15/01/2026
เจอบทความดีๆ มาแบ่งกันครับ
สำหรับผมแล้ว การเล่นกอล์ฟอาชีพ เริ่มต้นมาจากแรงผลักดันจากครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ กอล์ฟ ไม่ได้เป็นแค่กีฬา แต่ยังเป็นใบเบิกทางสู่การศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกได้ หรือเป็นอาชีพ ที่สามารถเล่นได้ระยะยาวเช่นกัน
Golf Travel Expert ได้ทำงานใกล้ชิดกับสถาบันระดับโลกเช่น IMG Academy เพื่อช่วยทำให้ความฝันของเยาวชนทุกคนเป็นจริง
หากมีข้อสงสัยประการใดสามารถแอด LINE หรือโทรหาคุณบอมบ์ได้ที่ 091-444-9497 ครับ
#ทัวร์ตีกอล์ฟ
#ตีกอล์ฟดานัง
#ตีกอล์ฟเวียดนาม
#ตีกอล์ฟคุนหมิง
#ตีกอล์ฟไหโข่ว
#ตีกอล์ฟเมืองจีน
@@@… ทำไมนักกอล์ฟสาวจากเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ไม่นิยมออกไปแข่งในแอลพีจีเอทัวร์????? …@@@
…
…
…
… กอล์ฟ “แอลพีจีเอ ทัวร์ ฤดูกาล 2026” กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 29 ม.ค.นี้แล้วนะครับกับรายการ “ฮิลตัน แกรนด์ แวคเคชั่น ทัวร์นาเม้นท์ ออฟ แชมเปี้ยน” ที่เลคโนน่ากอล์ฟแอนด์คันทรี่ คลับ รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 29 ม.ค.- 1 ก.พ. ชิงเงินรางวัลรวม 2.10 ล้านเหรียญฯ
… เคยนึกแปลกใจกันบ้างมั้ยครับว่า ทำไมโปรสาวจากเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ถึงมาแข่งในแอลพีจีเอ ทัวร์ น้อยมาก ทั้ง ๆ ที่ในทัวร์ของทั้งสองประเทศคือ “เคแอลพีจีเอ”(KLPGA) และ “เจแอลพีจีเอ” (JLPGA) มีนักกอล์ฟที่อยู่แรงค์กิ้งที่สามารถมาลงแข่งในทัวร์ใหญ่ที่สุดของโลกได้อย่างสบาย ๆ
… เหตุผลก็คือ ส่วนใหญ่สาว ๆ เหล่านี้ค่อนข้างจะ “ติดบ้าน” ไม่ชอบออกไปแข่งต่างประเทศ อาจจะเป็นเพราะไม่ค่อยจะสันทัดภาษาอังกฤษด้วย (นักกอล์ฟสาวของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่พูดภาษาอังกฤษได้ในระดับดีมีไม่เยอะนะครับ) และที่สำคัญก็คือเงินรางวัลจากทัวร์ในเกาหลีใต้และญี่ปุ่นนั้นสูงมาก เรียกว่าแค่ได้แชมป์ในประเทศในแต่ละปีก็แทบจะไม่อยากออกไปแข่งนอกบ้านกันแล้ว
… มาดูกันครับว่าเงินรางวัลใน “เคแอลพีจีเอ” (KLPGA) นั้นสูงขนาดไหน?
…. ใน KLPGA Tour 2026 มีเงินรางวัลรวมทั้งฤดูกาลประมาณ 34.7 พันล้านวอน (ประมาณกว่า 700 ล้านบาท)ในหนึ่งฤดูกาลมี 31 รายการ มีเงินรางวัลอย่างต่ำ 1 พันล้านวอนขึ้นไปต่อรายการ (ประมาณ 26-30 ล้านบาทขึ้นไป) ถ้าเป็นรายการใหญ่ระดับสูงสุดหรือว่าเป็นเมเจอร์ของเคแอลพีจีเอ ก็จะสูงถึง 1.5 พันล้านวอน(ประมาณ 40 ล้านบาท) แชมป์จะได้รับเงินเฉลี่ยต่อหนึ่งรายการปรกติก็คือ 200-350 ล้านวอน(ประมาณ 5-10 ล้านบาทเท่านั้นเอง!!!) อืมมมมม… นะ
… ส่วนใน “เจ แอลพีจีเอ”(JLPGA) ของญี่ปุ่นนั้น เงินรางวัลของรายการส่วนใหญ่อยู่ประมาณ 100 – 120 ล้านเยน ต่อรายการ 100 ล้านเยนก็ประมาณ 27-30 ล้านบาท (จะมากหรือน้อยกว่านี้ก็ขึ้นอยู่กับสปอนเซอร์ในแต่ละรายการ) แชมป์จะได้ประมาณ 18-25 ล้านเยน(ประมาณ 5-6 ล้านบาท) ต่อรายการปรกติ แต่ถ้าเป็นรายการใหญ่ก็จะได้ถึง 30-36 ล้านเยน(ประมาณ 8-10 ล้านบาท) โอ้… แม่เจ้า!!!
… ก็ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดโปรสาวเกาหลีใต้และโปรสาวญี่ปุ่น ถึงไม่ค่อยอยากออกมาโลดแล่นบนโลกกว้าง
มากนัก อย่ามาเทียบเงินรางวัลกับทัวร์ TLPGA หรือว่าไทยแอลพีจีเอทัวร์ เชียวหนา โปรกอล์ฟสาวไทยแทบจะน้ำตาร่วง เต็มที่ก็ 2 แสนบาท โปรไทยที่เก่ง ๆ จึงหาทางไปเล่นในเอเชี่ยนทัวร์กันทั้งนั้น ทั้งในญี่ปุ่น, จีน, ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ก็เนื่องมาจากเงินรางวัลสูงกว่าในประเทศไทยนั่นเอง
… เรื่องนี้ภาครัฐของเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะเขามองเห็นการประชาสัมพันธ์ประเทศได้ผ่านการกีฬา ส่วนบ้านเรานั้น “บิ๊กรัง” #นายรังสฤษฏิ์ลักษิตานนท์ นายกสมาคมกอล์ฟอาชีพฯ บ่นแล้ว บ่นอีก ก็ยัง “ไม่มีเสียงตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก” เหมือนเดิม!!
… แต่ไม่ใช่ว่าการคว้าแชมป์ในประเทศของทั้งเกาหลีใต้และญี่ปุ่นจะเป็นเรื่องง่ายนะครับ บอกเลยว่าโคตรยากกว่าจะได้แชมป์แต่ละสนาม ซึ่งสนามในเกาหลีใต้ และญีปุ่่นนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นสนามภูเขา ร่างกายต้องแข็งแรงมาก เพื่อเดินให้จบในแต่ละรอบ ในแต่ละรายการ กว่าจะแข่งจบฤดูกาลก็โหดไม่แพ้ในแอลพีจีเอ ทัวร์ จะสังเกตได้ว่าโปรสาวจากเกาหลีใต้ และญี่ปุ่นนั้น ขาแข็งแรงมาก และเมื่อเจอสนามแบบปรกติ โปรสาวสองชาตินี้ก็ลูบปากกันไปเลยทีเดียว
… ทีนี้เรามาดูกันครับว่าใน แอลพีจีเอ ทัวร์ นั้นมีเงินรางวัลเท่าไร?
… เงินรางวัลรวมทั้งฤดูกาลของ แอลพีจีเอ ทัวร์ อยู่ที่ประมาณ 131-133 ล้านเหรียญสหรัฐ(ประมาณ 4 พันล้านบาท) ส่วนในรายการปรกติที่มี 32 รายการนั้นจะเฉลี่ยอยู่ที่รายการละ 2-3 ล้านเหรียญ(ประมาณ 60-90 ล้านบาท) แต่บางรายการก็มากกว่านี้นะครับเช่นในรายการที่ 7 ของฤดูกาล 2026 “อรามโก้ แชมเปี้ยนชิพ” ที่สนามชาโดว์ ครีค กอล์ฟ คอร์ส เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาด้า ประเทศสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 2-5 เม.ย. ที่เงินรางวัลรวมสูงถึง 4 ล้านเหรียญฯ
… แชมป์ในแต่ละรายการของแอลพีจีเอ ทัวร์ ก็จะรับเงินประมาณ 3 แสนถึง 4.5 แสนเหรียญฯ (ประมาณ 9-13 ล้านบาท) ไม่รวมถึงรายการเมเจอร์ซึ่งเงินรางวัลจะมากขึ้นไปอีก
… แม้ว่าในแอลพีจีเอทัวร์ จะมีเงินรางวัลสูงกว่าทั้งเคแอลพีจีเอ และเจแอลพีจีเอทัวร์ ถึงระดับสิบล้านบาทหรือร้อยล้านบาทต่อรายการก็ตาม แต่สาวเกาหลีใต้และสาวญี่ปุ่นก็ยังชอบที่จะแข่งในทัวร์ของบ้านตัวเองมากกว่าอยู่ดี เพราะถ้าเป็นนักกอล์ฟระดับท็อป 30-50 ของประเทศ ก็ยังมีรายได้เท่ากับไปแข่งในแอลพีจีเอทัวร์ แต่ความเสี่ยงน้อยกว่า
… เพราะว่าถ้าจะไปโลดแล่นในแอลพีจีเอทัวร์ คุณจะต้องมีค่าเดินทางในแต่ละสนามที่ทำการแข่งขัน บางทีแต่ละรายการนี่เดินทางข้ามทวีปกันเลยนะครับ นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายของทีมงานอีกทั้งโค้ช, โค้ชฟิตเนส, แคดดี้ และล่าม(อย่างที่ทราบกันกันดีว่าสาวเกาหลีใต้และสาวญี่ปุ่นนั้น ไม่ได้เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษกันเสียทุกคน บางคนพูดอังกฤษไม่ได้เลยก็มี) เป็นต้น
… อีกความเสี่ยงก็คือ “ไม่ผ่านตัดตัว” เพราะถ้าไม่ผ่านรอบนี้ก็เท่ากับว่าไม่ได้เงินสักบาท แต่ต้องเสียค่าสมัครแข่ง, ค่าที่พัก, ค่าอาหาร, ค่าเดินทางไปฟรี ๆ แต่ถ้าแข่งในบ้านอย่าลืมว่าเธอเหล่านั้นมีสปอนเซอร์แน่น และเป็นซูเปอร์สตาร์ของประเทศ แต่ถ้าไปอยู่ในทัวร์ แอลพีจีเอ และไม่ได้เป็นตัวทอป ก็จะกลายเป็นนักกอล์ฟที่ไม่มีใครรู้จัก ซึ่งเป็นความจริงที่โหดร้ายเหลือเกิน เพราะฉะนั้นถ้าจะไปแข่งในแอลพีจีเอทัวร์ แล้วได้ไม่คุ้มเสีย คำถามที่เกิดขึ้นในหัวของโปรสาวเหล่านี้ก็คือ “แล้วฉันจะไปทำไมยะ?”
… แต่ถ้าเป็นซูเปอร์สตาร์ในประเทศล่ะก็ จะมีมูลค่าสูงมากโดยเฉพาะสาวเกาหลีและสาวญี่ปุ่น เพราะจะมีสปอนเซอร์ระดับประเทศเข้ามาหา เข้ามาให้เลือกแทบไม่หวาดไม่ไหว ไหนจะบรรดาแฟนคลับอีกล่ะ รวมถึงมีแบรนด์ส่วนตัวที่แข็งแรง ซึ่งไม่ต้องไป แอลพีจีเอก็มีรายได้รวมสูงกว่าโปรสาวระดับกลางตารางของแอลพีจีเอเสียอีก
… ในเมื่อทั้ง เคแอลพีจีเอ(KLPGA) และ เจแอลพีจีเอ(JLPGA) มีเงินรางวัลต่อหนึ่งรายการใกล้เคียงกับ แอลพีจีเอ(LPGA) และโปรสาวของสองประเทศนี้สามารถเป็นซุปตาร์อยู่ในประเทศได้อย่างสบาย ๆ
. “เงินรางวัล” จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้โปรสาวเกาหลีใต้และโปรสาวญี่ปุ่นไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องออกไปแข่งในเวทีโลกหรือในแอลพีจีเอ ทัวร์ ให้เหนื่อย
… เหตุผลในเชิงเศรษฐศาสตร์ง่าย ๆ นี่ล่ะครับ ที่เป็นคำตอบของเรื่องนี้
“ปีเตอร์ปุ๊”
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
อ่านข่าวแล้ว อย่าลืมกดไลค์ กดติดตาม และแชร์ให้เพื่อน ๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมงานด้วยนะครับ
#ข่าวกีฬา #ข่าววันนี้ #ข่าวใหญ่ #ข่าวด่วน #32รายการ #แอลพีจีเอทัวร์
#ข่าวกอล์ฟ