ห้องเอกสารสวีเดน

ห้องเอกสารสวีเดน Kontaktinformation, kartor och vägbeskrivningar, kontaktformulär, öppettider, tjänster, betyg, foton, videor och meddelanden från ห้องเอกสารสวีเดน, Pass och visum, Stockholm.

บริการเขียนและจัดเตรียมเอกสารครบวงจร ไทย-สวีเดน-อังกฤษ-ทั่วโลก เพียงกรอกข้อมูลออนไลน์ ระบบจะสร้างเอกสารสัญญาที่ถูกต้องให้คุณอย่างง่ายดาย พร้อมบริการตรวจเอกสาร แปลเอกสาร อ่านเอกสาร ลงนิติกรณ์-โนตารี เขียนแผนธุรกิจ เขียน CV และรับทำวีซ่า

สามีรับบำนาญสวีเดน ถ้าเสียชีวิต ภรรยาจะได้บำนาญต่อไหม ?จากคอมเมนต์ของลูกเพจท่านหนึ่งที่ได้สอบถามเข้ามาว่า“สวัสดีค่ะ แฟนเ...
30/09/2026

สามีรับบำนาญสวีเดน ถ้าเสียชีวิต ภรรยาจะได้บำนาญต่อไหม ?
จากคอมเมนต์ของลูกเพจท่านหนึ่งที่ได้สอบถามเข้ามาว่า
“สวัสดีค่ะ แฟนเป็นทหารอากาศ ปีนี้อายุ 73 ปี เราจดทะเบียนกันที่สวีเดน ถ้าเขาเสียชีวิต เราจะได้เงินส่วนของข้าราชการเหมือนของไทยไหมคะ”
หลายคนอาจเข้าใจว่า หากสามีเป็นทหารหรือข้าราชการสวีเดน เมื่อเสียชีวิตแล้ว ภรรยาจะได้รับบำนาญของสามีต่อทันทีเหมือนในประเทศไทย แต่จริง ๆ แล้ว ระบบของสวีเดนไม่ได้โอนบำนาญเดิมของสามีให้ภรรยาโดยอัตโนมัติครับ
แม้ว่าตามกฎหมายสวีเดน คู่สมรสอาจมีสิทธิได้รับเงินบางประเภทหลังการเสียชีวิต แต่ต้องตรวจสอบก่อนว่าเป็นสิทธิจากระบบใด และเข้าเงื่อนไขของระบบนั้นหรือไม่ เช่น บำนาญทั่วไป บำนาญจากการทำงาน หรือสิทธิสำหรับผู้รอดชีวิต
สำหรับกรณีของลูกเพจท่านนี้ สามีเป็นทหารอากาศและปัจจุบันอายุ 73 ปี สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบคือ เขาเกษียณจากราชการเมื่อใด มีสถานะการทำงานในลักษณะใด และอยู่ภายใต้ข้อตกลงบำนาญฉบับใด เพราะระบบบำนาญภาครัฐของสวีเดนในแต่ละช่วงเวลาอาจใช้หลักเกณฑ์แตกต่างกันครับ
ตัวอย่างเช่น หากเกษียณหลังปี 2002 และอยู่ภายใต้ข้อตกลง PA 03 หรือ PA 16 ครอบครัวอาจมีสิทธิได้รับ efterlevandepension หรือบำนาญสำหรับผู้รอดชีวิตตามข้อตกลงบำนาญภาครัฐ โดยสิทธินี้มีเงื่อนไขเฉพาะ และโดยหลักอาจจ่ายได้ไม่เกินเดือนที่ผู้เสียชีวิตมีอายุครบ 75 ปี หากเสียชีวิตหลังจากนั้น ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีสิทธิจากส่วนอื่นหรือไม่ หากเสียชีวิตหลังอายุ 75 ปี สิทธิจาก SPV จะสิ้นสุด แต่ยังสามารถตรวจสอบสิทธิจากระบบบำนาญแห่งชาติ (Pensionsmyndigheten) ได้แยกต่างหาก
นอกจากบำนาญภาครัฐแล้ว ยังต้องตรวจสอบสิทธิจากระบบบำนาญแห่งชาติของสวีเดนกับ Pensionsmyndigheten แยกต่างหากด้วยครับ หากภรรยาอายุต่ำกว่า 67 ปีในวันที่สามีเสียชีวิต อาจมีสิทธิได้รับ omställningspension หรือเงินช่วยเหลือในช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่ต้องเข้าเงื่อนไขอื่นของระบบด้วย โดยทั่วไป omställningspension จ่ายเป็นระยะเวลา 12 เดือน และในบางกรณีอาจมีสิทธิขยายระยะเวลา หากมีบุตรและเข้าเงื่อนไขที่กำหนด
ส่วน änkepension หรือบำนาญแม่ม่าย เป็นสิทธิจากระบบเก่าที่ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี โดยต้องพิจารณาทั้งอายุของภรรยา วันที่จดทะเบียนสมรส วันที่สามีเสียชีวิต และเงื่อนไขอื่นตามกฎหมาย ไม่สามารถพิจารณาจากปีที่แต่งงานเพียงอย่างเดียวได้ครับ
ทั้งนี้ บุตรโดยธรรมยังมีสิทธิ laglott หรือส่วนแบ่งขั้นต่ำตามกฎหมาย ซึ่งไม่สามารถตัดสิทธิได้แม้จะมีพินัยกรรมหรือข้อตกลงบำนาญ
สรุปคำแนะนำจากทนาย: การที่เรารู้เพียงว่าสามีเป็นทหารสวีเดน ยังไม่สามารถตอบได้ครับว่า ภรรยาจะได้รับเงินประเภทใดและเป็นจำนวนเท่าใด อย่างน้อยต้องตรวจสอบว่า สามีเกษียณเมื่อใด อยู่ภายใต้ข้อตกลงบำนาญฉบับใด มีสิทธิจากบำนาญภาครัฐหรือไม่ ภรรยาอายุเท่าใด มีสถานะเป็นคู่สมรสหรือคู่ชีวิตตามกฎหมายอย่างไร มีบุตรหรือไม่ และพำนักอยู่ในประเทศใด นอกจากนี้ สิทธิบางประเภทอาจต้องยื่นคำขอจึงจะได้รับ
ดังนั้น ในขณะที่สามียังมีชีวิตอยู่ ควรขอให้ SPV และ Pensionsmyndigheten ตรวจสอบข้อมูลบำนาญและสิทธิของคู่สมรสไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ทราบอย่างชัดเจนว่า หากเกิดเหตุขึ้น ครอบครัวอาจมีสิทธิเรียกร้องเงินจากระบบใดบ้างครับ
#ทนายไทยในสวีเดน #ห้องเอกสารสวีเดน #พาสปอร์ตไทย #พาสปอร์ตสวีเดน #คนไทยในสวีเดน #ชีวิตในสวีเดน #กฎหมายสวีเดน #สามีสวีเดน

28/09/2026

แค่รู้รอด EP.79 | สามีรับบำนาญสวีเดน หากเสียชีวิต ภรรยาจะได้รับต่อหรือไม่ ?
คำตอบคือ “อาจมีสิทธิ” แต่ไม่ได้หมายความว่าภรรยาจะรับเงินบำนาญของสามีต่อทั้งหมดโดยอัตโนมัติ เพราะระบบบำนาญของสวีเดนมีหลายส่วน และแต่ละส่วนใช้เงื่อนไขไม่เหมือนกัน
ก่อนสรุปว่ามีสิทธิหรือไม่ ต้องตรวจสอบอย่างน้อย 4 เรื่องสำคัญ
1. สามีเกษียณเมื่อใด
ปีที่เกษียณและข้อตกลงบำนาญที่อยู่ภายใต้ เช่น PA 03 หรือ PA 16 อาจส่งผลต่อสิทธิของคู่สมรสในส่วนของบำนาญข้าราชการหรือบำนาญจากการทำงาน
2. ภรรยามีอายุเท่าไรในวันที่สามีเสียชีวิต
หากยังมีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด อาจมีสิทธิได้รับ Omställningspension หรือเงินช่วยเหลือในช่วงเปลี่ยนผ่านหลังคู่สมรสเสียชีวิต ทั้งนี้ยังต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นประกอบด้วย
3. จดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่เมื่อใด
ผู้หญิงที่แต่งงานกับสามีก่อนปี 1990 อาจมีสิทธิใน Änkepension หรือบำนาญแม่ม่าย แต่เพียงแต่งงานก่อนปีดังกล่าวยังไม่เพียงพอ ต้องตรวจอายุ ปีเกิด และระยะเวลาการสมรสเพิ่มเติมด้วย
4. เงินแต่ละก้อนมาจากระบบใด
อย่าตรวจเฉพาะเงินที่ได้รับจากหน่วยงานเดียว เพราะเงินบำนาญอาจประกอบด้วยบำนาญส่วนกลาง บำนาญจากการทำงาน และความคุ้มครองสำหรับผู้รอดชีวิต จึงควรตรวจทั้ง Pensionsmyndigheten, SPV รวมถึงบริษัทหรือหน่วยงานที่บริหารบำนาญของผู้เสียชีวิต
📌 สิ่งที่ควรทำตั้งแต่วันนี้
รวบรวมหนังสือแจ้งบำนาญ เอกสารการเกษียณ ข้อมูลข้อตกลงบำนาญ และหลักฐานการสมรสเก็บไว้ให้ครบ หากเกิดเหตุขึ้น ผู้ที่อยู่ข้างหลังจะได้ติดต่อหน่วยงานถูกแห่งและตรวจสอบสิทธิได้รวดเร็วขึ้น
อย่าเพิ่งสรุปว่า “ได้เงินต่อแน่นอน” หรือ “ไม่ได้รับอะไรเลย” จนกว่าจะตรวจข้อมูลของแต่ละกรณีอย่างละเอียด เพราะสิทธิของแต่ละครอบครัวอาจแตกต่างกัน และถ้าหากต้องการตรวจสอบโดยละเอียดจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ปรึกษาเพจทนายไทยในสวีเดนได้เลยครับ
#แค่รู้รอด #ทนายไทยในสวีเดน #บำนาญสวีเดน #คู่สมรสในสวีเดน

25/09/2026

"ถ้าจะทำพินัยกรรมที่สวีเดน ต้องไปทำกับหน่วยงานไหน สามีเป็นชาวสวีเดนค่ะ ?" | แค่รู้ก็รอด Podcast
คำถามนี้เป็นเรื่องที่คนไทยในต่างประเทศหลายครอบครัวสงสัยและกังวล โดยเฉพาะผู้ที่มีทรัพย์สินและต้องการวางแผนจัดการมรดกเพื่อส่งต่อให้คนข้างหลังอย่างถูกต้อง
ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่าการทำพินัยกรรมเป็นเรื่องง่าย แค่เขียนว่าอยากยกบ้าน ยกเงินให้ใคร แล้วเซ็นชื่อก็จบ... แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นครับ! หากลงชื่อผิด พยานไม่ถูกต้อง หรือเขียนข้อความไม่ชัดเจน ความตั้งใจทั้งหมดอาจสูญเปล่า เพราะพินัยกรรมอาจไม่มีผลทางกฎหมายเลย
หากเป็นพินัยกรรมตามกฎหมายสวีเดน จะมีเงื่อนไขบังคับ เช่น ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร ลงชื่อต่อหน้าพยาน 2 คนที่อยู่พร้อมกัน และที่สำคัญคือ "การเลือกพยาน" จะเลือกคนที่มีส่วนได้เสียในมรดกมาเป็นพยานไม่ได้เด็ดขาด นอกจากนี้ กฎหมายสวีเดนยังมีเรื่อง "Laglott" หรือส่วนมรดกขั้นต่ำที่กฎหมายบังคับคุ้มครองสิทธิของลูกเอาไว้ ซึ่งเราไม่สามารถเขียนพินัยกรรมตัดลูกออกไปทั้งหมดได้
ในขณะที่กฎหมายไทยก็มีรูปแบบที่แตกต่างออกไป เช่น พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ที่กฎหมายบังคับให้ผู้ทำต้องเขียนเนื้อหา วันที่ และลายเซ็นด้วยลายมือตัวเองทั้งหมด
ในคลิปนี้ ทนายจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าพินัยกรรมทั้งของสวีเดนและไทยมีเงื่อนไขอะไรบ้างที่ต้องระวัง และทำไมเราถึง "ไม่ควรโหลดแบบฟอร์มจากอินเทอร์เน็ตมาเขียนเอง" เพราะพินัยกรรมที่ดูเหมือนจะช่วยประหยัดเงินในวันนี้ หากผิดพลาดขึ้นมา อาจกลายเป็นภาระที่ทำให้ลูกหลานต้องเสียทั้งเงินและเวลาในชั้นศาลครับ
แล้วสรุปว่าถ้ามีทรัพย์สินทั้งในไทยและสวีเดน ควรเริ่มต้นจัดการอย่างไร ? หาคำตอบและวิธีที่ถูกต้องได้ใน "แค่รู้ก็รอด Podcast" คลิปนี้ครับ
หากมีปัญหา อยากปรึกษาหรือการวางแผนกฎหมาย ติดต่อเพจทนายไทยในสวีเดนได้เลยครับ
#แค่รู้ก็รอดPodcast #กฎหมายมรดก #พินัยกรรมสวีเดน #พินัยกรรมไทย #มรดก #คนไทยในสวีเดน #คนไทยในต่างแดน #ทนายความ #ทนายไทยในสวีเดน

พินัยกรรมเขียนยากไหม เขียนอย่างไรให้ใช้ได้จริง ?จากคอมเมนต์ของลูกเพจท่านหนึ่งที่ได้สอบถามเข้ามาว่า“ถ้าจะทำพินัยกรรมที่สว...
23/09/2026

พินัยกรรมเขียนยากไหม เขียนอย่างไรให้ใช้ได้จริง ?
จากคอมเมนต์ของลูกเพจท่านหนึ่งที่ได้สอบถามเข้ามาว่า
“ถ้าจะทำพินัยกรรมที่สวีเดน ต้องไปทำกับหน่วยงานไหน สามีเป็นชาวสวีเดนค่ะ”
หลายคนอาจคิดว่า พินัยกรรมแค่เขียนว่าอยากยกทรัพย์สินให้ใคร แล้วลงชื่อไว้ก็จบ ใช่ไหมครับ แต่ในความเป็นจริง แม้พินัยกรรมจะเขียนไม่ยาก แต่ทนายบอกเลยว่าเรื่องแบบนี้เรา “พลาดไม่ได้” เพราะหากรูปแบบการลงนาม พยาน หรือข้อความไม่ถูกต้อง ความตั้งใจที่เขียนไว้อาจไม่สามารถใช้บังคับได้เมื่อถึงเวลาจริง
ทนายขออธิบายเพิ่มเติมนะครับว่า “พินัยกรรมของสวีเดนและไทยมีหลักเกณฑ์แตกต่างกัน”
🇸🇪 ตามกฎหมายสวีเดน โดยหลักพินัยกรรมต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ทำพินัยกรรมต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปี และต้องลงนามหรือรับรองลายมือชื่อของตนต่อหน้าพยานสองคนที่อยู่พร้อมกัน พยานทั้งสองต้องบรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นผู้รับผลประโยชน์ ต้องเป็นบุคคลที่ ไม่ใช่ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียในพินัยกรรม และต้องลงชื่อรับรองในเอกสารด้วย นอกจากนี้ พยานต้องทราบว่าเอกสารดังกล่าวเป็นพินัยกรรม แม้โดยหลักจะไม่จำเป็นต้องทราบรายละเอียดทั้งหมดของทรัพย์สินหรือผู้รับมรดกก็ตาม
🇹🇭 ส่วนประเทศไทย กฎหมายกำหนดรูปแบบพินัยกรรมไว้ 5 แบบหลัก โดยแต่ละแบบมีเงื่อนไขแตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น พินัยกรรมแบบธรรมดาต้องทำเป็นหนังสือ ลงวัน เดือน ปี และผู้ทำต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน โดยพยานต้องลงลายมือชื่อรับรอง ส่วนพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ผู้ทำต้องเขียนข้อความทั้งหมด รวมทั้งวัน เดือน ปี และลงลายมือชื่อด้วยลายมือตนเอง โดยกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องมีพยาน
เพราะฉะนั้น ผู้ที่มีทรัพย์สินหรือครอบครัวอยู่ทั้งประเทศไทยและสวีเดน ไม่ควรนำแบบฟอร์มจากอินเทอร์เน็ตมาเขียนตามเพียงอย่างเดียว แต่ควรให้ทนายตรวจสอบว่า ทรัพย์สินแต่ละประเภทอยู่ที่ใด ใครควรเป็นผู้รับทรัพย์ กฎหมายใดอาจใช้บังคับ พินัยกรรมจะได้รับการยอมรับในประเทศที่เกี่ยวข้องหรือไม่ รวมถึงต้องจัดทำเอกสาร คำแปล การลงนาม และพยานอย่างไร เพื่อป้องกันปัญหาในภายหลัง
อย่างไรก็ตาม บุตรโดยธรรมมีสิทธิใน “laglott” หรือส่วนแบ่งขั้นต่ำตามกฎหมาย ซึ่งไม่สามารถตัดสิทธิได้แม้จะมีพินัยกรรม
สรุปคำแนะนำจากทนาย: พินัยกรรมที่ประหยัดค่าใช้จ่ายในวันนี้ อาจกลายเป็นข้อพิพาทเรื่องมรดกที่มีค่าใช้จ่ายสูงสำหรับลูกหลานในวันข้างหน้าครับ ดังนั้น “ผู้ที่มีทรัพย์สินอยู่ทั้งในไทยและสวีเดน ควรติดต่อทนายให้ช่วยตรวจสอบทรัพย์สินและสถานะครอบครัวเป็นรายกรณี” พร้อมจัดทำพินัยกรรมให้สอดคล้องกับความตั้งใจ ตามรูปแบบที่กฎหมายกำหนด และไม่ขัดต่อกฎหมายของแต่ละประเทศที่เกี่ยวข้องครับ
#ทนายไทยในสวีเดน #ห้องเอกสารสวีเดน #พาสปอร์ตไทย #พาสปอร์ตสวีเดน #คนไทยในสวีเดน #ชีวิตในสวีเดน #กฎหมายสวีเดน #พินัยกรรม #แบ่งมรดก

21/09/2026

แค่รู้ก็รอด EP. 78 | เขียนพินัยกรรมผิด ชีวิตเปลี่ยน ! ข้อควรรู้ก่อนเขียนพินัยกรรมเอง
.
หลายท่านอาจเข้าใจผิดคิดว่าการทำพินัยกรรมเป็นเรื่องง่าย เพียงแค่เขียนว่าอยากยกบ้านหรือยกเงินให้ใครแล้วเซ็นชื่อก็จบ แต่ความจริงแล้ว หากลงชื่อผิด พยานไม่ถูกต้อง หรือเขียนข้อความไม่ชัดเจน เมื่อถึงวันหนึ่งที่เจ้าตัวไม่อยู่ ความตั้งใจที่เขียนไว้ก็อาจจะใช้ไม่ได้เลย
วันนี้รายการแค่รู้ก็รอด Podcast จะมาอธิบายถึงหลักการทำพินัยกรรมที่ถูกต้อง โดยมีข้อควรระวังสำคัญคือ
1.การทำพินัยกรรมที่สวีเดนต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องลงชื่อต่อหน้าพยาน 2 คนที่อยู่พร้อมกัน
2.ห้ามนำผู้ที่จะได้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมหรือผู้ที่มีส่วนได้เสียกับมรดกมาเป็นพยานเด็ดขาด และพยานจะต้องรับรู้ด้วยว่าเอกสารที่ตนกำลังจะเซ็นคือพินัยกรรม
3.สำหรับพินัยกรรมไทยแบบธรรมดา ต้องมีการลงชื่อต่อหน้าพยาน 2 คนที่อยู่พร้อมกัน แต่ถ้าเป็นพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ผู้ทำจะต้องเขียนเองทั้งหมดตั้งแต่วันเดือนปี เนื้อหา ไปจนถึงลายเซ็น ซึ่งแบบนี้กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องมีพยาน
4.กฎหมายสวีเดนมีสิ่งที่เรียกว่า "Laglott" หรือส่วนมรดกขั้นต่ำที่กฎหมายคุ้มครองลูกเอาไว้ จึงไม่สามารถเขียนตัดลูกออกจากกองมรดกทั้งหมดตามใจชอบได้
📌 ข้อสำคัญที่ควรรู้: สำหรับใครที่มีบ้าน มีเงินทอง และมีครอบครัว อย่าเพิ่งดาวน์โหลดแบบฟอร์มจากอินเทอร์เน็ตมาเขียนเองแล้วคิดว่าจบ ท่านต้องดูก่อนว่าทรัพย์สินนั้นอยู่ที่ประเทศไหน จะยกให้ใคร และพินัยกรรมที่เขียนไว้นั้นจะสามารถนำไปใช้ได้จริงในประเทศนั้นหรือไม่ . พินัยกรรมที่ดูเหมือนประหยัดเงินในวันนี้ หากเขียนผิดพลาดขึ้นมา อาจกลายเป็นเรื่องมรดกที่ทำให้ลูกหลานต้องเสียทั้งเงินและเสียเวลาแทนในวันข้างหน้า .
หากท่านมีทรัพย์สินอยู่ทั้งในไทยและสวีเดน แล้วไม่แน่ใจว่าจะเขียนพินัยกรรมอย่างไร ควรนำรายการทรัพย์สินและข้อมูลครอบครัวมาให้ทนายความดูก่อน เพื่อจะได้รู้ว่าควรจะเขียนแบบไหน พยานต้องเป็นใคร และทำอย่างไรเพื่อให้ความตั้งใจของเราเกิดขึ้นได้จริง
#แค่รู้ก็รอด #ทนายไทยในสวีเดน #กฎหมายมรดก #พินัยกรรมสวีเดน #พินัยกรรมไทย #มรดกข้ามประเทศ #คนไทยในสวีเดน

18/09/2026

ลูกเกิดต่างประเทศ ยังไม่ได้แจ้งเกิดหรือทำสูติบัตรไทย หากวันหนึ่งแม่เสียชีวิต ลูกจะมีสิทธิรับมรดกคอนโดในประเทศไทยหรือไม่ ?
คำถามนี้เป็นเรื่องที่คนไทยในต่างประเทศหลายครอบครัวกังวล โดยเฉพาะผู้ที่มีทรัพย์สินอยู่ในประเทศไทย แต่ลูกเกิดและใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมาตลอด
ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า การที่ลูกยังไม่มีสูติบัตรไทยหรือบัตรประชาชนไทย ไม่ได้หมายความว่าลูกจะหมดสิทธิรับมรดกทันที เพราะ “การมีสัญชาติไทย” กับ “การมีเอกสารยืนยันสัญชาติไทย” เป็นคนละเรื่องกัน
หากบิดาหรือมารดามีสัญชาติไทย ลูกที่เกิดในต่างประเทศอาจมีสิทธิได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามกฎหมาย แต่เมื่อยังไม่ได้ดำเนินการด้านเอกสาร เวลาจะใช้สิทธิจริง โดยเฉพาะการรับมรดกและการรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด ก็อาจต้องผ่านขั้นตอนพิสูจน์สถานะและความสัมพันธ์ที่ยุ่งยากขึ้น
เรื่องนี้จึงไม่ได้พิจารณาเฉพาะกฎหมายมรดกเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องพร้อมกันถึง 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ กฎหมายสัญชาติ ลูกมีสิทธิในสัญชาติไทยหรือไม่ กฎหมายมรดก ลูกอยู่ในฐานะทายาทโดยธรรมหรือไม่ กฎหมายอาคารชุด หากยังถูกพิจารณาเป็นคนต่างชาติ จะรับโอนคอนโดได้ภายใต้เงื่อนไขใด
ในคลิปนี้ ทนายจะอธิบายแต่ละประเด็นให้เข้าใจง่ายว่า ลูกยังมีสิทธิหรือไม่ ต้องใช้หลักฐานอะไร และครอบครัวควรจัดเตรียมเอกสารหรือวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างไร เพราะเรื่องมรดกไม่ควรรอให้เจ้าของทรัพย์เสียชีวิตแล้วจึงเริ่มจัดการ ถึงสิทธิจะยังมีอยู่ แต่หากเอกสารไม่พร้อม คนที่ต้องเสียเวลา พิสูจน์สิทธิ และดำเนินเรื่องทั้งหมดแทนคุณก็คือลูก ดูคลิปนี้ให้จบ แล้วลองกลับไปตรวจเอกสารของครอบครัวให้พร้อมตั้งแต่วันนี้ครับ
แล้วกรณีนี้ สรุปว่าลูกจะรับมรดกได้หรือไม่ ? ลูกที่เกิดในต่างประเทศ แต่มีแม่เป็นคนไทย ถือว่ามีสัญชาติไทยตั้งแต่เกิดหรือไม่ ? หากยังไม่มีสูติบัตรและบัตรประชาชนไทย จะพิสูจน์ความเป็นทายาทอย่างไร ? หาคำตอบทั้งหมดได้ใน “แค่รู้ก็รอด Podcast”

หากมีปัญหา อยากปรึกษาหรือการวางแผนกฎหมาย ติดต่อเพจทนายไทยในสวีเดนได้เลยครับ
#แค่รู้ก็รอดPodcast #กฎหมายมรดก #มรดกคอนโด #ลูกเกิดต่างประเทศ #สูติบัตรไทย #สัญชาติไทย #คนไทยในต่างแดน #ทนายความ

ลูกเกิดที่สวีเดนแต่ยังไม่ได้แจ้งเกิดที่ไทย จะรับมรดกคอนโดในประเทศไทยได้หรือไม่ ?จากคอมเมนต์ของลูกเพจท่านหนึ่งที่ถามเข้าม...
16/09/2026

ลูกเกิดที่สวีเดนแต่ยังไม่ได้แจ้งเกิดที่ไทย จะรับมรดกคอนโดในประเทศไทยได้หรือไม่ ?
จากคอมเมนต์ของลูกเพจท่านหนึ่งที่ถามเข้ามาว่า “แต่งงานและอยู่ที่สวีเดนมา 35 ปี มีลูกสองคน และซื้อคอนโดไว้ในประเทศไทยโดยใช้ชื่อและนามสกุลไทย แต่ลูกทั้งสองคนเกิดที่สวีเดน ยังไม่เคยแจ้งเกิดและขอเอกสารการเกิดไทยหรือทำสูติบัตรไทยเลย อยากทราบว่า หากวันหนึ่งเราเสียชีวิต ลูกจะสามารถรับมรดกคอนโดในประเทศไทยได้หรือไม่”
เคสนี้ทนายตอบให้คุณแม่สบายใจก่อนได้เลยครับว่า การที่ลูกยังไม่ได้แจ้งเกิดและขอเอกสารการเกิดไทย ไม่ได้ทำให้หมดสิทธิรับมรดกโดยอัตโนมัติ หากมีสิทธิเป็นทายาทตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ต้องจัดเตรียมเอกสารเพื่อยืนยันความเป็นบุตรและสถานะสัญชาติ รวมทั้งดำเนินเรื่องมรดกตามขั้นตอนของประเทศไทย หากปล่อยไว้จนคุณแม่เสียชีวิต การจัดเตรียมเอกสารและดำเนินการหลายขั้นตอนพร้อมกันอาจยุ่งยากขึ้น
.
ประเด็นนี้เกี่ยวกับกฎหมายหลักสามส่วน
ส่วนแรกคือพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์การได้สัญชาติไทยโดยการเกิด โดยเด็กที่เกิดในต่างประเทศอาจมีสิทธิได้สัญชาติไทยผ่านมารดาสัญชาติไทย หรือผ่านบิดาสัญชาติไทยตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ส่วนที่สองคือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ว่าด้วยมรดก ซึ่งกำหนดว่า เมื่อเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิต ใครเป็นทายาทโดยธรรม และทรัพย์สินจะถูกแบ่งให้ทายาทแต่ละลำดับอย่างไร
ส่วนที่สามคือพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์การถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างด้าว รวมถึงข้อจำกัดเรื่องสัดส่วนการถือครองในอาคารชุด
ทั้งนี้ กรรมสิทธิ์และการรับมรดกห้องชุดในประเทศไทยต้องพิจารณาตามกฎหมายไทยเป็นหลัก แม้เจ้าของทรัพย์สินหรือทายาทจะพำนักอยู่ในประเทศสวีเดนก็ตาม โดยอาจต้องตรวจสอบเอกสารและดำเนินการกับหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้อง
ลูกทั้งสองคนอาจมีสัญชาติไทยโดยการเกิดแล้ว แม้ยังไม่มีสูติบัตรไทยหรือชื่อในทะเบียนไทยก็ตาม หากยังไม่มีเอกสารไทย อาจต้องจัดเตรียมหลักฐานเพื่อยืนยันความเป็นบุตรและสถานะสัญชาติต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการเรื่องมรดก หากไม่สามารถยืนยันสัญชาติไทยได้ จึงค่อยพิจารณาเรื่องการรับมรดกในฐานะคนต่างด้าวตามกฎหมายห้องชุด
จึงควรติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงสตอกโฮล์ม เพื่อสอบถามขั้นตอนการแจ้งเกิดและขอเอกสารการเกิดไทย การจัดทำเอกสารไทยให้เรียบร้อยจะช่วยยืนยันตัวบุคคลและสถานะสัญชาติได้สะดวกขึ้น แต่อาจยังต้องจัดเตรียมเอกสารอื่นและดำเนินขั้นตอนด้านมรดกเพิ่มเติมตามกรณี
ส่วนคำถามว่าลูกจะมีสิทธิรับมรดกในห้องชุดหรือไม่ ในสัดส่วนใด และจะต้องแบ่งกับใครบ้าง ต้องตรวจสอบว่าคุณแม่ได้ทำพินัยกรรมไว้หรือไม่ รวมถึงมีคู่สมรสหรือทายาทคนอื่นที่อาจมีสิทธิร่วมด้วยหรือไม่
อีกเรื่องหนึ่งที่ควรรู้คือ ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 อนุสัญญา Apostille จะมีผลใช้บังคับระหว่างไทยกับสวีเดน เอกสารราชการสวีเดนบางประเภทที่เข้าเงื่อนไขอาจขอ Apostille จาก Notarius Publicus เพื่อใช้ในประเทศไทยได้ โดยควรตรวจสอบรูปแบบเอกสารและคำแปลกับหน่วยงานไทยผู้รับเอกสารอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ยังต้องตรวจสอบเป็นรายกรณีว่าเอกสารนั้นจำเป็นต้องแปลเป็นภาษาไทย หรือต้องเตรียมหลักฐานเพิ่มเติมอีกหรือไม่
สำหรับเรื่องห้องชุด หากตรวจสอบและยืนยันได้ว่าลูกมีสัญชาติไทย การรับมรดกห้องชุดจะพิจารณาในฐานะบุคคลสัญชาติไทย และข้อจำกัดเรื่องการถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างด้าวอาจไม่ใช้บังคับกับลูก ทั้งนี้ ต้องดำเนินการตามขั้นตอนและเอกสารที่สำนักงานที่ดินกำหนด
หากยังไม่สามารถยืนยันสัญชาติไทยได้ และต้องดำเนินการในฐานะคนต่างด้าว เรื่องจะซับซ้อนขึ้น เพราะต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่าเข้าเงื่อนไขการถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงต้องตรวจสอบสัดส่วนกรรมสิทธิ์ในห้องชุดที่คนต่างด้าวถือครองอยู่ภายในอาคารชุดนั้นด้วย โดยหลักต้องไม่เกินร้อยละ 49 ของเนื้อที่ห้องชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้น
หากผู้รับมรดกเป็นคนต่างด้าวและไม่เข้าเงื่อนไขการถือกรรมสิทธิ์ห้องชุด อาจต้องดำเนินการจำหน่ายห้องชุดภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ต้องตรวจสอบฐานการรับมรดก คุณสมบัติของผู้รับมรดก และสถานะของอาคารชุดกับสำนักงานที่ดินเป็นรายกรณี
แต่ต้องย้ำว่า ไม่ใช่คนต่างด้าวทุกคนที่รับมรดกแล้วจะต้องขายห้องชุดทันที จึงต้องตรวจสอบทั้งคุณสมบัติของผู้รับมรดกและสถานะของอาคารชุดก่อน
สำหรับเคสนี้ การจัดทำเอกสารยืนยันสัญชาติไทยของลูกไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้สามารถยืนยันสถานะบุคคลและสัญชาติของลูกต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชัดเจนขึ้น และลดความยุ่งยากในการตรวจสอบเรื่องการถือครองห้องชุด รวมถึงลดความเสี่ยงที่จะต้องเข้าสู่ขั้นตอนตรวจสอบโควตาหรือการจำหน่ายห้องชุดโดยไม่จำเป็น
.
ทนายจึงอยากแนะนำให้ตรวจสอบ 4 เรื่องนี้ก่อนดำเนินการใด ๆ
1. ในวันที่ลูกเกิด คุณแม่ยังถือสัญชาติไทยอยู่หรือไม่ และมีเอกสารยืนยันสถานะดังกล่าวหรือไม่
2. ลูกทั้งสองคนมีสูติบัตรไทย หนังสือเดินทางไทย หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนไทยแล้วหรือยัง
3. คอนโดมีหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด และชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นชื่อของคุณแม่อย่างถูกต้องหรือไม่
4. คุณแม่ได้ทำพินัยกรรมไว้หรือยัง และมีทายาทหรือคู่สมรสคนอื่นที่อาจมีสิทธิร่วมด้วยหรือไม่
การที่ลูกไม่ได้แจ้งเกิดและขอเอกสารการเกิดไทย ไม่ได้หมายความว่าจะหมดสิทธิในสัญชาติไทยหรือสิทธิรับมรดกโดยอัตโนมัติ แต่หากปล่อยไว้จนเกิดเหตุ แล้วต้องจัดการเรื่องความเป็นบุตร สถานะสัญชาติ และสิทธิในห้องชุดพร้อมกัน ขั้นตอนต่าง ๆ อาจมีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเอกสารและหน่วยงานทั้งในประเทศไทยและสวีเดน
สุดท้ายนี้ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าต้องดำเนินการให้กับลูกอย่างไร ปรึกษาทนายไทยในสวีเดนได้ครับ เพราะเรามีความเชี่ยวชาญทั้งด้านกฎหมายและภาษา เพื่อช่วยตรวจสอบว่าคุณมีสิทธิในฐานะใด ต้องยื่นเอกสารอย่างไร และต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง การเริ่มต้นอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยรักษาผลประโยชน์ของคุณได้ตามสิทธิที่คุณมี
หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎหมายครอบครัว สิทธิ์ในทรัพย์สิน หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถพิมพ์คำถามหรือบอกเล่าเรื่องราวของคุณไว้ในคอมเมนต์ใต้โพสต์นี้ได้เลยครับ ทางทีมงานจะนำประเด็นของท่านมาตอบข้อสงสัยในโอกาสต่อไป
อย่าลืมกดติดตามเพจ ทนายไทยในสวีเดน และห้องเอกสารสวีเดน เพื่อไม่พลาดข้อมูลกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อตัวคุณและคนที่คุณรัก
#ทนายไทยในสวีเดน #สองสัญชาติ #ห้องเอกสารสวีเดน #คนไทยในสวีเดน #เอกสารต่างประเทศ #ชีวิตในสวีเดน #กฎหมายสวีเดน #ครอบครัวไทยในสวีเดน #สามีสวีเดน

14/09/2026

แค่รู้ก็รอด EP. 77 | ⚖️ แม่มีคอนโดในไทย แต่ลูกเกิดที่สวีเดนและไม่มีสูติบัตรไทย จะรับมรดกได้ไหม ?
หลายท่านอาจกังวลว่า หากเราจากไปและทิ้งคอนโดในประเทศไทยไว้ให้ แต่ผู้รับมรดกกลับไม่มีสูติบัตรไทย หรือมีเพียงเอกสารราชการที่ออกจากสวีเดน จะพิสูจน์ความเป็นทายาทและดำเนินเรื่องมรดกในไทยได้อย่างไร ? แล้วหากไม่ได้ถือสัญชาติไทย จะรับโอนและถือครองคอนโดนั้นต่อได้หรือไม่ ?
วันนี้รายการแค่รู้ก็รอด Podcast บอกเลยว่า เคสนี้ยังมีทางดำเนินการได้ แต่ก่อนรับโอนหรือจัดการทรัพย์มรดก ควรตรวจสอบ 4 เรื่องสำคัญให้ชัดเจนเสียก่อน คือ
1. วันที่ลูกเกิดคุณแม่ยังถือสัญชาติไทยอยู่หรือไม่
2. ลูกมีเอกสารอื่น ๆ เช่น หนังสือเดินทางไทย ชื่อในทะเบียนไทยแล้วหรือยัง
3. คอนโดมีกรรมสิทธิ์ห้องชุดเป็นชื่อของคุณแม่ถูกต้องหรือไม่
4. คุณแม่มีพินัยกรรมและมีทายาทหรือคู่สมรสคนอื่นที่อาจมีสิทธิร่วมหรือไม่
📌 ข้อสำคัญที่ควรรู้: ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 เป็นต้นไป เอกสารราชการจากสวีเดน เช่น สูติบัตรหรือเอกสารครอบครัว โดยหลักจะสามารถนำไปให้ Notarius Publicus ออกตรา Apostille เพื่อใช้ในประเทศไทยได้สะดวกขึ้น
ก่อนลงนาม รับโอน หรือจำหน่ายห้องชุด อย่าเพิ่งดำเนินการจากความเข้าใจเพียงบางส่วน เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องทั้งกฎหมายมรดก กฎหมายห้องชุด และเอกสารข้ามประเทศ การเตรียมเอกสารให้ครบและตรวจสอบสิทธิของทุกฝ่ายตั้งแต่ต้น จะช่วยลดปัญหาและป้องกันไม่ให้เสียสิทธิในทรัพย์มรดกที่ควรได้รับครับ
หากท่านใดกำลังเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ควรนำพินัยกรรม เอกสารครอบครัว เอกสารประจำตัว และเอกสารของห้องชุดทั้งหมดมาปรึกษาทนายความที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายไทย–สวีเดนและกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อวางแนวทางดำเนินการที่เหมาะสมกับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีครับ
#แค่รู้ก็รอด #ทนายไทยในสวีเดน #กฎหมายมรดก #มรดกไทย #กฎหมายคอนโด #รับมรดกคอนโด #กฎหมายข้ามประเทศ #คนไทยในสวีเดน

11/09/2026

สามีชาวสวีเดนเสียชีวิต ใครมีสิทธิในมรดกก่อน ระหว่างภรรยา ลูกติด และพี่น้องของสามี ? | เรื่องเล่าจากทนายไทยในสวีเดนและห้องเอกสาร
คำถามนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่หลายครอบครัวเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ง่าย โดยเฉพาะกรณีที่คู่สมรสมีความเกี่ยวข้องกับทั้งประเทศไทยและสวีเดน เพราะการพิจารณาเรื่องมรดกไม่ได้ดูเพียงว่า “ผู้เสียชีวิตเป็นคนสวีเดน” หรือ “ทรัพย์สินอยู่ที่สวีเดน” แล้วจะสรุปได้ทันทีว่าใครมีสิทธิ
ในทางกฎหมาย ก่อนจะไปถึงคำถามว่าใครได้รับมรดกเท่าไร จะต้องแยกให้ชัดก่อนว่า ทรัพย์สินส่วนใดเป็นทรัพย์ของคู่สมรส และส่วนใดจึงจะถือเป็นกองมรดกของผู้เสียชีวิต โดยในระบบกฎหมายสวีเดนมีขั้นตอนเรื่องการแบ่งทรัพย์สินของคู่สมรส หรือ Bodelning เข้ามาเกี่ยวข้องก่อนการจัดการมรดก หลังจากนั้นจึงค่อยมาดูเรื่องลำดับทายาทตามกฎหมายมรดกของสวีเดนว่า หากสามีไม่มีลูกแท้ ๆ หรือลูกบุญธรรม ภรรยาที่จดทะเบียนสมรสมีสิทธิอย่างไร พี่น้องของสามีเข้ามามีสิทธิในช่วงใด และสิทธิรอรับมรดกของญาติฝ่ายสามีมีความหมายอย่างไร
อีกประเด็นที่คนมักเข้าใจผิดคือเรื่อง “ลูกติด” เพราะแม้สามีจะเลี้ยงดูมานาน รักเหมือนลูกของตัวเอง หรือใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวเดียวกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกติดจะกลายเป็นทายาทของสามีโดยอัตโนมัติ ยังต้องพิจารณาว่ามีการรับเป็นบุตรบุญธรรมอย่างถูกต้อง หรือมีพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้ไว้หรือไม่
และเรื่องจะยิ่งซับซ้อนขึ้น หากสามีเป็นชาวสวีเดน มีทรัพย์สินอยู่ที่สวีเดน แต่ใช้ชีวิตประจำวันอยู่ที่ประเทศไทย เพราะกรณีแบบนี้ยังต้องพิจารณากฎหมายมรดกข้ามประเทศเพิ่มเติมว่า สุดท้ายแล้วจะใช้กฎหมายไทยหรือกฎหมายสวีเดนในการจัดการมรดก รวมถึงต้องตรวจสอบด้วยว่าผู้เสียชีวิตเคยทำพินัยกรรมเลือกใช้กฎหมายของประเทศที่ตนถือสัญชาติเอาไว้หรือไม่
ในคลิปนี้ จะพามาไล่เรียงตั้งแต่ใครมีสิทธิในทรัพย์สินก่อน ? ลูกติดมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ ? พี่น้องของสามีเข้ามาเกี่ยวข้องเมื่อใด ? ถิ่นที่อยู่หลักของผู้เสียชีวิตมีผลต่อกฎหมายที่ใช้แค่ไหน ? หาคำตอบทั้งหมดได้ใน “แค่รู้ก็รอด Podcast”
หากมีปัญหา อยากปรึกษาหรือการวางแผนกฎหมาย ติดต่อเพจทนายไทยในสวีเดนได้เลยครับ
#ทนายไทยในสวีเดน #สองสัญชาติ #ห้องเอกสารสวีเดน #คนไทยในสวีเดน #เอกสารต่างประเทศ #ชีวิตในสวีเดน #กฎหมายสวีเดน #ครอบครัวไทยในสวีเดน #สามีสวีเดน

สามีชาวสวีเดนเสียชีวิต ใครมีสิทธิได้รับมรดกก่อน ระหว่างภรรยา ลูกติด และพี่น้อง ?จากคอมเมนต์ของลูกเพจท่านหนึ่ง ถามเข้ามาว...
09/09/2026

สามีชาวสวีเดนเสียชีวิต ใครมีสิทธิได้รับมรดกก่อน ระหว่างภรรยา ลูกติด และพี่น้อง ?
จากคอมเมนต์ของลูกเพจท่านหนึ่ง ถามเข้ามาว่า “จดทะเบียนสมรสกับคนสวีเดน ต่อมาเขาเสียชีวิต มีลูกติดฝ่ายภรรยาและอาศัยอยู่ที่ไทย ไม่มีลูกด้วยกัน ฝ่ายสามีพ่อแม่เสียชีวิต แต่มีพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน ไม่ได้ทำพินัยกรรม เราอาศัยอยู่ที่ไทยด้วยกัน แต่ทรัพย์สินอยู่ที่สวีเดน แบบนี้เราในฐานะภรรยาจะได้อะไรบ้าง ช่วยชี้แนะด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ”
ประเด็นของเรื่องนี้ อยู่ที่ว่าหากวันหนึ่งสามีเสียชีวิต ระหว่างภรรยาที่จดทะเบียนสมรส ลูกติดของภรรยา และพี่น้องหรือญาติของสามี ใครจะมีสิทธิได้รับทรัพย์สินก่อนกัน ?
ก่อนอื่นต้องบอกให้สบายใจก่อนว่า ในเคสนี้หากตรวจสอบแล้วพบว่าต้องใช้กฎหมายมรดกของสวีเดน ภรรยาที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องมีสิทธิรับมรดกก่อนพี่น้องของสามีครับ ดังนั้น ไม่ใช่ว่าทันทีที่สามีเสียชีวิต พี่น้องของสามีจะสามารถเข้ามาแบ่งหรือเอาทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศสวีเดนไปได้ทันที
แต่สิ่งที่ต้องแยกออกมาให้ชัดคือ สถานะของลูกติดทั้ง 2 คน แม้ลูกทั้งสองจะอยู่ร่วมกับสามีมานาน สามีจะรัก ดูแล หรือเลี้ยงดูเสมือนเป็นลูกของตนเองเพียงใดก็ตาม ลูกติดก็ไม่ได้กลายเป็นทายาทของสามีโดยอัตโนมัติ ลูกติดจะมีสิทธิรับมรดกจากสามีได้ หากมีการรับเป็น บุตรบุญธรรมอย่างถูกต้อง หรือสามีได้ ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้ ไว้ครับ
ต่อมาคือ เคสนี้เกี่ยวข้องกับกฎหมายอะไรบ้าง ? ทนายขออธิบาย 3 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเคสนี้ คือ
1. กฎหมายสมรสของสวีเดน หรือ Äktenskapsbalken ซึ่งเป็นกฎหมายที่กำหนดเรื่องทรัพย์สินของคู่สมรส รวมถึงการแบ่งทรัพย์สินเมื่อการสมรสสิ้นสุดลง ไม่ว่าจะสิ้นสุดจากการหย่าหรือจากการเสียชีวิตของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
2. กฎหมายมรดกของสวีเดน หรือ Ärvdabalken ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้พิจารณาว่า เมื่อบุคคลหนึ่งเสียชีวิต ใครเป็นทายาท ใครมีสิทธิได้รับมรดกก่อน และญาติในแต่ละลำดับจะเข้ามามีสิทธิรับมรดกเมื่อใด
3. กฎหมายมรดกของสหภาพยุโรป หรือ EU Succession Regulation No. 650/2012 ซึ่งเข้ามามีความสำคัญเมื่อผู้เสียชีวิตมีความเกี่ยวข้องกับมากกว่าหนึ่งประเทศ เช่น เป็นชาวสวีเดน มีทรัพย์สินอยู่ในสวีเดน แต่ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทย เพราะจะต้องพิจารณาต่อไปว่า มรดกดังกล่าวควรอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศใด
ก่อนแบ่งมรดก ต้องแยกทรัพย์สินของคู่สมรสออกมาก่อน : อีกเรื่องที่หลายคนมักเข้าใจคลาดเคลื่อนคือ เมื่อสามีเสียชีวิต ไม่ได้หมายความว่าทรัพย์สินทุกอย่างที่เห็นจะถูกนำเข้าไปแบ่งเป็นมรดกทันที ก่อนจะถามว่า “ใครได้มรดกเท่าไร” จะต้อง แยกทรัพย์สินของคู่สมรสออกจากกองมรดกเสียก่อน
ขั้นตอนนี้เรียกว่า Bodelning เมื่อแบ่งทรัพย์สินในส่วนของคู่สมรสเรียบร้อยแล้ว เฉพาะทรัพย์สินส่วนที่เป็นของสามีจึงจะถูกนำไปจัดการในฐานะกองมรดกต่อไปครับ และถ้าสามีไม่มีลูกแท้ ๆ หรือลูกบุญธรรม ภรรยารับมรดกก่อน หากสามีไม่มีลูกโดยกำเนิดและไม่มีลูกบุญธรรม ภายใต้กฎหมายสวีเดนตามกรณีที่กำลังพิจารณานี้ ภรรยาจะได้รับมรดกก่อนพี่น้องของสามี
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าครอบครัวฝ่ายสามีจะหมดสิทธิไปทั้งหมด เพราะบิดามารดาหรือพี่น้องของสามีอาจมี สิทธิรอรับมรดกในภายหลังเมื่อภรรยาเสียชีวิต ซึ่งเรียกว่า Efterarv ซึ่งคำนวณเป็นสัดส่วนของกองมรดกภรรยาในขณะนั้น มิใช่จำนวนที่ตายตัว
ระหว่างนั้นภรรยาถือและจัดการทรัพย์สินภายใต้สิทธิที่เรียกว่า fri förfoganderätt กล่าวคือ ภรรยาสามารถใช้หรือขายทรัพย์สินได้ แต่ไม่สามารถทำพินัยกรรมยกส่วนซึ่งเป็นสิทธิรอรับของทายาทฝ่ายสามีให้แก่บุคคลอื่นได้ตามอำเภอใจครับ
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจคิดว่าเรื่องน่าจะจบแล้ว เพราะสามีเป็นคนสวีเดนและทรัพย์สินก็อยู่ที่ประเทศสวีเดนแต่ในความเป็นจริงยังจบไม่ได้ครับข้อมูลสำคัญอีกประการจากคำถามคือ สามีและภรรยาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่ประเทศไทย
การจัดการมรดกที่เกี่ยวข้องกับหลายประเทศ ไม่ได้พิจารณาเพียงว่าสามีถือสัญชาติอะไร หรือทรัพย์สินตั้งอยู่ที่ประเทศไหนเท่านั้น แต่ต้องตรวจสอบด้วยว่า ในช่วงก่อนเสียชีวิต สามีมี ถิ่นที่อยู่หลัก อยู่ที่ประเทศใด โดยหลักของกฎหมายมรดกของสหภาพยุโรป จะพิจารณาจากประเทศที่ผู้เสียชีวิตมีถิ่นฐานหรือมีที่อยู่หลักในวันที่เสียชีวิต เว้นแต่ผู้เสียชีวิตจะได้เลือกใช้กฎหมายของประเทศที่ตนถือสัญชาติไว้ในพินัยกรรมอย่างถูกต้อง
เพราะฉะนั้น หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าสามีใช้ชีวิตประจำวันอยู่ในประเทศไทยเป็นหลักจริง ก็ยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่า การจัดการมรดกครั้งนี้จะอยู่ภายใต้ กฎหมายไทยหรือกฎหมายสวีเดน รวมถึงต้องดูว่าสามีเคยทำพินัยกรรมเลือกใช้กฎหมายสวีเดนเอาไว้หรือไม่ครับ
ข้อควรระวัง: หากพิสูจน์แล้วว่าถิ่นที่อยู่หลักของสามีคือประเทศไทย กฎหมายที่ใช้บังคับกับกองมรดกทั้งหมดอาจเป็น กฎหมายไทย ไม่ใช่กฎหมายสวีเดน (เว้นแต่สามีเคยทำพินัยกรรมเลือกใช้กฎหมายสัญชาติไว้) ซึ่งหมายความว่าหลักการเรื่องภรรยารับมรดกก่อนพี่น้อง หรือ efterarv ที่อธิบายไปข้างต้น อาจใช้ไม่ได้เลย ถ้ากฎหมายไทยเข้ามาแทนที่
ก่อนดำเนินการ ควรตรวจสอบ 4 เรื่องนี้ให้ชัดเจน
สำหรับเคสลักษณะนี้ ก่อนจะไปถึงขั้นแบ่งทรัพย์สินหรือดำเนินการใด ๆ ผมแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลสำคัญ 4 เรื่องก่อนครับ
1. ทะเบียนสมรส : การสมรสยังมีผลสมบูรณ์ และได้รับการบันทึกในระบบที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้วหรือไม่
2. พินัยกรรมและสัญญาก่อนสมรส : สามีเคยทำพินัยกรรมหรือมีสัญญาก่อนสมรสเอาไว้หรือไม่
3. สถานะของลูกติด : ลูกติดเคยได้รับการรับเป็นบุตรบุญธรรมอย่างถูกต้อง หรือมีชื่อได้รับทรัพย์สินอยู่ในพินัยกรรมหรือไม่
4. ถิ่นที่อยู่และทรัพย์สินของสามี : ก่อนเสียชีวิตสามีมีถิ่นที่อยู่หลักในประเทศไทยหรือประเทศสวีเดน และมีทรัพย์สินรวมถึงหนี้สินอยู่ที่ใดบ้าง
สิ่งที่ภรรยาไม่ควรรีบทำคืออะไร ? ประเด็นนี้สำคัญมากครับ หากท่านเป็นภรรยาในสถานการณ์ลักษณะเดียวกับเจ้าของคำถาม อย่าเพิ่งเซ็นยินยอมแบ่งทรัพย์สิน อย่าเพิ่งมอบหมายให้พี่น้องของสามีเข้าไปจัดการทรัพย์สิน และอย่าเพิ่งสรุปว่าลูกติดจะได้รับมรดกอย่างแน่นอน
เพราะก่อนจะดำเนินการใด ๆ เราจำเป็นต้องรู้ให้ชัดเสียก่อนว่า กฎหมายของประเทศใดเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับ ใครมีสิทธิในลำดับใด และทรัพย์สินส่วนใดเป็นสิทธิของภรรยาอยู่แล้วก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการแบ่งมรดก
สิ่งที่ควรทำคือรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ทะเบียนสมรส ใบมรณบัตร พินัยกรรม สัญญาก่อนสมรส และรายการทรัพย์สินทั้งหมด แล้วนำมาให้ทนายที่เข้าใจกฎหมายสวีเดนและกฎหมายมรดกระหว่างประเทศตรวจสอบก่อน
เพราะการรู้ให้ชัดตั้งแต่ต้นว่า ต้องใช้กฎหมายประเทศไหน ใครมีสิทธิในลำดับใด และทรัพย์ส่วนใดเป็นของภรรยา จะช่วยป้องกันไม่ให้ทรัพย์สินที่เราควรได้รับถูกแบ่งหรือโอนไปให้บุคคลอื่น ก่อนที่สิทธิของเราจะได้รับการตรวจสอบอย่างถูกต้องครับ
สุดท้ายนี้ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเอกสารที่มีอยู่เพียงพอหรือจะส่งเอกสารอย่างไร ปรึกษาทนายไทยในสวีเดนได้ครับ เพราะเรามีความเชี่ยวชาญทั้งด้านกฎหมายและภาษา เพื่อช่วยตรวจสอบว่าคุณมีสิทธิในฐานะใด ต้องยื่นเอกสารอย่างไร และต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง การเริ่มต้นอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยรักษาผลประโยชน์ของคุณได้ตามสิทธิที่คุณมี
หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎหมายครอบครัว สิทธิ์ในทรัพย์สิน หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถพิมพ์คำถามหรือบอกเล่าเรื่องราวของคุณไว้ในคอมเมนต์ใต้โพสต์นี้ได้เลยครับ ทางทีมงานจะนำประเด็นของท่านมาตอบข้อสงสัยในโอกาสต่อไป
อย่าลืมกดติดตามเพจ ทนายไทยในสวีเดน และห้องเอกสารสวีเดน เพื่อไม่พลาดข้อมูลกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อตัวคุณและคนที่คุณรัก
#ทนายไทยในสวีเดน #สองสัญชาติ #ห้องเอกสารสวีเดน #คนไทยในสวีเดน #เอกสารต่างประเทศ #ชีวิตในสวีเดน #กฎหมายสวีเดน #ครอบครัวไทยในสวีเดน #สามีสวีเดน

Adress

Stockholm

Öppettider

Måndag 09:00 - 17:00
Tisdag 09:00 - 17:00
Onsdag 09:00 - 17:00
Torsdag 09:00 - 17:00
Fredag 09:00 - 17:00

Aviseringar

Var den första att veta och låt oss skicka ett mail när ห้องเอกสารสวีเดน postar nyheter och kampanjer. Din e-postadress kommer inte att användas för något annat ändamål, och du kan när som helst avbryta prenumerationen.

Dela