รุ่งทรัพย์ ฮอลิเดย์ แทรเวิล

รุ่งทรัพย์ ฮอลิเดย์ แทรเวิล ตัวแทนสายการบินทั่วโลก จัดการเดินทางทั้งส่วนตัวและหมู่คณะ วีซ่า
โรงแรม รถเช่า

รับจัดกรุ๊ปทัวร์ ทัวร์หมู่คณะทั้งในและต่างประเทศ
จำหน่ายตั๋วเครื่องบินทุกสายทั่วโลกและ รับแลกเงิน

ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไปสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย CAAT จะยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยการบินให้เ...
04/08/2026

ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไปสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย CAAT จะยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยการบินให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้นสัมภาระที่โหลดใต้ท้องเครื่องบิน

ในกรณีที่สงสัยว่ามีวัตถุต้องสงสัย วัตถุระเบิด วัตถุต้องห้าม วัตถุอันตราย หรือสิ่งอื่นใดที่ต้องห้ามบรรทุกไปกับเครื่องบิน

โดยให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นมีอำนาจเปิดสัมภาระนั้นเพื่อทำการตรวจค้นและให้มีอำนาจยึดวัตถุดังกล่าวไว้ได้โดยไม่ต้องคืนและดำเนินการตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องต่อไป

ขณะที่ได้มีข้อแนะนำกับผู้โดยสารว่า
ให้เลือกใช้อุปกรณ์หรือระบบล็อคสัมภาระที่ได้มาตราฐานสากล เช่น TSA Lock ซึ่งสามารถเปิดได้ด้วย Master Key หรือ TSA Master Tool เพื่อให้การเปิดตรวจค้นไม่ก่อให้่เกิดความเสียหายต่อกระเป๋าของผู้โดยสาร เพราะหากเปิดกระเป๋าไม่ออก เจ้าหน้าที่สามารถทำลายกุญแจล็อคได้โดยไม่ต้องชดเชย

ดังนั้นก่อนโหลดกระเป๋า ต้องเช็คว่า "ไม่มีวัตถุต้องห้าม" อยู่ในสัมภาระของท่าน

ขณะที่ ได้มีผู้เข้าไปแสดงความเห็นและข้อสงสัยผ่านเพจของ CAAT เช่น ถ้าทำลายล็อกกระเป๋าของผู้โดยสารแล้ว แต่ภายในกระเป๋าไม่มีวัตถุต้องห้ามใดๆ จะให้เหตุผลกับผู้โดยสารอย่างไร หรือหากเกิดจากการวินิจฉัยผิดพลาดจากตัวเจ้าพนักงาน จะมีการชดเชยความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผู้โดยสารหรือไม่ หรือจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่เอาสิ่งของไม่ดีมายัดใส่กระเป๋าของผู้โดยสาร หรือหากมีการนำทรัพย์สินออกจากกระเป๋าไปใครจะรับผิดชอบ เป็นต้น

ท่าเรือโบราณจึงลิ้ม (樟林古港) เป็นท่าเรือออกทะเลโบราณของเขตเท่งไฮ้ (澄海) เมืองซัวเถา ปัจจุบันได้รับการบูรณะให้เป็นแหล่งเรียน...
04/08/2026

ท่าเรือโบราณจึงลิ้ม (樟林古港) เป็นท่าเรือออกทะเลโบราณของเขตเท่งไฮ้ (澄海) เมืองซัวเถา ปัจจุบันได้รับการบูรณะให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ เพื่อรำลึกถึงจุดเริ่มต้นการอพยพข้ามน้ำข้ามทะเลของชาวจีนโพ้นทะเลจำนวนมากสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ท่าเรือแห่งนี้ตั้งอยู่ในตำบลตังลี้ (东里) เขตเท่งไฮ้ ใกล้ปากแม่น้ำฮั่งกัง (แม่น้ำหานเจียง) เดิมทีเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ต่อมาในสมัยราชวงศ์หมิง (พ.ศ. 2099) เนื่องจากประสบปัญหาการปล้นสะดมจากโจรสลัดญี่ปุ่นอยู่เสมอ ราชสำนักหมิงจึงให้ชาวบ้านรวมตัวกันสร้างชุมชนและแนวกำแพงป้อมปราการขึ้นอย่างเป็นทางการ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2227 (รัชศกคังซีปีที่ 23 ตรงกับช่วงปลายรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช) ราชสำนักชิงได้ผ่อนคลายนโยบายและยกเลิกข้อห้ามทางทะเล อนุญาตให้เรือสำเภาค้าขายกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อีกครั้ง และเพื่อความสะดวกในการจดทะเบียน การบริหารจัดการ ตลอดจนการจัดเก็บภาษี ราชสำนักจึงกำหนดให้เรือของแต่ละมณฑลทาสีที่แตกต่างกันบริเวณหัวเรือ ท้ายเรือ และส่วนบนของเสากระโดงเรือ โดยอิงตามลำดับธาตุทั้งห้า (ทอง, ไม้, น้ำ, ไฟ, ดิน):

มณฑลกวางตุ้ง อยู่ทางทิศใต้ จัดอยู่ในธาตุ “ไฟ” จึงทาด้วย สีแดง

มณฑลฮกเกี้ยน อยู่ทางทิศตะวันออก จัดอยู่ในธาตุ “ไม้” จึงทาด้วย สีเขียว

มณฑลเจ้อเจียง อยู่ทางทิศตะวันตก จัดอยู่ในธาตุ “ทอง” จึงทาด้วย สีขาว

มณฑลเจียงซู อยู่ทางทิศเหนือ จัดอยู่ในธาตุ “น้ำ” จึงทาด้วย สีดำ

“เรือหัวแดง” (อังเถ่าจุ๊ง) จึงเป็นเรือพาณิชย์เดินสมุทรขนาดใหญ่ที่ชาวแต้จิ๋วใช้เดินทางไปค้าขายและตั้งรกรากในต่างแดน โดยมีที่มาของชื่อจากสีแดงชาด (朱红色) ที่ทาไว้บริเวณหัวเรือนั่นเอง

ในยุคเจริญรุ่งเรืองสูงสุดช่วงรัชศกเฉียนหลงและเจียชิ่ง ท่าเรือโบราณจึงลิ้มได้รับการขนานนามว่าเป็น "ศูนย์กลางการค้าแห่งกวางตุ้งตะวันออก" และเป็นหนึ่งในสามจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหมทางทะเลของจีน เรือหัวแดงจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของชาวแต้จิ๋ว พร้อมทั้งกำเนิด "จิตวิญญาณเรือหัวแดง" ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่น กล้าหาญ ทนทุกข์ทรมาน และไม่หยุดยั้งในการพัฒนาตนเอง

ทำไมชาวจีนแต้จิ๋วต้องอพยพสู่แผ่นดินสยาม?
การเสี่ยงชีวิตนั่งเรือหัวแดงรอนแรมกลางทะเลนับเดือนเพื่อมายังแผ่นดินสยาม เกิดจากปัจจัยผลักดันและปัจจัยดึงดูดสำคัญ ดังนี้:

ปัจจัยความอดอยากและภัยธรรมชาติ (Push Factor): ภูมิประเทศของแต้จิ๋วมีพื้นที่เพาะปลูกน้อย (ติดภูเขาและทะเล) ประชากรหนาแน่นเกินกว่าทรัพยากร ซ้ำยังประสบภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง ทั้งทุพภิกขภัย (อดอยาก) น้ำท่วม และพายุหมุน

ภัยสงครามและความวุ่นวายทางการเมือง: จีนตอนใต้ต้องเผชิญกับสงครามกลางเมืองและความขัดแย้งหลายครั้ง โดยเฉพาะ กบฏไท่ผิง (พ.ศ. 2394–2407) ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ประชาชนสิ้นเนื้อประดาตัว

สายสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และนโยบายเปิดรับของสยาม (Pull Factor): สยามกับแต้จิ๋วมีความสัมพันธ์อันดีมาตั้งแต่มัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (ซึ่งทรงมีเชื้อสายแต้จิ๋ว) ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 5 สยามกำลังขยายตัวทางเศรษฐกิจและต้องการแรงงาน ช่างฝีมือ และพ่อค้าจำนวนมาก แผ่นดินสยามจึงเป็น "อู่ข้าวอู่น้ำ" ที่อุดมสมบูรณ์ สงบสุข และให้โอกาสสร้างชีวิตใหม่

สำหรับเรือหัวแดงจำลองที่ปรากฏในภาพ สร้างขึ้นในอัตราส่วน 1:0.6 (หรือย่อส่วนลงมาเหลือ 60% ของขนาดจริง) โดยอิงจากซากเรือหัวแดงที่ขุดพบ ณ หมู่บ้านโจวจิ่ว บนฝั่งแม่น้ำของท่าเรือโบราณจึงลิ้ม เมื่อปี พ.ศ. 2514 ตัวเรือจำลองมีความยาว 25 เมตร ความกว้างสูงสุด 9.2 เมตร ความสูงของห้องเรือเหนือระดับน้ำ 3.5 เมตร หัวเรือสูง 5.3 เมตร ท้ายเรือสูง 7 เมตร และประกอบด้วยเสากระโดง 3 เสา โดยเสากระโดงกลางมีความสูงถึง 16.16 เมตร

ต่อมา หลังจากการเปิดเมืองท่าซัวเถาเป็นท่าเรือนานาชาติตามสนธิสัญญาเทียนจิน (พ.ศ. 2403 ตรงกับช่วงปลายรัชกาลที่ 4) ได้มีการนำ “เรือกลไฟ” ที่รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ต้องพึ่งพาลมมรสุม มาใช้เดินเรือระหว่างซัวเถากับกรุงเทพฯ โดยในระยะแรกยังเป็นการเดินเรือแบบไม่ประจำทาง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2425 (สมัยรัชกาลที่ 5) จึงเริ่มเปิดเป็นเส้นทางเดินเรือประจำอย่างเป็นทางการ ช่วยย่นระยะเวลาเดินทางจากเดิมที่เคยใช้เรือสำเภานาน 1–2 เดือน เหลือเพียง 7–10 วันเท่านั้น และกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดระลอกการอพยพครั้งใหญ่ที่สุดของชาวจีนแต้จิ๋วสู่แผ่นดินสยามนับแต่นั้นเป็นต้นมา

หากท่านสนใจย้อนรอยเส้นทางเรือสำเภาหัวแดง สัมผัสเสน่ห์ซัวเถาและเมืองแต้จิ๋วอย่างลึกซึ้ง หรือต้องการเดินทางท่องเที่ยวยังจุดหมายอื่นใดทั้งในประเทศจีนและทั่วโลก เรายินดีให้บริการจัดนำเที่ยวอย่างครบวงจร ด้วยทีมงานมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจในเส้นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างแท้จริง

พร้อมรับจัดทริปทุกรูปแบบ ตั้งแต่ทริปขนาดเล็กสำหรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ไปจนถึงคณะเดินทางขนาดใหญ่ระดับองค์กรและหน่วยงาน สามารถออกแบบเส้นทางตามความต้องการของท่าน พร้อมการดูแลอย่างพิถีพิถันตลอดการเดินทาง
สนใจสอบถามข้อมูลหรือวางแผนการเดินทาง ติดต่อทีมงานของเรา
โทร 02-634-0151 หรือ Line Official
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว 11/495

✈️ ข่าวดีสำหรับนักเดินทาง! หลายสนามบินในยุโรปเริ่มผ่อนคลายกฎการนำของเหลวขึ้นเครื่องแล้วจากเดิมที่ผู้โดยสารสามารถนำของเหล...
25/06/2026

✈️ ข่าวดีสำหรับนักเดินทาง! หลายสนามบินในยุโรปเริ่มผ่อนคลายกฎการนำของเหลวขึ้นเครื่องแล้ว

จากเดิมที่ผู้โดยสารสามารถนำของเหลวขึ้นเครื่องได้เฉพาะภาชนะขนาดไม่เกิน 100 มล. เท่านั้น ปัจจุบันสนามบินบางแห่งที่ติดตั้งเครื่องตรวจความปลอดภัยแบบ CT Scanner รุ่นใหม่ อนุญาตให้นำของเหลวขึ้นเครื่องได้มากถึง 2 ลิตรต่อภาชนะ และไม่จำเป็นต้องนำออกจากกระเป๋าขณะผ่านด่านตรวจ

📍 สนามบินที่มีการผ่อนคลายกฎของเหลวแล้ว ได้แก่

🇨🇭 สวิตเซอร์แลนด์
• สนามบินซูริค (Zurich Airport)

🇬🇧 สหราชอาณาจักร
• London Heathrow
• London Gatwick
• Birmingham Airport
• Edinburgh Airport
• Belfast International Airport

🇮🇹 อิตาลี
• Rome Fiumicino
• Milan Linate
• Milan Malpensa
• Bologna Airport
• Turin Airport

🇩🇪 เยอรมนี
• Munich Airport*
• Frankfurt Airport*
• Berlin Brandenburg Airport*

(*บางอาคารผู้โดยสารหรือบางช่องตรวจอาจยังคงใช้กฎ 100 มล.)

⚠️ ข้อควรระวัง

แม้ว่าสนามบินต้นทางจะอนุญาตให้นำของเหลวขนาดใหญ่ผ่านด่านตรวจได้ แต่หากมีการเปลี่ยนเครื่อง (Transit) ที่สนามบินอื่น ซึ่งยังคงใช้กฎ 100 มล. ของเหลวเหล่านั้นอาจถูกยึดได้

ดังนั้น ก่อนเดินทางควรตรวจสอบกฎของสนามบินที่ใช้เปลี่ยนเครื่องทุกครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางผ่านสนามบินในยุโรปหลายแห่ง

💡 คำแนะนำสำหรับนักเดินทาง
หากไม่แน่ใจว่าทุกสนามบินในเส้นทางเดินทางใช้กฎใหม่หรือไม่ การบรรจุของเหลวในภาชนะไม่เกิน 100 มล. ยังคงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด



หมายเหตุสำคัญ: รายชื่อสนามบินที่ใช้ระบบ CT Scanner และอนุญาตของเหลวเกิน 100 มล. มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บางสนามบินอาจผ่อนผันเฉพาะบางอาคารผู้โดยสารหรือบางช่องตรวจความปลอดภัย จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากสนามบินที่ใช้เดินทางก่อนวันออกเดินทางเสมอครับ.

สหภาพยุโรป (EU) ได้อนุมัติระบบ Visa Cascade (การปรับเพิ่มอายุวีซ่าเป็นขั้นบันได) สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทยท...
20/05/2026

สหภาพยุโรป (EU) ได้อนุมัติระบบ Visa Cascade (การปรับเพิ่มอายุวีซ่าเป็นขั้นบันได) สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทยที่พำนักอยู่ในประเทศไทย และยื่นขอวีซ่าเชงเก้นระยะสั้น (Short-stay Schengen Visa) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป
มาตรการนี้ออกมาเพื่อช่วยลดความยุ่งยาก ลดค่าใช้จ่าย และลดเวลาในการยื่นขอวีซ่าบ่อย ๆ สำหรับผู้ที่เดินทางไปกลุ่มประเทศเชงเกน (Schengen Area) เป็นประจำและมีประวัติการเดินทางที่ดี
ระบบนี้จะพิจารณาประวัติการได้รับและใช้งานวีซ่าเชงเกนอย่างถูกต้องตามกฎหมายในอดีต เพื่อขยายอายุวีซ่าแบบเข้า-ออกได้หลายครั้ง (Multiple-Entry Visa) ให้ยาวนานขึ้นตามลำดับ ดังนี้:

1. ถ้าเคยได้รับ Schengen Visa และใช้งานอย่างถูกต้อง อย่างน้อย 1 ครั้ง ภายใน 2 ปีที่ผ่านมา
จะได้รับพิจารณา Multiple Entry Schengen Visa อายุ 1 ปี

2. ถ้าเคยได้รับ Multiple Entry Schengen Visa อายุ 1 ปี และใช้งานอย่างถูกต้อง ภายในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา
จะได้รับพิจารณา Multiple Entry Schengen Visa อายุ 2 ปี

3. ถ้าเคยได้รับ Multiple Entry Schengen Visa อายุ 2 ปี และใช้งานอย่างถูกต้อง ภายในช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมา
จะได้รับพิจารณา Multiple Entry Schengen Visa อายุ 5 ปี
ข้อควรรู้และเงื่อนไขสำคัญ
• นโยบายนี้ไม่ใช่นโยบายฟรีวีซ่า: ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยยังคงต้องยื่นคำร้องขอวีซ่าเชงเกนตามขั้นตอนปกติ เอกสารในการยื่น (เช่น เอกสารแสดงฐานะทางการเงิน, ประกันภัยการเดินทาง, ใบจองตั๋วเครื่องบิน/ที่พัก) ยังคงต้องครบถ้วนตามมาตรฐานเดิมทุกประการ
• กฎ 90/180 วันยังคงเดิม: แม้จะได้รับวีซ่าระยะยาว 1-5 ปี แต่ระยะเวลาในการพำนักจริงในกลุ่มเชงเกน จะยังคงจำกัดอยู่ที่ไม่เกิน 90 วัน ภายในช่วงเวลา 180 วันใดๆ และไม่สามารถใช้เพื่อการทำงานได้
• ต้องมีประวัติขาวสะอาด: ระบบขั้นบันไดนี้จะทำงานร่วมกับประวัติการเดินทาง (Travel Record) ที่ดีของผู้สมัคร เช่น ไม่เคยพำนักเกินกำหนด (Overstay) หรือไม่เคยทำผิดกฎหมายของประเทศปลายทาง
• หนังสือเดินทางเหลืออายุเพียงพอ

คำแนะนำในการไต่ระดับให้ไปถึงวีซ่า 5 ปี
1. ขอ Multiple Entry ทุกครั้ง
2. ใช้วีซ่าให้ตรงวัตถุประสงค์
3. อย่า Overstay แม้แต่วันเดียว
4. เก็บสำเนาวีซ่าเก่าและตราประทับเข้าออกไว้
5. รักษาประวัติการเงินให้สวยสม่ำเสมอ
6. พาสปอร์ตควรเหลืออายุนาน เพราะถ้าพาสปอร์ตใกล้หมดอายุ มักไม่ได้วีซ่ายาว

ข้อมูลเพิ่มเติม: ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ 7 ของโลก และเป็นประเทศที่ 2 ในกลุ่มอาเซียน (ต่อจากอินโดนีเซีย) ที่ได้รับสิทธิ์ในระบบ Visa Cascade นี้ ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ระบุว่า มาตรการนี้นับเป็นก้าวสำคัญก่อนที่ประเทศไทยจะผลักดันเป้าหมายระยะยาวในการเจรจาขอยกเว้นวีซ่าเชงเกนอย่างเต็มรูปแบบต่อไป

การเข้าร้านสะดวกซื้อ หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันติดปากว่า "คอนบินิ" (Konbini) เป็นประสบการณ์ที่สนุกและสะดวกสบาย  แต่ด้วยควา...
03/04/2026

การเข้าร้านสะดวกซื้อ หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันติดปากว่า "คอนบินิ" (Konbini) เป็นประสบการณ์ที่สนุกและสะดวกสบาย แต่ด้วยความที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับความเป็นระเบียบและมารยาททางสังคมค่อนข้างสูง การรู้ "ธรรมเนียมปฏิบัติ" เล็กๆ น้อยๆ จะช่วยให้คุณช้อปปิ้งได้อย่างราบรื่นและดูเป็นมือโปรในสายตาคนท้องถิ่นแน่นอนครับ
นี่คือสรุปข้อควรทำและไม่ควรทำที่ผมรวบรวมมาให้แบบเข้าใจง่ายครับ

Do's: ข้อควรทำ

เข้าแถวให้ถูกจุด (และเป็นแถวเดียว): ตามที่คุณทราบเลยครับ ร้านสะดวกซื้อที่ญี่ปุ่นมักจะใช้ระบบ "แถวเดียว" (Single-file line) โดยจะมีสัญลักษณ์รอยเท้าหรือเส้นตีกรอบไว้ที่พื้นตรงกลางทางเดิน เมื่อถึงคิวและมีเคาน์เตอร์ว่าง พนักงานจะเรียกเราเองครับ

วางเงิน/บัตรในถาด: ตรงหน้าเคาน์เตอร์จะมีถาดใบเล็กๆ วางอยู่ เมื่อถึงเวลาจ่ายเงิน ให้วางเงินสด บัตรเครดิต หรือเหรียญลงในถาดนั้นครับ การยื่นเงินให้พนักงานโดยตรงด้วยมือเปล่าอาจถูกมองว่าไม่ค่อยสุภาพในบางกรณี (และพนักงานเองก็จะทอนเงินคืนให้เราในถาดเช่นกัน)

ใช้สองมือรับของทอน: หากพนักงานทอนเงินหรือคืนบัตรให้ด้วยมือ (กรณีที่ไม่ได้วางในถาด) การใช้ทั้งสองมือรับจะแสดงถึงความนอบน้อมและให้เกียรติครับ

พกถุงผ้าไปเอง: ปัจจุบันร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นคิดค่าถุงพลาสติกแล้วครับ หากมีถุงผ้าไปเองจะช่วยประหยัดได้ (พนักงานมักจะถามว่า "Fukuro wa irimasu ka?" แปลว่า ต้องการถุงไหม? ถ้าไม่ต้องการให้ส่ายหน้าหรือพูดว่า "Daijoubu desu" ก็ได้ครับ)

อุ่นอาหารที่ร้านได้เลย: ถ้าคุณซื้อข้าวกล่อง (Bento) หรือของที่ต้องอุ่นร้อน พนักงานจะถามว่า "Atatame masu ka?" (ให้อุ่นไหม?) หากต้องการก็พยักหน้าได้เลยครับ เขาจะนำไปเวฟให้ฟรี

Don'ts: ข้อไม่ควรทำ

ห้ามแซงคิวเด็ดขาด: คนญี่ปุ่นเคร่งครัดเรื่องการต่อคิวมากครับ ต่อให้คุณจะซื้อของเพียงแค่ชิ้นเดียวและรีบแค่ไหน ก็ต้องต่อแถวตามระเบียบ

ไม่ควรเดินกินในร้านหรือที่สาธารณะ: แม้จะไม่มีกฎหมายห้าม แต่การเดินกินไปตามทางเดินในร้านหรือริมถนนถือว่าไม่สุภาพในวัฒนธรรมญี่ปุ่นครับ หากซื้อของกินมา ควรยืนทานที่โซนรับประทานอาหารในร้าน (ถ้ามี) หรือนำกลับไปทานที่พักจะดีที่สุด

อย่าคุยโทรศัพท์เสียงดัง: การคุยโทรศัพท์เสียงดังในพื้นที่ปิดหรือในร้านค้าถือเป็นการรบกวนผู้อื่น หากจำเป็นต้องคุยควรลดเสียงให้เบาที่สุด หรือเดินออกไปคุยนอกร้านครับ

อย่าแกะสินค้าก่อนจ่ายเงิน: ข้อนี้เป็นสากลครับ ห้ามแกะขนมหรือเปิดขวดน้ำดื่มก่อนจะผ่านการคิดเงินที่เคาน์เตอร์เด็ดขาด

อย่าทิ้งขยะไม่ถูกประเภท: ถ้าคุณทานอาหารเสร็จแล้วและต้องการทิ้งขยะในถังของร้าน ให้สังเกตป้ายให้ดีครับ เพราะเขาจะแยกถังสำหรับ ขวดพลาสติก (PET), กระป๋อง, และขยะทั่วไปอย่างชัดเจน

การบินไทยแจ้งเรื่องปรับเปลี่ยนน้ำหนักสัมภาระ checked baggage จาก  Weight Concept มาเป็น Piece Concept โดยเริ่มจากตั๋วที่...
24/11/2025

การบินไทยแจ้งเรื่องปรับเปลี่ยนน้ำหนักสัมภาระ checked baggage จาก Weight Concept มาเป็น Piece Concept โดยเริ่มจากตั๋วที่ออกตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 และใช้เดินทางตั้งแต่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
ขนาดกระเป๋า (สำหรับทุก class) แต่ละใบต้องไม่เกิน 158 ซม. หรือ 62 นิ้ว โดยวัดจาก กว้าง + ยาว + สูง รวมความสูงของล้อและมือจับด้วย
น้ำหนักกระเป๋าแต่ละใบ
สำหรับ Royal First Class หรือ Royal Silk Class จะได้น้ำหนัก 32 กก. หรือ 70 ปอนด์
ส่วน Premium Economy และ Economy Class สามารถโหลดได้ 23 กก. หรือ 50 ปอนด์
เส้นทางในประเทศ
Royal Silk Class หรือ Premium Economy หรือ Economy สามารถโหลดกระเป๋าได้ 1 ใบ
เส้นทางต่างประเทศ
Royal First Class 3 ใบ x 32 กก. ส่วน Infant not occupying seat ได้ 1 ใบ x 32 กก.
Royal First Class Redeem 2 ใบ x 32 กก. ส่วน Infant not occupying seat ได้ 1 ใบ x 32 กก.
Royal Silk Class / Premium Economy Plus 2 ใบ x 32 กก. ส่วน Infant not occupying seat ได้ 1 ใบ x 32 กก.
Premium Economy Class / Economy Class Full Flex / Economy Flexi 2 ใบ x 23 กก. ส่วน Infant not occupying seat ได้ 1 ใบ x 23 กก.
Economy Standard / Economy Saver / Redeem & Others 1 ใบ x 23 กก. ส่วน Infant not occupying seat ได้ 1 ใบ x 23 กก.
หมายเหตุ
เงื่อนไขต่างๆและรายละเอียดปลีกย่อยเป็นไปตามที่การบินไทยกำหนด
และอาจมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไขปรับปรุงโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

18/03/2025

ศาลเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยแห่งมหานครเซี่ยงไฮ้ เป็นศาลเจ้าเก่าแก่และใหญ่ที่สุดของจีน มีผู้มากราบไหว้ขอพรมากมาย เป็นที่รวมของเทพเจ้าของจีนที่เปี่ยมด้วยความเมตตา

บรรยากาศยามเช้าที่เมืองกูดารี่ ประเทศจอร์เจีย
09/11/2024

บรรยากาศยามเช้าที่เมืองกูดารี่ ประเทศจอร์เจีย

เคาน์เตอร์เช็คอิน ที่เทอร์มินอล 1 สนามบินดอนเมืองปล อาจมีการเปลี่ยนแปลง
01/11/2024

เคาน์เตอร์เช็คอิน ที่เทอร์มินอล 1 สนามบินดอนเมือง
ปล อาจมีการเปลี่ยนแปลง

เคาน์เตอร์เช็คอินที่สุวรรณภูมิ
18/10/2024

เคาน์เตอร์เช็คอินที่สุวรรณภูมิ

ที่อยู่

132/6-7 ถนนสีลม ซอย 8 บางรัก
Bangkok
10500

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ รุ่งทรัพย์ ฮอลิเดย์ แทรเวิลผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง รุ่งทรัพย์ ฮอลิเดย์ แทรเวิล:

ทางลัด

แชร์