ผักปลอดภัย กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัย บ้านวังบน

ผักปลอดภัย กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัย บ้านวังบน ขายผักสวนครัวและข้าวปลอดภัย กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัยบ้านวังบน

05/02/2026

เลี้ยงปลาอะไรดี เพาะง่าย สร้างรายได้ไว กำไรดีเหมาะสำหรับเกษตรกร ผู้อยากเริ้มต้นเลี้ยง

---

การเลี้ยงปลาเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เหมาะกับยุคปัจจุบัน ใช้พื้นที่ไม่มาก แต่สามารถสร้างรายได้สม่ำเสมอและต่อเนื่องตลอดปี หากเกษตรกรเลือกชนิดปลาได้เหมาะสมกับพื้นที่และการดูแล จะช่วยลดความเสี่ยง เลี้ยงง่าย โตเร็ว และมีตลาดรองรับชัดเจน โดยเฉพาะปลาเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคต้องการสูงทั้งตลาดสด ร้านอาหาร และการแปรรูป จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความมั่นคงให้ครัวเรือนได้อย่างดี

---

#ทำไมปลากลุ่มนี้ถึงน่าเลี้ยง

1. โตเร็ว รอบการเลี้ยงสั้น
2. ทนโรค ทนสภาพน้ำ
3. กินอาหารง่าย ลดต้นทุน
4. ตลาดรับซื้อแน่น ทั้งสดและแปรรูป
5. เลี้ยงรวมหลายชนิดในบ่อเดียวได้

---

#ตัวอย่างปลาที่เพาะเลี้ยงง่าย

1. ปลานิล
จุดเด่น: โตเร็ว ทนโรค กินอาหารง่าย ตลาดต้องการสูง
ระยะเลี้ยง: 4–5 เดือน จับขายได้

2. ปลาตะเพียนขาว
จุดเด่น: ทนสภาพน้ำ กินพืชเป็นหลัก ช่วยลดต้นทุนอาหาร
ระยะเลี้ยง: 5–6 เดือน

3. ปลาสลิด
จุดเด่น: ราคาดี แปรรูปเป็นปลาแดดเดียวเพิ่มมูลค่าได้
ระยะเลี้ยง: ประมาณ 6 เดือน

4. ปลาดุก
จุดเด่น: โตไวมาก เลี้ยงหนาแน่นได้ รอบการเลี้ยงสั้น
ระยะเลี้ยง: 3–4 เดือน

5. ปลาสวาย
จุดเด่น: ตัวใหญ่ เนื้อแน่น ขายเข้าโรงงานแปรรูปได้ดี
ระยะเลี้ยง: 6–8 เดือน

6. ปลาไน
จุดเด่น: ทนสภาพแวดล้อม เลี้ยงรวมกับปลาอื่นได้
ระยะเลี้ยง: ประมาณ 6 เดือน

---

#เหมาะกับใคร

1. เกษตรกรมือใหม่
2. คนมีพื้นที่จำกัด
3. ผู้ต้องการอาชีพเสริม
4. ฟาร์มที่อยากลดความเสี่ยงจากปลาชนิดเลี้ยงยาก

---

#ข้อดีของการเลี้ยงปลา

1. ใช้พื้นที่ไม่มาก
2. รายได้หมุนเร็ว
3. ใช้อาหารจากธรรมชาติช่วยลดต้นทุน
4. เลี้ยงรวมหลายชนิดได้ (ระบบผสม)

---

#การเตรียมบ่อ

1. บ่อดิน
- ตากบ่อให้แห้ง 5–7 วัน
- ใส่ปูนขาว 100–200 กก./ไร่ เพื่อฆ่าเชื้อ
- ใส่ปุ๋ยคอก 200–300 กก./ไร่ สร้างอาหารธรรมชาติ
- เติมน้ำลึก 1–1.5 เมตร

2. บ่อปูน/ผ้าใบ
- ล้างบ่อให้สะอาด
- แช่น้ำทิ้ง 2–3 วันก่อนปล่อยปลา

---

#การเตรียมน้ำก่อนปล่อยปลา

1. ค่า pH ที่เหมาะสม
ควรอยู่ที่ 6.5–8.5 เพื่อให้ปลาปรับตัวได้ดี ไม่เครียด

2. ปริมาณออกซิเจนในน้ำ
ต้องมากกว่า 4 mg/L เพื่อให้ปลาหายใจสะดวก โตดี ไม่ลอยหัว

3. สีของน้ำ
ควรเป็นสีเขียวอ่อน แสดงว่ามีแพลงก์ตอนธรรมชาติ เป็นอาหารปลา

4. การพักน้ำ
ควรพักน้ำไว้ 5–7 วัน ก่อนปล่อยปลา เพื่อปรับสภาพน้ำให้เสถียร ลดความเสี่ยงปลาช็อก

---

#การเลือกลูกพันธุ์

1. ขนาดเท่ากัน
2. ว่ายน้ำแข็งแรง ไม่ลอยหัว
3. เกล็ดครบ ไม่มีแผล
4. ซื้อจากแหล่งเชื่อถือได้

---

#การปล่อยปลา

1. ปลานิล
ปล่อยประมาณ 3–5 ตัว/ตารางเมตร

2. ปลาดุก
ปล่อยได้หนาแน่น 50–80 ตัว/ตารางเมตร

3. ปลาตะเพียน / ปลาไน
ปล่อย 2–3 ตัว/ตารางเมตร

4. ก่อนปล่อยปลา
ควรแช่ถุงลูกปลาในบ่อ 15–20 นาที เพื่อปรับอุณหภูมิน้ำ ลดอาการช็อก

---

#วิธีให้อาหารปลา

1. ช่วงปลาขนาดเล็ก
ใช้อาหารโปรตีน 28–32% เพื่อเร่งการเจริญเติบโต

2. ช่วงปลาโต
ใช้อาหารโปรตีน 20–25% เพียงพอต่อการขุน

3. ความถี่ในการให้อาหาร
ให้วันละ 2 มื้อ (เช้า–เย็น)

ข้อควรระวัง
- อย่าให้อาหารเหลือ เพราะจะทำให้น้ำเสียและเกิดโรคง่าย

---

#การดูแลระหว่างเลี้ยง

1. เปลี่ยนน้ำบางส่วนทุก 1–2 สัปดาห์
2. เปิดเครื่องตีน้ำตอนกลางคืน
3. สังเกตปลาทุกวัน
4. เสริมวิตามิน/จุลินทรีย์เดือนละ 1–2 ครั้ง

---

#ปัญหาที่พบบ่อยในการเลี้ยงปลา

1. ปลาลอยหัว
สาเหตุ: ออกซิเจนในน้ำต่ำ
วิธีแก้: เพิ่มการเติมอากาศ เปิดเครื่องตีน้ำ หรือเปลี่ยนน้ำบางส่วนทันที

2. ปลาไม่กินอาหาร
สาเหตุ: น้ำคุณภาพแย่ น้ำเสีย หรือมีของเสียสะสม
วิธีแก้: เปลี่ยนน้ำบางส่วน ตรวจคุณภาพน้ำ และงดอาหารชั่วคราว

3. ปลาเป็นแผล / ตัวถลอก
สาเหตุ: เชื้อโรคหรือสภาพน้ำไม่สะอาด
วิธีแก้: ใส่เกลือในบ่อ 50–100 กก./ไร่ ช่วยลดเชื้อและฟื้นฟูปลา

---

#ข้อแนะนำสำหรับเกษตรกร

1. เริ่มเลี้ยงปริมาณน้อยก่อน
2. จดบันทึกต้นทุน–อาหาร–น้ำหนักปลา
3. อย่าเลี้ยงหนาแน่นเกินไป
4. ตรวจคุณภาพน้ำสม่ำเสมอ
5. วางแผนตลาดก่อนจับขาย

---

การเลี้ยงปลาไม่ใช่เรื่องยาก หากเริ่มจากชนิดปลาที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว และมีตลาดรองรับชัดเจน พร้อมดูแลคุณภาพน้ำ อาหาร และความหนาแน่นให้เหมาะสมก็ช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มอัตรารอด และสร้างกำไรได้จริง อาชีพนี้เหมาะทั้งมือใหม่และเกษตรกรที่ต้องการรายได้สม่ำเสมอตลอดปี เริ่มจากทดลองเลี้ยงเล็ก ๆ ค่อยขยาย วางแผนให้ดีแล้วบ่อปลาของท่านจะกลายเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว

#เลี้ยงปลา #ฟาร์มปลา #แนวทางเกษตรเกร็ดความรู้

04/02/2026

📗 สูตรเด็ด "ปราบหนอนดื้อยา!" ใช้ "เชื้อราบิวเวอร์เรีย + เมตาไรเซียม" พ่นทีเดียวตายยกรัง ไม่ต้องพึ่งสารเคมี! 🐛

🧑‍🌾 สวัสดีครับเพื่อนๆ เกษตรกรทุกท่าน กลับมาพบกับ "เกษตร นานา" กันอีกแล้วครับ ช่วงนี้ใครกำลังปวดหัวกับปัญหา "หนอนดื้อยา" บ้างครับ? ฉีดสารเคมีจนเหม็นตลบไปทั้งสวน เสียเงินค่ายาไปก็แพง แต่เจ้าหนอนตัวแสบก็ยังเดินกันให้ว่อน กัดกินใบพรุนจนดูไม่ได้
ถ้าคุณเจอปัญหานี้ หยุดใช้เคมีซ้ำๆ เดิมๆ ก่อนครับ! เพราะยิ่งฉีดมันยิ่งดื้อ วันนี้ผมมีสูตรเด็ดที่ใช้ "เชื้อรากำจัดแมลง" 2 พลังบวก ที่จะเปลี่ยนหนอนให้กลายเป็นมัมมี่ ตายยกรังแบบถอนรากถอนโคนครับ!
🔰 สิ่งที่ต้องเตรียม
🔸 เชื้อราบิวเวอร์เรีย + เมตาไรเซียม (เมธาบิว) 3-4 ช้อนโต๊ะ (ประมาณ 50-60 กรัม) 🛒🟠 เมธาบิวสูตรเข้มข้นเชื้อ 2 เท่า https://s.shopee.co.th/9AItBnWxZo
🔸 น้ำสะอาด 20 ลิตร
🔸 น้ำยาล้างจาน 1 ช้อนโต๊ะ

✅ เชื้อราบิวเวอร์เรีย + เมตาไรเซียม คือ "โรคระบาดของแมลง" ที่จะเจาะทะลุผิวหนังหนอน เข้าไปกัดกินอวัยวะภายใน ทำให้หนอนป่วยตายโดยไม่มีทางสู้ และ "ไม่สามารถสร้างภูมิต้านทานได้
🔰 วิธีทำ
1. ตักเชื้อรา (บิวเวอร์เรีย+เมตาไรเซียม) ใส่ลงในถังน้ำ

2. เติมน้ำยาล้างจานลงไปตามอัตราส่วน

3. คนผสมให้ละลายเข้ากันดี หากมีฟองเยอะให้รอฟองยุบสักครู่ก่อนนำไปเทใส่ถังฉีดพ่น
🔰 การนำไปใช้
🔸 ฉีดพ่นทางใบ ฉีดให้ชุ่มโชกทั่วทรงพุ่ม ทั้งบนใบและ "ใต้ใบ" (สำคัญมาก เพราะหนอนมักหลบอยู่ใต้ใบ) พยายามฉีดให้โดนตัวหนอนมากที่สุด

🔸 ช่วงเวลา ต้องฉีดช่วงเย็นเท่านั้น (หลัง 16.00 น. เป็นต้นไป) เพราะเชื้อราจะอ่อนแอต่อแสงแดดจัด และหนอนมักจะออกมาหากินช่วงพลบค่ำ

🔸 ความถี่
- ช่วงระบาดหนัก: ฉีดพ่นทุกๆ 3 วัน ติดต่อกัน 3 ครั้ง
- ช่วงป้องกัน: ฉีดพ่นทุกๆ 7-10 วัน
🔰 ผลลัพธ์และข้อดี
✅ ตายเรียบ: เมื่อสปอร์เชื้อราสัมผัสโดนตัวหนอน มันจะงอกเส้นใยแทงเข้าไปเติบโตในตัว แมลงจะป่วย หยุดกินอาหาร และตายภายใน 3-5 วัน

✅ แพร่เชื้อต่อ: ซากหนอนที่ตายจะมีสปอร์เชื้อรางอกออกมา (เป็นขุยขาวๆ หรือเขียวๆ) เมื่อลมพัด หรือแมลงตัวอื่นมาสัมผัส ก็จะติดเชื้อตายตามกันไป ลามไปทั้งรัง

✅ ปราบได้กว้าง: จัดการได้ทั้ง หนอนหนังเหนียว, หนอนกระทู้, ด้วง, เพลี้ยไฟ และไรแดง

✅ ไม่ดื้อยา: เพราะเป็นการกำจัดแบบชีววิธี แมลงไม่สามารถสร้างภูมิต้านทานได้
📌 สวนไหนหนอนลงหนักๆ ลองเอาสูตรนี้ไปใช้นะครับ รับรองว่าสะใจแน่นอน! ใครเคยใช้เชื้อรากำจัดแมลงแล้วผลเป็นยังไง หรืออยากรู้วิธีดูว่าหนอนตายเพราะเชื้อราหน้าตาเป็นแบบไหน คอมเม้นท์ถามแอดมินมาได้เลยครับ 👇 แอดมิน "เกษตร นานา" พร้อมตอบทุกคำถามครับ!
บทความโดย : เกษตร นานา
#หนอนดื้อยา #บิวเวอร์เรีย #เมตาไรเซียม #เกษตรนานา #กำจัดหนอน #เกษตรอินทรีย์

03/02/2026
21/01/2026

📗 วิธี "กำจัดเพลี้ยแป้ง" ล้างบางศัตรูพืชตัวขาวให้สิ้นซาก! แค่ข้ามคืน ไม่ต้องใช้ยาแรง 🏳️....หน้าแล้งแบบนี้ สวนใครเจอ "เพลี้ยแป้ง" ตัวขาวๆ เกาะกินยอดผัก พริก หรือไม้ผล อย่าเพิ่งถอดใจครับ! เจ้าตัวนี้ยาฆ่าแมลงทั่วไปเอาไม่อยู่เพราะมันมี "เกราะแป้ง" กันน้ำหุ้มตัว เกษตร นานา ขอแนะนำสูตรเจาะเกราะแบบน็อคเร็ว สลายคราบแป้งกระจุยด้วยของก้นครัวครับ
🔰 สิ่งที่ต้องเตรียม
- น้ำมันพืช (เก่าหรือใหม่ก็ได้) 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำยาล้างจาน 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำสะอาด 20 ลิตร
🔰 วิธีทำ "สูตรกำจัดเพลี้ยแป้ง"
1. นำน้ำมันพืชและน้ำยาล้างจาน ใส่แก้วแล้วคนแรงๆ ให้เข้ากันจนเปลี่ยนสีเป็น "สีขาวขุ่น" (เหมือนน้ำนม) ก่อน ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพื่อให้น้ำมันแตกตัวเข้ากับน้ำได้

2. เทส่วนผสมที่เป็นครีมลงในถังน้ำ 20 ลิตร คนให้เกิดฟอง พร้อมใช้งานทันที
🔰 การนำไปใช้
- ฉีดพ่นให้โดนตัวเพลี้ยแป้งจังๆ (ต้องชุ่มโชก) เน้นบริเวณยอดและใต้ใบ

- น้ำยาล้างจานจะไปล้างไขมัน (เกราะแป้ง) ออก ส่วนน้ำมันพืชจะไปเคลือบผิวทำให้เพลี้ยหายใจไม่ออก และตายในที่สุด

- ฉีดพ่น 2-3 วันติดกัน ในช่วงที่มีการระบาดหนัก รับรองร่วงกราวครับ
🗣️ นอกจากเพลี้ยแป้งแล้ว ศัตรูพืชตัวไหนที่ "กำจัดยาก" ที่สุดในสวนของคุณครับ? ไรแดง? เพลี้ยไฟ? ลองคอมเมนต์บอก เกษตร นานา หน่อยครับ เดี๋ยวผมไปค้นสูตรน็อคเฉพาะทางมาฝาก!
บทความโดย : เกษตร นานา
#เกษตรนานา #เพลี้ยแป้ง #กำจัดเพลี้ย #สูตรระเบิดเกราะ #เกษตรนานา #เกษตรอินทรีย์

กับ ISac PS – ฉันเพิ่งได้รับการขอบคุณที่เป็นหนึ่งในแฟนตัวยงของเขา! 🎉
07/01/2026

กับ ISac PS – ฉันเพิ่งได้รับการขอบคุณที่เป็นหนึ่งในแฟนตัวยงของเขา! 🎉

13/12/2025
13/12/2025

ที่อยู่

วัดซึก/หนองบัว
Amphoe Phachi
13140

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66818774803

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ผักปลอดภัย กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัย บ้านวังบนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ผักปลอดภัย กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัย บ้านวังบน:

แชร์