รีวิว ที่พัก ร้านอาหาร โรงแรม ที่เที่ยว กินเที่ยวไทยดอทคอม

รีวิว ที่พัก ร้านอาหาร โรงแรม ที่เที่ยว กินเที่ยวไทยดอทคอม รีวิว ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร ร้านกาแฟ บุฟเฟ่ ที่กางเต๊นท์ รับรีวิว ลงบทความ

กินเที่ยวไทย.คอม แหล่งรวมข้อมูล ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท โฮมสเตย์ ติดทะเล Pool villa จุดกางเต๊นท์ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ
บุฟเฟ่ อาหารทะเล อาหารญี่ปุ่น เกาหลี แหล่งสถานที่ท่องเที่ยว ทะเล เกาะ น้ำตก สวนน้ำ สวนสัตว์ ตลาดน้ำ ตกปลา และ แพ็คเกจทัวร์ ในประเทศและต่างประเทศ รีวิวที่พัก

www.kinteawthai.com

🚨บริษัท LIKEQUALITY ผู้นำให้บริการด้านการตลาดออนไลน์แบบครบวงจรในประเทศไทย เปิดให้บริการมาแล้วมากกว่า 7 ปี เรามีทีมงานที่...
12/11/2018

🚨บริษัท LIKEQUALITY ผู้นำให้บริการด้านการตลาดออนไลน์แบบครบวงจรในประเทศไทย เปิดให้บริการมาแล้วมากกว่า 7 ปี เรามีทีมงานที่ชำนาญการเฉพาะด้านคอยให้บริการทุกท่านตลอด 24 ชม. 365 วัน

📲ติดต่อพนักงานโดยตรง : LINE ID: --หรือกด-> https://goo.gl/DWWec8

🔥บริการของเราที่ให้บริการ ณ ปัจจุบัน

✅เพิ่มยอดไลค์ แฟนเพจเฟสบุ๊ค คนไทย/ต่างชาติ

✅ไลค์อัตโนมัติบนเฟสบุ๊ครายเดือน ทุกโพส ทุกวัน ได้ทั้งแฟนเพจและเฟสส่วนตัว *สุดฮิต*

✅ไลค์โพส รูป วีดีโอ บน เฟสบุ๊ค ไอจี

✅เพิ่มแชร์โพสบนเฟสบุ๊ค

✅เพิ่มยอดผู้ติดตามบน เฟสบุ๊คส่วนตัว / อินสตาแกรม

✅เพิ่มไลค์บนไอจีอัตโนมัติ 100 รูป

✅เพิ่มยอดวิว วีดีโอ บน เฟสบุ๊ค / Youtube / IG

✅เพิ่มคนดูไลฟ์สด ถ่ายทอดสด บนเฟสบุ๊ค

〓 ทุกงานรับประกัน 30 วัน แก้งานฟรี!

〓 มั่นใจ ปลอดภัย ชัวร์ 100% ไม่ต้องตั้งแอดมิน ไม่ต้องให้รหัส ใดๆ ทั้งสิ้น

📲ดูเรตราคา และ รีวิวเพิ่มเติม : https://goo.gl/Ur8HG2

--------------------------

📲ติดต่อสอบถาม LINE ID: --หรือกด-> https://goo.gl/DWWec8

หรือ Facebook: https://www.facebook.com/Likquality

สำหรับบริษัท เราสามารถออกใบเสนอราคา ใบเสร็จรับเงินได้ตามปกติ

ดูรีวิวการบริการเพิ่มเติม >>> https://goo.gl/Ur8HG2

การันตีด้วยยอดลูกค้ามากกว่า 16,000 ราย (เฉพาะผ่านช่องทางไลน์) / รับงานมาไม่ต่ำกว่า 20,000 งาน / ประสบการณ์มากกว่า 7 ปี / ยินดีให้คำปรึกษา รับประกันงานทุกงาน

----------------------

บริษัท Likequality
〓 ที่อยู่ 31/161 Soi Chinnaket2, Ngamwongwan Rd., Tungsonghong, Laksi, Bangkok, Thailand
⏱ Open : Mon - Sun: 24Hr
〓Website : https://www.บริการเพิ่มยอดไลค์.com
〓Website2 : https://www.likequalitythailand.com/
〓Line ID: -- http://line.me/ti/p/
〓ข้อความเฟ็สบุ๊ค: https://www.facebook.com/messages/Likquality
〓Facebook: https://www.facebook.com/Likquality
〓E-Mail: [email protected]
〓Tel: 090-8983532

#ปั๊มไลค์ #ปั๊มไลค์แฟนเพจ #เพิ่มไลค์ #เพิ่มไลค์แฟนเพจ #รับเพิ่มไลค์เพจ #รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ #เพิ่มยอดไลค์ #ปั๊มไลค์คนไทย #เพิ่มไลค์เฟสบุ๊ค #เพิ่มผู้ติดตามIG #เพิ่มผู้ติดตามไอจี #เพิ่มแชร์ #เพิ่มคนดูไลฟ์สด #เพิ่มคนดูถ่ายทอดสด #ไลค์อัตโนมัติ #แฟนเพจ #เพิ่มฟอล

รับเพิ่มยอดไลค์แฟนเพจ ออโต้ไลค์ทุกโพส เพิ่มผู้ติดตาม IG Twitter โพสกระทู้ รับโพส  เพิ่มยอดวิววีดีโอ Youtube ออกแบบโลโก้ ...
11/07/2017

รับเพิ่มยอดไลค์แฟนเพจ ออโต้ไลค์ทุกโพส เพิ่มผู้ติดตาม IG Twitter โพสกระทู้ รับโพส เพิ่มยอดวิววีดีโอ Youtube ออกแบบโลโก้ ลงโฆษณาติดหน้าแรก Google โปรโมทสินค้า งานบริการ ลงในกลุ่มเฟสบุ๊ค

Line ID: -- http://line.me/ti/p/

ดูรีวิว เพิ่มเติม -- > https://goo.gl/bUVWC2

บริษัท Likequality ผู้นำให้บริการด้านการตลาดออนไลน์แบบครบวงจรในประเทศไทย เปิดให้บริการมาแล้วมากกว่า 4 ปี เรามีทีมงานที่ชำนาญการเฉพาะด้าน ให้บริการทุกท่านตลอด 24 ชม. 365 วัน

Line ID: -- http://line.me/ti/p/

LIKEQUALITY ให้บริการด้านการตลาดออนไลน์ และเพิ่มยอดไลค์เจ้าแรกๆของประเทศไทย
ให้บริการลูกค้าทั้งดารา องค์กร บริษัท ชั้นนำมาแล้วมากมาย ทุกงานปิดเป็นความลับ
เรามีทีมงานชำนาญการคอยบริการลูกค้าลูกค้าทุกท่าน https://www.บริการเพิ่มยอดไลค์.com

รับสมัครตัวแทนให้บริการ รายได้ดี เพียงแค่หาลูกค้าก็พอ ติดต่อทีมงานได้ทุกช่องทาง
------------------------------------------------------------
Website : https://www.บริการเพิ่มยอดไลค์.com
Line ID: -- http://line.me/ti/p/
ข้อความเฟ็สบุ๊ค: https://www.facebook.com/messages/likequality
Facebook: www.facebook.com/LikeQuality
E-Mail: [email protected]
Tel: 090-8983532

#ปั๊มไลค์ #ปั๊มไลค์แฟนเพจ #เพิ่มไลค์ #เพิ่มไลค์แฟนเพจ #รับเพิ่มไลค์เพจ #รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ #เพิ่มยอดไลค์ #ปั๊มไลค์คนไทย #เพิ่มไลค์เฟสบุ๊ค #เพิ่มผู้ติดตามIG #เพิ่มผู้ติดตามไอจี #หารายได้ #รับสมัครตัวแทน

มหัศจรรย์ สันทรายบางเบิด ประจวบคีรีขันธ์ ถ้าจะถามว่าชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เริ่มต้นจากอำเภอไหน แน่นอนหลายคนตอบได้...
14/03/2017

มหัศจรรย์ สันทรายบางเบิด ประจวบคีรีขันธ์



ถ้าจะถามว่าชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เริ่มต้นจากอำเภอไหน แน่นอนหลายคนตอบได้ทันทีว่าที่ “หัวหิน” แต่ถ้าเปลี่ยนมาถามว่า แล้วชายฝั่งของ จ. ประจวบคีรีขันธ์ ไปสิ้นสุด ณ ที่ใด ใครรู้บ้าง ยิ่งถามว่าจังหวัดชุมพร เริ่มต้นที่อำเภอไหน หลายคนคงต้องกางแผนที่ตอบคำถามกันเลยที่เดียว เพราะทั้งอำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายนัก แต่ว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าค้นหามากมาย

แต่เปรียบเสมือนว่าช้างเผือกย่อมอยู่ในป่าฉันใด ของดีๆก็มีแอบซ่อนอยู่ในเขตพื้นที่รอยต่อของสองจังหวัดนี้ฉันนั้น “แนวสันทรายบางเบิด” คือ ช้างเผือกที่กล่าวถึง สันทรายกองใหญ่มหึมา เม็ดทรายเล็กละเอียดดุจแป้ง กองพาดผ่านเส้นทางริมชายฝั่ง ระหว่าง บ้านบางเบิด ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ และพื้นที่รอยต่อในบ้านถ้ำธง ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร เป็นเนินสันทรายที่ได้รับการยกย่องว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งอยู่ใกล้กับบางเบิดรีสอร์ทเพียงไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเสริมนอกจากการดำน้ำดูปะการังที่เกาะทะลุ และตกหมึก

ลมเพ…ลมพัด…สันทราย

เม็ดทรายละเอียดขาวสูงกว่า 30 เมตร ตลอดระยะทางที่ยาวถึง 10 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ ทอดตัวคู่ขนานกับชายหาดรูปจันทร์เสี้ยว ขนาบข้างด้วยป่าเขา คือ ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ออกแบบโดยน้ำและลม

ปรากฏการณ์สันทรายเช่นนี้ ใช่ว่าจะเกิดกันได้ง่ายๆ ต้องอาศัยปัจจัยหลายประการ ลมที่พัดต้องแรงสม่ำเสมอต่อเนื่องยาวนาน หน้าทะเลเปิดโล่ง หาดทรายในระยะน้ำขึ้นลงกว้างพอที่จะให้เม็ดทรายแห้งทัน และปลิดปลิวตามลมขึ้นมาจนชายฝั่งยกตัวต่อเนื่อง ค่อยๆทับถมทีละเล็กทีละน้อยจนกลายเป็นเนินสันทรายขนาดมหึมา แม้อาจเทียบไม่ได้กับสันทรายบางแห่งในต่างประเทศ เช่น ประเทศออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์ ที่มีสันทรายใหญ่กว่านี้หลายเท่า แต่ถ้าพูดถึงในเมืองไทยสันทรายบางเบิดคืออันดับหนึ่ง

เดินป่าศึกษาพรรณไม้

และใช่ว่าบางเบิดจะมีดีอยู่เพียงสันทรายเท่านั้น หลังเนินสันทรายแห่งนี้ ยังเป็นแหล่งกำเนิดป่าเนินทรายที่มหัศจรรย์ไม่แพ้กัน เพราะปกคลุมด้วยพืชพันธุ์เฉพาะถิ่นกว่า 150 ชนิด ที่หาดูได้ยากในที่อื่นๆ ของประเทศ

พันธุ์ไม้จากป่าพรุ ป่าชายหาด ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง มางอกงามร่วมกันบนเนินทรายแห่งนี้ แข่งกันอวดดอกอวดผล และส่งกลิ่นหอมอบอวลตลอดปี ในที่เดียวกันนี้ยังมีป่าผสม ระบบวนเกษตรตามแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ได้ศึกษากันอีกด้วย

ป่าผสมแห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ “โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ จังหวัดชุมพร” สถานที่ 1 ใน 19 แห่ง ในโครงการ “เปิดทองหลังพระ ท่องเที่ยวสืบสานโครงการพระราชดำริ” ซึ่งเป็นกิจกรรมเฉลิมฉลองในวโรกาสพระบาทสมเด็จอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา

“โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ จ.ชุมพร” ตั้งอยู่ที่ หมู่ 5 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร ตั้งอยู่บนเนินทรายเป็นที่ดินที่ราษฎรน้อมเกล้าถวายและได้ออกเป็นโฉนดที่ดิน แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพื้นที่ทั้งหมด 448 ไร่ 3 งาน 17 ตรว. เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2514 เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่เกิดจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีพระราชประสงค์ให้สถานที่แห่งนี้ เป็นพื้นที่อนุรักษ์อันคงสภาพแวดล้อมเดิมของพื้นที่ คือ สภาพสันทรายและสภาพป่าธรรมชาติไว้เป็นห้องเรียนธรรมชาติ เพื่อศึกษาและพักผ่อนหย่อนใจ ทั้งยังมีพระราชประสงค์ให้เป็นสถานที่ปรับปรุงบำรุงดินตามความเหมาะสมกับการปลูกแตงโมพันธุ์บางเบิด ซึ่งเป็น

มหัศจรรย์ สันทรายบางเบิด ประจวบคีรีขันธ์   ถ้าจะถามว่าชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เริ่มต้นจากอำเภอไหน แน่นอนหลายคนตอบได้ทันทีว่าที่ “หัวหิน” แต่ถ้าเปลี่ยนมาถามว่า แล้วชายฝั่งของ จ. ประจวบคีรีขันธ์ ไปสิ้นสุด ณ ที่ใด ใครรู้บ้าง ยิ่งถามว่าจังหวัดชุมพร เริ่มต้นที่อำเภอไหน หลายคนคงต้องกางแผนที่ตอบคำถาม...

สิ่งที่ไม่ควรกระทำและข้อพึงปฏิบัติในการดำน้ำ ข้อห้ามในการดำน้ำ ผลกระทบจากการยืนเยียบปะการัง ทำให้ปะการังหักเสียหาย1. ไม่...
14/03/2017

สิ่งที่ไม่ควรกระทำและข้อพึงปฏิบัติในการดำน้ำ ข้อห้ามในการดำน้ำ



ผลกระทบจากการยืนเยียบปะการัง ทำให้ปะการังหักเสียหาย

1. ไม่ควรให้อาหารปลา

2. ไม่ยืนเหยียบปะการัง

3. ไม่ควรส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น

4. ไม่ควรไล่ต้อนหรือไล่จับหรือรบกวนสัตว์ทะเล

5. ไม่กวนตะกอนให้ฟุ้งกระจาย

6. ไม่ทิ้งขยะลงทะเล

7. ไม่สัมผัสปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้่ทะเล

8. ไม่เป่านกหวีดเล่น

9. แต่งกายให้เหมาะสม

10. สวมใส่เสื้อชูชีพไว้ตลอดเวลา

11. ไม่หยอกล้อหรือแกล้งกันในน้ำ

12. หากทำแว่นดำน้ำจมให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่

13. หากถ่ายภาพสัตว์ทะเลใต้น้ำกรุณาอย่าใช้แฟลช

14. สำรวจสิ่งของมีค่าแล้วถอดเก็บไว้บนเรือ

15. ให้เกียรติสถานที่และผู้ร่วมทริปท่านอื่น

สิ่งที่ไม่ควรกระทำและข้อพึงปฏิบัติในการดำน้ำ ข้อห้ามในการดำน้ำ   ผลกระทบจากการยืนเยียบปะการัง ทำให้ปะการังหักเสียหาย 1. ไม่ควรให้อาหารปลา 2. ไม่ยืนเหยียบปะการัง 3. ไม่ควรส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น 4. ไม่ควรไล่ต้อนหรือไล่จับหรือรบกวนสัตว์ทะเล 5. ไม่กวนตะกอนให้ฟุ้งกระจาย 6. ไม่ทิ้งขยะลงทะเล 7. ไม่สัมผัสป...

หอยเม่นตำเท้า มีวิธีการรักษาอย่างไร มารู้จักหอยเม่นกันเถอะเม่นทะเล หรือ หอยเม่น ภาษาอังกฤษมีชื่อเรียกว่า Sea urchin เป็น...
14/03/2017

หอยเม่นตำเท้า มีวิธีการรักษาอย่างไร



มารู้จักหอยเม่นกันเถอะ

เม่นทะเล หรือ หอยเม่น ภาษาอังกฤษมีชื่อเรียกว่า Sea urchin เป็นสัตว์ในชั้น เอไคนอยเดีย (Echinoidea) ในไฟลัม เอไคโนดอร์มาทา และอยู่ในกลุ่ม เอคไคนอยด์ ที่มีสมมาตร สามารถพบได้ในทะเลทุกภาคของประเทศไทย อาศัยอยู่ตามพื้นแข็ง มีสีต่างกัน ด้านที่เกาะกับพื้นเป็นปาก ทวารหนักอยู่กลางลำตัว ด้านบนสุด เม่นทะเลจะมีหนามสองขนาด หนามขนาดยาวใช้ในการผลักดันพื้นแข็ง ขุดคุ้ยสิ่งต่างๆหรือช่วยในการฝังตัว หนามเล็กสั้นใช้ยึดเกาะเวลาปีนป่าย เม่นทะเลที่มีพิษจะมีหนามที่กลวงและมีพิษอยู่ภายใน โดยหนามของหอยเม่นเป็นผลึกแคลเซียมคาร์บอร์เนตที่มีความเปราะมาก หนามนี้จะแทงทะลุผิวหนังได้ง่าย เมื่อหักจะปล่อยสารพิษออกมาทำให้เหยื่อหรือศัตรูเจ็บปวด อาหารของเม่นทะเลคือสาหร่าย สัตว์ที่ตายแล้ว และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่เกาะอยู่กับที่ ภายในมีไข่สามารถทานได้ แต่ที่จริงแล้ว ไข่เม่นที่ทานกันนั้นคืออัณทะและรังไข่ของหอยเม่น

หอยเม่นตำเท้า

รายนี้ตีเข่าหอยเม่น

ทำไมถึงถูกหอยเม่นตำ

โดยปกติแล้วหอยเม่นไม่สามารถสลัดขนใส่คนเพื่อป้องกันตัวได้เหมือนกับเม่นทั่วไป และไม่สามารถว่ายน้ำได้ ดังนั้นการที่นักดำน้ำจะถูกหอยเม่นตำเท้าได้ก็คือเราไปเหยียบมันเองนั่นแหละ โดยปกติแล้วเวลาดำน้ำจะต้องลอยตัวเหนือน้ำ แล้วก็ต้องนอนราบบนผิวน้ำ แต่ว่าก็มีนักท่องเที่ยวบางท่านที่ยังว่ายน้ำไม่เป็นหรือยังลอยตัวไม่คล่อง เอาขาลงไปเหยียบเจ้าหอยเม่นได้โดยไม่ได้ตั้งใจ จะพบว่ามีจุดดำๆปรากฎพร้อมกับความปวดบริเวณที่โดน

วิธีการรักษาและปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากถูกหอยเม่นตำ

ต้องเข้าใจกันก่อนว่า เข็มของหอยเม่นประกอบไปด้วยแคลเซียมที่เปราะมากๆ และมีพิษอยู่ในเข็มด้วย หากถูกหอยเม่นตำเข้าไปใต้ผิวหนังจะเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ซึ่งหากถูกทิ่มเข้าไปแล้วจะไม่สามารถบ่งเข็มของหอยเม่นออกได้ เพราะเข็มมีความเปราะมาก หากถูกตำแล้วจะต้องทำการทุบบริเวณที่ถูกหอยเม่นตำ เพื่อให้เข็มของหอยเม่นสลายไปในเนื้อของเรา และอีกวิธีก็คือ ทำให้เข็มที่เป็นแคลบเซียมนั้นถูกกัดกร่อนโดยกรด ยกตัวอย่างเช่น มะนาว น้ำส้มสายชู เพื่อบรรเทาอาการปวดลงได้ โดยใช้ชุบผ้าหรือสำลีแล้วโปะไว้บนแผลเป็นเวลา 30 นาที อาหารปวดก็จะทุเลาลง หรือให้แช่เท้าในน้ำอุ่นที่ร้อนที่สุดที่สามารถทดได้ เพราะน้ำอุ่นจะไปช่วยสลายพิษที่อยู่ในเข็มของหอยเม่น ปฐมพยาบาลเสร็จแล้วก็ไปหายาแก้ปวดทานเพื่อลดอาหารปวด ซึ่งโดยปกติเข็มของหอยเม่นจะสลายไปเองใน 1 อาทิตย์

เหยียบปะการัง

ใครเหยียบปะการัง ขอให้โดนหอยเม่นตำ

วิธีป้องกันไม่ให้ถูกหอยเม่นตำ

ง่ายมากๆ ก็เพียงแต่ระมัดระวังไม่ยืนบนปะการัง ว่ายน้ำไปก็มองดูที่พื้นด้านล่างให้ดีๆว่ามีเจ้าเม่นอยู่มั้ย ถาหากเจอก็ว่ายน้ำหนีมันไปดีกว่า จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว วินๆกันทั้งคนทั่งเม่น รู้กันอย่างนี้แล้วก็ระวังตัวให้ดีๆนะครับ ยืนเหยียบปะการังระวังจะเจอเจ้าหอยเม่นผู้พิทักษ์แนวปะการังนะครับ

หอยเม่นตำเท้า มีวิธีการรักษาอย่างไร   มารู้จักหอยเม่นกันเถอะ เม่นทะเล หรือ หอยเม่น ภาษาอังกฤษมีชื่อเรียกว่า Sea urchin เป็นสัตว์ในชั้น เอไคนอยเดีย (Echinoidea) ในไฟลัม เอไคโนดอร์มาทา และอยู่ในกลุ่ม เอคไคนอยด์ ที่มีสมมาตร สามารถพบได้ในทะเลทุกภาคของประเทศไทย อาศัยอยู่ตามพื้นแข็ง มีสีต่างกัน ด้านที่เกา...

แก้อาการเมารถเมาเรือวิธีป้องกันและแก้ไขอาการเมารถเมาเรือใครที่เคย “เมาเรือ” หรือแม้แต่เมารถ คงจะรู้ดีว่ามันทรมานมากแค่ไห...
14/03/2017

แก้อาการเมารถเมาเรือ

วิธีป้องกันและแก้ไขอาการเมารถเมาเรือ

ใครที่เคย “เมาเรือ” หรือแม้แต่เมารถ คงจะรู้ดีว่ามันทรมานมากแค่ไหน เพราะมักจะเกิดขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
เริ่มรู้สึกพะอืดพะอมไม่สบาย ไปจนถึงเหงื่อออกตัวเย็น เวียนหัว คลื่นไส้ แล้วก็อาเจียนออกมา

วันนี้ บางเบิดรีสอร์ท จะมานำเสนอ วิธีป้องกันและแก้ไขอาการเมารถเมาเรือ เพื่อให้เป็นความรู้ก่อนออกเดินทางไปดำน้ำดูปะการัง หรือไปตกหมึก กันนะครับ

หลายคนคงอยากทราบว่า ทำไมถึงเมารถ เมาเรือ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้เปิดเผยเทคนิคการป้องกันและแก้ไขการเมารถ เมาเรือว่า อาการเมารถ เมาเรือ เกิดจากขณะเคลื่อนไหว สมองเกิดความสับสนแบบประสาทหลอน
เนื่องจากข้อมูลที่รายงานเข้ามาจากหูและตา ไม่สอดคล้องกับข้อมูลจากอวัยวะคุมการทรงตัวของร่างกาย ที่อยู่ในหูชั้นใน
ถ้าหยุดการเคลื่อนไหว อาการเมาก็จะค่อย ๆ หายไป คนที่เดินทางบ่อย ๆ มักจะปรับตัวเองให้คุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และเมาน้อยลง หรือไม่เมาเลย

เทคนิคอื่น ๆ ที่จะช่วยบรรเทาการเมารถ ได้แก่

1.นั่งแถวหน้า ๆ เพราะการนั่งหน้าและมองไปข้างหน้า จะทำให้ทั้งตาและหูของเรารับรู้การเคลื่อนไหวของพาหนะนั้นไปพร้อม ๆ กับอวัยวะควบคุมการทรงตัวที่อยู่ในหูชั้นใน
จึงมีโอกาสเมาน้อยกว่าการนั่งในตำแหน่งอื่นๆ
2.จินตนาการว่าตัวเองเป็นคนขับเสียเอง เพราะคนขับจะไม่เมา เวลาจะเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาก็คาดการณ์ล่วงหน้า และรู้ตัวขณะที่ร่างกายต้องหมุนเลี้ยวตามพาหนะนั้นๆ
สมองก็จะเกาะติดสถานการณ์ได้ชัดเจนขึ้นไม่สับสน
3.มองไปไกลๆ อย่ามองใกล้ๆ เพื่อให้สมองมั่นใจว่า อะไรอยุ่ที่ไหน ขณะที่พาหนะเคลื่อนไหวไปมาต้องหามองอะไรที่ไกล ๆ และนิ่ง ๆ
และรู้ตัวว่าตัวเรากำลังเคลื่อนไหวไปขณะที่จุดนั้น เพื่อให้สมองทราบสถานะและตำแหน่งของตัวเองได้ถูกต้อง
4.อย่าอ่านหนังสือหรือตั้งใจมองอะไรที่เป็นของเล็ก ๆ หรือเขย่า ๆ หรือเคลื่อนไหวบนพาหนะ เพราะการเคลื่อนไหวของตัวเรากับวัสดุในพาหนะจะไม่ไปด้วยกัน ทำให้สมองสับสนถึงตำแหน่งที่แท้จริงของตัวเอง
5.ตั้งศีรษะให้ตรง ให้ศีรษะอยู่นิ่ง ๆ เวลาเลี้ยวก็ตั้งใจรู้ตัวว่ากำลังหันไปตามการเลี้ยว อย่าให้ศีรษะไปพิงกับส่วนของพาหนะที่เขย่า ๆ ไปตามแรงกระแทก
ถ้าจะพิงพนักก็ให้ใช้หลังพิงโดยให้ศีรษะตั้งตรงขึ้น อย่าฟุบหน้าลงหรือเอนศีรษะไปพิงอะไรข้าง ๆ จะทำให้ตัวเองอยู่ในสภาพถูกจับแกว่งไกว ขณะที่เลี้ยวไปมา
6.อย่าสูบบุหรี่ หรือนั่งใกล้ๆคนสูบบุหรี่เด็ดขาด
7.เวลาเดินทางอย่ารับประทานมากจนเกินไป อย่ารับประทานอาหารให้อิ่มจนเต็มท้อง เพราะถ้ามีของเต็มกระเพาะ ก็มีแนวโน้มที่จะอาเจียนออกมาได้ง่ายกว่าปกติ แต่ก็ไม่ควรอดอาหารเช่นกัน
8.ไม่ควรรับประทานของที่มัน หรือเลี่ยน เพราะว่าจะย่อยยาก ค้างอยู่ในกระเพาะนาน จะทำให้อาเจียนได้ง่าย
9.ไม่รับประทานอาหารที่มีรสจัดหรือมีกลิ่นแรง ซึ่งจะกระตุ้นให้ตัวเองหรือคนข้าง ๆ คลื่นไส้อาเจียน
10.งดดื่มแอลกอฮอล์ เพราะลำพังแอลกอฮอล์ไม่ต้องขึ้นรถก็เมาอยู่แล้ว
11.ใช้ปลาสเตอร์ยาหรือปลาสเตอร์ปิดแผล 2 อัน ปิดเป็นรูปกากบาทที่บริเวณสะดือจะช่วยให้เมาลดลง
12.ถ้านั่งเรือให้นั่งกลางเรือเพราะจะเป็นจุดที่มีการส่ายไปมาน้อยที่สุด
13.อย่าวิตกกังวล เพราะยิ่งวิตกกังวลก็จะยิ่งเครียด ยิ่งเครียดก็จะทำให้เมาง่ายยิ่งขึ้น
14.และสุดท้ายวิธีที่ดีที่สุดคือ รับประทานยาแก้เมารถหรือเมาเรือก่อนออกเดินทาง ประมาณ ครึ่งชั่วโมง จะช่วยได้มาก แต่ยาจะมีฤทธิ์ทำให้ง่วงนอน

แต่ถ้าหากเกิดอาการเมารถเมาเรือขึ้นมาก็มีวิธีแก้ดังนี้

1.ถ้าท้องไส้ปั่นป่วนมากสำหรับบางคน การได้ดื่มน้ำอัดลมในปริมาณพอเหมาะจะช่วยได้
2.เมื่อเริ่มวิงเวียน การสูดหายใจลึก ๆ รับลมเย็นๆ จากหน้าต่างรถ หรือใช้ผ้าเย็นเช็ดหน้าผากและหน้าช่วยลดอาการได้
3.ถ้าเริ่มมีอาการวิงเวียน ใช้ยาดม ยาหอม และกลิ่นพืชสมุนไพรตามที่แต่ละคนชอบ จะช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนได้รวมไปถึงการดมกลิ่นเปลือกส้มเขียวหวาน(บีบให้มันพ่นกลิ่นออกมา)และกลิ่นเปลือกพริกขี้หนู
4.หากไม่ไหวจริงๆ ให้นอนลงแล้วหลับตาเพื่อปิดการส่งสัญญาณภาพเข้าสมอง เพื่อเป็นการลดความสับสนที่สมองได้รับ ให้สมองรับสัมผัสการทรงตัว ที่อยู่ที่หูชั้นในเพียงอย่างเดียว อาการจะดีขึ้น แต่ถ้าหลับไปจริงๆได้ยิ่งดี เพราะขณะนอนหลับสมองส่วนคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย จะปิดรับสัญญาณใดๆ อาการเมารถเมาเรือจะหายไปเอง

แก้อาการเมารถเมาเรือ วิธีป้องกันและแก้ไขอาการเมารถเมาเรือ ใครที่เคย “เมาเรือ” หรือแม้แต่เมารถ คงจะรู้ดีว่ามันทรมานมากแค่ไหน เพราะมักจะเกิดขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เริ่มรู้สึกพะอืดพะอมไม่สบาย ไปจนถึงเหงื่อออกตัวเย็น เวียนหัว คลื่นไส้ แล้วก็อาเจียนออกมา วันนี้ บางเบิดรีสอร์ท จะมานำเสนอ วิธีป้องกันและแก้...

เตรียมตัวเที่ยวทะเล เตรียมตัวไปเที่ยวทะเลกันเถอะหากเราติดจะไปเที่ยวทะเลหรือคิดจะไปดำน้ำดูปะการังก็คงจะต้องเตรียมตัวกันซั...
14/03/2017

เตรียมตัวเที่ยวทะเล


เตรียมตัวไปเที่ยวทะเลกันเถอะ

หากเราติดจะไปเที่ยวทะเลหรือคิดจะไปดำน้ำดูปะการังก็คงจะต้องเตรียมตัวกันซักหน่อย ถ้าเป็นผู้ชายอย่างผมก็คงไม่ต้องเตียมอะไรมาก เอาไปแค่เงินเต็มกระเป๋ากับเสื้อผ้า 1 ชุดก็เที่ยวได้แล้ว

แต่ถ้าเป็นคุณผู้หญิงล่ะ ก็คงต้องเตรียมตัวกันเป็นพิเศษซักหน่อย กลับมาจากทะเลจะได้ไม่มีใครแซวเราเป็นภาษาเกาหลีได้ ว่าไปทำอะไรมา ทำไม ดำจังแก !!
จะไปทะเล เตรียมอะไรไปกันบ้างนอกจากเงิน

1. ครีมกันแดด สำคัญที่สุดแล้วไม่ว่าสาวๆน้อยใหญ่คนไหนไปเที่ยวทะเลก็คงจะขาดไม่ได้ แต่ครีมกันแดดก็ใช่ว่าจะใช้ดีทุกชนิด จะใช้แบบเดิมที่เคยทาก่อนไปเรียนหรือไปทำงานก็คงปกป้องผิดจากแดดแรงๆแถวทะเลไม่ได้ จะต้องเลือกที่ SPF 50++ เป็นอย่างน้อย และจะต้องเลือกที่กันน้ำและทาแล้วไม่ต้องรอนะจ๊ะ

2. เสื้อผ้า การเลือกเสื้อผ้าไปเที่ยวทะเลนั้น จริงๆแล้วอยากจะเชียร์สาวๆให้ใส่ชุดว่ายน้ำแบบทูพีชอย่างเดียวเท่านั้น ห้ามใส่ชุดอื่นเที่ยวทะเลเด็ดขาด แต่ก็คงทำไม่ได้ ก็ขอแนะนำว่าให้เลือกเสื้อผ้าที่เบาบาง โปร่งสบาย แห้งง่าย มาใส่เดินเฉิดฉายแถวๆชายทะเลจะเหมาะมาก แต่ถ้าไปดำน้ำด้วยก็จัดเสื้อแขนยาวประกบด้วยเลกกิ้งมาใส่ดำน้ำจะเหมาะที่สุดแล้ว ทั้งกันแดดและยังสามารถกันสิ่งมีชีวิตที่เป็นพิษในทะเลได้อีกด้วยนะ

3. หมวกปีก จัดมาเลยหมวกปีกกว้างๆเก๋ๆ ใส่แล้วกันแดดได้ดีนักล่ะ หน้าบางๆของสาวๆจะได้ไม่ถูกแสงแดดทำร้ายเอาได้ แถมเอาไว้ถ่ายรูปก็ช่วยเพิ่มความสวยขึ้นได้อีก ถ้ามาทะเลแล้วไม่เอาหมวกมาด้วยจะเสียใจนะจ๊ะ

4. แว่นดำ เตรียมตัวปกป้องทุกส่วน จะไม่ปกป้องอวัยวะที่สำคัญแต่อ่อนแอที่สุดในร่างกายได้อย่างไรกัน จะบอกว่าแดดริมทะเลน่ะมันแรงกว่าที่อื่นเป็นสองเท่าเลยนะสาวๆ เพราะนอกจากจะได้แสงจากบนฟ้าแล้วยังมีแสงสะท้อนจากน้ำอีก เท่ากับว่าเที่ยวทะเลจะเจอแดดแรงกว่าที่อื่นเป็น 2 เท่า การที่มีแว่นตาช่วยปกป้องดวงตานับเป็นเรื่องสำคัญที่ขาดไม่ได้ อีกทั้งการใส่แว่นดำน้ำจะช่วยให้มองเห็นสีสันของน้ำทะเลและท้องฟ้าสวยขึ้น ตัดแสงสะท้อนของน้ำทำให้เห็นปะการังใต้น้ำได้ชัดขึ้น แถมใส่ถ่ายรูปก็ช่วยให้เพิ่มความสวยขึ้นได้อีก 20 เปอร์เซ็นเลยทีเดียว และประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของแว่นดำนั้นก็คือ ช่วยทำให้เราแอบมองหนุ่มๆได้นานเท่าที่ใจต้องการโดนที่ไม่มีใครรู้ว่าเรากำลังจ้องใครอยู่ 555

5. โทรศัพท์หรือกล้องถ่ายรูป ถ้าคิดจะไปทะเลแล้วไม่เอากล้องไป ผมว่าอย่าไปเลยดีกว่า มันเหมือนขาดอะไรไป ยิ่งสาวๆยุคนี้ชอบถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ ถ้าลืมเอาไปคงใจจะขาด ดังนั้นห้ามลืมเด็ดขาด และถ้าให้ดี แนะนำให้ซื้อกล้องกันน้ำจะแจ่มมาก เดี๋ยวนี้ไม่แพงแล้วไม่กี่พักเท่านั้นเราก็จะมีรูปสวยๆหรือถ้าไปดำน้ำก็จะได้ภาพใต้น้ำเก๋ๆกับฝูงปลาไปอวดเพื่อนแล้ว

6. ยาแก้เมา ยาดม ยาสามัญหรือยารักษาโรคประจำตัว ไม่ขออธิบายว่าทำไมต้องพกไปให้หนัก ถ้าไม่อยากหมดสนุกก็เอาไปด้วยจะได้ไม่เป็นภาระของคนอื่น

7. ถุงใส่เสื้อผ้าเปียก ไปเที่ยวทะเลก็ต้องเล่นน้ำทะเล เสื้อผ้าก็ต้องเปียก (เว้นแต่ว่าแก้ผ้าลงน้ำ) แล้วก็คงไม่คิดจะซักตากแล้วใส่ซ้ำกันใช่มั้ยล่ะ เอาถุงไปด้วยใส่เสื้อผ้าเปียกจะได้ไม่เปียกของอย่างอื่นในกระเป๋า หรือว่าถ้าต้องไปนั่งเรือ แล้วเมารือ ถ้ามีถุงไว้ก็ไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อนมาเช็ดอาหารเรา *0*

8. กระเป๋าเป้กันน้ำ ถุง Ocean pack มีขายกันให้เกลื่อน ราคาไม่แพง สวยด้วย ถ้าใครมีไว้เที่ยวทะเลรับรองว่าไม่เชย จัดมาเลยสีแรงๆ สะพายไว้แล้วเด่นกว่าใครๆแถมประโยชน์ใช้งานยังไม่เป็นรองใคร เอาไว้ป้องกันสิ่งของที่ถูกน้ำแล้วเสียหายได้ไม่ให้ถูกน้ำ หรือถ้าพลาดพลั้งตกต้ำตกเรือแล้วสะพายเป้นี้ไว้ก็ยังช่วยให้เรารอดตายได้อีกด้วย ว๊าว!! อยากได้ก็ไปซื้อมาเลย

นอกจากวางแผนเที่ยวแล้ว เตรียมของจำเป็นให้พร้อม แล้วทริปเที่ยวทะเลของสาวๆทั้งหลายจะได้เพอร์เฟ็กต์สุดๆ

เตรียมตัวเที่ยวทะเล   เตรียมตัวไปเที่ยวทะเลกันเถอะ หากเราติดจะไปเที่ยวทะเลหรือคิดจะไปดำน้ำดูปะการังก็คงจะต้องเตรียมตัวกันซักหน่อย ถ้าเป็นผู้ชายอย่างผมก็คงไม่ต้องเตียมอะไรมาก เอาไปแค่เงินเต็มกระเป๋ากับเสื้อผ้า 1 ชุดก็เที่ยวได้แล้ว แต่ถ้าเป็นคุณผู้หญิงล่ะ ก็คงต้องเตรียมตัวกันเป็นพิเศษซักหน่อย กลับมาจา...

ถ้ำบางเบิด ประจวบคีรีขันธ์ ที่ตั้งของถ้ำบางเบิดอยู่ในเขาบางเบิดในฝั่งเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทางลงไปในถ้ำค่อนข้างแคบแล...
14/03/2017

ถ้ำบางเบิด ประจวบคีรีขันธ์


ที่ตั้งของถ้ำบางเบิดอยู่ในเขาบางเบิดในฝั่งเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทางลงไปในถ้ำค่อนข้างแคบและยากลำบากแต่ภายในถ้ำจะมีขนาดใหญ่และมีความสวยงามมาก โดยภายในถ้ำประกอบไปด้วยหินงอกและหินย้อยที่มีลวดลายแปลกตา สวยงาม เมื่อใช้ไปฉายส่องไปที่บริเวณหินงอกหินย้อยหรือบริเวณผนังถ้ำ จะมีแสงระยิบระยับ สวยงามเปรียบเสมือนถูกล้อมรอบไปด้วยเพชรนับล้านๆเม็ด

ภายในถ้ำจะชื้นมาก มีน้ำหยดและไหลซึมตามหินย้อยและผนังถ้ำ บางจุดในถ้ำจะมีแอ่งน้ำ เพราะถ้ำบางเบิดอยู่ติดทะเล บางส่วนอยู่ลึกลงไปใต้ระดับน้ำทะเล แต่น้ำในถ้ำกลับเป็นน้ำจืดที่ใสสะอาด อุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ บ้างก็บอกว่าน้ำภายในถ้ำรสชาติอร่อยกว่าน้ำทั่วไป บ้างก็บอกว่าภายในถ้ำมีอุโมงเชี่อมโยงออกไปยังทะเลภายนอก และเป็นที่อยู่อาศัยของปลาจำศีลขนาดใหญ่

ปัจจุบันถ้ำบางเบิดไม่มีหน่วยงานใดควบคุมดูแลอยู่ จึงไม่มีการพัฒนาหรือปรับปรุงเส้นทางให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางอย่างสะดวก จึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ใจรักการผจญภัยอย่างแท้จริง การที่จะเข้าไปเที่ยวเดินสำรวจชมหินงอกหินย้อยภายในถ้ำบางเบิดนั้น จะต้องทำการติดต่อหาไกด์ที่ชำนาญเส้นทางมาเพื่อเป็นคนนำทาง เพราะถ้ำในเขาบางเบิดนั้นมีอยู่หลายถ้ำ เท่าที่ทราบคือจะมีประมาณ 3 ถ้ำแต่ถ้ำที่พอจะเข้าไปชมได้โดยไม่ลำบากนักจะมีอยู่เพียงถ้ำเดียว ส่วนอีก 2 ถ้ำจะมีน้ำภายในถ้ำ ทำให้การเดินทางเข้าไปยากลำบาก

และนอกจากถ้ำหินงอกหินย้อยแล้ว ที่เขาบางเบิดยังมีถ้ำที่เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางสมาธิ และศาลแม่แก่ ซึ่งชาวบ้านบางเบิดให้ความเคารพนับถือ เป็นยังศูนย์รวมและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านบางเบิด โดยมีตำนานเก่าแก่เล่าสืบต่อกันมาว่า ในสมัยโบราณภายในถ้ำสมบัติเป็นที่ฝังเก็บสมบัติของพระยาท้าวแสนปม ผู้ที่หล่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ จ.นครศรีธรรมราช โดยภายในถ้ำจะเต็มไปด้วยเครื่องประดับและข้าวของเครื่องใช้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องทอง ถ้วย ชาม หม้อ ไห เมื่อเวลาชาวบ้านมีงานไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง งานศพ ชาวบ้านก็จะไปขอยืมถ้วย ยืมชาม จากแม่แก่ในถ้ำบางเบิด และเมื่อเสร็จงานก็จะนำมาคืนโดยวางไว้ที่เดิมภายในถ้ำ แต่เมื่อมีชาวบ้านบางส่วนเห็นแก่ตัว ไม่ยอมนำถ้วยชามที่ยืมไปมาคืนหรือคืนไม่ครบ จึงทำให้แม่แก่ไม่พอใจ บันดาลให้หินงอกหินย้อยลงมาปิดทางเข้าถ้ำที่เป็นถ้ำสมบัติ จนถึงปัจจุบัน ชาวบ้านบางเบิดหรือชาวประมงที่จะออกทะเล จะต้องขอพรจากแม่แก่ก่อนที่จะออกไปทะเลเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ตนเอ

ถ้ำบางเบิด ประจวบคีรีขันธ์   ที่ตั้งของถ้ำบางเบิดอยู่ในเขาบางเบิดในฝั่งเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทางลงไปในถ้ำค่อนข้างแคบและยากลำบากแต่ภายในถ้ำจะมีขนาดใหญ่และมีความสวยงามมาก โดยภายในถ้ำประกอบไปด้วยหินงอกและหินย้อยที่มีลวดลายแปลกตา สวยงาม เมื่อใช้ไปฉายส่องไปที่บริเวณหินงอกหินย้อยหรือบริเวณผนังถ้ำ จะมี...

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ ประจวบ ( Waghor Aquarium )ตั้งขึ้นตามแผนหลักของโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จัง...
14/03/2017

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ ประจวบ ( Waghor Aquarium )

ตั้งขึ้นตามแผนหลักของโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สถานที่ท่องเที่ยว เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ และวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลธรรมชาติวิทยาและสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เริ่มดำเนินดารก่อสร้าง มาตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2543 กำหนดแล้วเสร็จ ในวันที่ 27 มีนาคม 2545 ใช้งบประมาณ ในการก่อสร้างจำนวน 164 ล้านบาท หลังจากก่อสร้างเสร็จก็จัด นิทรรศการและการแสดง ภายในเวลา 1 ปี การบริหารจัดการจะเป็นการดำเนินการร่วมกับภาคเอกชน โดยเปิดบริการให้เข้าชมได้ในปี 2547 ซึ่งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษา สิ่งมีชีวิตในน้ำทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ในประเทศและต่างประเทศ โดยได้รับความร่วมมือ อย่างดีจากกรมประมงและสถาบัน วิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา

ทางเข้าหว้ากอ ฉลามยักษ์ที่หว้ากอ

ทางเข้าสู่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอจุดแรกจะมีม้าน้ำ 3 ตัวรอต้อนรับทุกท่านอยู่ และเมื่อเดินเข้าไปภายในอาคารก็จะพบกับเจ้าฉลามยักษ์เมกาโลดอนขนาดมหึมาลอยอวดโฉมอยู่กลางอากาศ

สัมผัสกับมหัศจรรย์โลกใต้น้ำ มีทั้งสีสันความสวยงามของสัตว์น้ำหลากหลายชนิด ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มในมิติใหม่ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ ภายในแบ่งพื้นที่เป็น 6 ส่วน คือ ส่วนอัศจรรย์โลกสีคราม, ส่วนจากขุนเขาสู่สายน้ำ, ส่วนสีสันแห่งท้องทะเล, ส่วนเปิดโลกใต้ทะเล, ส่วนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและส่วนกิจกรรมปฏิบัติการ

โลกใต้ทะเล ปลาสิงโต

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษา สิ่งมีชีวิตในน้ำทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ในประเทศและต่างประเทศ โดยได้รับความร่วมมือ อย่างดีจากกรมประมงและสถาบัน วิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพาพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษา สิ่งมีชีวิตในน้ำทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ในประเทศและต่างประเทศ โดยได้รับความร่วมมือ อย่างดีจากกรมประมงและสถาบัน วิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา

ดอกไม้ทะเล สัตว์ทะเลหว้ากอ

หากเดินทางจากกรุงเทพมายังบางเบิดรีสอร์ท ก็สามารถแวะยืดเส้นยืดสายหรือพาลูกหลานเข้าชมได้นะครับ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ อยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดประจวบ เปิดให้เข้าชมเวลา 9.00 น. – 16.00 น. ขับไปแวะที่เที่ยวไป ไม่เหนื่อยครับ หรือจะเดินทางโดยรถไฟก็ได้ครับ มีสถานีรถไฟหว้ากอให้เดินทางกันโดยสะดวกด้วยครับ ซึ่งเมื่อพาเด็กๆไปชมปลาและสัตว์ทะเลต่างๆในตู้กันแล้วก็ได้เวลาพามาชมของจริงสถานที่จริงได้ที่เกาะทะลุ

เวลาเปิดให้บริการ

เปิดให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ
ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ

ภายในเป็นห้องมืดและมีส่วนแทงค์จัดแสดงพันธ์ปลาพร้อมข้อมูลด้านล่าง

การแสดงโชว์พิเศษ

โชว์นักประดาน้ำให้อาหารปลาทุกวัน
โชว์ให้อาหารปลาภายในอุโมงค์ปลา เวลา 11.00 น.
โชว์ให้อาหารปลาภายในบิ๊กแท็งก์ เวลา 14.00 น.
ให้อาหารปลา

บิ๊กแทงค์หว้ากอ ปลายักษ์

อัตราค่าเข้าชม

เด็ก 10 บาท(สูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร), ผู้ใหญ่ 20 บาท
พระภิกษุ สามเณร ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์ต่างๆ เข้าชมฟรี

สำหรับกรณีการเข้าชมเป็นหมู่คณะ เช่น สถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการ ชมรม บริษัท หรือสมาคมต่างๆ ที่เป็นการเข้าชมซึ่งมีความต้องการวิทยากรนำชม โปรดทำหนังสือแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์

โดยส่งถึง
ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เลขที่ 181 หมู่ 4 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77000
โทรสาร. 0-3266-1727
สอบถามการได้รับโทรสารที่ 0-3266-1098 หรือ 0-3266-1726 ต่อ 125

สถานที่ตั้ง

อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77000

สัตว์ทะเล ฉลามหูดำ

วิธีการเดินทาง

โดยรถโดยสารประจำทาง

จากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี (ถนนบรมราชชนนี) มีบริการรถโดยสารสายกรุงเทพฯ – ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประจำทุกวัน โดยสามารถเลือกเดินทางได้ทั้งรถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 และรถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 สอบถามรายละเอียดได้ที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ โทร. 0-2434-7192 หรือ 0-2435-1195 แล้วเดินทางต่อไปยังอุทยานฯ โดยรถจักรยานยนต์รับจ้าง

โดยรถไฟ

สามารถเดินทางจากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) หรือสถานีรถไฟธนบุรี (บางกอกน้อย) โดยมีบริการรถไฟไปประจวบคีรีขันธ์ทุกวัน สามารถลงรถไฟได้ที่ สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ แล้วเดินทางไปโดยรถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือสถานีรถไฟหว้ากอ
สอบถามรายละเอียดติดต่อ หน่วยบริการเดินทางรถไฟแห่งประเทศไทย
สถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) โทร. 0-2223-7010 , 0-2223-7020
สถานีรถไฟธนบุรี (บางกอกน้อย) โทร. 0-2411-0102
สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ โทร. 0-3261-1175

โดยรถส่วนบุคคล สามารถเลือกเดินทางได้ 2 เส้นทางคือ

เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35) ผ่านจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี เข้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายปิ่นเกล้า-นครชัยศรี (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่านพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี เข้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

การเดินทางเข้าสู่อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ ทำได้โดยขับรถไปตามถนนเพชรเกษม จากสี่แยกประจวบฯ ลงไปทางใต้ อีกประมาณ 16 กิโลเมตร จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 335 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่บ้านหว้าโทน ขับตามทางเข้ามาอีกประมาณ 3.5 กิโลเมตร และข้ามทางรถไฟเข้าสู่อุทยานฯ หรือเดินทาง จากสี่แยกประจวบฯ หลักกิโลเมตรที่ 323 เลี้ยวซ้ายเข้าตัวเมืองประจวบฯ ขับรถตามถนนสละชีพ ผ่านกองบิน 5 (อ่าวมะนาว) จนถึงศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ (แยกไฟแดงคลองวาฬ) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่หมู่บ้านคลองวาฬ ขับรถตามทางจนถึงอุทยานฯ (เส้นทางจากกองบิน 5 – อุทยานฯ ประมาณ 10 กม.)

ติดต่อ : เบอร์โทรศัพท์

ส่วนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

Waghor Aquarium โทร. 0-3266-1098 ต่อ 130, 131 และ 132

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ ประจวบ ( Waghor Aquarium ) ตั้งขึ้นตามแผนหลักของโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สถานที่ท่องเที่ยว เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ และวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลธรรมชาติวิทยาและสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เริ่มดำเนินดารก่อสร้าง…

ศาลหลักเมืองประจวบ ที่ตั้ง : ศาลหลักเมืองจังหวัดประจวบ ถนนสละชีพ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตรงข้า...
14/03/2017

ศาลหลักเมืองประจวบ



ที่ตั้ง : ศาลหลักเมืองจังหวัดประจวบ ถนนสละชีพ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตรงข้ามศาลจังหวัดประจวบ

การเดินทาง : เลี้ยวซ้ายเข้าสี่แยกจังหวัดประจวบ เข้ายังถนนประจวบคีรีขันธ์ หลักกิโลเมตรที่ 323 ระยะทางจากสี่แยกประจวบประมาณ 2 กิโลเมตร ถึงเขาช่องกระจก เลี้ยวขวาเข้าถนนสละชีพอีกประมาณ 100 เมตรก็จะพบกับศาลหลักเมือง

โดยศาลหลักเมืองประจวบสร้างขึ้นในสมัยที่ ร.ต.อำนวย ไทยานนท์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามบรมราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงเปิดศาลหลักเมืองประจวบนี้ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2537 ศาลหลักเมืองชึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานเสาหลักเมือง สร้างเป็นแบบสถาปัตยกรรมสมัยลพบุรี ได้รับการตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับอย่างสวยงาม

ศาลหลักเมืองประจวบเป็นสถานที่ท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวประจวบคีรีขันธ์ ให้ความเคารพและพากันมาสักการะกราบไหว้ขอพรเพื่อความสิริมงคล เพราะถือว่าเป็นมงคล และหลักชัยคู่บ้านคู่เมือง ทำให้ประชาชนอยู่ร่มเย็นเป็นสุข รุ่งเรืองตลอดเวลา

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมยอดชัยหลักเมือง และแผ่นดวงเมือง ตรงกับวันที่ 8 ธันวาคม พุทธศักราช 2536 และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฏราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ประกอบพิธีเปิดศาลหลักเมือง ตรงกับวันที่ 20 สิงหาคม พุทธศักราช 2537 โดยองค์หลักเมือง “จตุโชค” กำเนิดตรงกับวันที่ 29 ธันวาคม พุทธศักราช 2535 ณ เทือกเขาเขตบ้านย่านซื่อ ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีขนาดความสูง 2.74 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง0.37 เมตร สี่เศียร สี่พักตร์ แกะสลักลายไทย ศิลปศรีวิชัยทั้งองค์ และประดิษฐานเป็นการถาวร ตรงกับวันที่ 26 สิงหาคม พุทธศักราช 2536

ศาลหลักเมืองประจวบ   ที่ตั้ง : ศาลหลักเมืองจังหวัดประจวบ ถนนสละชีพ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตรงข้ามศาลจังหวัดประจวบ การเดินทาง : เลี้ยวซ้ายเข้าสี่แยกจังหวัดประจวบ เข้ายังถนนประจวบคีรีขันธ์ หลักกิโลเมตรที่ 323 ระยะทางจากสี่แยกประจวบประมาณ 2 กิโลเมตร ถึงเขาช่องกระจก เลี้ยวขวาเข...

ที่อยู่

Bangkok
10210

เบอร์โทรศัพท์

0908983532

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ รีวิว ที่พัก ร้านอาหาร โรงแรม ที่เที่ยว กินเที่ยวไทยดอทคอมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง รีวิว ที่พัก ร้านอาหาร โรงแรม ที่เที่ยว กินเที่ยวไทยดอทคอม:

ทางลัด

แชร์