11/08/2026
🇺🇸 วันที่ 3 สิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (DOS) เผยแพร่กฎสุดท้าย (Final Rule) ใน Federal Register กำหนดให้โครงการวางเงินประกันวีซ่า (Visa Bond Program)
➡️ DOS มองว่าโครงการวางเงินประกันวีซ่าสามารถช่วยลดการอยู่เกินกำหนดและส่งเสริมให้ผู้เดินทางปฏิบัติตามเงื่อนไขของวีซ่า B-1/B-2 ได้จริง
🌎 ณ ปัจจุบัน ผู้สมัครวีซ่า B-1/B-2 ที่เป็นพลเมืองของประเทศที่กำหนดทั้งหมด 50 ประเทศ (ดูข้อมูลจากเพจอ้างอิง) อาจถูกขอให้ต้องวางเงินประกัน
แต่.... ⚠️ ปัจจุบัน ไม่มีประเทศไทยอยู่ในรายชื่อนี้ ⚠️
Cr. Thai US Visa Lawyer, Tammy Sumontha
🇺🇸 วันที่ 3 สิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (DOS) เผยแพร่กฎสุดท้าย (Final Rule) ใน Federal Register กำหนดให้โครงการวางเงินประกันวีซ่า (Visa Bond Program) เป็นโครงการถาวร และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป
📌 โครงการนี้ต่อยอดมาจากโครงการวางเงินประกันนำร่อง ซึ่งเริ่มทดลองใช้เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2025 เป็นระยะเวลา 12 เดือน ตามคำสั่งผู้บริหารฉบับที่ 14159 "Protecting the American People Against Invasion"
🎥 ฟังทนายแทมมี่อธิบายเรื่องการวางเงินประกันวีซ่าได้ที่นี่ EP.390 สหรัฐฯ เพิ่มอีก 12 ประเทศ ต้องวางเงินประกันวีซ่า! https://bit.ly/ThaiUSvisaEP390
💰 สิ่งสำคัญที่เปลี่ยนไปคือ จำนวนเงินประกันสูงสุดเพิ่มขึ้น
👉 โครงการ วางเงินประกันวีซ่า เดิมกำหนดเงินประกันไว้สูงสุด $15,000
👉 แต่ภายใต้กฎใหม่ เจ้าหน้าที่กงสุลสามารถกำหนดเงินประกันได้สูงสุด $20,000 โดยมี 3 ระดับ คือ
▪️ $10,000
▪️ $15,000
▪️ $20,000
เจ้าหน้าที่กงสุลจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงและสถานการณ์ของผู้สมัครแต่ละคน เช่น วัตถุประสงค์ในการเดินทาง การทำงาน รายได้ ทักษะ การศึกษา และความสัมพันธ์หรือความเชื่อมโยงที่มีอยู่ในสหรัฐฯ
🤔💭 ทำไม DOS จึงตัดสินใจทำโครงการวางเงินประกันวีซ่าเป็นโครงการถาวร?
➡️ กฎสุท้ายระบุว่า ในช่วง 10 เดือนแรกของโครงการวางเงินประกันวีซ่า พบว่าจำนวนผู้ที่อยู่เกินระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต (overstay) ของผู้ที่เดินทางภายใต้โครงการลดลงเหลือน้อยกว่า 50 คน จากในปีงบประมาณ 2024 ที่มีผู้เดินทางจากประเทศเหล่านี้อยู่ในสหรัฐฯ และ overstay รวม 45,488 คน
➡️ DOS จึงมองว่าโครงการวางเงินประกันวีซ่าสามารถช่วยลดการอยู่เกินกำหนดและส่งเสริมให้ผู้เดินทางปฏิบัติตามเงื่อนไขของวีซ่า B-1/B-2 ได้จริง
🌎 ณ ปัจจุบัน ผู้สมัครวีซ่า B-1/B-2 ที่เป็นพลเมืองของประเทศที่กำหนดทั้งหมด 50 ประเทศเหล่านี้ อาจถูกขอให้ต้องวางเงินประกัน
Algeria, Angola, Antigua and Barbuda, Bangladesh, Benin, Bhutan, Botswana, Burundi, Cabo Verde, Cambodia, Central African Republic, Cote D’Ivoire, Cuba, Djibouti, Dominica, Ethiopia, Fiji, Gabon, The Gambia, Georgia, Grenada, Guinea, Guinea-Bissau, Kyrgyz Republic, Lesotho, Malawi, Mauritania, Mauritius, Mongolia, Mozambique, Namibia, Nepal, Nicaragua, Nigeria, Papua New Guinea, Sao Tome and Principe, Senegal, Seychelles, Tajikistan, Tanzania, Togo, Tonga, Tunisia, Turkmenistan, Tuvalu, Uganda, Vanuatu, Venezuela, Zambia และ Zimbabwe
⚠️ ปัจจุบัน ไม่มีประเทศไทยอยู่ในรายชื่อนี้ ⚠️
💵 เงินประกันจะได้คืนไหม?
ได้คืน หากผู้ถือวีซ่าปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของโครงการวางเงินประกันวีซ่า
แต่หากฝ่าฝืนเงื่อนไขอย่างมีนัยสำคัญ เงินประกัน อาจถูกริบทั้งหมด เช่น
❌ อยู่ในสหรัฐฯ เกินระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต (Overstay)
❌ ยื่นขอลี้ภัย (Asylum) หรือขอความคุ้มครองด้านมนุษยธรรมบางประเภทขณะอยู่ในสหรัฐฯ
🔍 ดูรายชื่อประเทศที่อยู่ภายใต้โครงการวางเงินประกันวีซ่า (Visa Bond Program) ได้จากเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่นี่ https://bit.ly/4fOg59i
📄 อ่านกฎสุดท้าย (Final Rule) ที่นี่ https://bit.ly/4xt0xxB
-----------------------------------
หากคุณกำลังต้องการความช่วยเหลือในเคสอิมมิเกรชั่น สามารถปรึกษาทนายเป็นการส่วนตัวได้ที่
📞 (619) 734 - 7345
📧 [email protected]
#ทนายแทมมี่ #ทนายอิมมิเกรชั่น #ทนายวีซ่า #ทนายใบเขียว #ทนายคนไทยในอเมริกา