GreenwayTravel ทัวร์ outbound

08/11/2021

: รัสเซีย ฟรีวีซ่า! เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวไทย แต่สถานทูตไทยยังให้คำเตือนไม่ควรเดินทางมาในช่วงนี้
สำหรับการเดินทางเข้าประเทศของชาวต่างชาติจากประเทศไทยไปยังรัสเซีย ตามคำสั่งของรัฐบาลแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ลงวันที่ 23 ตุลาคม 2564 ฉบับที่ 3003-r #ประเทศไทย ได้มีรายชื่อรวมอยู่ในรัฐต่างประเทศซึ่งมีพลเมืองและบุคคลที่มีใบอนุญาต มีถิ่นที่อยู่หรือมีเอกสารอื่นๆ ที่สามารถยืนยันสิทธิ์ในการพำนักถาวรในประเทศไทย สามารถเดินทางเข้าสู่สหพันธรัฐรัสเซียผ่านจุดตรวจสำหรับการเดินทางเข้าทางอากาศในสหพันธรัฐรัสเซีย
"
ทั้งนี้บุคคลดังกล่าวสามารถยื่นขอวีซ่าได้ตามขั้นตอนปกติ สำหรับชาวต่างชาติ การจัดเตรียมเอกสารยืนยันสิทธิ์การพำนักถาวรในประเทศไทยเป็นข้อกำหนดเบื้องต้นสำหรับการออกวีซ่า จะมีการตรวจสอบเอกสารดังกล่าวอีกครั้งโดยสายการบินเมื่อทำการเช็คอินในแต่ละเที่ยวบิน เช่นเดียวกับการรักษาความปลอดภัยชายแดนของหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศรัสเซีย (Federal Security Service of Russia) ที่จุดตรวจคนเข้าเมืองเมื่อท่านเดินทางเข้าสู่ประเทศรัสเซีย หากไม่มีเอกสารนี้พลเมืองต่างชาติจะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าสู่ประเทศรัสเซีย
"
ในขณะเดียวกัน บุคคลสัญชาติไทยตามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งสหพันธรัฐรัสเซียและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการเยือนระหว่างกันของคนชาติแห่งสหพันธรัฐรัสเซียและคนชาติแห่งราชอาณาจักรไทย สามารถเข้าและอยู่ในรัสเซียได้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
เมื่อเดินทางเข้าสู่ประเทศรัสเซีย (ไม่ว่าจะมีใบรับรองการฉีดวัคซีนหรือไม่ก็ตาม) ยังคงจำเป็นต้องจัดเตรียมเอกสารทางการแพทย์ที่ยืนยันผลการตรวจ RT-PCR จากห้องปฏิบัติการตรวจหาเชื้อโควิด-19 (เอกสารต้องจัดเตรียมในภาษารัสเซียหรือภาษาอังกฤษ) โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 3 วันก่อนการเดินทางมาถึงประเทศรัสเซีย
#การกลับเข้าประเทศไทย ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่ได้จัดประเทศรัฐเซียอยู่ในกลุ่มที่เดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่กักตัว และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก โพสต์ให้ข้อมูลคนไทยที่จะเดินทางไปกรุงมอสโก ผ่านเพจเฟซบุ๊ก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ว่า สถานทูตขอเรียนให้คำแนะนำกับคนไทยที่อยากมาเที่ยวรัสเซียว่า แม้รัสเซียจะเปิดให้คนไทยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้แล้ว แต่ในระยะนี้อัตราการติด COVID-19 สูงมาก สัปดาห์นี้ยัง lockdown ทั่วประเทศอยู่ ร้านอาหารปิดและสั่งกลับบ้านได้เท่านั้น สถานที่ต่างๆ อาจขอให้แสดง QR Code เพื่อยืนยันการฉีดวัคซีนก่อนให้เข้าใช้บริการ สถานการณ์นี้น่าจะยังไม่ทุเลาในเร็ววัน เนื่องจากกำลังเข้าหน้าหนาว อากาศปิด การแพร่เชื้อเป็นไปโดยง่ายไม่เพียงกับ COVID-19 เท่านั้น แต่กับโรคไข้หวัดใหญ่ซึ่งขณะนี้ทางการรัสเซียกำลังเร่งฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้กับประชาชนทั่วไปด้วย
#ที่มาข่าว :https://www.facebook.com/RussiaInThai
https://www.facebook.com/rtemoscow
Image Credit: https://bit.ly/31GyAsB
#ข่าว #ข่าวท่องเที่ยว

18/01/2021

: เอกชน ร้องเฮ! รมว.ท่องเที่ยวชง ช่วยจ่ายเงินเดือน “คนละครึ่ง” กับนายจ้าง 7,500 บาท เหตุ ช่วยเอกชนท่องเที่ยวเเจ้างงานเอาไว้ ไม่ต้องปิดกิจการ
#เนื้อหาข่าวจาก : "khaosod" https://bit.ly/38VbjEp
วันนี้ (18 ม.ค.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยว และกีฬา เปิดเผยว่า สัปดาห์นี้จะหารือกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เพื่อร่วมพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือแรงงานภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัส โควิด 19 เบื้องต้นรัฐบาลอาจนำแนวทางการร่วมจ่ายเงินค่าจ้าง (โค-เพย์) มาใช้ โดยรัฐบาลและผู้ประกอบธุรกิจจะร่วมกันจ่ายค่าจ้างให้พนักงานคนละครึ่ง ฝ่ายละ 7,500 บาทต่อเดือน เพื่อพยุงการจ้างงานเอาไว้ในระบบต่อไป หลังจากตอนนี้มีผู้ประกอบธุรกิจหลายรายได้รับความเดือดร้อนและอาจจำเป็นต้องปิดกิจการลงหากไม่มีแนวทางมาช่วยเหลือ

ทั้งนี้การพยุงการจ้างงานเอาไว้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งทำทันที โดยที่ไม่ต้องรอให้การระบาดของไวรัสโควิดจบลงก่อนแล้วค่อยมาทำ เพราะถ้ารอถึงตอนนั้นธุรกิจท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งโรงแรม ห้องพัก บริษัททัวร์ ร้านอาหาร อาจต้องปิดกิจการลงไปอีกมาก ดังนั้นทุกหน่วยงานภาครัฐจึงจำเป็นต้องมาหาทางช่วยเหลือ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะรับหน้าที่ไปคุยกับกระทรวงแรงงาน เพื่อประสานงานเรื่องนี้ ซึ่งจากการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไม่เป็นทางการในช่วงที่ผ่านมา ก็ได้รับการยืนยันว่ามีความเหมาะสม และต้องเร่งทำแม้ว่าจะใช่งบประมาณค่อนข้างสูง

สำหรับรูปแบบของการร่วมจ่ายเงินค่าจ้างรายเดือนนั้น จะกำหนดให้ช่วยเหลือครอบคลุมการจ่ายค่าจ้างสูงสุดรายละไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งรัฐและผู้ประกอบธุรกิจจะช่วยกันจ่ายคนละครึ่ง แต่ระยะเวลาที่เหมาะสมนั้นเบื้องต้นยังไม่ได้ข้อสรุปว่า จะช่วยเหลือ 1 ปี หรือเป็นเวลากี่เดือน เพราะต้องพิจารณาวงเงินที่จะใช้ด้วย เช่นวงเงินของกองทุนประกันสังคม หรือขอใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งหากใช้เงินในก้อนหลังก็ต้องหารือกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังได้หารือกับ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รวม.คลัง เพื่อร่วมพิจารณาแนวทางช่วยเหลือภาคการท่องเที่ยวทั้งระบบด้วย โดยจากการหารือรมว.คลัง ก็เห็นด้วยกับข้อเสนอที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ หลายเรื่อง เช่น การปรับปรุงการเข้าถึงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน ได้ง่ายมากขึ้น เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการดำเนินงาน รวมทั้งการขยายระยะเวลาพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบธุรกิจที่เดือดร้อน และเสนอให้ยืดระยะเวลาการชำระภาษีประจำปีภาษี 63 ออกไปด้วย ซึ่งรมว.คลัง รับว่าจะไปพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือทั้งหมดอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้มีการหารือกับทางภาคเอกชนการท่องเที่ยวจาก 5 สมาคมหลักทางด้านการท่องเที่ยว คือ สมาคมโรงแรมไทย สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) และ สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติไทย เพื่อรับฟังปัญหาและรับฟังข้อเสนอการช่วยเหลือเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโควิดระลอกใหม่ โดยเสนอให้รัฐบาลช่วยเรื่องของการจ่ายค่าจ้างแบบ โค-เพย์ รวมทั้งการเสนอขอเรื่องการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะรวบรวมข้อเสนอยื่นให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
Image Credit: https://bit.ly/2LzOa1C
#ข่าว #ข่าวท่องเที่ยว

18/11/2020

: คนไทยเตรียมได้ใช้ ! วัคซีนโควิด - 19 หลังรัฐอนุมัติซื้อชุดแรก

#เนื้อหาข่าวจาก : https://www.thairath.co.th/news/politic/1978409
วันที่ 17 พ.ย. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย คณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับประชาชนไทยโดยการจองล่วงหน้า (AstraZeneca) และการจัดซื้อวัคซีนกับบริษัท AstraZeneca (Thailand) จำกัด และบริษัท AstraZeneca UK จำกัด วงเงิน 6,049,723,117 บาท โดยสถาบันวัคซีนแห่งชาติจะจัดทำสัญญาการจัดหาวัคซีนโดยการจองล่วงหน้า (Advance Market Commitment; AMC) ภายใต้เงื่อนไขว่า มีโอกาสที่จะได้หรือไม่ได้รับวัคซีนดังกล่าว ขึ้นอยู่กับผลการวิจัยพัฒนาหรือเหตุผลอื่นๆ ในวงเงิน 2,379,430,600 บาท และให้กรมควบคุมโรคจัดทำสัญญาในการจัดซื้อและบริหารจัดการวัคซีนที่ได้จากการจองล่วงหน้านั้น เมื่อคู่สัญญาสามารถจัดหาวัคซีนได้สำเร็จ (Purchase Agree For Supply of AZD1222 in Thailand; PA)) ในวงเงิน 3,670,292,517.- บาท โดยดำเนินการจัดทำสัญญาทั้ง 2 ฉบับ ในคราวเดียวกัน โดยสัญญาจัดซื้อวัคซีนมีผลผูกพันเมื่อได้รับงบประมาณเรียบร้อยแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคจะจัดทำคำของบประมาณสำหรับการจัดซื้อวัคซีนตามสัญญาดังกล่าวต่อไป

ในการนี้ คณะรัฐมนตรีอนุมัติวงเงิน 2,379,430,600 บาท งบกลาง จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อจัดหาวัคซีนโควิด-19 โดยการจองล่วงหน้าให้กระทรวงสาธารณสุข โดยสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เพื่อการดำเนินการจัดหาวัคซีนโดยการจองล่วงหน้า (Advance Market Commitment; AMC) จากบริษัท AstraZeneca (Thailand) จำกัด และบริษัท AstraZeneca UK จำกัด ภายใต้เงื่อนไขว่า มีโอกาสที่จะได้รับวัคซีน หรือไม่ได้รับวัคซีนดังกล่าว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลการวิจัยพัฒนาหรือเหตุอื่นๆ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า รัฐบาลมอบให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข ทำการจองวัคซีนแบบล่วงหน้า (Advance Market Commitment : AMC) โดยจะเป็นการจัดหาวัคซีนร้อยละ 20 ของประชากร หรือประมาณ 13 ล้านคน จำนวน 26 ล้านโด๊ส กับบริษัท AstraZeneca (Thailand) จำกัด และบริษัท AstraZeneca UK จำกัด ทั้งนี้ เพราะรัฐบาลเห็นความจำเป็นในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึงเป็นธรรม ในเวลาที่ใกล้เคียงกับประเทศอื่นๆ ในโลก.

Image Credit: https://bit.ly/38RlgD7

#ข่าว #ข่าวท่องเที่ยว

09/11/2020

: ข่าวดีของมนุษย์โลก Pfizer แถลงข่าววัคซีนโควิด ได้ผลดี 90% เตรียมผลิตใช้ฉุกเฉินภายในปีนี้

#เนื้อหาข่าวจาก : https://www.matichon.co.th/foreign/news_2434442
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน บริษัท ไฟเซอร์ อิงค์. ของสหรัฐอเมริกา แถลงถึงความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนของตนร่วมกับบริษัท ไบโอเอ็นเทค เอสอี หุ้นส่วนจากเยอรมนี โดยประสบผลสำเร็จในการทดลองในคนระยะที่สามจากประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อก่อโรคโควิด-19 ได้สูงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์

รอยเตอร์ระบุว่า ไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทค ถือเป็นบริษัทเภสัชกรรมบริษัทแรกของโลก ที่สามารถเผยแพร่ผลการทดลองที่ประสบความสำเร็จในกลุ่มทดลองขนาดใหญ่ โดยทางไฟเซอร์ แถลงด้วยว่า จากการทดลองในกลุ่มตัวอย่าง 44,000 คน ไม่พบว่ามีปัญหาด้านความปลอดภัยร้ายแรงแต่อย่างใด โดยทางบริษัทเตรียมยื่นคำร้องต่อองค์การอาหารและยา (เอฟดีเอ) ของสหรัฐอเมริกา เพื่อขอใช้วัคซีนที่ผลิตขึ้นแบบฉุกเฉินภายในเดือนนี้ โดยนาย อัลเบิร์ต บัวร์ลา ประธานและซีอีโอของบริษัทไฟเซอร์ประกาศว่า วันนี้ถือเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ของวงการวิทยาศาสตร์และมนุษยชาติ

รายงานข่าวระบุว่า ไฟเซอร์กับไบโอเอ็นเทค มีสัญญามูลค่า 1,950 ล้านดอลลาร์เพื่อส่งมอบวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยให้กับสหรัฐอเมริกา 100 ล้านโดส นอกจากนั้นยังมีความตกลงทำนองเดียวกันกับ สหภาพยุโรป, สหราชอาณาจักร, แคนาดา และญี่ปุ่นอีกด้วย

ทั้งนี้เพื่อประหยัดเวลา ทั้งสองบริษัทได้ดำเนินการผลิตวัคซีนตามสูตรนี้ไปแล้วก่อนหน้าที่จะได้รับผลการทดลองในคนระยะสุดท้าย ซึ่งส่งผลให้ประหยัดเวลาการผลิตไปได้มาก โดยคาดว่าภายในปีนี้ จะสามารถผลิตวัคซีนโควิด-19 ออกมาได้มากถึง 50 ล้านโดส มากเพียงพอต่อการฉีดเพื่อการป้องกันให้กับคนจำนวน 25 ล้านคน และจะเพิ่มการผลิตเป็น 1,300 ล้านโดสในปี 2564

รายงานข่าวระบุว่า ในการแถลงความสำเร็จเบื้องต้นครั้งนี้ เป็นผลมาจากการทดลองในของกลุ่มตัวอย่าง 44,000 คน ซึ่งพบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รวม 94 คน อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้ให้รายละเอียดว่าในจำนวนที่ติดเชื้อนั้นมีผู้ที่ได้รับวัคซีนกี่คน และได้รับวัคซีนเปล่าหรือ พลาซิโบ กี่คน แต่เมื่อตีความจากความสำเร็จกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ตามที่บริษัทแถลง แสดงว่า ในจำนวนผู้ติดเชื้อ 94 คนนั้นเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนเพียง 8 คนเท่านั้นเอง

ทั้งนี้ทางไฟเซอร์เตรียมยื่นคำร้องให้ทางการสหรัฐอเมริกาให้ความเห็นชอบในการใช้วัคซีนนี้เป็นการฉุกเฉิน สำหรับประชากรกลุ่มอายุ 16-85 ปี โดยจำเป็นต้องยื่นข้อมูลที่แสดงความปลอดภัยของวัคซีนในการทดลองเป็นเวลา 2 เดือน จากข้อมูลอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของกลุ่มทดลอง 44,000 คน ซึ่งคาดว่าจะได้รับภายในปลายเดือนนี้

Image Credit: https://bit.ly/3eOgPdq
https://bit.ly/3pfD4xM

#ข่าว #ข่าวท่องเที่ยว

09/11/2020

: โอกาสสุดท้าย ห้ามพลาด!! ลงทะเบียน “คนละครึ่ง” รอบ 2 11 พฤศจิกายน 2563 เวลา 06.00 - 23.00 น.

#เนื้อหาข่าวจาก : "bangkokbiznews" https://bit.ly/2U88szW
โครงการคนละครึ่ง ที่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง .com ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2563 และประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งครบ 10 ล้านคนแล้ว เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยข้อมูลล่าสุดปรากฏว่ามีผู้ไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิและไม่เริ่มใช้สิทธิภายในกำหนด 14 วัน จึงได้มีการเริ่มตัดสิทธิตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 มีจำนวน 1,967,046 สิทธิ

และกระทรวงการคลังจะเริ่มเปิดให้มีการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง .com จนกว่าจะครบจำนวน

โครงการ "คนละครึ่ง" ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งประชาชนและร้านค้า ว่าการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันใช้งานได้ง่ายสะดวกและรวดเร็ว ช่วยกระตุ้นยอดขายของร้านค้ารายย่อยได้จริง อีกทั้งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประจำวันให้ประชาชนได้มาก ดังนั้นผู้ที่สนใจลงทะเบียนรอบที่ 2 จึงต้องศึกษาวิธีลงทะเบียนอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้เสียเวลาจนอาจทำให้พลาดสิทธิ์ ซึ่งมีวิธีดังนี้

1. เข้าไปที่เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง .com เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ

2. กดปุ่มสีแดงที่ระบุว่า "ลงทะเบียนรับสิทธิ์สำหรับประชาชน"

3. อ่านรายละเอียดข้อตกลงและความยินยอมก่อนเข้าร่วมโครงการ หากต้องการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งกดตกลงยินยอม

4. กรอกข้อมูลส่วนตัว เพื่อใช้ยืนยันลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง

* ชื่อ-นามสกุล
* เลขบัตรประจำตัวประชาชน
* รหัสหลังบัตรประจำตัวประชาชน
* วันเดือนปีเกิด
* เบอร์โทรศัพท์

5. กรอกรหัส OTP ที่จะส่งเข้ามายังเบอร์มือถือของผู้ที่ลงทะเบียน

6. เมื่อระบบได้รับข้อมูลแล้วให้ผู้ลงทะเบียนรอรับผลผ่าน SMS

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเป๋าตังเพื่อติดตั้งลงไปในมือถือ โดยยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ เป๋าตังโดยสามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง IOS และ Android


#ข่าว #ข่าวท่องเที่ยว

07/09/2020

: “การบินไทย” เปิด 18 เที่ยวบินพิเศษ สู่ 7 เมืองใหญ่ ยุโรป-เอเชีย เดือนกันยายนนี้ 💥
#เนื้อหาข่าวจาก : "prachachat" https://bit.ly/327loLb
นายวิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยเปิดให้บริการเที่ยวบินพิเศษสำหรับผู้โดยสารที่มีความจำเป็นต้องเดินทาง อาทิ ผู้โดยสารชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในสหภาพยุโรป ไต้หวัน และฮ่องกงที่ตกค้างและต้องการเดินทางกลับประเทศเพื่อกลับไปพบครอบครัว นักเรียน นักศึกษาที่ต้องการเดินทางไปศึกษาต่อ การเดินทางเพื่อธุรกิจ หรือผู้ที่ประสงค์จะเดินทางต่อไปยังเมืองอื่นๆ โดยจัดเที่ยวบินพิเศษรวม 18 เที่ยวบิน

โดยเที่ยวบินดังกล่าว ประกอบด้วย เที่ยวบินที่ ทีจี 924 เส้นทาง กรุงเทพฯ-มิวนิก จำนวน 1 เที่ยวบินในวันที่ 11 กันยายน 2563 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 12.20 น. ถึงมิวนิก เวลา 18.35 น. (เวลาท้องถิ่น)

เที่ยวบินที่ ทีจี 922 เส้นทาง กรุงเทพฯ-แฟรงก์เฟิร์ต จำนวน 2 เที่ยวบิน ในวันที่ 18 และวันที่ 30 กันยายน 2563 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 12.25 น. ถึงแฟรงก์เฟิร์ต เวลา 19.00 น. (เวลาท้องถิ่น)

เที่ยวบินที่ ทีจี 916 เส้นทาง กรุงเทพฯ-ลอนดอน จำนวน 3 เที่ยวบินในวันที่ 13 วันที่ 20 และวันที่ 27 กันยายน 2563 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 12.50 น. ถึงลอนดอน เวลา 19.10 น. (เวลาท้องถิ่น)

เที่ยวบินที่ ทีจี 932 เส้นทาง กรุงเทพฯ-ปารีส จำนวน 2 เที่ยวบิน ในวันที่ 17 และวันที่ 29 กันยายน 2563 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 12.15 น. ถึงปารีส เวลา 19.20 น. (เวลาท้องถิ่น)

เที่ยวบินที่ ทีจี 950 เส้นทาง กรุงเทพฯ-โคเปนเฮเกน จำนวน 2 เที่ยวบิน ในวันที่ 13 และวันที่ 27 กันยายน 2563 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 06.50 น. ถึงโคเปนเฮเกน เวลา 13.05 น. (เวลาท้องถิ่น)

เที่ยวบินที่ ทีจี 632 เส้นทาง กรุงเทพฯ-ไทเป จำนวน 4 เที่ยวบิน ในวันที่ 4 วันที่ 10 วันที่ 18 และวันที่ 25 กันยายน 2563 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 08.25 น. ถึงไทเป เวลา 13.05 น. (เวลาท้องถิ่น)

เที่ยวบินที่ ทีจี 606 เส้นทาง กรุงเทพฯ-ฮ่องกง จำนวน 4 เที่ยวบิน ในวันที่ 9 วันที่ 16 วันที่ 23 และวันที่ 30 กันยายน 2563 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 16.00 น. ถึงฮ่องกง เวลา เวลา 19.45 น. (เวลาท้องถิ่น)

ที้งนี้ บริษัทฯ จำหน่ายบัตรโดยสารเที่ยวบินพิเศษทั้ง 7 เส้นทางดังกล่าว เป็นบัตรโดยสารแบบเที่ยวเดียว มีที่นั่งจำนวนจำกัด ผู้สนใจสามารถสำรองที่นั่ง ออกบัตรโดยสาร พร้อมกรอกข้อมูลการเดินทางตามข้อกำหนดของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี, สหราชอาณาจักร และสาธารณรัฐฝรั่งเศส เดนมาร์ก ไต้หวัน และฮ่องกงได้ทางเว็บไซต์ของการบินไทย และที่สำนักงานขายการบินไทย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ THAI Contact Center โทร. 0-2356-1111

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้ทำการขนส่งสินค้าในเที่ยวบินทั้งขาไปและขากลับด้วย สำหรับเที่ยวบินขากลับ บริษัทฯ ได้ให้ความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติภารกิจรับคนไทยที่มีความยากลำบากในการดำรงชีวิตในต่างแดนกลับบ้านอย่างต่อเนื่อง

ผู้โดยสารในเมืองข้างต้นที่ต้องการเดินทางกลับประเทศไทย สามารถติดต่อเพื่อลงทะเบียนก่อนการเดินทาง หรือตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน http://thai.thaiembassy.de/berlin/berlin-embassy

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครมิวนิก https://thaiconsulate.de/

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต https://thaigeneralkonsulat.de/th/

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน http://www.thaiembassy.org/london/

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส http://www.thaiembassy.fr/

สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป) http://www.tteo.org.tw/main/

และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง http://www.thai-consulate.org.hk/web/3019.php

ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้บริการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยมีการทำ Physical Distancing ในทุกขั้นตอนการโดยสาร เพื่อให้ผู้โดยสารเดินทางด้วยความอบอุ่นและปลอดภัยด้านสุขอนามัยในทุกเที่ยวบิน

Image Credit: https://www.flickr.com/photos/omeyamapyonta/14417307312/

#ข่าว #ข่าวท่องเที่ยว

10/08/2020

: ยุโรปไฟเขียว ! ประเทศไทยเดินทางเข้ายุโรปได้ เหตุ เป็นประเทศปลอดภัยจากโควิด -19 ✅
#เนื้อหาข่าวจาก : "thansettakij" https://bit.ly/30I1LIB
บรัสเซลส, 10 ส. ค. ( ชินหัว) - สหภาพยุโรป (EU) ประกาศอนุญาตให้ผู้เดินทางจาก 11 ประเทศนอกสหภาพยุโรปเดินทางเข้ายุโรปได้ หลังยุโรปได้ถอดชื่อโมร็อกโกออกจากรายการ "ประเทศปลอดภัย" (Safe List) หรือประเทศที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ายุโรปฉบับล่าสุดไปเมื่อไม่นานมานี้
องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ว่าเมื่อนับถึงวันเสาร์ (8 ส.ค.) โมร็อกโกรายงานการตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่ม 1,018 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 30,662 ราย ขณะที่ผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 รวมอยู่ที่ 461 ราย หลังตรวจพบผู้เสียชีวิตรายใหม่ 12 ราย
คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (Council of the EU) ได้เปิดเผยรายชื่อประเทศที่ได้รับยกเลิกข้อจำกัดที่กำหนดใช้ชั่วคราวในการเดินทางเข้าอียู เมื่อวันศุกร์ (7 ส.ค ) หลังได้ทบทวนสถานการณ์ทางระบาดวิทยาและมาตรการควบคุมโรคระบาดทั่วโลก โดยรายชื่อประเทศปลอดภัยล่าสุดประกอบด้วย 11 ประเทศ ซึ่งเป็นจำนวนประเทศที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่อียูริเริ่มข้อเสนอแนะดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.
คณะมนตรีฯ เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกอียูยกเลิกข้อจำกัดด้านการเดินทางอย่างค่อยเป็นค่อยไปสำหรับผู้อาศัยอยู่ในออสเตรเลีย แคนาดา จอร์เจีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ รวันดา เกาหลีใต้ ไทย ตูนิเซีย และอุรุกวัย เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ (8 ส.ค.) ที่ผ่านมา ทั้งยังอนุญาตให้ผู้อาศัยในจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในอียูได้ หากจีนยอมรับผู้เดินทางจากอียูเช่นกัน
Image Credit: Free-Photos>> https://bit.ly/2PE9u4h

#ข่าว #ข่าวท่องเที่ยว

05/08/2020

: ไต้หวันจัดเที่ยวบินไปญี่ปุ่น “บินวนไม่ลงจอด” ให้ลูกค้าได้บินเที่ยวหลังไม่ได้ไปไหนในช่วงโควิด-19 ‼️

#เนื้อหาข่าวจาก : "amarintv" https://bit.ly/2EQuKSh
เป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลกออนไลน์ เมื่อ EVA Air สายการบินสัญชาติไต้หวันออกแพ็กเกจจัดเที่ยวบินพิเศษบนเครื่องรุ่น A330 ลายฮัลโหลคิตตี้ นำพาผู้โดยสารเหินฟ้าจากสนามบินเถาหยวน ของไต้หวัน ผ่านช่องแคบตะวันออกเฉียงเหนือ บินวนเหนือหมู่เกาะริวกิวของญี่ปุ่น และวนกลับลงจอดที่ไต้หวันผ่านทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้เวลาทำการบินทั้งหมด 2 ชั่วโมง 45 นาที เพื่อให้ลูกค้นที่คิดถึงการเดินทางโดยเครื่องบินในช่วงการระบาดของโควิด-19 ได้กลับไปยังบรรยากาศที่คุ้นเคย ซึ่งมีการบริการแบบฟูลเซอร์วิส แถมช้อปปิ้งดิวตี้ฟรี ด้วยสนนราคาเริ่มต้น ชั้นประหยัดคนละ 5,288 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 5,600 บาท และชั้นธุรกิจอยู่ที่คนละ 6,288 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 6,700 บาท แพ็กเกจนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 8 สิงหาคม 2563 ซึ่งตรงกับเทศกาลวันพ่อของไต้หวัน

นอกจาก EVA Air แล้ว รายงานยังระบุด้วยว่า สายการบิน China Airlines ก็ได้ออกแพ็กเกจทริปบินวนเหนือเกาะไต้หวัน ระยะเวลา 2 ชั่วโมง โดยเปิดราคาที่ 6,000 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 6,400 บาท พร้อมพ่วงความพิเศษพาทัวร์ห้องนักบิน (จำกัดสิทธิทัวร์ห้องนักบินเฉพาะผู้โดยสารที่เป็นเด็กเท่านั้น) ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สนามบินซงชาน ของไต้หวัน ได้จัดกิจกรรมให้ลูกค้าเดินผ่านจุดเช็กอิน ด่านตรวจคนเข้าเมือง และบอร์ดดิ้งขึ้นเครื่อง แต่เครื่องบินจะไม่ได้บินไปไหน ซึ่งมีผู้สนใจถึง 7,000 คน จนสนามบินต้องใช้วิธีจับสลากผู้โชคดีเพียง 30 คน ซึ่งแต่ละคนสามารถพาผู้ติดตามไปด้วย 1 คน รวมเป็น 60 คน เพื่อร่วมทริปพิเศษนี้

ล่าสุด สนามบินเถาหยวน ได้นำไอเดียนี้มาหารายได้ ด้วยการจัดทริปราคา 1,000 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 1,065 บาท ให้ประชาชนได้เข้าเยี่ยมชมสนามบิน แวะชมเลาจน์ผู้โดยสารสุดหรู ดูระบบควบคุมภายในสนามบิน ใช้บริการร้านดิวตี้ฟรี และขึ้นจุดชมเครื่องบินที่สวยงาม ทุกวันพฤหัสบดีและวันเสาร์ ไปจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ปรากฏว่าแพ็กเกจนี้ขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่เปิดให้จองภายในสองวันแรก นับเป็นไอเดียสร้างรายได้ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้น และเสียงชื่นชมในวิสัยทัศน์จากลูกค้าที่คิดถึงการเดินทางได้อย่างล้นหลาม

Image Credit: EVA Airways Corp. 長榮航空>> https://bit.ly/3kbtkSx

#ข่าว #ข่าวท่องเที่ยว

04/08/2020

: ประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว อนุญาตให้คนไทยบางกลุ่มเดินทางเข้าญี่ปุ่น ✈️
#เนื้อหาข่าวจาก : "สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น - 在東京タイ王国大使館" https://bit.ly/2BWJ0YD
ประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว
ที่ 30/2563
เรื่อง ญี่ปุ่นอนุญาตให้คนไทยบางกลุ่มเดินทางเข้าญี่ปุ่น
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศอนุญาตให้คนไทยบางกลุ่มเดินทางเข้าญี่ปุ่น มีรายละเอียดโดยสรุป ดังนี้
📌 1. กลุ่มคนไทยที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าญี่ปุ่น ได้แก่
1.1. ผู้ที่เดินทางระยะสั้นเพื่อธุรกิจ (short-term stay for business)
1.2. ผู้ที่ทำงานหรือพำนักในญี่ปุ่นระยะยาว หรือเรียกว่า “Residence Track” โดยมีสถานะใดสถานะหนึ่ง ดังต่อไปนี้
- ผู้จัดการธุรกิจ (Business manager)
- การโยกย้ายพนักงานภายในบริษัทเดียวกัน (Intra-company transfer)
- วิศวกร (Engineer) / ผู้เชี่ยวชาญด้านมนุษยศาสตร์ (Specialist in humanities) / ผู้ให้บริการระหว่างประเทศ (International services)
- พยาบาล (Nursing care)
- ผู้มีทักษะอาชีพขั้นสูง (Highly skilled professional)
- ผู้ฝึกงานเชิงเทคนิค (Technical Intern Training)
- ผู้ทำงานที่มีทักษะเฉพาะ (Specified Skilled Worker)
- กิจกรรมต่าง ๆ ที่ระบุไว้ (สตาร์ทอัพ) (Designated activities (Start-up))
หมายเหตุ: ขณะนี้ รัฐบาลไทยและญี่ปุ่นกำลังเจรจารายละเอียดสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางระยะสั้น (Business Track) และจะประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป
📌 2. เอกสาร
2.1. ผู้ที่ยังไม่เคยเดินทางเข้าญี่ปุ่นและยังไม่มีใบ Re-Entry Permission จะต้องขอรับวีซ่า ส่วนผู้ที่เคยเดินทางเข้าญี่ปุ่นแล้ว จะต้องขอรับเอกสาร “Letter of Confirmation of Submitting Required Documentation for Re-entry into Japan” หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “Re-entry Confirmation Letter” ซึ่งออกโดย
สถานเอกอัครราชทูต / สถานกงสุลใหญ่ของญี่ปุ่นในประเทศไทย
2.2. ผู้ที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นจะต้องแสดงใบรับรองผลการตรวจเชื้อโควิด-19 “Certificate of Testing for COVID-19” ที่มีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
📌 3. มาตรการข้างต้นเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นและเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ดังต่อไปนี้
- https://www.mofa.go.jp/press/release/press4e_002871.html
- https://www.mofa.go.jp/ca/fna/page22e_000921.html
- https://www.th.emb-japan.go.jp/it…/visa_residence_track.html
- https://www.th.emb-japan.go.jp/itpr_th/visa_reentry.html
📌 4. สำหรับผู้ที่เดินทางจากประเทศไทย ซึ่งมีสถานะถิ่นพำนัก (residence) ซึ่งไม่เข้าข่ายกลุ่มชาวต่างชาติที่มีสถานะเป็นผู้มีถิ่นพำนักถาวร (Permanent Resident) คู่สมรสหรือบุตรของชาวญี่ปุ่น คู่สมรสหรือบุตรของชาวต่างชาติที่มีสถานะเป็นผู้มีถิ่นพำนักถาวร หรือผู้มีถิ่นพำนักระยะยาว (Long Term Resident) เช่น นักธุรกิจ และนักเรียน/นักศึกษา และเดินทางออกจากญี่ปุ่นก่อนวันที่ 2 เมษายน 2563 สามารถเดินทางกลับเข้าญี่ปุ่นได้ ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป ดังรายละเอียดปรากฏตามเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 https://www.mofa.go.jp/ca/fna/page4e_001074.html
ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น และสถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่นประจำประเทศไทย
จึงขอประกาศมาเพื่อโปรดทราบโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2563
(นายสิงห์ทอง ลาภพิเศษพันธุ์)
เอกอัครราชทูต

#ข่าว #ข่าวท่องเที่ยว

03/08/2020

: ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย สามารถเดินทางออกจากประเทศไทยได้ โดยต้องติดต่อทางสายการบินโดยตรง และปฏิบัติตามมาตรการของประเทศปลายทางอย่างเคร่งครัด ‼️

#เนื้อหาข่าวจาก : "CAAT - The Civil Aviation Authority of Thailand" https://bit.ly/3gmbUjG
ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง เงื่อนไขในการอนุญาตให้อากาศยานทำการบินเข้าออกประเทศไทย (ฉบับที่ 3)

👉สาระสำคัญ

❌ยกเลิกข้อความบางส่วนจากประกาศ กพท.เรื่อง เงื่อนไขในการอนุญาตให้อากาศยานทำการบินเข้าออกประเทศไทย (ฉบับที่ 2) และใช้ข้อความเพื่อให้สอดคล้องตาม พรก. ฉุกเฉิน และคำสั่ง ศบค. วันที่ 31 ก.ค. 63 แทน ดังนี้
▪️ ข้อ 3 (7) คนต่างด้าวซึ่งมีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ตลอดจนคู่สมรสและบุตรของบุคคลดังกล่าว
▪️ ข้อ 3 (8) ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีใบอนุญาตทำงานหรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมาย ตลอดจนคู่สมรสและบุตรของบุคคลดังกล่าว หรือแรงงานต่างด้าวที่นายจ้างหรือผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรได้รับอนุญาตจากทางราชการเพื่อผ่อนปรนให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและให้ทำงาน
▪️ ข้อ 3 (11) ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตามข้อตกลงพิเศษ (special arrangement) ระหว่างหน่วยงานของรัฐของประเทศไทยกับต่างประเทศ หรือบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ได้รับอนุญาตจากนายกรัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะและการตรวจสอบกลั่นกรองของคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่คณะกรรมการเฉพาะกิจดังกล่าวกำหนด
▪️ ข้อ 4 บุคคลผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตามข้อ 3 จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อและจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข เงื่อนเวลา หลักเกณฑ์และมาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 2 แห่งข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 12) ประกาศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563 และมาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 แนบท้ายคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ที่ 8/2563 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 7) สั่ง ณ วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป

❌เครื่องบินพาณิชย์ สำหรับนักท่องเที่ยวยังไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศไทย

✅ผู้ที่จะเดินทางจะต้องขอหนังสือรับรองจากสถานทูตไทย หรือกงสุลไทย จากประเทศต้นทาง และเอกสารอื่นๆ ตามคำสั่ง ศบค. อย่างเคร่งครัด

✅การเดินทางออกจากประเทศไทยสามารถทำได้ โดยผู้โดยสารต้องติดต่อทางสายการบินโดยตรง และปฏิบัติตามมาตรการของประเทศปลายทางอย่างเคร่งครัด

Download PDF >> https://www.caat.or.th/th/archives/52448
การเดินทางเข้าประเทศไทย >> https://web.facebook.com/caat.thailand/posts/1646344282194934
The persons in permitted types and measures to be complied with when travelling into Thailand >>https://web.facebook.com/caat.thailand/posts/1662281020601260
รวมทุกประกาศเกี่ยวกับ covid-19 >> www.caat.or.th/corona

Image Credit: Skitterphoto>> https://bit.ly/3fmMEZi

#ข่าว #ข่าวท่องเที่ยว

ที่อยู่

188/70 หมู่บ้าน 84 แมนชั่น แขวง/เขต วังทองหลาง
Bangkok
10310

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ GreenwayTravelผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง GreenwayTravel:

แนะนำ

  • ThailandBiking

    ThailandBiking

    884/20 Rama III Road, Soi 34/3, Bang Phongpang, Yan Nawa

แชร์