผลัดกันชม ยืมของเพื่อนมา เราก็เอาของเราให้เพื่อนยืมบ้าง ;)
ขั้นต่อไปที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางมากๆ ก็คือต่อให้คุณมีถุง มีกระเป๋า มีกล่อง มีเป้หลายชิ้น แต่ทุกชิ้นต้องสามารถยัดเข้าไปอยู่รวมกันได้ในกระเป๋าใหญ่ใบเดียวเวลาย้ายที่พักหรือ ขึ้นยานพาหนะ เอาทุกอย่างยัดเข้าไปอยู่ในใบใหญ่ มันจะคล่องตัวมากกว่า แล้วคนอื่นที่จะช่วยคุณเขาก็สามารถช่วยได้โดยสะดวก ถุงข้าวของไม่ไปฟาด หรือเหวี่ยงไปกระแทกใคร หรือทำให้ตัวคุณเสียสมดุลการทรงตัว
สำหรับลี่เอง เวลาไปเที่ยวกับแฟนเราจะมีกระเป๋าโหลดใบเดียว 2 คนรวมกันเป็นกระเป๋าใหญ่ กระเป๋าเป้คนละใบ ซึ่งอันนั้นเอาไว้ใส่อุปกรณ์กล้องถ่ายรูป/โดรน เพราะเอาไว้ในกระเป๋าโหลดไม่ได้ เดี๋ยวมันแตกหักเสียหาย ส่วนในกระเป๋าเป้นั้นก็จะมีอุปกรณ์ของใช้ส่วนตัวอย่างแปรงสีฟันยาสีฟันซึ่งมักจะไว้ในนั้น เอาไว้ไปแปรงฟันบนเครื่อง มีถุงเครื่องสำอางเครื่องแต่งหน้าเล็กๆน้อยๆ ลิปสติก,แป้ง แล้วที่สำคัญก็จะมีเสื้อผ้าอยู่อีกสำหรับใส่ได้อีก 1 ชุดค่ะเผื่อไว้ถ้ากระเป๋าใบใหญ่มันมาไม่พร้อมเราหรือมันหายไปวันแรก เราจะได้ไม่ต้องวุ่นวายกับการหาซื้อเสื้อผ้า จะได้ใจร่มๆแล้วก็มีเวลาทั้งวันในการแก้ปัญหา สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออย่าเผลอเอาของมีค่าใส่ไว้ในกระเป๋าใบใหญ่เด็ดขาดกระเป๋าโหลดใต้เครื่องไม่ว่าเราจะล็อคด้วยวิธีไหน มันมีคนอื่นที่สามารถเปิดได้เสมอค่ะ และที่สำคัญต้องดูให้ดีว่าไม่มีของต้องห้ามเข้าไปอยู่ในนั้นนะคะ
ส่วนเงินการ์ดและของมีค่าทั้งหลายนั้น จะเก็บไว้กับกระเป๋าที่อยู่กับตัวเป็นเหมือนกับถุงแนบลำตัวไปเลย ผู้หญิงหลายคนก็นิยมจะใช้ชุดชั้นในคุณยายค่ะซึ่งมันจะมีซิปสามารถจะเก็บพวกบัตรเครดิต ธนบัตร เอาไว้แนบชิดตัวได้ ซึ่งก็เป็นวิธีการที่ดีและปลอดภัย นอกจากนั้นนะคะถ้าเราเดินทางที่จะต้องมีการสัมผัสกับน้ำ แนะนำให้เอาของสำคัญใส่ถุงซิปล็อค หรือถุงที่กันน้ำได้เอาไว้ก่อน 1 ชั้นเสมอค่ะ ถึงฝนจะตกตัวเราเปียกก็ไม่เป็นไร โทรศัพท์มือถือพาวเวอร์แบงค์ของสำคัญเราจะต้องปลอดภัย โดยเฉพาะวันที่เราดูพยากรณ์อากาศมาแล้วว่า มีฝนแน่ๆ เราก็เตรียมอุปกรณ์กันฝนไปค่ะ วันไหนแดดเปรี้ยงทั้งวัน พยากรณ์อากาศมันเชื่อถือได้นะคะ ไม่ต้องพกไม่ต้องแบกไปให้หนักค่ะ
เดี๋ยวลี่หาวิธีการแชร์ checklist สำหรับการแพ็คกระเป๋ามาให้ ว่าจะแชร์ขึ้นไปเป็น google doc หรือว่าจะทำมาเป็นไฟล์ภาพดี เดี๋ยวกลับมาทำให้แน่นอนค่ะ