#GPSจันทบุรี #ChintrackTeam

#GPSจันทบุรี  #ChintrackTeam ให้เทคโนโลยีทำให้คุณปลอดภัยและใช้? รับพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ติดตั้งระบบติดตามรถ GPS ถูกต้องตรงตามมาตรฐานกรมการขนส่งทางบก พร้อมใบรับรอง

31/07/2026

🚛 ระวัง! จุดบอดรถบรรทุก อันตรายกว่าที่คิด

รู้ไว้...ช่วยลดความเสี่ยงได้จริง
รถบรรทุกมี "จุดบอด" ที่ผู้ขับขี่มองไม่เห็น แม้จะใช้กระจกมองข้างและมองหลังอย่างระมัดระวัง

⚠️ อย่าขับแช่ข้างรถบรรทุก
⚠️ ไม่แทรกด้านซ้ายขณะรถกำลังเลี้ยว
⚠️ เว้นระยะห่างทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
⚠️ แซงด้านขวาพร้อมเปิดไฟเลี้ยวทุกครั้ง

เพียงเข้าใจตำแหน่งของจุดบอด ก็ช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุ และทำให้ทุกการเดินทางปลอดภัยยิ่งขึ้น

🚦 รู้ทันจุดบอด ลดอุบัติเหตุ ขับขี่ปลอดภัย เพื่อทุกคนบนท้องถนน

#กรมการขนส่งทางบก ​
​
​
#จุดบอดรถบรรทุก ​
#ขับขี่ปลอดภัย ​
​
#ความปลอดภัยทางถนน​
#ให้ใจให้ทางให้ชีวิตให้ความสุข

23/07/2026

ปฏิทินวันหยุดราชการ เดือนกรกฎาคม 2569

❌️ หยุดเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์
และวันหยุดตามประกาศรัฐบาล
▶️วันที่ 28 ก.ค. 69 วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
▶️วันที่ 29 ก.ค. 69 วันอาสาฬหบูชา
▶️วันที่ 30 ก.ค. 69 วันเข้าพรรษา

📱ท่านสามารถชำระภาษีรถออนไลน์ได้ที่
1️⃣เว็บไซต์ E-service
https://eservice.dlt.go.th/esvapp/login.jsf

2️⃣แอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax Plus
iOS : https://apple.co/3iAx6Dd
แอนดรอยด์ : https://bit.ly/2XXQLVT

3️⃣แอปพลิเคชัน : เป๋าตัง
📱ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT QR Licence
iOS - https://apple.co/2VTcYR8
แอนดรอยด์ - http://bit.ly/2JHhh0m

ใครที่มีใบขับขี่ที่มีคิวอาร์โค้ดแล้ว แนะให้ลองเริ่มต้นใช้งานใบอนุญาตขับรถเสมือนจริงแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ใบขับขี่ดิจิทัล ผ่านแอปพลิเคชัน DLT QR Licence มีแล้วไม่ต้องพกตัวบัตร แค่โชว์ผ่านแอปฯ ก็ใช้ได้เลย

17/07/2026

กรมการขนส่งทางบก เดินหน้ายกระดับความปลอดภัย! ออกประกาศกำหนดรถบรรทุกยกเท ต้องติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือน “กระบะยกดัมพ์” เพื่อความปลอดภัย ดีเดย์ 1 ต.ค. 69

นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมยานยนต์ และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากกรณีที่รถบรรทุกยกเท (รถดัมพ์)กระบะยกขึ้นขณะขับขี่โดยที่คนขับรถไม่รู้ตัวอาจเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน กระทรวงคมนาคมภายใต้การนำของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มีนโยบายมุ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของรถบรรทุก โดยกรมการขนส่งทางบกในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแล จึงได้ออกประกาศกรมฯ เรื่อง กำหนดลักษณะและมาตรฐานของตัวถังส่วนที่บรรทุกของรถที่มีตัวถังส่วนที่บรรทุกเป็นแบบยกเทได้ของรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2569 เพื่อกำหนดให้รถบรรทุกยกเท รวมถึงรถลากจูง รถพ่วง หรือรถกึ่งพ่วงที่มีตัวถังแบบยกเทได้ ต้องติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือน “กระบะยกดัมพ์” โดยประกอบไปด้วยสัญญาณเสียงและสัญญาณแสง (สีแดงหรือสีเหลืองอำพัน) ในห้องผู้ขับรถ เพื่อให้รับรู้ได้เมื่อกระบะบรรทุกมีการยกตัวขึ้น เป็นการป้องกันความผิดพลาดของผู้ขับรถลืมลดกระบะดัมพ์ลงให้สนิท หรือลืมปลดเกียร์ฝาก (Power Take-Off : PTO) ก่อนออกรถ นอกจากนี้ การติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวต้องสามารถครอบคลุมการตรวจสอบการยกดัมพ์ทั้งคันที่ใช้ลากจูงและคันที่ถูกลากจูง โดยไม่กระทบกับระบบการทำงานเดิมของรถ

โฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า สำหรับการบังคับใช้ประกาศดังกล่าว กรณีรถจดทะเบียนใหม่ (รวมถึงรถเคยจดทะเบียนแล้วนำมาจดทะเบียนใหม่) จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ในส่วนของรถที่จดทะเบียนไว้แล้วก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2570 และจะมีผลครอบคลุมรถบรรทุกยกเททั้งหมดภายในวันที่ 1 มกราคม 2571

ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบกกำชับให้ผู้ประกอบการขนส่งรถบรรทุกยกเทที่มีลักษณะตามประกาศดังกล่าว ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือน “กระบะยกดัมพ์” ตามกำหนดเวลาดังกล่าวอย่างเคร่งครัด อันจะเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างยั่งยืนต่อไป

21/04/2026
18/04/2026

กระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก ขยายเวลาลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือ “กลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วน” อุ้มผู้ประกอบการขนส่ง-ลดภาระค่าครองชีพประชาชน รับมือวิกฤตน้ำมัน โดยสามารถลงทะเบียนผ่านระบบ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 24 เม.ย. 69 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)

จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนราคาน้ำมัน รวมถึงค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนในประเทศ กระทรวงคมนาคมได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนดังกล่าว จึงได้เร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลือแบบเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเร่งด่วน และได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกกำหนดหลักเกณฑ์ผู้ประกอบการขนส่ง “กลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง” (น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วน) ที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือรับมือวิกฤตน้ำมันตะวันออกกลางอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งได้เปิดลงทะเบียนรับเงินเยียวยาตามมาตรการดังกล่าว ผ่านระบบ“DLT พร้อมซัปพอร์ต” ทั้งทาง Online และ Walk-in ที่กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามภายหลังการเปิดระบบให้ลงทะเบียนรับสิทธิช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา มีผู้ให้ความสนใจเข้ามาลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก และยังคงมีผู้ประกอบการที่มีสิทธิแต่ยังไม่สามารถลงทะเบียนสู่ระบบได้ กระทรวงคมนาคม โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จึงสั่งการให้กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการขยายระยะเวลาการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิเงินช่วยเหลือ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิและเป็นไปตามจุดประสงค์ของมาตรการดังกล่าวที่ต้องการช่วยผู้ประกอบการขนส่ง รวมถึงลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก ขานรับข้อสั่งการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยขยายเวลาลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 24 เมษายน 2569 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) สำหรับ “กลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง” (น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วน) ภายหลังที่เปิดรับลงทะเบียนมาแล้ว 2 วัน (16 – 17 เม.ย. 69) พบมีผู้ลงทะเบียนแล้วเป็นจำนวนมาก เป็นผู้ประกอบการที่มีสิทธิกว่า 26,000 ราย ในขณะที่จำนวนยานพาหนะที่ลงทะเบียนในระบบมีจำนวนรวมกว่า 116,000 คัน (ข้อมูล ณ วันที่ 17 เม.ย. 69) โดยผู้ประสงค์ขอรับสิทธิช่วยเหลือสามารถลงทะเบียนผ่านระบบ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” ที่เว็บไซต์ https://tss.dlt.go.th/ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือมาดำเนินการลงทะเบียนขอรับสิทธิได้ ณ อาคาร 3 ชั้น 1 กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากในวันแรกที่เปิดให้ลงทะเบียนพบว่ามีผู้ให้ความสนใจและพยายามเข้ามาลงทะเบียนในระบบเป็นจำนวนมาก โดยกรมการขนส่งทางบก รับทราบปัญหาในการเข้าสู่ระบบลงทะเบียนทาง Online และได้ทำการปรับปรุงระบบให้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น จึงต้องขออภัยในความไม่สะดวกดังกล่าว พร้อมทั้งได้ขยายระยะเวลาเพื่อให้ผู้มีสิทธิได้มีโอกาสในการเข้ามาลงทะเบียนได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ขอย้ำว่ามาตรการดังกล่าวเป็นความพยายามในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสารและรถบรรทุกขนส่งสินค้าที่ใช้น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วนก่อน เนื่องจากเป็นผู้ได้รับผลกระทบสูงจากวิกฤตความผันผวนของราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถจัดเดินรถทั้งในส่วนของรถโดยสารและรถขนส่งสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง อันจะเป็นการช่วยประคับประคองสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ในสถานการณ์เช่นนี้

ทั้งนี้ ในการลงทะเบียนขอรับสิทธิ ผู้สมัครจะต้องแจ้งข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือข้อมูลบัญชีเงินฝากที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (กรณีนิติบุคคล) พร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำเนาใบอนุญาตประกอบการขนส่ง หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และเอกสารหลักฐานแสดงการรับจ้างขนส่งผู้โดยสาร (ซึ่งเอกสารจะแตกต่างกันไปตามประเภทรถที่ขอรับสิทธิ) โดยการได้รับสิทธิช่วยเหลือจะเป็นไปตามเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด ซึ่งจะพิจารณาการจ่ายเงินช่วยเหลือตามสัดส่วนระยะเวลาที่ให้บริการขนส่งจริงหลังจากวันที่ลงทะเบียนสำเร็จ ภายใต้กรอบระยะเวลาดำเนินมาตรการ 42 วัน (ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569) ดังนั้น กรมการขนส่งทางบกจึงขอเชิญชวนให้ผู้ประกอบการมาดำเนินการลงทะเบียน เพื่อรักษาสิทธิในการรับเงินช่วยเหลืออย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584

ที่อยู่

จันทบุรี
Chanthaburi
22000

เบอร์โทรศัพท์

+66819407616

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ #GPSจันทบุรี #ChintrackTeamผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง #GPSจันทบุรี #ChintrackTeam:

ทางลัด

แชร์