04/08/2023
บ้านที่มุงด้วยต้นหญ้า (Torvtak) วิศวกรรมชั้นสูงหรือภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีมาตั้งแต่สมัยไวกิ้ง มีความสวยงามตามธรรมชาติ และบางหลังมีดอกไม้อยู่บนหลังคาเพิ่มความมุ้งมิ้งด้วยค่ะ 🥰🥰 ถ้าเรามาเที่ยวแถบสแกนดิเนเวียจะพบเห็นได้ตามชนบทที่เขาอนุรักษ์ไว้ หรือตามภูเขาสูง..ในสมัยนี้บ้านพักตากอากาศหรือ Hytte ก็นิยมมุงด้วยต้นหญ้าเช่นกันค่ะ เพราะมีความกลมกลืนทางธรรมชาติ สวยงามและทำให้หลังคาไม่ผุพังง่าย หลายคนอาจจะสงสัยว่าเขาทำไมถึงมุงด้วยต้นหญ้าในสมัยโบราณ
ในสมัยไวกิ้งยาวต่อเนื่องมาปี 1900 นั้นวิศวกรรมการสร้างบ้านมีการสร้างโดยการเอาท่อนซุงต่างๆมาประกอบกันโดยไม่มีการเลื่อยก่อน หรือการตอกตะปู แต่เป็นการสร้างโดยเข้าไม้แบบเดือย(ไม่แน่ใจว่าใช้คำถูกไหม 😆) ทำให้ไม้นั้นยึดติดกันแต่ก็ยังมีบางส่วนที่เป็นร่องห่างกันผนังบ้านยังเป็นรูอยู่, สมัยก่อนยังไม่มีเครื่องมือหนักช่วยกดทับ จึงต้องคิดค้นวัสดุที่มีน้ำหนักมากดทับบ้านไว้ เพื่อให้บ้านไม่มีรูผนังสามารถเก็บความอุ่น และไม่เก็บความชื้น ไม่งั้นบ้านจะผุพังได้ง่าย (ไม้มีการหดขยายตัวเมื่อสภาพอากาศ อุณหภูมิ ความชื้นเปลี่ยน)
ทำให้มีการค้นคิดบ้านโดยการใช้แผ่นหินมามุงหลังคา เพราะแผ่นหินนั้นมีน้ำหนักช่วยในการกดให้บ้านอยู่ตัว เข้าลิ่ม และคงทน..แต่ว่าชาวบ้านที่มีฐานะยากจนไม่มีเงินในการซื้อแผ่นหินมามุง จึงคิดค้นวิธีการมุงหลังคาด้วย Torv ซึ่งหาง่ายทั่วไป แล้วปลูกหญ้าบนนั้นให้รากยึดให้ Torv อยู่ตัวและหลังคานั้นมีน้ำหนัก สามารถกดทับร่องไม้ให้เข้าที่ได้ (เปรียบเหมือนที่ไทยไหม? ชาวบ้านยากจนก็จะมุงด้วยไพรหญ้า? คนมีตังก็จะมุงด้วยกระเบื้องในสมัยก่อน?)
Torv ทำจากเศษขี้เลื่อยต้น Birch(Bjørk) ผสมกับมอส ไลเค่นที่ย่อยสลายง่าย, ต้น Birch เป็นพืชที่หาง่ายลำต้นสีขาว มีคุณสมบัติแข็งแรง คงทนต่อสภาพอากาศหนาวเย็น waterproof และ ป้องกันความชื้น ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดี ต้นไม้ชนิดนี้นิยมเอามาทำฟืนมากๆค่ะ เนื่องจากเผาไหม้ดี แห้ง ไม่ดูดความชื้น (ขนาดอยู่ใต้กองหิมะก็เอามาเผาได้) และมีกลิ่นหอมเวลาเผาด้วยค่ะ..การใช้ Torv เพื่อให้หลังคามีน้ำหนักกดทับให้บ้านอยู่ตัว ซึ่ง1 ตารางเมตรอาจจะมีน้ำหนักถึง 250 และในฤดูหนาวอาจจะมีน้ำหนักถึง 300 -400 กิโลเลยทีเดียว, บางหลังถ้าหนักไม่พอ เขาเอาก้อนหินขึ้นไปวางทับด้วยค่ะ 😂😂 (ที่เขตสแกนดิกลมแรงมากๆ ดังนั้นถ้าเป็นวัสดุเบาๆนี่หลังคาปลิวแน่นอนเลยค่ะ 😁😁) นอกจาก Torv จะมีข้อดีเรื่องน้ำหนักแล้ว ยังสามารถเป็น waterproof กันน้ำ ดูดความชื้นออก ทำให้หลังคาไม่มีความชื้น แห้ง ไม่ผุพังง่าย..เราจึงพบเห็นบ้านที่มุงด้วยหญ้านี้มีอายุหลายร้อยปีตามสถานที่ต่างๆทั่วนอร์เวย์ ยกเว้นในทางภาคเหนือนอร์เวย์ซี่งช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดนฮิตเลอร์เผาหมด 😢😢 บ้านที่มุงด้วยวัสดุอย่างอื่นมักจะพังเร็วกว่า
ในสมัยไวกิ้งนั้นยังมีข้อดีอีกข้อคือ เป็นการพลางตัวโดยธรรมชาติเพื่อไม่ให้ทางการตามหากลุ่มตัวเองได้ง่ายๆด้วยค่ะ (ไวกิ้งจะไปปล้น จี้ อาชญากรรม แล้วหนีเข้าป่า) เพราะความกลมกลืนของตัวบ้านที่ไม่สูงมากและหลังคามีต้นหญ้าข้างบน ทำให้ไม่เป็นที่สังเกตได้ง่ายๆ ถ้าถูกตามล่า 🇳🇴🇳🇴
การสร้างหลังคามุงด้วย Torv มีหลายชั้น โดยใช้แผ่นเปลือกต้นBirchรองปู (บางหลังใช้หินปูบางๆก่อน) แล้วเอา Torv มาคลุมทั่วทั้งหลังคา อัด Torv ให้แน่น แล้วใช้แผ่นไม้ตีประกบขอบๆไว้ ไม่ให้ Torv ร่วงหล่น (ต้องปล่อยให้มีร่องน้ำไหลลงไปด้วย) จากนั้นก็เอาเมล็ดหญ้าหรือดอกไม้เล็กๆโรยให้เกิดตามธรรมชาติ เพื่อให้รากยึดเกาะกันเหนียวแน่น 😊😊🌸🌸🌱🌱 ในปัจจุบันนิยมทำเพื่อความสวยงามเยอะมากๆค่ะ และตามหุบเขาที่นอร์เวย์แถว Hemsedal มีการสร้าง Hytte (บ้านพักตากอากาศ) แล้วมุงด้วย Torv หลายหลัง เนื่องจากแถบนั้นช่วงฤดูหนาวหิมะปกคลุมเยอะมากๆ ทำให้ช่วงเวลาหิมะละลายเกิดความชื้นสูง เดี๋ยวหลังคาจะผุพังได้ง่าย 😊😊😊จึงเป็นที่นิยมมากในเขตนั้น รวมทั้งรัฐบาลเริ่มมีการอนุรักษ์ ถ้าใครจะสร้างบ้านพักตากอากาศแถบนั้น ต้องสร้างให้กลมกลืนกัน ไม่ขัดลูกตา แตกต่างไปจากหลังอื่นๆด้วยค่ะ 😃😃 ปัจจุบันในเขตเมืองมีข้อห้ามเรื่องการสร้างบ้านแล้วมุงหลังคาด้วย Torv ค่ะ เพราะติดไฟดี ทำให้วงเสียหายเพลิงไหม้ลามเร็ว (ข้อเสียอย่างมาก)..เราจึงพบเห็นได้ตามบนเขา หรือตามมิวเซียม บ้านอนุรักษ์ไว้เท่านั้นค่ะ 😊😊 แต่ปัจจุบัน Torvtak จะถูกมุงรองด้วยพลาสติกแทน เนื่องจากยุคสมัยเปลี่ยนไปค่ะ
🇳🇴🇳🇴🇳🇴❤️❤️