15/08/2026
" กั่วป่าโพ้ ตอนที่ 2 บ้านจับเส้ "
เนื่องจากบทความที่แล้วได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม มีทั้งลูกศิษย์ อ.สุจินต์ , อ.มานิตย์ เข้ามาคอมเม้นท์อย่างมากมาย และท่านผู้อ่านหลายๆท่านเรียกร้องให้เขียนต่อ ผู้เขียนก็เลยตั้งใจจะเขียนต่อเป็นตอนที่ 2 และก็ยังถือว่าอยู่ในช่วงจัดงาน " กั่วป่าโพ้ จีโชว์เมือง " ..เมื่อคนเมืองเก่าตะกั่วป่า...เปิดบ้านช่วยกันเล่า.. ต่อ ตอนที่ 2
" บ้านจับเส้ "
หลังจากบ้านเลขที่ 48 เป็นความกัน พ่อก็เลยต้องมาสร้างบ้านหลังใหม่ที่ " จับเส้ " ชื่อ จับเส้ (十稅) นี่เป็นชื่อภาษาจีน หมายถึง การเก็บภาษีร้อยละ 10 ในอดีตตรงนี้เป็นท่าเรือใหญ่ทำหน้าที่เป็นด่านภาษีของกั่วป่า หม้าเล่าว่า ตอนหม้าเด็กๆ(หม้าเกิด พ.ศ.2451) เรือสำเภาที่เข้ามาเทียบท่า ถ้าเรายืนบนริมหลิง(ริมตลิ่ง)เวลาน้ำลง ยอดของเสาเรือใบจะเหมอ(เสมอ)กับตัวคนเลย นั่นแสดงให้เห็นว่า ในอดีตแม่น้ำตะกั่วป่าเป็นแม่น้ำที่ลึกมากๆ
บ้านที่จับเส้นี่ กำนันคนนึงที่พนม(ผู้เขียนจำชื่อไม่ได้) พ่อเคยรักษาโรคให้หายขาด เลยนับถือกัน เป็นธุระจัดหาไม้ให้แกคัดเลือกเอาไม้สวยๆ ล่องมาทางคลองศกลงแม่น้ำตะกั่วป่า เอามาขึ้นที่ท่าโรงเลื่อยของตระกูลกุลวานิช และโรงเลื่อยนี้ได้เลื่อยไม้ให้ จนได้มายกบ้านจับเส้ และป๋าเคยเล่าว่า กำนันคนนี้เป็นคนในตระกูลเก่าแก่ที่ทำหน้าที่ดูแลด่านช้างที่ใช้ส่งพระราชทรัพย์ไปยังเมืองหลวงในสมัยที่ยังใช้เส้นทางโบราณเชื่อม 2 มหาสมุทรเข้าด้วยกัน ปัจจุบันก็ยังเป็นตระกูลนักการเมืองในพื้นที่ ลูกชายของกำนันคนนี้เป็นเพื่อนป๋า ป๋าเคยเอ๋ยชื่อแต่ผู้เขียนจำไม่ได้เสียแล้ว
กำนันคนนี้เคยยิงเสือได้ เป็นเสือลายพาดกลอน และเอาเสือใส่แพล่องลงมาตามแม่น้ำกั่วป่า เอามาให้พ่อ(หมอเฟื่อง) มาใช้เข้าเครื่องยา ป๋าเล่าว่า " เขาเอาใส่แคร่แล้วหามมา มาวางไว้หน้าบ้าน คนกั่วป่าแห่มาแลกันทั้งหลาดเลย " และยังมีอีกคนที่ช่วยสร้างบ้านหลังนี้ เป็นพี่ชายหม้า นับว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ชาวบ้านเรียก " เศรษฐีสุข " ลุงสุขคนนี้ช่วยออกเงินสร้างบ้านที่จับเส้ ลุงสุข หรือ เศรษฐีสุข รวยได้เพราะมีความขยันความเพียร เริ่มสร้างตัวเองด้วยการรับถางหญ้าสองข้างทางรถไฟ และในภายหลังได้รับสัมปทานในการปักเสาโทรเลข ขนานไปกับทางรถไฟ ทั่วภาคใต้ ในสมัยนั้นเศรษฐีสุขรวยมากมีตึกปูนในตลาดท้ายเหมืองหลายหลัง
บ้านจับเส้นี่เอง ที่ลูกหลานในตระกูลได้ช่วยกันทำงาน หลังจากเลิกเรียน งานที่ว่านั่นก็คือ การตากสมุนไพร เก็บสมุนไพร แล้วก็งานบดสมุนไพร บดให้เป็นผงละเอียด เพื่อที่จะให้พ่อเข้าเครื่องยา เพื่อทำเป็นยาหอมผง หรือ ยาลูกกลอน
แท่นหินบดยานี้ พ่อสั่งมาจากอินเดีย ผ่านทางปีนัง ที่อินเดียเรียกว่า " อัมมิคัลลู " (Ammikallu) บดยาได้เป็นผงละเอียดมาก หินนี้จะมี 2 ชิ้น ชิ้นแรกลักษณะจะเป็นแท่นหินแบน ตัวแผ่นหินฐานรองจะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ชิ้นที่สองจะเป็น ลูกบดหิน มีลักษณะเป็นแท่งหินทรงกระบอกหัวท้ายมนที่ใช้สำหรับกลิ้ง ยาที่ขึ้นชื่อของบ้านเราคือ ยาหอม ขายดีมากและยังส่งไปขายตามร้านยาต่างๆของภูเก็ต
ในการเดินทางมาส่งยา ส่งสมุนไพรที่ภูเก็ตนั่นจะมีรถเชี้ย รถโดยสารประจำทาง เวลารถจะออกคนขับต้องลงไปก้า หมุนคันสตาร์ทที่อยู่หน้ารถ ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 น้ำมันเป็นสิ่งหายาก น้ำมันที่รถพวกนี้ใช้จะเป็นน้ำมันคุณภาพต่ำ เวลาเครื่องรถติดจะดัง เช็ก เช็กๆๆๆๆ รถจะวิ่งออกจากกั่วป่าและมาพักที่ เขาหลัก และจะวิ่งรับคนที่ท้ายเหมือง ที่โคกลอย จนถึงท่านุ่น พอมาถึงตรงนี้รถจะต้องมารอลงแพขนานยนต์ เพื่อข้ามไปยังภูเก็ต
แพขนานยนต์นี้คนขับแพคือลุงนิล ยกเชื้อ ลุงนิลกับพ่อ(หมอเฟื่อง)เขานับญาติกัน เวลาพ่อกับป๋าไปถึงแพ ป๋าจะได้รับอภิสิทธิ์ให้ขึ้นไปเล่นที่ห้องบังคับแพได้ ห้องขับแพเป็นหอสูงอยู่ด้านขวาบริเวณท้ายแพ (ปัจจุบันทายาทของลุงนิล ยกเชื้อ คือ ร้านอาหารตาทวย ตรงท่าฉัตรไชย)
พอมาถึงในหลาดภูเก็ต พ่อจะจัดแจงส่งยาส่งสมุนไพรตามที่แต่ละร้านสั่งไว้ และซื้อของกลับไปกั่วป่า เมื่อทำธุระเสร็จ จะจ้างรถไปแหลมชั่น(ซอยเทพอนุสรณ์) จะไปนอนที่บ้านอี๋ฮ้อง อี๋ฮ้อง(นางกิมฮ้อง (ตัณฑวิบูลย์) เทพบุตร )คนนี้ เป็นลูกพี่ลูกน้องกับหม้า เลี้ยงป๋ามาตั้งแต่เด็กๆเหมือนกัน แต่อี๋ฮ้องหนีมาอยู่ภูเก็ตเพราะป๋าของอี๋ฮ้องจะจับแต่งงาน อี๋ฮ้องนับว่ามีใจเด็ดเดี่ยวมากในสมัยนั้น ภายหลัง อี๋ฮ้อง มาแต่งงานงานกับนายเช่งโห เทพบุตร พ่อก็เลยเป็นคู่เขยกับนายเช่งโห เวลามาภูเก็ตก็จะมาพักที่บ้านนี้ประจำ พ่อของนายเช่งโห เป็นกำนัน มีความชื่นชอบในยาหอมของพ่อ เวลามาพักที่นี้จะเอามาฝากทีละหลายขวดเสมอ (บ้านหลังนี้ผู้เขียนได้เคยไปวิ่งเล่นตั้งแต่เด็กๆจนกระทั่งอี๋โป๋ฮ้องเสีย )
/* ภาพงานศพหมอเฟื่อง เนื่องจากภาพมีร่องรอยตามอายุ เลยใช้ Ai ช่วยปรับให้คุณภาพดีขึ้น
#โกหนึ่ง #แฟนพันธุ์แท้ภูเก็ต
#จับเส้ #กั่วป่า #ท่านุ่น #ท่าฉัตรไชย
#กั่วป่าโพ้จีโชว์เมือง
#กั่วป่าโพ้
#หลาดเก่าตะกั่วป่า #พื้นที่สร้างสรรค์ #พังงา