20/05/2026
สหภาพยุโรป (EU) ได้อนุมัติระบบ Visa Cascade (การปรับเพิ่มอายุวีซ่าเป็นขั้นบันได) สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทยที่พำนักอยู่ในประเทศไทย และยื่นขอวีซ่าเชงเก้นระยะสั้น (Short-stay Schengen Visa) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป
มาตรการนี้ออกมาเพื่อช่วยลดความยุ่งยาก ลดค่าใช้จ่าย และลดเวลาในการยื่นขอวีซ่าบ่อย ๆ สำหรับผู้ที่เดินทางไปกลุ่มประเทศเชงเกน (Schengen Area) เป็นประจำและมีประวัติการเดินทางที่ดี
ระบบนี้จะพิจารณาประวัติการได้รับและใช้งานวีซ่าเชงเกนอย่างถูกต้องตามกฎหมายในอดีต เพื่อขยายอายุวีซ่าแบบเข้า-ออกได้หลายครั้ง (Multiple-Entry Visa) ให้ยาวนานขึ้นตามลำดับ ดังนี้:
1. ถ้าเคยได้รับ Schengen Visa และใช้งานอย่างถูกต้อง อย่างน้อย 1 ครั้ง ภายใน 2 ปีที่ผ่านมา
จะได้รับพิจารณา Multiple Entry Schengen Visa อายุ 1 ปี
2. ถ้าเคยได้รับ Multiple Entry Schengen Visa อายุ 1 ปี และใช้งานอย่างถูกต้อง ภายในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา
จะได้รับพิจารณา Multiple Entry Schengen Visa อายุ 2 ปี
3. ถ้าเคยได้รับ Multiple Entry Schengen Visa อายุ 2 ปี และใช้งานอย่างถูกต้อง ภายในช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมา
จะได้รับพิจารณา Multiple Entry Schengen Visa อายุ 5 ปี
ข้อควรรู้และเงื่อนไขสำคัญ
• นโยบายนี้ไม่ใช่นโยบายฟรีวีซ่า: ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยยังคงต้องยื่นคำร้องขอวีซ่าเชงเกนตามขั้นตอนปกติ เอกสารในการยื่น (เช่น เอกสารแสดงฐานะทางการเงิน, ประกันภัยการเดินทาง, ใบจองตั๋วเครื่องบิน/ที่พัก) ยังคงต้องครบถ้วนตามมาตรฐานเดิมทุกประการ
• กฎ 90/180 วันยังคงเดิม: แม้จะได้รับวีซ่าระยะยาว 1-5 ปี แต่ระยะเวลาในการพำนักจริงในกลุ่มเชงเกน จะยังคงจำกัดอยู่ที่ไม่เกิน 90 วัน ภายในช่วงเวลา 180 วันใดๆ และไม่สามารถใช้เพื่อการทำงานได้
• ต้องมีประวัติขาวสะอาด: ระบบขั้นบันไดนี้จะทำงานร่วมกับประวัติการเดินทาง (Travel Record) ที่ดีของผู้สมัคร เช่น ไม่เคยพำนักเกินกำหนด (Overstay) หรือไม่เคยทำผิดกฎหมายของประเทศปลายทาง
• หนังสือเดินทางเหลืออายุเพียงพอ
คำแนะนำในการไต่ระดับให้ไปถึงวีซ่า 5 ปี
1. ขอ Multiple Entry ทุกครั้ง
2. ใช้วีซ่าให้ตรงวัตถุประสงค์
3. อย่า Overstay แม้แต่วันเดียว
4. เก็บสำเนาวีซ่าเก่าและตราประทับเข้าออกไว้
5. รักษาประวัติการเงินให้สวยสม่ำเสมอ
6. พาสปอร์ตควรเหลืออายุนาน เพราะถ้าพาสปอร์ตใกล้หมดอายุ มักไม่ได้วีซ่ายาว
ข้อมูลเพิ่มเติม: ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ 7 ของโลก และเป็นประเทศที่ 2 ในกลุ่มอาเซียน (ต่อจากอินโดนีเซีย) ที่ได้รับสิทธิ์ในระบบ Visa Cascade นี้ ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ระบุว่า มาตรการนี้นับเป็นก้าวสำคัญก่อนที่ประเทศไทยจะผลักดันเป้าหมายระยะยาวในการเจรจาขอยกเว้นวีซ่าเชงเกนอย่างเต็มรูปแบบต่อไป