Pacific Leisure - Thailand

Pacific Leisure - Thailand Pacific Leisure (Thailand) Ltd.
บริษัทแปซิฟิค เลเช่อร์ (ประเทศไทย) จำกัด

Pacific Leisure (Thailand) Ltd.

ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว
และการจัดการปลายทางในไทยกว่า 49 ปี
แปซิฟิค เลเช่อร์ ประเทศไทย สร้างประสบการณ์เดินทางอย่างยั่งยืน ที่มีความหมายทั้งต่อผู้เดินทาง ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

เขาใหญ่หน้าฝน จากหมอกไหลถึงเหวสุวัตใครว่า “หน้าฝนไม่ใช่ฤดูเที่ยว” อาจต้องลองคิดใหม่ค่ะเพราะสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติ ช่วง G...
02/09/2026

เขาใหญ่หน้าฝน จากหมอกไหลถึงเหวสุวัต

ใครว่า “หน้าฝนไม่ใช่ฤดูเที่ยว” อาจต้องลองคิดใหม่ค่ะ

เพราะสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติ ช่วง Green Season แบบนี้กลับมีข้อดีหลายอย่าง ทั้งราคาที่พักที่มักน่ารักกว่าช่วงไฮซีซัน นักท่องเที่ยวน้อยลง และที่สำคัญคือ…ป่ากำลังสวยที่สุด

ต้นไม้เขียวเข้ม ลำธารมีน้ำ น้ำตกเต็มหน้าผา อากาศเย็นชื้น และบางวันยังมี “ของแถม” เป็นสายหมอกหลังฝนอีกด้วย

ครั้งนี้ Pacific Leisure ชวนไปเที่ยวป่าแบบง่าย ๆ ไม่ต้องเดินทางไกลจากกรุงเทพฯ กับ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แบบ One Day Trip
ขึ้นทางฝั่งปากช่อง แล้วลงทางฝั่งปราจีนบุรี

จุดหมายในใจมี 3 แห่ง
📍 จุดชมวิว กม.25
📍 ผาเดียวดาย
📍 น้ำตกเหวสุวัต

แต่เที่ยวหน้าฝนต้องเข้าใจอย่างหนึ่งก่อนว่า
เราอาจวางแผนได้…แต่ธรรมชาติเป็นคนตัดสินใจ

ก่อนถึงด่านเข้าอุทยาน ฝนเทลงมาจนผืนป่าขาวโพลน มองแทบไม่เห็นภูเขา ตอนนั้นก็ได้แต่คิดว่า “วันนี้จะได้เห็นอะไรไหมนะ?”

แต่พอขึ้นถึง จุดชมวิว กม.25 ฝนกลับหยุดพอดี

แล้วภาพตรงหน้าก็ทำให้ลืมคำถามเมื่อกี้ไปเลย

หมอกค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากหุบเขา ไม่ได้นิ่งอยู่กับที่ แต่ไหลจากภูเขาลูกหนึ่งไปสู่อีกลูกหนึ่งเหมือนฉากในสารคดีธรรมชาติ

เป็น “หมอกไหล” ที่ยืนดูได้เพลิน ๆ แบบไม่ต้องรีบไปไหน

ยังไม่พอค่ะ

ตรงจุดชมวิวยังมีลิงเจ้าถิ่นออกมาต้อนรับ และมีตัวหนึ่งแสบมาก ถึงขั้นขึ้นไปนั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์นักท่องเที่ยว ทำท่าเหมือนพร้อมสตาร์ตรถออกทริปเอง

จากนั้นเรามุ่งหน้าไปยังที่ทำการอุทยาน เพื่อสอบถามเรื่อง ผาเดียวดาย แต่ได้คำตอบว่าเส้นทางปิดเพื่อให้ธรรมชาติได้พักฟื้น และจะเปิดอีกครั้งในช่วงฤดูกาลที่เหมาะสม

เสียดายนิดหนึ่ง แต่ก็ถือเป็นเสน่ห์ของการเที่ยวธรรมชาติ
บางครั้งการเคารพ “เวลาของป่า” ก็สำคัญกว่าการได้เช็กอินครบทุกจุด

หลังมื้อกลางวัน เราขับรถต่อไปตามถนนคดเคี้ยวกลางป่า ผ่าน ทุ่งหญ้าหนองผักชี ที่เขียวสดแบบมองแล้วสบายตา

ฝนเพิ่งหยุดไม่นาน ป่าจึงชุ่มฉ่ำเป็นพิเศษ
ระหว่างทางยังมีเก้งสองสามตัวออกมากินหญ้าข้างทางแบบไม่ได้นัดหมาย

นี่แหละค่ะ เสน่ห์ของเขาใหญ่
เราไม่มีทางรู้เลยว่าโค้งถัดไปจะเจออะไร

แล้วก็มาถึงพระเอกของทริป — น้ำตกเหวสุวัต

น้ำตกที่หลายคนคุ้นตาจากภาพถ่ายและภาพยนตร์ต่างประเทศอย่าง The Beach

แต่ถ้าอยากเห็นเหวสุวัตแบบทรงพลัง ต้องลองมาช่วงหน้าฝน

วันนี้น้ำเต็มหน้าผา ไหลแรงและกระเซ็นไปทั่วบริเวณ เสียงน้ำดังจนแทบกลบทุกเสียงรอบตัว

น้ำมากจนเจ้าหน้าที่ต้องห้ามลงเล่นเพื่อความปลอดภัย

แต่เอาจริง ๆ…ไม่จำเป็นต้องลงเล่นเลยค่ะ

แค่ยืนมองสายน้ำสีขาวไหลทะลักลงมาท่ามกลางผืนป่าสีเขียว
ก็รู้สึกว่า “คุ้มแล้วที่มา”

เพราะน้ำตกแบบนี้ ฤดูอื่นให้เราไม่ได้เหมือนกัน

เวลาที่เหลือจากการไม่ได้ขึ้นผาเดียวดาย เราเลยเปลี่ยนแผนแบบสบาย ๆ แล้วลงเขาทางฝั่งปราจีนบุรี แวะพักที่ เนินหอมคาเฟ่

คาเฟ่เล็ก ๆ ท่ามกลางต้นไม้ บรรยากาศสงบ แม้อยู่ติดถนน
ตัวบ้านและสวนออกแบบได้สวยเกินคาด เหมาะมากสำหรับนั่งพัก จิบกาแฟ แล้วค่อย ๆ ปิดทริปก่อนเดินทางกลับ

หนึ่งวันบนเขาใหญ่จึงจบลงแบบไม่ได้ครบตามแผนเดิม
แต่กลับได้ทั้งหมอกไหล ลิงจอมซน เก้งข้างทาง ป่าหลังฝน น้ำตกเต็มหน้าผา และคาเฟ่ดี ๆ เป็นของแถม

บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลที่คนรักป่าหลายคนเลือกเที่ยวในฤดูฝน

เพราะช่วงนี้
▶ป่าเขียวที่สุด
▶ น้ำตกสวยที่สุด
▶ นักท่องเที่ยวน้อยกว่า
▶ราคาที่พักหลายแห่งน่าสนใจกว่า
▶ และธรรมชาติมักมีอะไรให้เซอร์ไพรส์เสมอ

ใครอยากพักค้าง สามารถเลือกบ้านพักของอุทยาน หรือสายแคมป์จะกางเต็นท์บริเวณลำตะคองและผากล้วยไม้ก็ได้

ส่วนสายเดินป่า จากผากล้วยไม้ยังมีเส้นทางเดินสู่น้ำตกผากล้วยไม้ และเชื่อมต่อไปทางน้ำตกเหวสุวัต เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสป่าเขาใหญ่แบบใกล้ชิดขึ้นอีกนิด

หน้าฝนนี้ อย่าเพิ่งคิดว่าต้องอยู่แต่ในเมือง
ลองเปลี่ยนรองเท้าคู่เก่ง ใส่เสื้อกันฝน แล้วออกไปดูว่าป่าหลังฝนสวยแค่ไหน

Pacific Leisure พร้อมพาคุณออกไปค้นพบอีกมุมของเมืองไทย

#เที่ยวเขาใหญ่ #เขาใหญ่หน้าฝน #เที่ยวหน้าฝน #เที่ยวป่า #น้ำตกเหวสุวัต #เที่ยวไทย

หนึ่งวัน ลัดเลาะอิสรภาพ 23ชมพุทธศิลป์ จิบชาหอม และสัมผัสเรื่องราวของชุมชนเก่าฝั่งธนฯไม่ต้องตื่นตีห้า ไม่ต้องขับรถออกต่าง...
25/08/2026

หนึ่งวัน ลัดเลาะอิสรภาพ 23
ชมพุทธศิลป์ จิบชาหอม และสัมผัสเรื่องราวของชุมชนเก่าฝั่งธนฯ

ไม่ต้องตื่นตีห้า ไม่ต้องขับรถออกต่างจังหวัด และไม่ต้องเบียดกับนักท่องเที่ยวทั้งวัน

นั่ง MRT มาลงสถานีอิสรภาพ แล้วเดินเข้าซอยไม่ถึง 200 เมตร ก็พบกับ One Day Trip ฝั่งธนบุรีที่มีทั้งวัดเก่า งานศิลป์สมัยต้นรัตนโกสินทร์ ร้านชาบรรยากาศดี และเรื่องราวของชุมชนต่างศาสนาที่อยู่ร่วมกันมายาวนาน

จุดหมายหลักของทริปนี้คือ “วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร” หรือ “วัดพลับ” พระอารามหลวงชั้นโทที่ใครบางคนบอกว่า…

“วัดนี้คล้ายถูกลืม ทั้ง ๆ ที่มีประวัติความเป็นมาสำคัญมาก”

ยิ่งได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง ก็ยิ่งรู้สึกว่าคำพูดนี้ไม่เกินจริง

Stop 1: เดินตามยอดเจดีย์ไปวัดพลับ

ออกจาก MRT อิสรภาพ เดินเข้าซอยอิสรภาพ 23 เพียงไม่นาน ก็จะเริ่มเห็นยอดเจดีย์และหลังคาพระวิหารโผล่พ้นแนวกำแพง

เมื่อก้าวเข้าไปในวัด ภาพตรงหน้าคือพระเจดีย์ขนาดใหญ่สององค์ที่รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กจำนวนมาก พระวิหารสองหลังอยู่ทางขวา ส่วนพระอุโบสถตั้งอยู่อย่างสงบทางด้านซ้าย

บรรยากาศต่างจากวัดท่องเที่ยวชื่อดังอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีกรุ๊ปทัวร์ ไม่มีเสียงจอแจ มีเพียงพื้นที่เงียบ ๆ ให้เราเดินดูรายละเอียดได้อย่างเต็มที่

วัดแห่งนี้เดิมชื่อ “วัดพลับ” มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ก่อนจะกลายเป็นสำนักวิปัสสนากรรมฐานสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อพระองค์โปรดให้พระบรมวงศานุวงศ์มาศึกษากรรมฐานกับพระญาณสังวรเถร (สุก) พระราชาคณะฝ่ายวิปัสสนาที่ทรงเคารพเลื่อมใส

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 มีการบูรณะครั้งใหญ่ และพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดราชสิทธาราม” ในปี พ.ศ. 2374

ประวัติศาสตร์อาจฟังดูไกลตัว แต่เมื่อได้เดินอยู่ท่ามกลางเจดีย์ พระวิหาร และกุฏิวิปัสสนาที่ยังคงอยู่ เรื่องราวเหล่านั้นกลับดูใกล้ขึ้นทันที

Stop 2: ตามหา 3 ไฮไลต์ที่ไม่ควรเดินผ่าน

เริ่มจาก “วิหารพระพุทธเมตตา” ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปแกะสลักจากหยกเขียวเป็นพระประธาน พร้อมรอยพระพุทธบาทให้กราบสักการะ

จากนั้นเดินต่อไปยังพระวิหารกลาง ก่อนมาถึงจุดที่ทำให้วัดแห่งนี้ไม่เหมือนที่อื่น—พื้นที่รอบพระอุโบสถ

แทนที่จะเป็นระเบียงยาวล้อมรอบเหมือนวัดทั่วไป ที่นี่กลับมีกุฏิวิปัสสนาหลังเล็ก ๆ จำนวน 24 หลังเรียงรายอยู่รอบพระอุโบสถ แต่ละหลังมีทั้งแท่นประดิษฐานพระพุทธรูปและที่นั่งวิปัสสนาสำหรับพระภิกษุ

นี่ไม่ใช่เพียงมุมสวยสำหรับถ่ายภาพ แต่เป็นร่องรอยของการเป็นสำนักกรรมฐานสำคัญที่สืบทอดมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์

ส่วนภายในพระอุโบสถประดิษฐาน “พระพุทธจุฬารักษ์” พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีเรื่องราวพิเศษมาก เพราะรัชกาลที่ 2 ทรงปั้นพระเศียร ขณะที่รัชกาลที่ 3 ทรงปั้นพระวรกายและพระราชทานพระนาม

พระพุทธรูปหนึ่งองค์ แต่เกิดจากงานฝีพระหัตถ์ของพระมหากษัตริย์ถึงสองพระองค์

วันที่เราไป พระสงฆ์กำลังทำวัตรอยู่ภายใน จึงไม่ได้เข้าไปชมใกล้ ๆ แต่กลับรู้สึกว่านี่คือภาพที่งดงามในอีกแบบ เพราะทำให้เราไม่ลืมว่า วัดไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยว หากยังเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจที่ยังมีชีวิต

Stop 3: พักขากับร้านชาที่ซ่อนอยู่ในซอย

เดินชมวัดจนเต็มอิ่มแล้ว แวะพักที่ “อัชฌา” หรือ Achcha Tea Shop and Homemade Bakery ร้านเล็ก ๆ ใกล้ปากซอยที่จริงจังกับ “ชา” มากกว่ากาแฟ

ที่นี่มีทั้งชาจากอินเดีย ชากลิ่นดอกไม้ และขนมโฮมเมด เหมาะกับการนั่งพัก ปล่อยเวลาให้ช้าลง และทบทวนภาพงานศิลป์ที่เพิ่งเห็นในวัด

การแวะร้านเล็ก ๆ ในชุมชนยังเป็นอีกวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้การเดินทางของเราส่งต่อรายได้ไปถึงคนในพื้นที่โดยตรง

Stop 4: มองอิสรภาพผ่านเรื่องราวของสองศรัทธา

บริเวณใกล้ MRT อิสรภาพยังมี “สุสานปลายนา สาขามัสยิดต้นสน” สถานที่ฝังศพของชาวไทยมุสลิม ซึ่งบอกเล่าอีกด้านหนึ่งของย่านนี้ได้อย่างน่าสนใจ

เพราะในระยะทางที่เดินถึงกัน เราได้พบทั้งวัดพุทธเก่าแก่และสุสานของชุมชนมุสลิม เป็นภาพสะท้อนว่าผู้คนต่างศาสนาได้อาศัยอยู่ร่วมกันในฝั่งธนบุรีมาอย่างยาวนาน

สถานที่แห่งนี้เปิดให้เข้าชมในเชิงศึกษา แต่โดยปกติไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ หากต้องการเยี่ยมชมควรติดต่อขออนุญาตล่วงหน้า สำรวมกิริยา และเคารพกฎของพื้นที่อย่างเคร่งครัด

เที่ยวหนึ่งวัน แต่ได้เห็นกรุงเทพฯ มากกว่าที่คิด

วันที่เราไป วัดราชสิทธารามฯ มีผู้มาเยือนเพียงเรากับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีกหนึ่งคนเท่านั้น

วัดแห่งนี้อาจไม่ได้มีชื่ออยู่ในลิสต์ “ต้องไป” ของคนส่วนใหญ่ แต่กลับมีครบทั้งประวัติศาสตร์ งานสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม และเรื่องราวของวิปัสสนากรรมฐานที่หาไม่ได้จากทุกวัด

บางทีสถานที่ที่ยังไม่โด่งดัง ไม่จำเป็นต้องถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นจุดเช็กอินที่เต็มไปด้วยผู้คน สิ่งที่สถานที่เหล่านี้ต้องการ อาจเป็นเพียงนักเดินทางที่เข้ามาอย่างเข้าใจ ไม่ส่งเสียงรบกวน ไม่สัมผัสงานศิลป์ ไม่ขัดจังหวะกิจของสงฆ์ และช่วยสนับสนุนร้านเล็ก ๆ ในชุมชน

Pacific Leisure ชวนคุณใช้เวลาหนึ่งวันออกจากเส้นทางเดิม ๆ มาค้นพบวัดที่เกือบถูกลืม จิบชาหอม ๆ และทำความรู้จักกับย่านเก่าที่เรื่องราวของผู้คนหลายศรัทธายังคงดำเนินอยู่เคียงข้างกัน

📍 วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร
ซอยอิสรภาพ 23 เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ
🚇 MRT สถานีอิสรภาพ เดินต่อไม่ถึง 200 เมตร

#อิสรภาพ23 #วัดราชสิทธาราม #วัดพลับ #เที่ยวฝั่งธน #เที่ยวกรุงเทพ #เที่ยวเชิงอนุรักษ์

จากศรัทธาที่สืบทอดมากว่า 1,500 ปีสู่มรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้กลางเมืองนครศรีธรรมราช มีพระบรมธาตุเจดีย์องค์ใหญ่ตั้งตระหง่าน...
16/08/2026

จากศรัทธาที่สืบทอดมากว่า 1,500 ปี
สู่มรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้

กลางเมืองนครศรีธรรมราช มีพระบรมธาตุเจดีย์องค์ใหญ่ตั้งตระหง่านเหนือหลังคาพระวิหาร ราวกับเป็นศูนย์รวมทั้งสายตาและศรัทธาของผู้คนมาหลายชั่วอายุคน

ที่นี่คือ "วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร" พระอารามหลวงชั้นเอก และศาสนสถานสำคัญที่อยู่คู่เมืองนครศรีธรรมราชมายาวนานกว่า 1,500 ปี

ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ได้ประกาศขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการ

ทำให้ที่นี่กลายเป็น...มรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้
มรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 ของประเทศไทย และแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 9 ของไทย

แต่คุณค่าของวัดพระมหาธาตุฯ ไม่ได้อยู่เพียงความเก่าแก่หรือความยิ่งใหญ่ขององค์พระบรมธาตุเจดีย์เท่านั้น

ย้อนกลับไปในอดีต นครศรีธรรมราชเคยเป็นศูนย์กลางสำคัญบนเส้นทางการค้าระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก จึงได้รับอิทธิพลทางความเชื่อ ศิลปกรรม และสถาปัตยกรรมจากหลายวัฒนธรรม ทั้งพราหมณ์ ฮินดู พุทธมหายาน และพุทธเถรวาท รวมถึงอิทธิพลจากอินเดีย ศรีลังกา ชวา และดินแดนมอญ

อิทธิพลเหล่านั้นไม่ได้ถูกนำมาวางเรียงกันอย่างแปลกแยก แต่ค่อย ๆ หลอมรวมจนกลายเป็นพุทธศิลป์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของนครศรีธรรมราช

เมื่อเดินผ่านกำแพงชั้นในเข้าไป ภาพของวัดจะค่อย ๆ เปิดเผยรายละเอียดออกมาทีละชั้น ตั้งแต่องค์พระบรมธาตุเจดีย์ที่เชื่อกันว่าบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เจดีย์บริวารที่รายล้อมอยู่โดยรอบ พระวิหารเก่าแก่ พระพุทธรูปภายในระเบียงแก้ว พระอัฏฐารส พระสังกัจจายน์ ไปจนถึงประติมากรรมท้าวจตุคามและท้าวรามเทพ เทพผู้พิทักษ์องค์พระบรมธาตุ

ยิ่งเดิน ยิ่งมอง ก็ยิ่งพบว่าทุกมุมไม่ได้มีเพียงความงดงาม แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องเล่า ความเชื่อ และร่องรอยของผู้คนในแต่ละยุคสมัย

UNESCO รับรองคุณค่าของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารภายใต้เกณฑ์สำคัญ 2 ข้อ ได้แก่

▶Criterion (ii) การเป็นหลักฐานของการแลกเปลี่ยนอิทธิพลด้านศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และความเชื่อทางศาสนาระหว่างภูมิภาค จนพัฒนาเป็นรูปแบบศิลปกรรมเฉพาะถิ่นที่โดดเด่น
▶และ Criterion (vi) การเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับศรัทธา พิธีกรรม และวัฒนธรรมที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ตำนานเมืองนครศรีธรรมราช และศิลปะการแสดงโนรา

จึงไม่น่าแปลกใจที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารจะได้รับการกล่าวถึงในฐานะ “มรดกโลกที่มีชีวิต” เพราะที่นี่ยังเป็นพื้นที่แห่งศรัทธาที่ชาวนครศรีธรรมราชยังคงกราบไหว้ ประกอบพิธีกรรม และส่งต่อประเพณีจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง

หากมีเวลา ลองออกไปสำรวจเมืองนครศรีธรรมราชต่ออีกสักหน่อย เพราะรอบวัดยังมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์และศาสนสถานสำคัญอีกหลายแห่ง ทั้งกำแพงเมืองเก่า ศาลพระเสื้อเมือง หอพระสูง หอพระอิศวร และศาลหลักเมือง แต่ละแห่งจะช่วยต่อภาพอดีตของเมืองให้ชัดเจนและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ใครเคยไปนครศรีธรรมราช แต่ยังไม่เคยใช้เวลาเดินชมวัดพระมหาธาตุฯ อย่างละเอียด อาจถึงเวลาต้องกลับไปอีกครั้ง

ส่วนใครที่ยังไม่เคยไป โดยเฉพาะผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์ พุทธศิลป์ และวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่นี่คือหนึ่งในจุดหมายที่ควรไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง

Pacific Leisure ชวนออกเดินทางไปทำความรู้จักมรดกโลกแห่งใหม่ของไทย สัมผัสพลังศรัทธาที่ดำรงอยู่เหนือกาลเวลา และค้นพบเสน่ห์ของนครศรีธรรมราชในมุมที่ลึกซึ้งกว่าเดิมและทำให้เราได้เข้าใจรากเหง้าและความภาคภูมิใจของแผ่นดินไทยมากขึ้น

#วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร #วัดพระธาตุ #นครศรีธรรมราช #มรดกโลก #มรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ #เที่ยวเมืองไทย #เที่ยวเชิงวัฒนธรรม

11/08/2026
ครบุรี…โคราชในมุมลับ ผาสวยและทะเลกลางขุนเขาถ้าภาพจำของโคราชคือประตูชุมพล ผัดหมี่ และเขาใหญ่ครั้งนี้ Pacific Leisure อยาก...
07/08/2026

ครบุรี…โคราชในมุมลับ ผาสวยและทะเลกลางขุนเขา

ถ้าภาพจำของโคราชคือประตูชุมพล ผัดหมี่ และเขาใหญ่
ครั้งนี้ Pacific Leisure อยากชวนออกนอกเส้นทางเดิม ไปทำความรู้จักกับ “ครบุรี” อำเภอเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองนครราชสีมาประมาณ 40 กิโลเมตร

ที่นี่อาจไม่มีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังเรียงราย แต่มีทุ่งนา ป่าไม้ ขุนเขา สายน้ำ และวิถีชุมชน ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบ ๆ รอให้นักเดินทางค่อย ๆ เข้าไปค้นพบ

จุดหมายแรกคือ “ผาสามเกลอ” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ผาแม่ปลอด” หน้าผาธรรมชาติบนยอดเขามะค่า ซึ่งมีแผ่นหินสามจุดยื่นออกจากแนวเขาอย่างโดดเด่น

กว่าจะไปถึงต้องผ่านถนนลูกรังสายเล็ก ๆ กลางไร่มันสำปะหลัง แต่ปลายทางกลับเปิดให้เห็นภาพกว้างของท้องนา แนวป่ายูคาลิปตัส ขุนเขา และผืนน้ำที่ทอดอยู่ไกลออกไป เป็นความสวยที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างมาบดบัง และไม่มีเสียงเมืองมารบกวน

ชาวบ้านบอกว่า ผาสามเกลอสวยที่สุดในช่วงพระอาทิตย์ตก แต่หากมาเป็นครั้งแรก แนะนำให้เดินทางช่วงเช้าหรือกลางวัน เพราะเส้นทางช่วงท้ายค่อนข้างแคบ และควรเพิ่มความระมัดระวังบริเวณริมหน้าผา

จากยอดเขา เราไปต่อกันที่ “ทะเลยอ” แห่งเขื่อนมูลบน

ภาพของ “ยอ” เครื่องมือจับปลาพื้นบ้านขนาดใหญ่กว่า 100 หลัง ตั้งเรียงอยู่กลางทะเลสาบ ทำให้บริเวณนี้ดูราวกับหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ลอยอยู่เหนือผืนน้ำ

ยามเช้าในช่วงหน้าฝนต่อเนื่องถึงต้นฤดูหนาว คือช่วงเวลาที่ทะเลยอมีเสน่ห์ที่สุด สายหมอกจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวเหนือทะเลสาบ โอบเขาจอมทองไว้บาง ๆ ขณะที่เรือลำเล็กล่องผ่านยอแต่ละหลัง พาไปดูชาวบ้านยกตาข่ายขึ้นจากน้ำ นำปลาที่จับได้ใส่กระชัง และดำเนินชีวิตตามจังหวะของธรรมชาติเช่นเดียวกับที่ทำกันมาเนิ่นนาน

ความงามของทะเลยอจึงไม่ได้มีเพียงวิวตรงหน้า แต่คือการได้เห็นว่า สายน้ำหนึ่งสายสามารถหล่อเลี้ยงทั้งผืนดิน อาชีพ และชีวิตของผู้คนได้อย่างไร

ก่อนเดินทางกลับ ยังสามารถแวะ "สะพานไม้ 100 ปี ตำบลโคกกระชาย" สะพานไม้เก่าแก่ที่ทอดยาวเกือบหนึ่งกิโลเมตร และไปสักการะ "พระพุทธจักรพรรดิ ณ วัดหนองโคกพรมนิมิต" เติมความสงบให้ทริปนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

การมาเยือนครบุรีอาจไม่ใช่ทริปที่ต้องรีบเช็กอินให้ครบทุกจุด แต่เป็นการเดินทางที่ควรค่อย ๆ มอง ค่อย ๆ เรียนรู้ และทิ้งร่องรอยไว้ให้น้อยที่สุด

เลือกใช้บริการเรือของชุมชน ไม่รบกวนยอและพื้นที่หาปลา ไม่ทิ้งขยะ และเคารพผืนป่าที่เราเข้าไปเยือน เพื่อให้ Hidden Gems แห่งนี้ยังคงงดงามทั้งสำหรับผู้มาเยือนและผู้คนที่เรียกครบุรีว่า “บ้าน”

Pacific Leisure ชวนออกท่านเดินทางไปโคราชในมุมที่ต่างออกไป
มุมที่มีหน้าผาอยู่เหนือผืนป่า มีสายหมอกลอยเหนือทะเลยอ และมีวิถีชีวิตเรียบง่าย

#ครบุรี #ผาสามเกลอ #ทะเลยอ #เขื่อนมูลบน #เที่ยวโคราช #นครราชสีมา #เที่ยวเชิงอนุรักษ์ #เที่ยวชุมชน

Halfday @ "ขอบย่านเยาวราช"เยาวราชในมุมที่ไม่ต้องตามแสงไฟนีออน แต่ตามกลิ่นอายของย่านเก่า ร้านดัง และแสงไฟยามค่ำคืน แต่เป็...
01/08/2026

Halfday @ "ขอบย่านเยาวราช"

เยาวราชในมุมที่ไม่ต้องตามแสงไฟนีออน แต่ตามกลิ่นอายของย่านเก่า ร้านดัง และแสงไฟยามค่ำคืน แต่เป็น “ขอบย่าน” ที่เงียบกว่า ช้ากว่า และเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ระหว่างทาง

Pacific Leisure ชวนคุณใช้เวลาครึ่งวัน เดินสำรวจ Chinatown ในมุมที่ไม่ใช่เส้นทางนักท่องเที่ยวทั่วไป เริ่มจากย่านใกล้หัวลำโพง ค่อย ๆ เดินเข้าสู่ถนนสายรอง ตรอกเล็ก อาคารพาณิชย์เก่า ศาลเจ้าจีน ร้านบะหมี่ท้องถิ่น ห้องชา และคาเฟ่ในตึกเก่าที่ถูกปรับให้กลับมามีชีวิตใหม่

ระหว่างทาง คุณจะได้เห็นร่องรอยของชุมชนไทยจีนที่ยังดำเนินอยู่จริง ทั้งกลิ่นอาหารจากครัวเล็ก ๆ เสียงคนในชุมชน ความสงบของศาลเจ้า รายละเอียดบนหน้าต่างไม้เก่า และบรรยากาศของเมืองที่ไม่ได้จัดฉากไว้เพื่อการท่องเที่ยว แต่มีเสน่ห์เพราะยังเป็นชีวิตประจำวัน

ทำความรู้จักกรุงเทพฯ ผ่านย่านเก่าที่มีหลายชั้นของเวลา วัฒนธรรม และรสชาติ

เหมาะท่านที่ชอบประสบการณ์แบบ local, culture, food และ hidden neighborhood ของกรุงเทพฯ

สอบถามเส้นทาง Half-Day Hidden Chinatown Walking Experience ได้ที่ Pacific Leisure

แปซิฟิค เลเช่อร์ ขอชวนเปิดประสบการณ์ทองผาภูมิแบบ 2 วัน 1 คืน ผ่าน 5 กิจกรรมที่ไม่ต้องสมบุกสมบัน แต่ทำให้เราได้ใกล้ชิดทั้...
22/07/2026

แปซิฟิค เลเช่อร์ ขอชวนเปิดประสบการณ์ทองผาภูมิแบบ 2 วัน 1 คืน ผ่าน 5 กิจกรรมที่ไม่ต้องสมบุกสมบัน แต่ทำให้เราได้ใกล้ชิดทั้งธรรมชาติ วิถีชุมชน และความสุขเล็ก ๆ ระหว่างทาง

ทองผาภูมิ ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีราว 140 กิโลเมตร เป็นดินแดนที่โอบล้อมด้วยขุนเขา ผืนป่า สายน้ำ และชุมชนหลากหลายชาติพันธุ์ ทั้งมอญ กะเหรี่ยง พม่า และชาวไทยท้องถิ่น ซึ่งยังคงดำเนินชีวิตผูกพันกับธรรมชาติอย่างเรียบง่าย

การเดินทางบนถนนหมายเลข 323 เป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวที่ควรเปิดตาและเปิดใจรับชม ตลอดสองข้างทางมีทั้งทุ่งข้าวโพด สวนผลไม้ วัด และภูเขา ถนนบางช่วงคดโค้งผ่านแนวไม้ร่มครึ้มราวกับอุโมงค์ธรรมชาติ หากออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถแวะพักรับประทานอาหารกลางวันที่น้ำตกไทรโยคน้อย ก่อนเดินทางต่อเข้าสู่ทองผาภูมิได้อย่างสบาย ๆ

ขึ้นรถไฟจิ๋วที่ “เมืองรถไฟ 555”
รถไฟขนาดเล็กที่ไม่ได้มีดีเพียงความน่ารัก แต่สามารถพาผู้โดยสารแล่นไปบนรางจริง ลอดถ้ำ เลียบแม่น้ำ ผ่านป่าและสวนผลไม้ ทั้งทุเรียน เงาะ มะพร้าว และส้มโอ เมื่อเสียงล้อกระทบรางดังขึ้น ความฝันของผู้สร้างก็เหมือนมีชีวิตขึ้นมา กลายเป็นการเดินทางสั้น ๆ ที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของรถไฟอย่างน่าประทับใจ

พักใจด้วยศาสตร์แห่งการอาบป่าที่ “อิ่มเอมฮัท โฮม คอฟฟี่”
คาเฟ่ริมหน้าผาที่มีผืนป่าโอบกอดและมองเห็นขุนเขากว้างไกล ที่นี่ไม่ได้ชวนเพียงจิบกาแฟหรือรับประทานขนม แต่ยังเปิดโอกาสให้เราเรียนรู้การอาบป่าอย่างง่าย ๆ ลองเดินให้ช้าลง ฟังเสียงรอบตัว สูดกลิ่นของต้นไม้ และสัมผัสธรรมชาติด้วยประสาทสัมผัสทั้งหมด เพราะบางครั้งการพักผ่อนที่ดีที่สุด อาจเป็นเพียงการหยุดนิ่งแล้วปล่อยให้ป่าค่อย ๆ เยียวยาเรา
*เปิดเฉพาะวันพฤหัสบดี–อาทิตย์ แนะนำให้ตรวจสอบเวลาเปิดอีกครั้งก่อนเดินทาง*

มองผืนป่าจากมุมใหม่ที่ “ภูไพร ริเวอร์แคว รีสอร์ท”
เติมความตื่นเต้นด้วยกิจกรรมซิปไลน์ เหินผ่านแนวต้นไม้โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด ไฮไลต์อยู่ที่สถานีสุดท้าย ซึ่งเป็นเส้นทางยาวเหนือแม่น้ำแควน้อย บางช่วงร่างกายอาจลอยเฉียดผิวน้ำ สร้างทั้งเสียงหัวเราะและความทรงจำที่ต่างจากการชมธรรมชาติบนพื้นดิน

ตื่นให้ทันวิถีชีวิตที่ “ตลาดเช้าทองผาภูมิ”
คำว่า “ตลาดเช้า” ของที่นี่หมายถึงเช้าจริง ๆ เพราะผู้คนจากหลายชุมชนเริ่มนำของมาค้าขายกันตั้งแต่ตีสามตีสี่ หากอยากสัมผัสบรรยากาศคึกคักแบบถึงแก่น ควรมาถึงก่อนตีห้า เดินเลือกชมผลผลิตจากท้องถิ่น รับประทานอาหารเช้า แล้วค่อยไปยังตลาดริมแม่น้ำแควน้อยเพื่อร่วมตักบาตร ก่อนเดินข้ามสะพานแขวนไปวัดท่าขนุน

กราบหลวงพ่อสายและชมวิวบนยอดเขาที่ “วัดท่าขนุน”
วัดเก่าแก่ซึ่งเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวทองผาภูมิและกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ ภายในวิหารประดิษฐานสรีระของหลวงพ่อสาย อดีตเจ้าอาวาสผู้เป็นที่เคารพนับถือ ส่วนผู้ที่ยังมีแรงเดิน สามารถขึ้นไปสักการะพระพุทธรูปและองค์เจดีย์บนยอดเขา พร้อมชมทิวทัศน์ของทองผาภูมิจากหนึ่งในมุมที่งดงามที่สุด

การมาเยือนทองผาภูมิไม่จำเป็นต้องเร่งรีบหรือพิชิตทุกจุดหมาย เพียงเลือกใช้บริการของคนในพื้นที่ อุดหนุนผลผลิตชุมชน ลดการใช้พลาสติก ไม่ทิ้งขยะ และเคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น การเดินทางของเราก็สามารถช่วยดูแลธรรมชาติ พร้อมสร้างรายได้ให้ชุมชนได้ในเวลาเดียวกัน

สนใจท่องเที่ยวทองผาภูมิสำหรับครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือองค์กร ติดต่อ "Pacific Leisure" ให้เราช่วยดูแลทุกองค์ประกอบของการเดินทาง เพื่อให้ทุกความสุขทิ้งไว้เพียงความทรงจำดี ๆ และร่องรอยที่เบาที่สุดต่อธรรมชาติ

#ทองผาภูมิ #เที่ยวกาญจนบุรี #ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ #เที่ยวอย่างรับผิดชอบ #เที่ยวชุมชน #อาบป่า #เมืองรถไฟ555 #วัดท่าขนุน

ที่อยู่

No. 888/154, Mahatun Plaza Bldg. , 15th Floor, Ploenchit Road, Lumphini Sub-district, Pathum Wan District
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 18:00
อังคาร 08:30 - 18:00
พุธ 08:30 - 18:00
พฤหัสบดี 08:30 - 18:00
ศุกร์ 08:30 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pacific Leisure - Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์