26/03/2026
ในเมืองที่เต็มไปด้วยตึกอาคารสูงและจังหวะชีวิตที่เร่งรีบ ต้นไม้ในเมืองมักกลายเป็นฉากหลังสีเขียวที่เราเดินผ่านโดยไม่ทันสังเกต
แต่สำหรับ ซันเดย์-ณฐรัตน์ คงลาภ นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ จุฬาฯ และหนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรม Be Friends To Trees: Urban Forest Bathing Workshop เปิดผัสสะทั้ง 5 อาบป่ากลางจุฬาฯ เติมธรรมชาติใกล้ตัว พบว่า เพียงแค่ได้ลองหยุดนั่งอยู่ใต้ต้นไม้จริง ๆ ก็ทำให้เข้าใจความหมายของพื้นที่สีเขียวและเพื่อนต้นไม้ในเมืองแตกต่างไปจากเดิม
“เราไม่เคยอาบป่ามาก่อน เลยชอบช่วงที่ได้ลองอยู่กับตัวเองไปพร้อม ๆ กับธรรมชาติ ได้ใช้ประสาทสัมผัสสังเกตสิ่งรอบตัว ฟังเสียงที่ปกติไม่ค่อยได้ตั้งใจฟัง แล้วก็ได้เลือกมุมนั่งวาดรูปของตัวเอง พอจบกิจกรรมมีช่วง Tea Ceremony ดื่มชา กินขนม วันนั้นอากาศเย็นสบายมาก เลยยิ่งรู้สึกว่าเป็นประสบการณ์เยียวยาจิตใจที่ดีสำหรับคนเมืองแบบเรา”
กิจกรรม Urban Forest Bathing ที่ Chula Urban Forest จัดขึ้น ได้ชวนให้ผู้เข้าร่วมลองชะลอจังหวะชีวิตลง จากการเดินผ่านพื้นที่สีเขียวอย่างเร่งรีบ มาเป็นการใช้เวลาอยู่ใต้ร่มเงาต้นไม้อย่างตั้งใจ เปิดประสาทสัมผัสทั้งการมอง ฟัง สัมผัส และรับรู้บรรยากาศรอบตัว สิ่งที่น่าสนใจคือ หลายช่วงของกิจกรรมเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่คนเมืองแทบไม่มีโอกาสได้ทำในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น การถอดรองเท้าเดินบนหญ้า
“ปกติเราไม่ค่อยถอดรองเท้าเดินข้างนอก แต่ในกิจกรรมมีช่วงให้ลองเดินเท้าเปล่าบนหญ้า ตอนเท้าโดนหญ้ามันเย็น ๆ แล้วก็จั๊กจี้นิด ๆ พื้นที่ชื้นก็ให้ความรู้สึกสดชื่น ส่วนตรงที่โดนแดดก็อุ่นสบาย สุดท้ายเราชอบมากเลย เลยถอดรองเท้าเดินทั้งกิจกรรม มันเหมือนได้ทำสมาธิไปด้วยโดยไม่รู้ตัว”
การเดินเท้าเปล่าบนพื้นหญ้า หรือที่หลายคนเรียกว่า Grounding เป็นการเชื่อมต่อร่างกายกับธรรมชาติอย่างตรงไปตรงมา ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดความเครียด และทำให้เรากลับมาอยู่กับปัจจุบันได้ง่ายขึ้น
เมื่อถามถึงความแตกต่างระหว่างการเดินผ่านต้นไม้ในชีวิตประจำวัน กับการมานั่งทำกิจกรรมอยู่กับต้นไม้ ซันเดย์เล่าว่าสิ่งที่เห็นชัดที่สุด คือการเริ่มมองเห็นคุณค่าของพื้นที่สีเขียวรอบตัว
“ปกติเราเห็นต้นไม้แล้วก็เดินผ่านไป แต่พอมีกิจกรรมที่ชวนให้ค่อย ๆ สังเกต เราเริ่มเห็นรายละเอียดมากขึ้น ทั้งลักษณะของต้นไม้ หรือความสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อย่างนก กระรอก หรือมด ที่ปกติเราอาจมองข้ามไป กิจกรรมนี้เลยทำให้เราได้มีส่วนร่วมกับพื้นที่รอบตัว และทำให้ในอนาคตเราอยากดูแลหรือใส่ใจกับพื้นที่เหล่านี้มากขึ้น เพราะเป็นพื้นที่ที่เรามีความทรงจำดี ๆ ร่วมอยู่ด้วย
สำหรับเรา พื้นที่สีเขียวไม่ใช่แค่สนามหญ้า แต่คือพื้นที่ที่มีความหลากหลายของพืช ตั้งแต่พุ่มเล็ก ต้นเตี้ย ไปจนถึงต้นไม้ใหญ่ เป็นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตหลายรูปแบบ ถ้าในเมืองมีพื้นที่แบบนี้มากขึ้น เราว่ามันช่วยให้คนเมืองมีที่พัก ได้เชื่อมโยงกับสิ่งรอบตัว เป็นพื้นที่ที่ทั้งคนและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ใช้ร่วมกันได้
เราชอบการได้ออกไปค้นหาอะไรใหม่ ๆ แบบนี้ มันทำให้เราเห็นพื้นที่เดิมในมุมที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน แล้วพอเราเริ่มมีความทรงจำดีกับต้นไม้หรือกับพื้นที่หนึ่ง เราก็อยากกลับมา แล้วก็อยากให้มันอยู่แบบนี้ไปนาน ๆ” ซันเดย์บอกกับเรา
พื้นที่สีเขียวในเมืองอาจดูเหมือนจุดเล็ก ๆ แต่สำหรับคนที่เคยได้ลองเอนหลังพิงต้นไม้ สัมผัสกิ่งใบ หรือแค่นั่งเฉย ๆ ใต้ร่มเงา อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ให้เรากลับมาสนิทกับต้นไม้ในเมืองใหญ่ได้อีกครั้ง
รอติดตามกิจกรรมที่จะพาคุณไปตีสนิทกับต้นไม้ใหญ่ในเมือง ได้ที่หน้าเพจ Chula Urban Forest นะ
-----------------------
Chula Urban Forest โครงการจุฬา-ป่า-เมือง คือคณะทำงานเพื่อดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่จุฬาฯ อย่างเป็นระบบ ทั้งการสำรวจ วิจัย ออกแบบวางผัง และวางแผนดูแลต้นไม้ใหญ่ในระยะยาว เพื่อให้คนและต้นไม้อยู่ร่วมกันได้อย่างร่มเย็นและปลอดภัย
#จุฬาป่าเมือง #ต้นไม้ใหญ่ในเมือง