18/09/2026
สมาคมฯ ร่วมกิจกรรมสื่อสารแถลงทิศทางและแนวทางการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยว ปี 2570
หน่วยงานผู้จัด: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
วันพุธที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 12.30 - 17.00 น.
สถานที่: ณ ห้อง Similan Ballroom โรงแรม SAii Laguna Phuket จ.ภูเก็ต
ผู้เข้าร่วม (ตัวแทน) : สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.พังงา
1.คุณกชวรัณ เลขาธิการสมาคมฯ
2.คุณรัชดาภรณ์
3.คุณศรีสุนันท์
4.คุณนนท์ปวิธ
วาระที่ 1: เรื่องแจ้งให้ทราบ (ภาพรวมและพฤติกรรมการใช้จ่าย)
ที่ประชุมเสนอให้ปรับเกณฑ์การประเมินนักท่องเที่ยวใหม่ โดยเน้นวิเคราะห์จาก "พฤติกรรมการใช้จ่ายจริง (Spending)" เพื่อให้สะท้อนเม็ดเงินที่เข้าประเทศได้อย่างแม่นยำ
มีการแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 3 ระดับ เพื่อให้ง่ายต่อการวางแผนการตลาด ได้แก่:
- กลุ่ม High Spending: (ใช้จ่าย >52,000 บาท/ทริป) ตลาดหลักคือกลุ่มตะวันออกกลาง
- กลุ่ม Mid Spending: ตลาดเฉพาะกลุ่มและตลาดระยะไกล เช่น เม็กซิโก และอิตาลี
- กลุ่ม Normal Spending: ตลาดหลักทั่วไป เช่น จีน อินเดีย มาเลเซีย และรัสเซีย (เน้นการพำนักระยะยาว)
วาระที่ 2: เรื่องเพื่อพิจารณา (สถานการณ์ตลาดต่างชาติและในประเทศ)
- ตลาดเอเชีย: จีนมีการแข่งขันสูงมาก ในขณะที่อินเดียและมาเลเซียยังเติบโตได้ดี ที่ประชุมแนะนำให้จับตาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น ฟิลิปปินส์ และกลุ่มประเทศเอเชียกลาง
- ตลาดยุโรปและตะวันออกกลาง: ยุโรปทรงตัวแต่ได้รับผลกระทบจากราคาตั๋วเครื่องบิน ส่วนตะวันออกกลางมีทิศทางเติบโตสูงมากจากการเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ
- การกระจายพื้นที่: นักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 80% ยังคงกระจุกตัวใน 5 พื้นที่หลัก (เช่น ภูเก็ต และกรุงเทพฯ) จึงมีนโยบายส่งเสริมให้กระจายตัวเชื่อมโยงสู่พื้นที่ใกล้เคียงและชุมชนมากขึ้น
- ตลาดคนไทย: ยังคงเป็นฟันเฟืองหลักที่ช่วยพยุงอุตสาหกรรม โดยมีข้อเสนอแนะให้เร่งทำแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวในวันธรรมดา
วาระที่ 3: ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข (Supply Side)
- อุปสรรคสำคัญที่บั่นทอนภาพลักษณ์และต้องเร่งจัดการ คือ ต้นทุนค่าตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้น ประเด็นด้านความปลอดภัย และปัญหาการหลอกลวงนักท่องเที่ยว
- ที่ประชุมเสนอแนวทางปรับกลยุทธ์การตลาด โดยเน้นเรื่อง "Value for Money" มอบประสบการณ์บริการที่พรีเมียมและคุ้มค่า แทนการตัดราคาแข่งขันกัน
วาระที่ 4: เรื่องอื่นๆ (เทรนด์การท่องเที่ยวแห่งอนาคต)
ที่ประชุมเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมและพัฒนาบริการเพื่อรองรับเทรนด์ใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness & Well-being) การท่องเที่ยวเพื่อการนอนหลับ (Sleep Tourism) และการท่องเที่ยวเชิงอีเวนต์ (Event Tourism)