สมาคมพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่น

สมาคมพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่น สมาคมพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่น
Association of Thai-Japan Tourism Business Development
タイ日観光振興協会

 #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ภูมิภาคเอเชียตะวันออก)จัดเส้นทางนำเที่ยวAmazing Thailand FAM Trip TAT & ATJT ร่วมกับสมาคมพั...
18/12/2025

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ภูมิภาคเอเชียตะวันออก)จัดเส้นทางนำเที่ยวAmazing Thailand FAM Trip TAT & ATJT ร่วมกับสมาคมพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่น ในวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ณ จังหวัดสมุทรสาคร-สมุทรสงคราม-ราชบุรี

ในกิจกรรมครั้งนี้TAT ได้เชิญผู้ประกอบการ inbound บริษัทญี่ปุ่นเข้าร่วมกิจกรรมด้วย 5 บริษัท และมัคคุเทศก์ภาษาญี่ปุ่น เพื่อแนะนำแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองน่าเที่ยว 3 จังหวัด ซึ่งสามารถท่องเที่ยวได้ภายใน 1 วัน ให้กับชาวญี่ปุ่นที่อยู่ประเทศญี่ปุ่นและชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
#สมาคมพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่น
#สร้างเส้นทางสู่ความสำเร็จ

เกร็ดความรู้ด้านศาสนาในพิธีบำเพ็ญกุศล อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพ...
10/11/2025

เกร็ดความรู้ด้านศาสนาในพิธีบำเพ็ญกุศล อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เรื่อง... ประเพณีการไว้ทุกข์และริบบิ้นสัญลักษณ์แสดงความอาลัย

ประเพณีการไว้ทุกข์
แต่เดิมเมื่อพระเจ้าแผ่นดินสวรรคต ราษฎรทั้งชายหญิงจะต้องไว้ทุกข์ด้วยการโกนผมเกลี้ยงศีรษะ และนุ่งขาวด้วยกันหมดทุกคน จนกว่าจะถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องได้รับโทษหนักการโกนผมไว้ทุกข์นี้ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย

ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาท นุ่งผ้าดำไว้ทุกข์ในงานพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจันทรมณฑลโสภณภควดี

จากนั้นถือเป็นธรรมเนียมสืบมาและถือกันต่อมาว่าถ้าผู้น้อยล่วงลับไปผู้มีอายุแก่กว่าก็ให้ไว้ทุกข์เป็นการสังเขป โดยใช้ผ้าดำกว้างประมาณ ๖ - ๗ นิ้ว พันแขนซ้าย มีกำหนดวันไว้ทุกข์มากน้อยตามสมควร

ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการให้ยกเลิกการโกนผมไว้ทุกข์ตามโบราณราชประเพณี ด้วยทรงเห็นว่าเป็นการเดือดร้อนของราษฎร เรื่องการแต่งกายไว้ทุกข์

แต่เดิมแต่งกายด้วยสีขาวและงดเว้นเครื่องประดับในระยะไว้ทุกข์จนกระทั่งรัชกาลที่ ๔ โปรดให้นุ่งดำในงานพระศพ เจ้าฟ้าจันทรมณฑลโสภณภควดี

และต่อมาใน รัชกาลที่ ๕ ทรงโปรดให้มีสีกุหร่า สีนกพิราบ และสีน้ำเงิน เป็นสีที่ใช้ในการไว้ทุกข์ ดังที่พระยาอนุมานราชธนอธิบายไว้ในหนังสือเรื่อง ประเพณีเนื่องในการ

หม่อมเจ้าหญิงจิตรถนอม ดิศกุล และหม่อมเจ้าหญิงพูนพิสมัย ดิศกุล ก็ได้ทรงอธิบาย ถึงสีไว้ทุกข์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ นี้เหมือนกันว่า การไว้ทุกขในสมัยก่อนนั้น มีระดับชั้นที่แตกต่าง กัน คือ

๑. สีดำ จะเป็นสีไว้ทุกข์สำหรับผู้ใหญ่ หรือผู้ที่มีอายุแก่กว่าผู้ตาย

๒. สีขาว จะเป็นสีไว้ทุกข์สำหรับผู้เยาว์ หรืออายุอ่อนกว่าผู้ตาย แต่ก็มีบางกรณีที่เป็นข้อยกเว้น ดังเมื่อครั้งที่พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ กรมขุนศรีสุนทรเทพ ในพุทธศักราช ๒๓๕๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงภูษาลายพื้นขาวทุกวัน

สมัยรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ทรงพระภูษาขาวเช่นกัน ในงานพระเมรุพระเจ้าลูกเธอ กรมขุนสุพรรณภาควดี หรือที่พระองค์ทรงตรัสเรียกพระธิดาองค์นี้ว่าแม่หนู เพราะทรงถือเป็นพระธิดา คู่ทุกข์คู่ยาก เนื่องจากพระธิดาองค์นี้ประสูติก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ

อย่างไรก็ตาม ก็มีธรรมเนียมราชประเพณี บังคับไว้อีกด้วยว่า ในงานพระบรมศพที่พระมหาปราสาทนั้น เวลาไปเฝ้าพระบรมศพ ทุกคนต้องนุ่งขาว จะนุ่งดำได้แต่ในเวลาอยู่บ้านหรือไปไหนตามปกติ เพราะสีขาวถือเป็นสีที่แสดงความรักและอ่อนน้อมเท่านั้น

๓. สีม่วงแก่หรือสีน้ำเงินแก่ เป็นสีไว้ทุกข์สำหรับผู้ที่มิได้เป็นญาติเกี่ยวดองกับผู้ตายแต่ประการใดซึ่งชาววังในสมัยรัชกาลที่ ๕ มักจะแต่งสีไว้ทุกข์นี่ด้วยผ้าทรงสีม่วง ทรงสะพักแพรสีนวล หรือผ้าทรงสีเขียวทรงแพรสีม่วงอ่อน ม่วงแก่ตามที่ชอบ

ขาว หรือดำแล้วแต่อายุ ประเพณีนี้ยกเลิกไปเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๕ ส่วนประเพณีการไว้ทุกข์ในปัจจุบันเป็นการแต่งกายตามระเบียบที่กำหนดในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องระเบียบการไว้ทุกข์ในงานศพ พุทธศักราช ๒๔๘๕ ดังนี้

(๑) ชาย
ก. แต่งเครื่องแบบ ให้ใช้ผ้าสักหลาดหรือผ้าโปร่งดำขนาดกว้างระหว่าง ๑-๑๐ เซนติเมตร พันแขนชายเบื้องบน

ข. แต่งกายสุภาพตามรัฐนิยม ให้ใช้เสื้อขาว กางเกงขายาวขาว (ถ้าเป็นคอแบะ ให้ใช้เสื้อเชิ้ตขาว ผ้าผูกคอดำ เงื่อนกะลาสี) รองเท้าหนังดำ ถุงเท้าดำ และใช้ผ้าสักหลาด หรือผ้าโปร่งดำขนาดกว้าง ๑-๑๐ เซนติเมตร พันแขนซ้ายเบื้องบน

(๒) หญิง
แต่งกายสุภาพตามรัฐนิยม ให้ใช้เครื่องดำล้วน การกำหนดไว้ทุกข์นิยมไว้ ๑๕ วัน ๕๐ วัน ๑๐๐ วัน ส่วนมากไม่เกิน ๑ ปี เมื่อเผาศพแล้ว มักออกทุกข์ทันที เพื่อแสดงว่าได้พันจากทุกข์โศกแล้ว

ริบบิ้นดำกับความหมายในระดับสากล

การใช้ริบบิ้นสีดำ (Black Ribbon) เป็นสัญลักษณ์ของการไว้ทุกข์ เป็นธรรมเนียมที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางทั่วโลก เพื่อแสดงความเสียใจและรำลึกถึงผู้ล่วงลับ เช่นเดียวกับ ปลอกแขนสีดำ (Black Armband) ที่นิยมใช้ในโอกาสไว้อาลัยต่อเหตุการณ์โศกนาฏกรรม หรือการจากไปของบุคคลสำคัญ

นอกจากนี้ ในบางประเทศ ริบบิ้นสีดำยังถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของการรณรงค์ทางสังคม เช่น การต่อต้านการก่อการร้าย (Anti-Terrorism Awareness) หรือการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับ โรคมะเร็งผิวหนัง (Melanoma Awareness) อีกด้วย

ความนิยมและการใช้ริบบิ้นดำในประเทศไทย

ในสังคมไทยมีธรรมเนียมการแต่งกายไว้ทุกข์ด้วยสีดำหรือสีขาวมาแต่โบราณ โดยเฉพาะในงานพระบรมศพและพระศพของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งถือเป็นการแสดงความอาลัยและความเคารพอย่างสูงสุด อย่างไรก็ตาม “ริบบิ้นหรือโบว์สีดำ” ขนาดเล็กที่ติดบริเวณหน้าอก เริ่มเป็นที่รู้จักและใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วประเทศอย่างชัดเจน เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น

ในคราวที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ ๙) เสด็จสวรรคต สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กำหนดแนวทางการแต่งกายไว้ทุกข์ไว้ว่า ในกรณีของพระมหากษัตริย์ ประชาชนควรใส่สีดำเป็นพื้นฐาน

หรือถ้าหากไม่มีจริง ๆ อาจใส่สีขาวหรือสีเทาสลับกันได้ แต่ควรเป็นแบบที่สุภาพ และไม่มีลวดลาย เสื้อไม่ควรใส่เสื้อที่รัดรูปมากจนเกินไป ควรเป็นเสื้อแบบมีแขน คอไม่กว้าง ไม่มีลวดลาย และไม่ควรมีตราสัญลักษณ์อยู่บนเสื้อ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และผิดกาลเทศะ

สำหรับสีนั้นควรใส่สีดำเป็นหลัก แต่ถ้าหากไม่มีจริง ๆ อาจใส่สีขาวหรือสีเทา และติดริบบิ้นสีดำไว้อาลัยที่หน้าอกด้านซ้าย ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นต้นมา

ในครั้งนั้น รัฐบาล หน่วยงานภาครัฐ และสื่อต่าง ๆ ได้ร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนที่ไม่สะดวกแต่งกายด้วยชุดสีดำล้วนทุกวัน เช่น พนักงานที่มีชุดยูนิฟอร์ม สามารถใช้การติดริบบิ้นหรือโบว์ดำบริเวณหน้าอกแทนการสวมชุดดำได้การแสดงออกในรูปแบบนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นวิธีการที่สุภาพ เรียบง่าย และสะท้อนความอาลัยจากใจได้อย่างเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัยและ ทุกสถานะทางสังคม

วิธีติดริบบิ้นดำอย่างถูกต้องและเหมาะสม

ริบบิ้นดำ เป็นสัญลักษณ์แห่งความอาลัยที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อ ติดไว้ทางด้านซ้ายของร่างกาย ซึ่งเป็นตำแหน่งใกล้หัวใจ สื่อถึงความโศกเศร้า ความระลึกถึง และความอาลัยที่ออกมาจากใจอย่างแท้จริง

รูปแบบของริบบิ้นดำที่นิยมใช้

โดยทั่วไปริบบิ้นดำที่ใช้ในการแสดงความอาลัยมี ๒ ลักษณะหลัก ได้แก่

โบว์สีดำ นิยมติดบริเวณหน้าอกหรือปกเสื้อ เหมาะสำหรับการแต่งกายสุภาพทั่วไป โบว์ไขว้สีดำรูปแบบเรียบง่ายแต่ให้ความหมายชัดเจน เป็นที่นิยมในการไว้อาลัยอย่างเป็นทางการ
ตำแหน่งที่เหมาะสมในการติดริบบิ้นดำ

เพื่อให้การติดริบบิ้นดำดูสุภาพและเหมาะสม สามารถเลือกติดได้ตามตำแหน่งต่อไปนี้

ที่แขนเสื้อด้านซ้าย ติดบริเวณต้นแขนต่ำจากหัวไหล่ประมาณ ๒ นิ้ว ที่หน้าอกด้านซ้าย ติดเหนือบริเวณหน้าอก เพื่อแสดงถึงความอาลัยจากหัวใจ ที่ปกเสื้อด้านซ้าย เหมาะสำหรับผู้ที่สวมเสื้อเชิ้ตหรือชุดยูนิฟอร์ม

สำหรับผู้ที่ไม่มีเสื้อผ้าสีดำ
ผู้ที่ไม่มีเสื้อผ้าสีดำสามารถเลือกสวมเสื้อผ้าสีเข้ม สีขาว หรือสีสุภาพอื่น ๆ แทน และติดริบบิ้นดำบริเวณหน้าอกหรือปกเสื้อ เพื่อแสดงออกถึงความเคารพและความอาลัยได้เช่นเดียวกัน

การติดริบบิ้นดำ ถือเป็นวิธีแสดงความอาลัยที่เรียบง่ายแต่ทรงคุณค่า ช่วยสะท้อนความรู้สึกแห่งความเคารพและการระลึกถึงผู้ล่วงลับได้อย่างงดงาม อีกทั้งยังเป็นการแสดงออกที่เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งการไว้ทุกข์ของชาติ ซึ่งประชาชนสามารถร่วมแสดงความอาลัยได้อย่างพร้อมเพรียงและสำรวม

เครดิต : กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม

รถไฟฟ้า MRT  พร้อมให้บริการประชาชนที่เดินทางเข้าร่วมถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรม...
10/11/2025

รถไฟฟ้า MRT พร้อมให้บริการประชาชนที่เดินทางเข้าร่วมถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทางเข้าสู่พื้นที่พระบรมมหาราชวัง

เครดิต : ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน

กรมการท่องเที่ยว เปิดรับสมัครมัคคุเทศก์ จำนวน 70 คนเท่านั้น การฝึกอบรมเพื่อรองรับการต่ออายุใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ ตามกฎห...
10/11/2025

กรมการท่องเที่ยว เปิดรับสมัครมัคคุเทศก์ จำนวน 70 คนเท่านั้น การฝึกอบรมเพื่อรองรับการต่ออายุใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

🚩วิชาภาคบังคับ วิชากฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ และ วิชานโยบายและการส่งเสริมการท่องเที่ยวภาครัฐในสถานการณ์ปัจจุบัน
🚩วิชาเลือกเสรี วัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของไทย

🟢วิชาภาคบังคับ วิชาเลือกเสรี ครบจบในครั้งเดียว
🙋🏻‍♂️สำหรับมัคคุเทศก์ที่ใบอนุญาตยังไม่สิ้นอายุ (ทั่วไป/เฉพาะภูมิภาค)

✅ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 10 - 20 พฤศจิกายน 2568
📱Scan QR Code ลงทะเบียนออนไลน์ หรือ https://dot-guidelearning.dot.go.th

📢 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการอบรมวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ผ่านทาง www.dot.go.th และ Facebook กรมการท่องเที่ยว

🗓 อบรมระหว่างวันที่ 27 - 28 พฤศจิกายน 2568
📍ณ ห้องประชุมคึกฤทธิ์ ปราโมช ชั้น 9 อาคารอเนกประสงค์ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

***หมายเหตุ : กรมการท่องเที่ยวขอสงวนสิทธิพิจารณาสำหรับมัคคุเทศก์
ที่ไม่เคยเข้ารับการอบรมฯ และบัตรใกล้หมดอายุ เป็นอันดับแรก***

☎️ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจนำเที่ยวฯ กองทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ โทร. 0 2141 3252 และ 0 2141 3137

เครดิต : กรมการท่องเที่ยว

08/11/2025
ประเทศสมาชิกอาเซียนได้พัฒนามาตรฐานสมรรถนะขั้นพื้นฐานสำหรับ 32 ตำแหน่งงานตามข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรด้...
07/11/2025

ประเทศสมาชิกอาเซียนได้พัฒนามาตรฐานสมรรถนะขั้นพื้นฐานสำหรับ 32 ตำแหน่งงานตามข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรด้านการท่องเที่ยวอาเซียน (ASEAN Mutual Recognition Arrangement on Tourism Professionals: MRA on TP) ไว้ทั้งหมด 242 สมรรถนะด้วยกัน

กองพัฒนามาตรฐานบุคลากรด้านการท่องเที่ยว จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักและเรียนรู้เกี่ยวกับสมรรถนะที่จำเป็นในการทำงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
วันนี้ขอเสนอ

"การให้ข้อมูล และคำแนะนำเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว” (SOURCE AND PROVIDE DESTINATION INFORMATION AND ADVICE)

ซึ่งเป็นสมรรถนะที่อธิบายเกี่ยวกับทักษะที่จำเป็นในการฝึกสอนทักษะในการทำงานให้พนักงานสำหรับแผนกแม่บ้าน แผนกต้อนรับส่วนหน้า แผนกประกอบอาหาร แผนกบริการอาหารและเครื่องดื่ม แผนกธุรกิจท่องเที่ยว และแผนกปฏิบัติการธุรกิจท่องเที่ยว

ตามข้อตกลง MRA on TP ด้วยการสร้างความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว การปรับปรุงความรู้เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว สื่อสารความรู้เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว และทบทวนการเตรียมความรู้เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว

สามารถดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติมได้ที่ https://drive.google.com/drive/folders/1ERzIyM0CS7ylL8aAHZgzLPjTdrsJGzEv

เครดิต : กรมการท่องเที่ยว

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคตจะบรรจบครบ 15 วัน ในวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ...
07/11/2025

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคตจะบรรจบครบ 15 วัน ในวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

คำว่า ปัณรสมวาร อ่านว่า ปัน-นะ-ระ-สะ-มะ-วาน

หมายถึง การบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครบ 15 วัน ในการเสด็จสวรรคต

โดยกำหนดการสวดพระพุทธมนต์ ทักษิณานุประทานอุทิศถวายพระราชกุศล
❖ สัตตมวาร (7 วัน) ในวันที่ 31 ตุลาคม 2568
❖ ปัณรสมวาร (15 วัน) ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568
❖ ปัญญาสมวาร (50 วัน) ในวันที่ 13 ธันวาคม 2568
❖ สตมวาร (100 วัน) ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569

ที่มา : หนังสือคำศัพท์เกี่ยวเนื่องกับงานพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

เครดิต : ThaiPBS

07/11/2025
กระทรวงคมนาคม โดยกรมเจ้าท่า จัดเรือตรวจการณ์เจ้าท่าให้บริการประชาชนที่เดินทางเข้ามาถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ แล...
06/11/2025

กระทรวงคมนาคม โดยกรมเจ้าท่า จัดเรือตรวจการณ์เจ้าท่าให้บริการประชาชนที่เดินทางเข้ามาถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ และลงนามถวายความอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคม ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2568 - 2 พฤศจิกายน 2568 จำนวน 7 วัน ในเส้นทาง ท่าเรือวัดอรุณฯ - ท่าเรือวัดระฆัง - ท่าเรือท่าช้าง(วังหลวง) ให้บริการตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.00 น. หรือจนกว่าจะแล้วเสร็จ

เครดิต : พระลาน กระทรวงคมนาคม และ กรมเจ้าท่า

สำนักพระราชวัง กำหนดเส้นทางและช่วงเวลาให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แล...
06/11/2025

สำนักพระราชวัง กำหนดเส้นทางและช่วงเวลาให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และพื้นที่เข้าชมพระบรมมหาราชวังของนักท่องเที่ยว

วันที่ 5 พ.ย. 2568 สำนักพระราชวัง ประกาศแจ้งเรื่อง การถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ว่า

ตามที่ สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายหลังจาก การพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน โดยจะเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมทุกวัน เวลา 09.00 น.-21.00 น. เริ่มตั้งแต่ วันอาทิตย์ที่ 9 พ.ย. 2568 เป็นต้นไปนั้น

สำนักพระราชวังกำหนดให้ประชาชนสามารถเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ใน 4 ช่วงเวลา ดังนั้น ช่วงที่1 เวลา 08.00 น.-10.45 น. ช่วงที่ 2 เวลา 12.00 น.-16.45 น. ช่วงที่3 เวลา 17.45 น.-18.30 น. และช่วงที่ 4 เวลา 19.45 น.-21.00 น.

สำหรับการแต่งกายของผู้ที่จะมากราบสักการะพระบรมศพในครั้งนี้ ทางสำนักพะราชวังได้ของความร่วมมือให้ทุกคนโปรดแต่งกายสุภาพไว้ทุกข์ (สีดำ, ขาว) เสื้อคอปก ไม่แขนกุด ชุดชาวเขาสำหรับชาวเขา ชุดลูกเสือสำหรับลูกเสือ สุภาพสตรีต้องสวมกระโปรงผ้าหรือผ้าถุงเท่านั้น งดสวมกระโปรงยีนส์ หรือกางเกงยีนส์

การเข้ากราบสักการะพระบรม ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ประชาขนทุกคน เมื่อมาถึงบริเวณท้องสนามหลวง จะต้องผ่านจุดคัดกรอง นั่งรอที่เต็นท์พักคอย ที่ กทม.จัดเตรียมเก้าอี้ไว้ให้นั่งพัก จากนั้นเจ้าหน้าที่จิตอาสาจะพาลงไปที่อุโมงค์หน้าพระลาน บริเวณทางเข้าที่ 1

โดยทุกคนจะต้องผ่านการตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระ และผ่านเข้าเครื่องสแกนเพื่อถ่ายรูปหน้าเครื่องสแกน เสร็จแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและตรวจสอบเรื่องการแต่งกายให้มีความพร้อมตามระเบียบสำนักพระราชวัง

สำหรับสุภาพสตรีที่ไม่ได้สวมต้องสวมกระโปรงผ้าหรือผ้าถุงมา จะต้องเปลี่ยนผ้าถุงที่จุดมีบริการให้ยืมผ้าถุง สำหรับสุภาพสตรี ที่บริเวณอุโมงค์หน้าพระลาน ทางออก 2

โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1.ผู้รับบริการยื่นบัตรประชาชน/พาสปอร์ต ในการลงทะเบียน ณ จุดยืมผ้าถุง อุโมงค์หน้าพระลาน 2.เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนและส่งคืนบัตรประชาชน/พาสปอร์ต ให้ผู้รับบริการ 3.ผู้รับบริการคืนผ้าถุง ณ จุดคืนผ้าถุง บริเวณที่ท่าราชวรดิษฐ์ ทางออกประตูเทวาภิรมย์

จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่พามาที่บริเวณประตูมณีนพรัตน์ พาเดินเลี้ยวซ้าย เลียบกำแพงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ผ่านห้องจำหน่ายบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวัง แล้วเลี้ยวขวาเข้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เลี้ยวซ้ายเดินเลียบพระระเบียงวัดฝั่งทิศใต้ ออกประตูศรีรัตนศาสดา

เดินผ่านหมู่พระมหามณเฑียร พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เข้าสู่พระที่ดุสิตมหาปราสาท ด้านกำแพงฝั่งทิศตะวันออก ขึ้นกราบพระบรมศพตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง

เสร็จแล้ว เมื่อลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จะเดินออกทางกำแพงแก้วฝั่งทิศตะวันตก เดินออกประตูเทวาภิรมย์ ข้ามไปยังท่าราชวรดิษฐ์ โดยมีจะเจ้าหน้าที่จิตอาสาและเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดรถรางไฟฟ้าให้บริการกลับไปส่งที่สนามหลวง

สำหรับประชาชนที่เดินทางเข้ากราบพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง หลังเวลา 15.30น.จนถึงเวลา 21.00น. เมื่อเข้าประตูมณีนพรัตน์ จะเดินเลี้ยวขวา ผ่านแผนกแพทย์หลวง เลี้ยวซ้ายแยกกองรักษาการณ์วิเศษไชยศรี เข้าถนนจักรีจรัล ผ่านประตูพิมานไชยศรี เลี้ยวขวาหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เข้าสู่พระที่ดุสิตมหาปราสาท ด้านกำแพงฝั่งทิศตะวันออก ขึ้นกราบพระบรมศพตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง

เสร็จแล้ว เมื่อลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จะเดินออกทางกำแพงแก้วฝั่งทิศตะวันตก เดินออกประตูเทวาภิรมย์ ข้ามไปยังท่าราชวรดิษฐ์ โดยมีจะเจ้าหน้าที่จิตอาสาและเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดรถรางไฟฟ้าให้บริการกลับไปส่งที่สนามหลวง

นอกจากนี้ สำนักพระราชวังแจ้งสำหรับเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าชมพระบรมมหาราชวัง ซึ่งจะกลับมาเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวและประชาชนอีกครั้ง ระหว่างเวลา 08.30 น.-15.30 น. ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย 2568 เป็นต้นไปนั้น นักท่องเที่ยวที่จะเข้าชมพระบรมมหาราชวัง ให้เข้าประตูมณีนพรัตน์เดินเลี้ยวซ้าย เลียบกำแพงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

นักท่องเที่ยวต่างชาติซื้อบัตรที่ห้องจำหน่ายบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวัง แล้วเลี้ยวขวาเข้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เลี้ยวซ้ายเดินเลียบพระระเบียงวัดฝั่งทิศใต้ ออกประตูศรีรัตนศาสดา เดินผ่านหมู่พระมหามณเฑียร พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เลี้ยวขวาออกพระประตูพิมานไชยศรี ไปตามถนนจักรีจรัล เลี้ยวซ้ายแยกศาลาลูกขุน เข้าชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสร็จแล้ว เลี้ยวขวา ออกประตูวิมานเทเวศร์

เครดิต : ข่าวสด

ที่อยู่

ร่มเกล้า
Bangkok
10510

เบอร์โทรศัพท์

+66854082424

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมาคมพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่นผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สมาคมพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่น:

แนะนำ

  • ThailandBiking

    ThailandBiking

    884/20 Rama III Road, Soi 34/3, Bang Phongpang, Yan Nawa

แชร์