16/02/2021
Story of Lola
สวัสดีค่ะ วันนี้เราชาว GKE จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับน้อง Lola
เด็กผู้หญิงที่เคยมีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 5,700 ปีที่แล้ว ซึ่งหลักฐานต่าง ๆ ของน้อง Lolaไม่ได้มาจากการค้นพบโครงกระดูกของน้อง แต่มาจากการศึกษาด้าน DNA ที่หลงเหลืออยู่บนก้อนยางจากต้นเบิร์ช !!!
ใช่แล้วค่ะ นักโบราณคดี ไม่ได้ค้นพบโครงกระดูกของน้อง Lola แต่อย่างใด
น้อง Lola ทิ้งหลักฐานไว้บนโลกนี้เพียงแค่รอยพิมพ์ฟันของเธอ ที่เคี้ยวลงบนก้อนยางจากต้นเบิร์ช ส่วนชื่อของน้อง Lola นั้น ก็มาจากชื่อเกาะ Lolland ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเดนมาร์ก
จากหลักฐานทางโบราณคดีในทวีปยุโรป พบว่ามนุษย์ใช้ประโยชน์จากยางต้นเบิร์ชมาตั้งแต่สมัยไพลสโตซีนตอนกลาง (ประมาณ 750,000 - 120,000 ปีมาแล้ว) เพื่อยึดเครื่องมือหินเข้ากับด้ามจับ โดยมีการเคี้ยวเพื่อให้ยางอ่อนนุ่มก่อนนำไปใช้งาน ก่อนหน้านี้มีการค้นพบยางจากต้นเบิร์ชที่มีรอยพิมพ์ฟันของมนุษย์อยู่หลายก้อน แต่ยังไม่เคยมีการศึกษาแบบเคสน้อง Lola มาก่อน
จากหลักฐานทาง DNA ค้นพบว่า น้อง Lola ยังอยู่ในสังคมที่มีวิถีการดำรงชีพแบบหาของป่าล่าสัตว์น้องมีอาการแพ้น้ำตาลแลคโตส (Lactose intolerance) ซึ่งหมายความว่า น้อง Lola แพ้นมวัว ในขณะที่ชาวสแกนดิเนเวียปัจจุบัน เป็นคนเพียงไม่กี่กลุ่มที่ไม่มีปัญหาแพ้นมวัว
อาหารการกินของน้อง Lola คือเป็ดแมลลาร์ดและเฮเซลนัท
นอกจากนี้นักโบราณคดียังพบแบคทีเรียในช่องปากของน้อง Lola ด้วย
ส่วนใหญ่เป็นเชื้อแบคทีเรียที่พบในช่องปากของมนุษย์ปัจจุบัน
แต่มีแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่น่าสนใจคือ แบคทีเรีย Streptococcus pneumoniae ที่ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบ รวมทั้งไวรัสชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Epstein-Barr virus หรือ EVB ซึ่งเป็นไวรัสที่มีการติดเชื้อในประชากรโลกสูงถึง 90% สามารถก่อโรค Infectious mononucleosis ไปจนถึงมะเร็งหลังโพรงจมูก แต่ถ้าหากภูมิคุ้มกันของร่างกายมีความปกติ
ไวรัสชนิดนี้ก็จะอยู่ในร่างกายอย่างสงบ จึงกลายเป็นประเด็นที่ต้องศึกษาต่อไปในอนาคตว่า พวกเชื้อโรคเหล่านี้มีบทบาทต่อสุขภาพของมนุษย์ในสมัยนั้นอย่างไร
สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ
นักโบราณคดีและนักวิทยาศาสตร์พบว่า น้อง Lola มีตาสีฟ้า ผมสีดำ!
ซึ่งก็หมายความว่าน้อง Lola เป็นมนุษย์ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมแตกต่างไปจากชาวยุโรปในปัจจุบัน
ทุกท่านสามารถติดตามเรื่องราวของน้อง Lola ได้ตามลิงค์นี้ค่ะ :
https://www.nationalgeographic.com/history/2019/12/dna-stone-age-chewing-gum-microbiome-story/
-------------------------------------
ติดตามเราได้จากช่องทางอื่น ๆ ที่ :
Website - https://www.gkework.com/
Instagram - https://instagram.com/gke_work
#นักออกแบบพิพิธภัณฑ์
For the first time, scientists used 5,700-year-old saliva to sequence the complete human genome of an ancient hunter gatherer, as well as the world of microbes that lived inside her.