บุญ - พา - ไป

บุญ - พา - ไป we are non-profit creative media agency. We’re trying to do something that doesn’t come from the head, but our hearts.

We’re willing to share our journeys from the start to the final destination, to create knowledge and inspiration of every place we พาทุกคนเดินทางไปทั่วโลกเพื่อสำรวจ ศรัทธา ปรัชญา ศาสนา สันติภาพและความคิดของผู้นำศรัทธาและผู้คนที่หลากหลายชาติ ภาษา เพื่อสะท้อนมุมมองย้อนกลับมายังสังคมไทยรวมทั้งเพื่อทำความเข้าใจ ธรรมมะในรูปแบบที่ทุกคนเข้าถึงได้ โดยเสนอผ่านการเรียนรู้ที่เริ่มจาก0ของพวกเรา

เซฟกันเลย
07/06/2022

เซฟกันเลย

พลาดทุกทริปเพราะมันเป็นSignature วันนี้พวกเราเดินทางกลับไทยกันแล้วครับทริปนี้มีสามเสือ พี่ไนท์ พี่แมค และน้องพลส่วนบุญโต...
18/05/2022

พลาดทุกทริปเพราะมันเป็นSignature
วันนี้พวกเราเดินทางกลับไทยกันแล้วครับ

ทริปนี้มีสามเสือ พี่ไนท์ พี่แมค และน้องพล
ส่วนบุญโตก็ส่งกำลังใจไปให้แทน

รอติดตามชมภาพงานวิสาขบูชาอินโดนีเซียกันได้เร็วๆนี้เลย
พี่แมคเล่าว่า การได้เห็นผู้คนต่างศาสนา
มานั่งสมาธิร่วมกัน
ทำให้รู้สึกว่าสมาธิเป็นเรื่องกลางๆ
ที่ทำให้ผู้คนมานั่งหลับตาสงบนิ่งร่วมกัน

เอาไว้รอทุกคนกลับมาเดี๋ยวลองมาฟังพวกเขาเล่า
บรรยากาศและสิ่งที่บุญได้พาไปพบเจอกันในทริปนี้ครับ
แล้วพบกัน

บุญ พา ไป กลับมาแล้วนะครับรอบนี้รับรองไฉไลกว่าเดิมประเดิมอีเว้นท์แรก วิสาขบูชาที่อินโดนีเซียไว้จะเอาภาพและเรื่องราวมาฝาก...
17/05/2022

บุญ พา ไป กลับมาแล้วนะครับ
รอบนี้รับรองไฉไลกว่าเดิม
ประเดิมอีเว้นท์แรก
วิสาขบูชาที่อินโดนีเซีย
ไว้จะเอาภาพและเรื่องราวมาฝากนะครับ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามเสมอมา
และต่อจากนี้รับรองว่า คอนเทนท์ฉ่ำแน่นอน

26/09/2021

ขออย่าด้อยค่าศาสนาพุทธ
ด้วยการให้ชาวพุทธ
สวดมนต์ไล่พายุเลย
#ศาสนาแห่งปัญญา

ธรรมมะอารมณ์ดี
05/09/2021

ธรรมมะอารมณ์ดี

พระธรรกร ฆ่าตัวตายด้วยเครื่องสังหารแบบกิโยตินแบบตัดหัวตัวเองออกจากร่างกายโดยให้เหตุผลว่านี้คือการถวายเป็นพุทธบูชาและถือเ...
18/04/2021

พระธรรกร ฆ่าตัวตายด้วยเครื่องสังหาร
แบบกิโยตินแบบตัดหัวตัวเองออกจากร่างกาย
โดยให้เหตุผลว่า
นี้คือการถวายเป็นพุทธบูชา
และถือเป็นหนึ่งในการสร้างบารมี
จนเกิดเป็นที่วิจารณ์เป็นวงกว้าง
คำถามคือ การฆ่าตัวตายเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
มีอยู่จริงไหม? และที่เราถูกสอนกันมาว่า
การฆ่าตัวตายเป็นบาปมหันต์
ลองไปฟังทัศนะของเพจนี้ดู

การฆ่าตัวตาย: นิยามความดี/ความชั่วที่รัฐมอบให้
เจษฎา บัวบาล
18 เมษายน 2564
ผมเคยเขียนเรื่อง "การฆ่าตัวตายไม่ใช่สิ่งเลวร้าย" ไว้เมื่อปี 2562 เพื่อถกกับแนวคิดแบบพุทธเถรวาท ที่ชอบตัดสินความผิดของคนผ่านจิตที่ดี/ไม่ดี ก่อนตาย และมักจะตราหน้าคนฆ่าตัวตายว่ามีจิตไม่ดีจึงต้องไปทุคติ ทั้งที่เราไม่ทราบได้เลยว่าก่อนตายแต่ละคนมีจิตอย่างไร ตัวอย่างในพุทธกาลมักพบว่า หากพระฆ่าตัวตายแบบปัจเจก พระพุทธเจ้ามักไม่ตำหนิและอธิบายว่าเขาบรรลุธรรมแล้ว แต่พระองค์จะตำหนิพระที่ฆ่าตัวตายหมู่ แม้จะเป็นอริยบุคคลก็ตาม (วินัย.มหาวิภังค์. ข้อ 176-179) ซึ่งผมสันนิษฐานว่า เป็นการตำหนิเพื่อเอาใจพระราชา ว่าศาสนาของพระองค์ไม่ได้ส่งเสริมการทำเช่นนั้น ในรัฐที่ต้องการจำนวนพลเมือง (มากกว่าเขตแดน)
เนื่องจากเกิดกรณี "พระธรรมกรตัดคอตนเองถวายเป็นพุทธบูชา" เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา ได้เกิดการวิจารณ์จากชาวพุทธว่า "ท่านไม่เข้าใจหลักคำสอนที่แท้จริง" ในบทความนี้ ผมจึงอยากเพิ่มกรณีตัวอย่างของคัมภีร์พุทธ เพื่อให้เห็นว่า "สิ่งที่ท่านธรรมกรทำยังอยู่ในแนวทางพุทธ" และโยงให้เห็นว่า พุทธแบบไทยต่างหาก ที่ไม่หลากหลายพอจนมักจะตราหน้าคนคิดต่างว่าเป็นพวกเห็นผิด ต้องถูกปรับทัศนคติ
การฆ่าตัวตายเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาพบหลายครั้งมากในคัมภีร์พุทธ เริ่มจากเรื่องพระมังคลพุทธเจ้า (อรรถกถา ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ 3) ตั้งแต่ขณะเป็นโพธิสัตว์ ปรารถนาจะเผาตัวเอง เพื่อจุดเป็นประทีปถวายเจดีย์ของพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง ด้วยอานิสงส์นั้น ทำให้ท่านได้มีรัศมีโชติช่วงในภพที่ได้เป็นพระพุทธเจ้า แน่นอนว่านั่นคือการฆ่าตัวตายเพื่อถวายแก่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า แต่โชคดี ที่คัมภีร์เล่าให้เห็นปาฏิหาริย์ว่า ไฟนั้นไม่เผาพระโพธิสัตว์แม้แต่เส้นขน ท่านจึงไม่ถูกครหาว่าโง่ (ในแบบคนอื่นๆ ที่ทำเช่นนั้นและต้องตายจริง)
เรื่องของพระโพธิสัตว์ในชาติที่เกิดเป็นกระต่าย (อรรถกถา ขุททกนิกาย สสบัณฑิตชาดก 6) ก็ทำนองเดียวกัน ตั้งใจว่าหากใครมาขออะไร ก็จะให้กระทั่งชีวิตตัวเอง และเมื่อพระอินทร์แปลงกายมา พระโพธิสัตว์ก็ขอให้ท่านจุดไฟ และกระโดดเข้ากองไฟ "ด้วยจิตใจรื่นเริง" เพื่อให้เนื้อที่ย่างนั้นเป็นทาน แต่สุดท้ายไฟก็ไม่ไหม้ แน่นอนว่าเรื่องพวกนี้ต้องการสื่อถึงอานุภาพบุญบารมี แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า หากมองว่าการฆ่าตัวตายเป็นเรื่องโง่เขลา พระโพธิสัตว์เหล่านี้ก็โง่เขลาเช่นกัน
พระโพธิสัตว์เคยอุทิศชีวิตให้แก่แม่เสือหิวที่กำลังจะกินลูกเล็กๆ ของตน (Jatakamala 1) ด้วยการกระโดดลงหน้าผา เพื่อสะท้อนความเมตตากรุณาที่ไร้ขีดจำกัด ซึ่งพฤติกรรมนี้ได้ถูกยกย่องโดยศิษย์และกลายมาเป็นชาดกเรื่องหนึ่ง แน่นอนว่าไม่มีใครมองว่าพระโพธิสัตว์โง่ หรืออย่างน้อยก็ควรเปรียบเทียบว่าชีวิตมนุษย์สำคัญกว่าสัตว์เดรัจฉาน การจะเข้าใจอันนี้อาจต้องสวมวิธีคิดของมหายานและวัชรยาน ที่ให้เกียรติทุกชีวิต ในขณะที่เถรวาทซึ่งมองว่าการฆ่าสัตว์เป็นบาปเล็กน้อย หรือการกินเนื้อสัตว์ไม่ใช่เรื่องผิดบาป อาจไม่อินน์กับชาดกเรื่องนี้
ถ้าจะเอาเรื่องพุทธแบบปัจจุบัน เราจะมองได้ไหมว่า การที่พระพุทธเจ้าสามารถอยู่ได้ถึงหนึ่งกัลป์ (อาจหมายถึง 120 ปี) แต่ตัดสินใจตายไปก่อนตั้งแต่ 80 ปี นั่นถือเป็นการฆ่าตัวตายไหม อาจหมายถึงการปฏิเสธการรักษา (letting die) หรือกรณีพระอานนท์ ที่ใช้เตโชกสิณระเบิดร่างตนเองให้สรีระแบ่งเป็นสองฝั่งแม่น้ำโรหิณีเพื่อญาติทั้งสองฝั่ง (84000.org) แต่เรื่องเหล่านี้ไม่ถูกมองว่าผิดหรือโง่ เพียงเพราะเชื่อว่า ท่านเหล่านั้นมีปัญญาและทำโดยใจไม่เศร้าหมอง แต่เราก็รีบตราหน้าคนอื่นๆ ที่เราไม่เชื่อว่าบรรลุธรรม ว่าต้องเป็นพวกโง่เขลา เป็นมิจฉาทิฎฐิ
การมองจากนอกกรอบของคนที่ไม่อินน์กับศาสนาหรือปณิธานบางอย่าง อาจไม่ต่างจากการเมือง ที่เรามักมองคนที่สละชีวิตตัวเองเพื่ออุดมการณ์บางอย่าง ว่าล้วนเป็นความโง่เขลา ทำไมจึงยอมแลกชีวิตที่ยิ่งใหญ่กับอุดมการณ์เล็กน้อยแค่นี้ แต่สำหรับคนที่เขาทำเช่นนั้น มันผ่านการคิดมาอย่างดีแล้ว (แน่นอนว่าคนละกรอบกับที่เรามอง) เราแค่ไม่ควรมองว่า ใครก็ตามที่ไม่ได้สู้ในแนวทางของเราต้องเป็นคนโง่ แน่นอนว่าเรามีสิทธิห้ามหรือโน้มน้าวให้เขาเห็นด้วยกับวิธีของเรา แต่การมองว่าเขาไม่ฉลาดเป็นการไม่พยายามเข้าใจเขาด้วยอุดมการณ์อีกชุดหนึ่ง
กรณีของพระธรรมกร ก็คล้ายการถวายคางของพระเทวทัต ซึ่งแน่นอนว่า แม้ประวัติพระเทวทัตจะดูเลวร้ายมาตลอด แต่ช่วงบั้นปลายที่เขาสำนึกผิด และถวายคางซึ่งกำลังจะจมดินลงไปให้เป็นพุทธบูชา พฤติกรรมนี้ได้รับการยกย่อง และยังเชื่อกันอีกว่า ท่านจะได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าในอนาคตอีกด้วย
มีตอนหนึ่งในคำอธิฐานของพระธรรมกร ที่ระบุว่า “ข้าพระพุทธเจ้า ขอสักการะบูชา พระบรมสารีริกธาตุ สมเด็จพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยศีรษะของข้าพระพุทธเจ้า ด้วยกุศลแห่งการบูชานี้ จงเป็นพละปัจจัย เป็นอุปนิสัย ตามส่งให้ข้าพระพุทธเจ้า บรรลุปัจเจกโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าในอนาคตกาล เบื้องหน้านี้ด้วยเทอญ”(Bright TV, 2564)
พุทธเถรวาทไทย ได้ถูกชำระให้สะอาดในหลายรอบ พุทธทาสและปยุตฺโต เป็นคนสำคัญที่ผลิตคัมภีร์ขึ้นมาใหม่ โดยได้รับอิทธิพลความเป็นสมัยใหม่ ที่ทำให้ศาสนามีเหตุมีผล และตัดเรื่องราวของพุทธศาสนาเดิมจำนวนมากทิ้งไป (มักอ้างว่า พราหมณ์แต่งยัดใส่พระโอษฐ์) คนไทยโดยเฉพาะพวกสนใจศาสนาแบบชนชั้นกลาง จึงมักจะเสพธรรมะจากสองท่านนี้ และหลงรู้สึกไปตามว่า พุทธศาสนาเป็นวิทยาศาสตร์มีเหตุมีผล
ตัวอย่างที่ชัดคือ ชาวพุทธจำนวนมากมองว่า พฤติกรรมของพระธรรมกรเป็นเรื่องนอกรีต การเป็นเถรวาทที่ดีต้องเป็น "สาวก" ที่มุ่งการพ้นทุกข์ให้เร็วที่สุดเท่านั้น ความทุกข์ในสังสารวัฏเป็นเรื่องลำบากที่ควรรีบสลัดไปให้พ้น ใครไม่อยากเป็นสาวก แต่อย่างเป็นพระพุทธเจ้าหรือปัจเจกพุทธเจ้าถือเป็นเรื่องไม่ปกติหรือโง่ เพราะยังต้องใช้เวลาอีกยาวนานในการบำเพ็ญบารมี
ประเด็นคือ ถ้ามีคนอยากเลือกแบบนั้น เขาผิดตรงไหนครับ และเเน่นอน ว่าการเข้าสู่พุทธวงศ์เป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นการทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ สวดมนต์ ใส่บาตร นั่งสมาธิ เป็นเรื่องเล็กเกินไป ไม่ท้าทายหรือหลุดกรอบเท่ากับวิถีโพธิสัตว์ แต่ทั้งนี้ กรณีแบบที่ว่าก็มีตัวอย่างมามาก ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ที่เขาเพิ่งทำกัน จนต้องรีบประณามว่าเป็นมิจฉาทิฎฐิ
ที่จริง การไม่ยอมเป็นสาวก (ผู้ฟัง) เท่ากับสะท้อนระดับความจงรักภักดีด้วย ว่าเขาไม่พอใจกับขั้นบรรลุธรรมหรือพ้นทุกข์แบบพื้นฐาน แต่เขาอยากเป็นในระดับเดียวกับศาสดา คือ พระพุทธเจ้า (หรือปัจเจกพุทธเจ้า) ซึ่งตามความเชื่อแบบพุทธ ทุกคนมีศักยภาพที่จะเป็นได้ ความปรารถนาแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกในพุทธศาสนามหายานและวัชรยาน แต่สำหรับเถรวาทซึ่งต้องการสร้างสาวกผู้จงรักภักดีอาจดูเป็นเรื่องไม่ปกติ
รัฐที่สนใจความมั่นคง อยากให้คนเป็นแบบเดียวกัน จะรู้สึกกลัวหากเกิดกรณีคนออกนอกกรอบเช่นนี้ ที่มากกว่านั้นคือ หากคนเหล่านี้มีลูกศิษย์มากก็ยิ่งน่ากลัว กรณีธรรมกายอาจเป็นตัวอย่างในปัจจุบันได้ เพราะไม่ได้สอนให้รีบบรรลุธรรมแบบเถรวาทกระเเสหลักเน้น แต่เป็นการขนย้ายคนไปดุสิตบุรีเพื่อสร้างบารมีช่วยโลกกันต่อ
ตำแหน่งโพธิสัตว์หรือพุทธเจ้าจึงมักถูกสงวนใว้ให้ชนชั้นปกครอง กษัตริย์หรือพระบรมโพธิสมภาร เป็นตำแหน่งที่ได้รับความชอบธรรมจากพุทธศาสนา ไม่เพียงปกครองในทางโลกเท่านั้น หากแต่ควรจะเป็นศาสนูปถัมภกหรือหัวหน้าผู้นำพาสรรพสัตว์ไปสู่การบรรลุธรรมด้วย ตำแหน่งนี้จึงไม่ควรมีหลายคน กรณีของครูบาศรีวิชัย ผู้ถูกกล่าวหาว่าครอบครองดาบของพระอินทร์และให้ภาพของผู้มีบารมีปกครองบ้านเมือง จึงต้องถูกจัดการด้วย (Bowie, 2014) และเรามักจะได้ยินเรื่องราวการถอนพุทธภูมิของครูอาจารย์ดังๆ เช่น หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น หลวงปู่สิงห์ ที่ขอลดตำแหน่งตนเองมาเป็น "สาวก" ผู้เชื่อฟังเท่านั้น ตามจารีตเถรวาทแท้ภายใต้รัฐไทย
กล่าวโดยสรุปคือ การเชื่อว่า การฆ่าตัวตายเป็นเรื่องดีหรือไม่ แบบที่เราใช้ตัดสินกัน ไม่ได้เป็นเรื่องศาสนาล้วนๆ เพราะตัวศาสนาเองก็เสนอมิติที่หลากหลาย หากแต่ยังเป็นความพยายามของรัฐ ที่ใช้อำนาจจัดการนิยามพวกนั้น และเลือกผลิตซ้ำคำสอนบางอย่างมารับใช้ตน โดยลดทอนคำสอนที่หลากหลายอย่างอื่นทิ้งไป หรือทำให้คนรู้สึกว่า พฤติกรรมอย่างอื่นเป็นเรื่องงมงาย ทั้งที่สิ่งนั้นก็มีปรากฏในคัมภีร์พุทธเช่นกัน แท้จริงรัฐมีอำนาจมาก ทั้งให้การศึกษาและออกกฎหมาย ตั้งแต่บอกว่าเราควรมีชีวิตอย่างไร มีลูกกี่คน จะตายได้ไหม (เช่น บางคนต้องเลือกไปจบชีวิตที่สวิตเซอร์แลนด์)
อ้างอิง
เจษฎา บัวบาล (2562) การฆ่าตัวตายไม่ใช่สิ่งเลวร้าย. ประชาไท 14 เมษายน เข้าถึงได้จาก https://bit.ly/2REfBcZ.

วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ข้อ 176-179 เข้าถึงจาก https://bit.ly/3ds6mFl.

อรรถกถา ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ 3 เข้าถึงจาก https://bit.ly/32rxdei.

อรรถกถา ขุททกนิกาย สสบัณฑิตชาดก 6 เข้าถึงจาก https://bit.ly/3mXEX1c.

Bowie, K. (2014). The Saint with Indra's Sword: Khruubaa Srivichai and Buddhist Millenarianism in Northern Thailand. Comparative Studies in Society and History, 681-713.

Bright TV. (2564). ศาสนาพุทธ หรือ ลัทธิสยอง เจ้าสำนักสงฆ์ตัดหัวตนเอง ถวายเป็นพุทธบูชา. 18 เมษายน. เข้าถึงจาก https://bit.ly/32Cnq5v.

Jatakamala 1: The Story of the Tigress (Dāna). Accessed from https://bit.ly/3sraZDR.

84000.0rg. พระอานนท์เถระ เอตทัคคะในทางผู้เป็นพหูสูตร เข้าถึงจาก https://bit.ly/3n0jLb0.

ภาพจาก : https://bit.ly/3duHo8u

เราอยู่บนโลกที่ในสัมคมส่วนใหญ่ล้วนขับเคลื่อนได้ด้วยข้อแลกเปลี่ยนและความคาดหวังต่อผลกระทบบางอย่างจากสิ่งที่ทำออกไปเฉกเช่น...
17/04/2021

เราอยู่บนโลกที่ในสัมคมส่วนใหญ่
ล้วนขับเคลื่อนได้ด้วยข้อแลกเปลี่ยน
และความคาดหวังต่อผลกระทบบางอย่างจากสิ่งที่ทำออกไป

เฉกเช่นวลี ปลูกต้นมะม่วงย่อมได้ผลมะม่วง
ทำอย่างไรได้อย่างนั้น แต่คำถามคือสิ่งเหล่านี้
ทำให้เรามีความสุขต่อสิ่งที่ทำไปได้มากน้อยแค่ไหน

งั้นโพสต์นี่เราลองมาทำความรู้จัก
ความเข้าใจผิด 9ข้อ
ต่อการทำคุณงามความดีที่เรรมักเข้าใจผิด
พร้อมพิจารณาไปตามๆกัน
ถึงการเข้าใจตามความเป็นจริงหรือสัจธรรม

1. เข้าใจผิดว่า ทำดี ต้องได้ดี ทำบุญต้องได้บุญ...
ที่ถูก คือ ทำดีไม่ได้อะไร แต่ได้ละกิเลส ทำบุญได้แค่สบายใจ

2. เข้าใจผิดว่า ดีกับใคร คนนั้นต้องดีตอบ...
ที่ถูกนั้น คือ เรามีหน้าที่ทำดี ส่วนใครจะดีกับเรา
ไม่ดีกับเรา ไม่ใช่เรื่องของเรา

3. เข้าใจผิดว่า ให้อะไรใคร ต้องได้กลับคืน...
ที่ถูก คือ การ “ให้” คือ ยินดีเสียสละ ให้แล้วคาดหวัง
ไม่ใช่การให้ อ้างเป็นบุญคุณไม่ได้

4. เข้าใจผิดว่า แก่แล้วทำอะไรก็ได้... ที่ถูก คือ
แก่แล้วต้องยิ่งต้องสำนึก ทำชั่วไม่ได้ เวลาเหลือน้อย

5. เข้าใจผิดว่า ต้องทำเพื่อความมั่นคงของชีวิตในภายหน้า...
ที่ถูก ความมั่นคงไม่มีในโลก ตายได้ทุกเมื่อ
ตายแล้วจบไม่มีความมั่นคงอะไร

6. เข้าใจผิดว่า ความต้องการของตัวเองสำคัญที่สุด
เราสำคัญที่สุด... ที่ถูกคือ ไม่มีความต้องการนั่นแหละสำคัญที่สุด
ไม่มีเราต่างหากสำคัญที่สุด

7. เข้าใจผิดว่า เข้าวัด ใจสงบ... ที่ถูกคือ วัดอยู่ในใจ ใจสงบก็อยู่ที่คิด

8. เข้าใจผิดว่า ความสบายเลือกได้... ที่ถูกคือ
เกิดมาก็ทุกข์แล้ว มันเลือกไม่ได้ ไม่มีใครสบายตลอดชาติ

9. เข้าใจผิดว่า สิ่งของ คนของเรา ตัวตนของเรา
เราต้องยึดไว้ รักษาไว้... ที่ถูก คือ ไม่มีอะไร หรือใครให้ต้องยึด
ต้องรักษา ทุกอย่างไม่ใช่ของเราและที่สุดแล้วก็ไม่มี

Cr. พุทธทาส

“เกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์”ความเชื่อผิดๆ หรือ นัยยะทางการปฎิบัติที่ถูกต้องว่ากันด้วยเรื่อง ความเชื่อ ความศรัทธา ในศาสนา...
13/04/2021

“เกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์”
ความเชื่อผิดๆ หรือ นัยยะทางการปฎิบัติที่ถูกต้อง

ว่ากันด้วยเรื่อง ความเชื่อ ความศรัทธา ในศาสนาพุทธแล้ว
การบวชของผู้ชายถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่พุทธศาสนิกชนชายพึงทำกัน

ในหลายๆโอกาส หลายๆเหตุการณ์
การบวชที่ดีมีส่วนในการช่วยเปลี่ยนแปลงมุมมองและคุณภาพชีวิต
ของผู้บวชให้ดียิ่งขึ้น ทั้งก่อนบวช ขณะบวช และหลังบวช
แต่ในสัมคมไทยเรานั้น บางครั้งการบวชคือพิธีเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ
หรือรวมถึงการเป็นทางออกของบางเรื่องอยู่บ่อยครั้ง
และในหลายๆครั้ง การบวช อาจถูกเชื้อชวนอย่างไม่สมัครใจ
ด้วยเหตุผลอันเป็นปัจเจกชน จนทำให้แก่นแท้ของการเข้าสู่
ชีวิตทางธรรม ล้วนเต็มไปด้วยเหตุผลที่เหนือกว่า
การศึกษาพระธรรม เพื่อเป็นหนึ่งในหลักฐานทางคำสอนสำคัญ
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นอายุของพระพุทธศาสนา
ที่มีคุณภาพต่อไป

เมื่อ "เกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์" ขัดแย้งกับ "เรามีกรรมเป็นของตน"
อะไรคือหลักการที่ควรเข้าใจกับความขัดแย้งนี้บทนี้

กรณีศึกษา : ถ้าลูกบวชแล้วช่วยบุพการีให้ขึ้นสวรรค์ได้จริง
ทำไมแม่ของพระโมคคัลลานะยังต้องไปเกิดเป็นเปรต
ขนาดที่ว่าพระโมคคัลลานะ
(ขณะนั้นบรรลุธรรมแล้ว และยังเป็นถึงพระอัครสาวกเบื้องซ้าย มีฤทธิ์มาก)
นำอาหารใส่บาตรไปให้แม่ที่เป็นเปรต
เปรตโยมแม่ยังกินอาหารนั้นไม่ได้เลย
กลายเป็นไฟลุกโพลงในปากไปหมด
นับประสาอะไรกับเราที่ยังเป็นปุถุชน

คำตอบ : เพราะแม่ของพระโมคคัลลานะด่าว่าพระพุทธเจ้าว่า
"สมณะโล้นนี้ พาลูกชายเราไปบวช
ทำให้เราขาดผู้สืบสกุล "
แม่พระโมคคัลลา เป็นคนรวย จึงไม่ได้ทำกรรมอย่างอื่นมาก
นอกจากด่าพระพุทธเจ้าที่เป็นกรรมหนัก
กรรมที่ด่าพระพุทธเจ้าเป็นกรรมหนักจึงต้องไปเกิดเป็นเปรต
นั้นแสดงว่าแม่พระโมคคัลลานะไม่ได้ยินดีที่ลูกบวช
จึงไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นการเกาะชายผ้าเหลือง
ตามที่ผู้ถามพยายามยกตัวอย่าง

จากกรณีนี้เราก็สามารถถอดแก่นสำคัญออกได้ดังนี้
1. แม่จะต้องเป็นผู้สนับสนุนให้ลูกมีจิตศรัทธาที่จะบวชด้วยความศรัทธาและสมัครใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของพระรัตนตรัย
ตรงนี้แม่ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดเป็นผู้มีพระคุณ
ในการให้กำเนิดมาเป็นมนุษย์แก่ลูก
ก็จะได้อานิสงส์จากการบวชของลูกด้วย

2. ในกรณีของพระมารดาของพระโมคคัลลานะขัดขวางการบวช
ไม่ได้สนับสนุนให้ลูกบวชแต่ลูกก็ฝืนไปบวช
อย่างนี้ไม่เรียกว่าเกาะผ้าเหลือง
ส่วนการตกนรกเป็นเปรตเกิดจากกรรมที่ว่าร้ายพระพุทธเจ้า

3. การที่แม่ได้บุญจากการบวชของลูกนั้น
ต้องเกิดจากความปลื้มปิติอย่างยิ่งที่เลือดเนื้อเชื้อไขของตน
ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของพระรัตนตรัย
ความปลื้มปิติในบุญนี้จะยิ่งยวดมากกว่า
ผู้ที่เป็นบุคคลอื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่ลูกกัน
ที่มาของบุญจึงเกิดจากความปิติอันยิ่งยวด
จากการที่เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองได้เข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์
แต่หากแม่ไม่ได้ยินดีกับการบวชของลูกเลย
ก็ไม่น่าจะได้รับบุญจากการบวชของลูก

และในท้ายที่สุด ผู้บวชที่ประพฤติดีปฎิบัติโดยชอบล้วนนำมาซึ่งที่มาแห่งการเป็นเนื้อนาบุญและเป็นอายุในพระพุทธศาสนาที่มีคุณภาพ

เฉกเช่นคำว่า “เกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์”

#บุญพาไป #ศาสนา #การบวช

25/01/2021

เรื่องราวของสำนักสงฆ์ที่ประชาชนเข้าไปช่วยพัฒนา

การได้มีศรัทธาในหัวใจเปรียบเหมือนการมีแสงไฟที่สว่างไสวตลอดเวลายอมรับว่าผมเขียนโพสต์นี้โดยได้รับอิทธิพลมากจากคลิปของคุณ พ...
09/01/2021

การได้มีศรัทธาในหัวใจ
เปรียบเหมือนการมีแสงไฟที่สว่างไสวตลอดเวลา
ยอมรับว่าผมเขียนโพสต์นี้
โดยได้รับอิทธิพลมากจากคลิป
ของคุณ พิมรี่พาย (แปะลิงค์ไว้ในคอมเมนท์)
เป็นคลิปที่ใช้เวลาไม่นานแต่ทำให้เห็นถึงปัญหาและความเป็นจริงของเด็กดอยได้อย่างจริงที่สุด
ย้อนกลับไปประมาณ3ปีกว่า
เพจเราเลยพาทุกคนไปสำรวจศรัทธา
บนอำเภออมก๋อยเช่นเดียวกัน
เวลานั้น วัดดงดินแดงยังไม่เป็นที่รู้จัก
การเดินทางจากเชียงใหม่ขึ้นดอยเป็นเรื่องใหม่
และทุลักทุเลมากๆสำหรับผม
ในฐานะคนเมืองยอมรับได้เลยว่าชีวิตด้านบนแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับกิจวัตรประจำวันแบบคนเมือง
ความลำบาก และความมืดหลังพระอาทิตย์ตก
เป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับบนนี้
“คำถามว่าทำไมจะต้องลำบากขนาดนี้
เราต้องดูว่าผลลัพธ์ที่เราลำบาก เราลำบากเพื่ออะไร”
คำพูดของ หลวงพี่ตั้ม ในปี2559 ที่ได้พูดกับเรา
ก่อนภาพทั้งหมดจะตัดไปที่การเดินทาง
กว่าร้อยๆกิโลเมตรดอย
ทั้งหมดที่เรากำลังทำในตอนนั้น
เต็มไปด้วยความเสี่ยงในชีวิต
พวกเราเฝ้าถามกันว่า
ถ้าหลวงพี่แค่จะชวนคนบวช
ทำไมจะต้องมาไกลขนาดนี้
“เรารู้ว่าชีวิตของเรามีเวลาจำกัด
เรามีชีวิตอยู่ไม่ยืนยาวหรอก
แป็บเดียวเราก็ตายแล้ว
แต่สิ่งสำคัญที่เราให้เขายืนยาวนาน
การให้ที่ดีที่สุดสำหรับหลวงพี่
คือการให้โอกาสเขาได้ใช้ชีวิตให้มีคุณค่า
นั้นคือชีวิตที่เป็นส่วนหนึ่งของพระรัตนไตรย์
ดังนั้นเราจึงต้องเดินไปหาเขา
แล้วสร้างพระรัตนไตร
คือสร้างพระสร้างเณรในชุมชนของเขา
แล้วให้เขาทำหน้าที่ดูแลตัวเองต่อไปเรื่อยๆ
ให้เขารู้และเข้าใจถ้าเขาแข็งแรง
ให้เขาไปดูแลบ้านเขาดูแลคนของเขา
มอบแสงสว่างต่อๆกันไป
นั้นแหละคือความยั่งยืนอย่างหนึ่ง
ที่เราได้มอบให้กับเขา”
เรื่องราวและประสบการณ์ต่างๆ
บนดอยอมก๋อยในครั้งนั้น
ยังแจ่มชัดในใจผมเสมอมา
ผ้าขาวหรือน้ำซุปที่ยังไม่เคยถูกแต่งแต้มและปรุงรส
ก็เหมือนชีวิตเด็กๆบนดอย
ที่ไม่รู้แม้กระทั่งการรอยคอย
โอกาสบางอย่างที่อาจจะมาถึงเขาในสักวัน
อย่างไรก็ตามความยั่งยืนของคุณภาพชีวิต
เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการกล้าที่จะฝันของทุกคน
VDO ศรัทธาชาวดอย : https://fb.watch/2V0rxJ-ZER/

ใครหรืออะไรที่คุณชื่นชอบมากที่สุดในชีวิตตอนนี้ส่วนใหญ่ชีวิตเรามักหมดไปกับการอยากอยู่ที่อื่นอยากทำสิ่งอื่นหรืออยากอยู่กับ...
05/01/2021

ใครหรืออะไรที่คุณชื่นชอบมากที่สุดในชีวิตตอนนี้
ส่วนใหญ่ชีวิตเรามักหมดไปกับการอยากอยู่ที่อื่น
อยากทำสิ่งอื่นหรืออยากอยู่กับคนอื่น
จนเราลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้
มีหลายอย่างให้นึกถึง
ทั้งเรื่องงาน ครอบครัว ความหวัง
ความฝัน ความกลัว จนลืมไปว่า
การหยุดพัก
คือหนทางในการชื่นชมความล้ำค่าของชีวิต
เมื่อคุณได้รับประสบการณ์ตรง
ถึงความหมายของการมีชีวิต
คุณจะรู้สึกขอบคุณอย่างแท้จริง
แม้แต่เพียงครู่เดียว...
เหล่านี้ เป็นสิ่งที่เราละเลยไปอย่างง่ายดาย
เมื่อวุ่นวายกับชีวิตประจำวัน
เรามักไล่ตามอนาคต
มองกลับไปอดีตจนไม่ได้สนใจว่า
จิตใจของเราที่ฟุ้งซ่านในขณะนั้น
อาจมีได้ทั้งความสุขและความแข็งแกร่ง
ในตอนนี้เราจะฝึกความรู้สึกขอบคุณ
และเรียนรู้การชื่นชมยินดี
เพื่อกลับมาตกหลุมรักกับชีวิตอีกครั้ง

Headspace : Guide to Meditation
ภาพยนตร์สารคดีที่ทำให้รู้สึกถึงความสงบได้
ตั้งแต่เริ่มดู

Link : https://bit.ly/2LqSGyH

ที่อยู่

Bangkok
12120

เบอร์โทรศัพท์

0986244193

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บุญ - พา - ไปผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง บุญ - พา - ไป:

แนะนำ

  • ThailandBiking

    ThailandBiking

    884/20 Rama III Road, Soi 34/3, Bang Phongpang, Yan Nawa

แชร์