12/06/2015
มาตามสัญญาค่ะ วันนี้ขอแนะนำทัวร์ที่ลูกค้าหลงไหลในความสวยงามของสถานที่และการเดินทางที่ตื่นเต้นประทับใจ
"รถไฟสายฝันสวิตเซอร์แลนด์ 10 วัน"
รายการทัวร์
วันที่ (1) กรุงเทพ
22.00 คณะผู้ร่วมเดินทางทุกท่านพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารต่างประเทศ ชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 2 เคาน์เตอร์D สายการบินไทย เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการตรวจเช็คสัมภาระและบัตรโดยสารขึ้นเครื่องบินให้ท่าน
วันที่ (2) กรุงเทพ - ซูริค - รถไฟสายกลาเซียร์เอ็กซ์เพรส - เซอร์แมท
00.40 ออกเดินทางสู่ เมืองซูริค Zurich โดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG 970 (เวลาประมาณ 11 ชั่วโมง 45 นาที)
07.25 เดินทางถึงสนามบินซูริค
08.47 นำท่านเดินทางไปยัง เมืองคูร์ Chur (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 31 นาที) เพื่อโดยสาร รถไฟสายกลาเซียร์เอ็กซ์เพรส Glacier Express อันลือชื่อ ที่คนทั่วโลกใฝ่ฝันจะได้สัมผัส ซึ่งมีประวัติมายาวนานถึง 75 ปี ไปจนถึงเมืองเซอร์แมท ระหว่างการเดินทาง ท่านจะได้ชมภูมิประเทศที่งดงามของเทือกเขาแอลป์ มีทั้งอุโมงค์, สะพาน, หุบเหว, สวิสแกรนด์แคนยอน และหุบเขาที่สูงกว่า 2,000 เมตร ตลอดเส้นทางท่านสามารถชมยอดเขาที่ปกคลุมด้วยธารน้ำแข็ง ที่พาดผ่านในกลางเทือกเขาแอลป์ (นั่งรถไฟประมาณ 5 ชั่วโมง 44 นาที) สู่ เซอร์แมท Zermatt เพลิดเพลินกับวิวสองข้างทาง ชมบ้านหลังเล็กๆ เรียงรายอยู่ตามเนินเขาดูน่ารักจนเก็บรูปภาพได้อย่างไม่มีเบื่อ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันบนรถไฟสายกลาเซียร์ฯ แนะนำให้เตรียมอาหารง่ายๆ เช่น แซนด์วิช หรือ อาหารแห้งไว้รับประทานบนรถไฟ หรือสั่งอาหารจากตู้เสบียงก็ได้ แต่ราคาค่อนข้างสูง (ไม่รวมในค่าบริการ)
17.10 เดินทางถึง เมืองเซอร์แมท Zermatt เมืองตากอากาศที่สวยงามดุจสวรรค์บนดิน ตั้งอยู่บนความสูงกว่า 1,620 เมตร (5,350 ฟุต) เป็นเจ้าของยอดเขาแมทเธอร์ฮอร์น สัญลักษณ์ของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเมืองซึ่งสงวนสถานที่ไว้ให้มีแต่อากาศบริสุทธิ์ โดยห้ามรถที่ใช้แก๊สและน้ำมันเข้ามา นอกจากรถไฟฟ้า และรถม้าที่มีไว้บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งท่านจะประทับจากประสบการณ์ในการเดินทางครั้งนี้
จากนั้นนำท่านเช็คอินเขาสู่ที่พัก
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร ตามอัธยาศัย (ไม่รวมในค่าบริการ)
พักที่ DERBY HOTEL 3*, ZERMAT
วันที่ (3) เซอร์แมท - นั่งกระเช้าขึ้น แมทเธอร์ฮอร์น - เซอร์แมท - อินเตอร์ลาเก้น
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
07.52
นำท่านนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติของภูเขาสูงชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของสวิส ระหว่างการเดินทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์แบบสวิสเซอร์แลนด์แท้ๆ ที่มีทุ่งหญ้าอันเขียวขจี ดอกไม้ป่าบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ หรือใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ล่วงบ้านหลังน้อยใหญ่ปลูกแบบน่ารักๆ ทรงสวิสชาเลต์ ฝูงวัวพื้นเมืองที่กระจัดกระจายแทะเล็มหญ้าอยู่ทั่วบริเวณ ลำธารน้ำธรรมชาติเล็กๆ ที่ใสสะอาดและฉากหลังที่มีภูเขาหิมะตั้งตระหง่านขาวโพลน ซึ่งจะทำให้คณะได้รับความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง (นั่งรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมง 21 นาที)
09.49
เปลี่ยนเป็นรถไฟสายภูเขาที่ สถานีไคลน์ไชเด็ก Kleine Scheidegg รถไฟที่จะนำท่านเดินทางลอดอุโมงค์ที่ชาวสวิสฯ ได้ขุดเจาะไว้ที่ความสูงถึง 3,464 เมตร(ใช้เวลาประมาณ 52 นาที) แล้วนำคณะลงรถไฟ ณ “สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป” Top of Europe “บน ยอดเขาจุงเฟรา” Jungfraujoch ซึ่ง มีความสูง 4,158 เมตร (13,642 ฟุต) นักท่องเที่ยวหลายๆ คนบอกว่าที่นี่สวยงามดุจดินแดนแห่งสวรรค์ เพราะยอดเขาแห่งนี้ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปีทำให้ในปี 2001 องค์การยูเนสโก้ UNESCO ประกาศให้ยอดเขาจุงเฟราเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป
บ่าย
นำท่านกลับสู่ เมืองเซอร์แมท Zermatt อันแสนน่ารัก เพื่อเดินเที่ยวชมเมืองอันเงียบสงบ และทรงเสน่ห์ มีร้านรวงมากมายเปิดคอยให้บริการนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น ร้านของที่ระลึก ผับ บาร์ และร้านเสื้อผ้ามากมาย เหมาะสมที่จะเดินเล่นเตร็ดเตร่ยิ่งนัก ที่นีเราไม่สามารถจะหารถที่ใช้น้ำมันได้เลย จะมีก็เฉพาะรถที่ใช้ไฟฟ้าเท่านั้น เนื่องจากคนที่นี่เขาหวงแหนและรักษาธรรมชาติ สภาพแวดล้อมยิ่งนัก และสาเหตุนี้เองที่ทำให้ เซอร์แมทยังสวยงามและครองใจนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน
15.30
นำท่านเดินทางโดยรถไฟต่อสู่ เมืองอินเตอร์ลาเก้น Interlaken เมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอร์ลันด์ เมืองตากอากาศสวยงามพร้อมทะเลสาบ 2 แห่งนั่นคือทะเลสาบธูน Thunersee และ ทะเลสาบเบรียนส์ Brienzersee เสมือนประหนึ่งเมืองแห่งนี้ถูกโอบล้อมอยู่ในอ้อมกอดของหุบเขาและสายน้ำ สีฟ้าครามสดใสของทะเลสาบจะทำให้ท่านรู้สึกสดชื่น ท่ามกลางเทือกเขาน้อยใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านจะได้เห็นยอดเขาจุงเฟราอันลือชื่อ , นาฬิกาดอกไม้ , สถานคาสิโน ฯลฯ ตรงนี้แหละคือสวิสฯ แบบสุดสุด อย่างที่หลายคนยังไม่เคยได้สัมผัส และยังใช้เป็นฉากภาพยนต์ไทยเรื่อง “ วันนี้ที่รอคอย (นั่งรถไฟประมาณ 2 ชั่วโมง 14 นาที)
เย็น จากนั้นพาท่านชมเมือง ด้วยการเดินเที่ยว และ การใช้รถประจำทาง ปิดท้ายด้วยการช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำพื้นเมืองที่ภัตตาคาร ตามอัธยาศัย (ไม่รวมในค่าบริการ)
พักที่
MERKUR HOTEL 3*, INTERLAKEN
วันที่ (4) อินเตอร์ลาเก้น - พิชิตยอดจุงเฟรา(สูงที่สุดในยุโรป) - ถ้าน้ำแข็ง1,000 ปี - ลูเซิร์น
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำคณะเดินทางสู่สถานีกระเช้าลอยฟ้า จากนั้นให้คณะได้ตื่นตาตื่นใจกับการ “นั่งกระเช้า CABLE CAR” ขึ้นพิชิต “ยอดเขาไคลน์แมทเธอร์ฮอร์น Klein Matterhorn” ซึ่งมีความสูงกว่า 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ตื่น ตาตื่นใจกับยอดเขาแมทเธอร์ฮอร์น Matterhorn ซึ่งท่านสามารถเห็นอยู่แค่เอื้อม ชื่นชมกับทิวทัศน์เหนือม่านเมฆ เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามของหิมะซึ่งปกคลุมยอดเขาตัดกับสีฟ้าเข้มของท้องฟ้า
นำท่านสู่ลานหิมะอันกว้างใหญ่ สนุกสนานกับการเล่นหิมะและชม “ ยอดเขาเมทเธอร์ฮอร์น ” ยอดเขาทรงปิรามิดที่มีปลายคุ้มงอเหมือนตะขอแปลกตาจนราชาการ์ตูนวอล์ทดีสนีย์นำไปเป็นแบบเครื่องเล่นบิ๊กธันเดอร์ Big Thunder ในสวนสนุกดีสนีย์แลนด์ จากนั้นให้ท่านได้สนุกสนานกับการเล่นหิมะ และถ่ายรูป จากชื่นชมความงามของทิวทัศน์
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ที่ภัตตาคารบนยอดเขาไคลน์แมทเธอร์ฮอร์น ตามอัธยาศัย
13.00 ได้เวลาสมควรจากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปสู่เมืองลูเซิร์น ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวที่ผู้คนกล่าวขานถึง “บรืนนิกพาส” ด้วยวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบ และทิวเขาน้อยใหญ่ที่มีหน้าผาและโตรกธาร น้ำตกอีกฟากฝั่งที่มีให้ชมอย่างตื่นตาเกือบตลอดเส้นทางรถไฟที่เลียบเลาะไปตามไหล่เขา สันเขา และอุโมงค์สั้นๆ สายนี้สู่ เมืองลูเซิร์น Lucerne (86 กม. 2.5 ชม)
เมืองลูเซิร์นตั้งที่อยู่เกือบใจกลางประเทศ โดยตั้งอยู่ฝั่งค้านตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลสาบลูเซิร์น ที่มีชื่อเรียกว่า ทะเลสาบสี่แคว้นแดนป่าไม้ Lake of the Four Forest Cantons ตรงบริเวณ ปากแม่น้ำรอยซ์ Reuss River เมืองนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่อยู่ด้านตะวันออกเป็นเมืองเก่ามี อายุกว่า 500 ปีแล้ว (ผังเมืองของ ประเทศในยุโรปมักจะมีการอนุรักษ์ส่วนเมืองเก่าทั้งนั้นทุกประเทศ เขาจะไม่ยอมให้สร้างอาคารใหม่ๆหรืออาคารสูง สร้างขึ้นในเขตเมืองเก่าที่อนุรักษ์ไว้ เขาจะแยกส่วนเมืองใหม่ออกจากกันเลย ไม่ว่าจะเป็นส่วนธุรกิจ ส่วนพักอาศัย หรือแม้แต่เมืองตากอากาศก็ยังสร้างเป็นเมืองใหม่) ส่วนที่อยู่ทางด้านตะวันตกเป็นเมืองที่สร้างภายหลัง อาคารบ้านเรือนเป็นแบบสมัยใหม่ แต่ก็ยังมีร่องรอยของการเป็นหัวเมืองโบราณที่ปรากฏให้เห็นทุกมุมเมือง ในอดีตลูเซิร์นเป็นเมืองเก่าที่ปกครองตนเอง แต่ได้รวมเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับประเทศสวิสเซอร์แลนด์มาตั้งแต่ ค.ศ.1332
17.55 เดินทางถึง เมืองลูเซิร์น Luzern ซึ่งเป็นอดีตหัวเมืองโบราณของสวิสเซอร์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ เป็นดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า หลังคาแห่งทวีปยุโรป The roof of Europe เพราะนอกจากจะมีเทือกเขาสูงเสียดฟ้าอย่างเทือกเขาแอลป์แล้ว ก็ยังมี ภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตามเนินเขาและไหล่เขา สลับแซมด้วยดงดอกไม้ป่าและทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม สำหรับเลี้ยงสัตว์ และเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่านักท่องเที่ยวบันทึกภาพไว้มากที่สุด
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร ตามอัธยาศัย
พักที่ FLORA HOTEL 4*, LUCERNE หรือเทียบเท่า
วันที่ (5) ลูเซิร์น - ยอดเขาริกี้ - ลูเซิร์น
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
09.00 จากนั้นนำท่านลงเรือไปยัง สถานีรถไฟเว้กกิช Weggis เพื่อนั่งรถรางไปยัง ยอดเขาริกี้ Rigi Peak ราชินีแห่งขุนเขาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างทางชมวิวทิวทัศน์อันตระการตาสองข้างทางกับทะเลสาบน้อยใหญ่ถึง 13 แห่ง จนมาถึงปลายทางที่สถานียอดเขา ให้ท่านมีเวลาเก็บภาพความประทับใจกับวิวทิวทัศน์อันแสนสวยของทะเลสาบแห่งสี่เมืองจนเต็มอิ่ม
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ตามอัธยาศัย (ไม่รวมในค่าบริการ)
บ่าย สมควรแก่เวลา นำท่านลงจากยอดเขาโดยกระเช้าลอยฟ้า สู่ท่า Vitznau จากนั้นลงเรือกลับสู่ลูเซิร์น (ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 58 นาที )
เย็น รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคาร
พักที่ AMERON HOTEL FLORA 4*, LUCERNE
วันที่ (6) ลูเซิร์น - อนุสาวรีย์สิงโต - จัตุรัสชวาเน่นพลัทซ์ - ช้อปปิ้งพื้นเมือง - ล่องเรือชมความสวยงามของน้ำตกไรน์ “ROCK CRUISE” - ซูริค
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
i
08.00
นำคณะไปถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์สิงโต Lion Monument อนุสรณ์รำลึกถึงการเสียชีวิตของทหารสวิสฯ ผู้ถวายการอารักขาแด่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ในสงครามปฏิวัติใหญ่ฝรั่งเศส นำท่านเดินชมเมืองเก่าเดินข้าม สะพานไม้คาเปล Kapellbrucke ที่มีชื่อเสียงที่สุดของลูเซิร์น ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาคลุมตลอด ทอดตัวข้าม แม่น้ำรุซซ์ Reuss ซึ่งสร้างมากว่า 660 ปี เพื่อเชื่อมเขตเมืองใหม่ในฝั่งใต้และเขตเมืองเก่าในฝั่งเหนือ สะพานแห่งนี้เคย ถูกไฟไหม้เมื่อปี 1993 แต่ก็ได้บูรณะใหม่จนมีสภาพใกล้เคียงของเดิม อิสระตามอัธยาศัยกับการเที่ยวชมบรรยากาศของเมือง ฯลฯ (ระยะทาง ประมาณ 1.3 กม. )
นำท่านเดินทางเข้าสู่บริเวณจัตุรัสใจกลางเมือง ชวาเน่นท์พลัทซ์ Schwanenplatz ให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าขึ้นชื่อของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ นานาชนิด อาทิ มีดพับสวิสฯ ,ช็อคโกแล็ต ,ของซูวีเนียร์ต่างๆ และที่ท่านไม่ควรพลาดคือ นาฬิกายี่ห้อต่างๆ ที่มีชื่อเสียงของสวิสเซอร์แลนด์ จากร้านตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาชื่อดัง อาทิ บุคเคอเรอร์, กูบเบอลิน, เอ็มบาสซี่ ฯ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
13.00 ออกเดินทางดดยรถไฟไปยัง เมือง ชาฟฟ์เฮาเซิน Schaffhausen ในสวิสเซอร์แลนด์ เป็นเมืองที่ติดกับเยอรมัน เป็นเมืองเก่า มีป้อมปราการ มีพิพิธภัณฑ์ และสถาปัตยกรรมเก่าๆที่สวยงาม น่าชมมากมาย เปรียบเสมือนเมืองชนบทของสวิสเซอร์แลนด์
14.50 สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่โดยการ “ ล่องเรือชมความสวยงามของน้ำตกไรน์ Rhine Fall” น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งเกิดจากแม่น้ำไรน์สายน้ำนานาชาติที่สำคัญที่สุดในยุโรป แม่น้ำแห่งนี้เกิดขึ้นจากการละลายของหิมะจากเทือกเขาแอลป์เริ่มจากเป็นลำธารเล็กๆ ผ่านลิคเท่นสไตน์เข้าสู่ทะเลสาบคอนสะแต้นที่กั้นพรหมแดนระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับเยอรมันนี ส่วนที่ล้นไหลออกจากทะเลสาบคอนสแตนท์ก่อกำเนิดแม่น้ำไรน์สายใหญ่ไหลผ่านหน้าผาสูงชันที่เมืองซาฟเฮาส์เซ่นเกิดเป็น“น้ำตกไรน์ที่สวยงามที่สุดในยุโรปกลาง”
เย็น สมควรแก่เวลา นำคณะเดินทางกลับเมืองซูริค Zurich นำชม เมืองซูริค Zurich เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของสวิตเซอร์แลนด์
ชมความงามของ ย่านเมืองเก่าซูริคบนฝั่งแม่น้ำลิมัต ชมโบสถ์เฟรามืนส์เตอร์ โบสถ์โกรสมืนส์เตอร์ ชมบรรยากาศของเมืองเรียบแม่น้ำลิมแม็ท บริเวณถนน “ลิมแม็ทคีย์”
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
พักที่ ST. GOTTHARD HOTEL 4*, LUCERNE
วันที่ (7) ซูริค - เซ็นต์กัลเลน - อัพเพนเซล - ลิกเทนสไตน์ - วาดูซ - ซูริค
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
08.30 ออกเดินทางสู่เขตรัฐอิสระ ลิกเทนสไตน์ Lichtenstein ทางรถไฟ ชม เมืองวาดูซ Vaduz เมืองหลวงแห่งรัฐ ให้ท่านได้เดินเล่นชมเมืองหลวงที่เล็กที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ได้ชื่อว่าร่ำรวยที่สุดเมืองหนึ่ง มีอายุกว่า 300ปี มีถนนหลักอยูเพียงสายเดียวซึ่งสามารถมองเห็นปราสาทของเจ้าผู้ครองนครโดดเด่นอยู่บนเนินเขา ชมบ้านเรือน และย่านการค้าเลือกซื้อสินค้าที่ระลึก เช่น แสตมป์ หรือนาฬิกา ของแต่งบ้านเป็นต้น สมควรแก่เวลานำท่านเดินกลับซูริค
เที่ยง อิสระรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย (ไม่รวมในค่าบริการ)
บ่าย จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ย่านช็อปปิ้งใจกลางเมืองซูริค ชมร้านค้าอันทันสมัยกับสินค้าแบรนด์เนมบนถนนบานฮอฟสตรั้สเซ่ เลือกซื้อช็อคโกแลตสปรุงลี่ฝากคนที่บ้าน
อิสระให้ท่านเดินเล่นช๊อปปิ้งสินค้าตามอัธยาศัย พร้อมเก็บสัมภาระที่ฝากไว้ที่โรงแรม
16.00 เดินทางสู่เมือง ไซออน Zion (ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น
พักที่ HOTEL in VETROZ, SION หรือเทียบเท่า
วันที่ (8) ไซออน - โลซานน์ - มองเทรอซ์ - ไซออน
เช้า รับประทานอาหารเช้า
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโลซานน์ Lausanne โดยรถไฟ นำท่านชม เมืองโลซานน์ ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของทะเลสาบเจนีวา เมืองโลซานน์นับได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์โดยธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ในสมัยที่ชาวโรมันมาตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณริมฝั่งทะเลสาบที่นี่ เนื่องจากเมืองโลซานน์ตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งทะเลสาบเจนีวา จึงมีความสวยงามโดยธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่สวยงาม และอากาศที่ปราศจากมลพิษ จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาพักผ่อนตากอากาศที่นี่ เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญสำหรับชาวไทยเนื่องจากเป็นเมืองที่เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จย่า
จากนั้นนำท่านชม สวนสาธารณะที่มีรูปปั้นลิง 3 ตัว ปิดหู ปิดปาก ปิดตา อันเป็นสถานที่ทรงโปรดของในหลวงเมื่อทรงพระเยาว์ และถ่ายรูปกับ ศาลาไทย Thai Pavillion ที่รัฐบาลไทยส่งไปตั้งในสวนสาธารณะของเมืองโลซานน์ เมื่อปี 2550 เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญสองวาระ คือ วโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และการดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและสมาพันธรัฐสวิสครบ 75 ปี โดยเลือกเมืองโลซานเป็นสถานที่จัดสร้างศาลาไทย เพราะเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นสถานที่ที่พระมหากษัตริย์ไทยสองพระองค์ คือรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ประทับพร้อมด้วยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในช่วงปี 2476-2494 เป็นเวลาถึง 18 ปี ก่อนเสด็จนิวัตประเทศไทยเป็นการถาวร ศาลาไทยที่เมืองโลซาน เป็นศาลาไม้แบบจตุรมุข มียอดมณฑป ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 6 เมตร สูง 16 เมตร ก่อสร้างด้วยไม้เนื้อแข็งและไม้สัก ตามลักษณะการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรมไทยแบบโบราณ มีความเป็นเลิศด้านสถาปัตยกรรมและงานช่างไทย ประกอบด้วย งานเข้าไม้ งานจำหลักลาย งานปิดทองประดับกระจก งานเขียนลายรดน้ำ เป็นต้น งานก่อสร้างศาลาไทยทั้งหลังและการทำพื้น ฐานและบันไดด้วยหินแกรนิตเป็นความรับผิดชอบของผู้ดำเนินการก่อสร้างฝ่ายไทย โดยนำหินทั้งหมดมาจากประเทศไทยด้วย
จากนั้น นำท่านไปตามรอยพระบาทในหลวง ไปยัง โรงเรียน มหาวิทยาลัย ที่ประทับ ครั้งเท่อทรงพระเยาว์คราวเสด็จมาประทับยังเมืองโลซานน์ พร้อมสมด็จย่า
นำท่านเดินชม โรงเรียนที่พระองค์เคยศึกษาในชั้นประถมชื่อ Ecole Nouvelle de la Suisse Romande และ มหาวิทยาลัยโลซานน์ Lausanne University ที่ปัจจุบันย้ายออกจากที่เดิมไปแล้วนั้น ตำแหน่งเดิมนั้นปัจจุบันที่ตรงนั้นเรียกว่า Palais de Rumine
เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุยเดชมีพระชนมายุได้ ๕ พรรษา ได้เสด็จเข้ารับการศึกษาชั้นต้น ณ โรงเรียนมาแตร์ เดอี กรุงเทพฯ จนถึงพุทธศักราช ๒๔๗๖ จึงเสด็จไปประทับ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี พระเชษฐภคินีและพระเชษฐา เพื่อทรงศึกษาต่อในชั้นประถมศึกษา ในโรงเรียนเมียร์มองต์ ทรงศึกษาวิชาภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมันและภาษาอังกฤษ จากนั้นทรงเข้าศึกษาชั้นมัธยมศึกษา ณ เอกอล นูแวล เดอ ลา ชืออิส โรมองต์ เมืองแชลลี ชือ โลซานน์ ทรงได้รับประกาศนียบัตรทางอักษรศาสตร์จาก ยิมนาส กลาชีค กังโดนาล แห่งเมืองโลซานน์ แล้วทรงเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยโลซานน์ โดยทรงเลือกศึกษาในแขนงวิชาวิศวกรรมศาสตร์
จากนั้นนำท่านไปผ่านชม สถานที่ที่ทรงประทับเมื่อสมัยที่ยังทรงพระเยาว์ ที่ตั้งอยู่บนถนน Tissot ที่ อพาร์ทเม้นท์หมายเลข 19
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองมองเทรอซ์ Montreux เมืองตากอากาศที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา ได้ชื่อว่าริเวียร่าของสวิส ชมความสวยงามของทิวทัศน์ บ้านเรือนริมทะเลสาบ (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที)
นำท่านถ่ายรูปกับ ปราสาทชิลยอง Chillon Castle ปราสาทโบราณอายุกว่า 800 ปี สร้างขึ้นบนเกาะหินริมทะเลสาบเจนีวา ตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอำนาจโดยราชวงศ์ SAVOY โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมการเดินทางของนักเดินทางและขบวนสินค้าที่จะสัญจรผ่านไปมาจากเหนือสู่ใต้หรือจากตะวันตกสู่ตะวันออกของสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นเส้นทางเดียวที่ไม่ต้องเดินทางข้ามเทือกเขาสูงชัน ปราสาทแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนด่านเก็บภาษีซึ่งเอาเปรียบชาวสวิสมานานนับร้อยปี ปราสาทแห่งนี้จึงเป็นอนุสาวรีย์แห่งความเกลียดชังของชาวสวิส ในปี ค.ศ.1530 เกิดการต่อต้านการเอารัดเอาเปรียบของราชวงศ์ SAVOY โดยมีคนหนุ่มเลือดร้อนแห่งเจนีวา 3 คน ได้เป็นผู้นำต่อต้าน แต่ท้ายที่สุดคนหนึ่งถูกจับประหารชีวิต คนหนึ่งหนีหายไป ส่วนอีกคนหนึ่ง ถูกจับขังคุกล่ามโซ่ไว้ที่ปราสาทชิลยองนานถึง 4 ปี ก่อนที่ราชวงศ์ SAVOY จะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงจากกองทัพแห่งเบิร์นในปีค.ศ.1536
17.30 สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางกลับบ้านพัก ยังเมืองไซออน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
พักที่ HOTEL in VETROZ, SION หรือเทียบเท่า
วันที่ (9) ไซออน - เจนีวา - ซูริค - กรุงเทพ
เช้า รับประทานอาหารเช้า
08.30 เวลานำท่านเดินทางสู่ เจนีวา Geneva (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 53 นาที) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญมากเป็นอันดับต้นๆของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตัวเมืองนั้นตั้งอยู่บริเวณที่ทะเลสาบเจนีวาไหลเข้ารวมกับแม่น้ำโรห์น (Rhone river) โดยทะเลสาบเจนีวานั้นตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ เป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของทวีปยุโรปกลาง รองจากทะเลสาบบาลาต้นในประเทศฮังการี สำหรับ กรุงเจนีวา ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองนานาชาติ (Global City) เนื่องจากเป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างชาติสำคัญๆ หลายองค์กร เช่น สำนักงานใหญ่ขององค์การสหประชาชาติประจำทวีปยุโรป, องค์การอนามัยโลก (WHO), องค์การการค้าโลก (WTO) เป็นต้น นอกจากนี้แล้วกรุงเจนีวายังเป็นสถานที่จัดตั้งองค์การสันนิบาตชาติ ใน ค.ศ. 1919 และกาชาดสากล ใน ค.ศ. 1864
นำท่านชม น้ำพุเจดโด Jet d'Eau Fountain กลางทะเลสาบเลคเลมังค์ น้ำพุที่ได้รับการยอมรับว่าสูงและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และยังเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรุงเจนีวา โดยสามารถมองเห็นได้จากทุกจุดในเมือง น้ำพุเจดโดเป็นน้ำพุที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น "สัญลักษณ์ของกรุงเจนีวา" โดยน้ำพุสามารถพุ่งได้สูงสุดประมาณ 140 เมตร (459 ฟุต) น้ำพุถูกติดตั้งในปี 1886 นักท่องเที่ยวที่มาเยือนและมีโอกาสล่องเรือมาในทะเลสาบเจนีวามักไม่พลาดที่จะมาชมน้ำพุด้วยเช่นกัน
นำท่านแวะชมและถ่ายภาพกับ นาฬิกาดอกไม้ที่สวนอังกฤษ Jardin Anglais ริมทะเลสาบเจนีวา ซึ่งบ่งบอกถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกา
จากนั้นอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม ซึ่งมีร้านค้ามากมายรายล้อมรอบสวนดอกไม้ไม่ว่าจะเป็น LOUIS VUITTON, PRADA, BALLY, GUCCI หรือจะเลือกชมนาฬิกายี่ห้อดังที่ผลิตในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทั้ง ROLEX, OMEGA, CHOPARD, TAG HEUER, PATEK PHILIPPE, LONGINES ซึ่งมีร้านจำหน่ายมากมายเช่นกัน
11.00 รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
12.00 หลังอาหารกลงวัน นำท่านเดินทางสู่สนามบินซูริค (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที)
15.45 ออกเดินทางสู่กรุงซูริค โดย สายการบิน Swiss Global Airlines เที่ยวบิน LX 2813
16.40 เดินทางถึงสนามบินกรุงซูริค รอเปลี่ยนเครื่องกลับกรุงเทพ
17.45 ออกเดินทางกลับกรุงเทพ โดย สายการบิน Swiss Air เที่ยวบิน LX 180 (บริการอาหารเย็นบนเครื่อง)
วันที่(10) กรุงเทพ
09.30 เดินทางถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ