แม่โขงเดลต้า

แม่โขงเดลต้า เรือไทย ล่องแม่น้ำโขง
ท่องเที่ยวจีน สิบสองปันนา
สปป.ลาวหลวงพระบาง
สามเหลี่ยมทองคำ เชียงแสน

12/02/2023
12/12/2022

บ.แม่โขงเดลต้า เปิดให้บริการ ล่องเรือยามเย็น กับ อาหารมื้อ ค่ำ บรรยากาศแม่น้ำโขง...
เชียงแสน - สามเหลี่ยมทองคำ ..
ชมแสงสี ค่ำคืน ฝั่งเกาะดอนซาว หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ คิงส์โรมัน ...🛳️
********** ********
💚มีบริการ นวดตอกเส้น แบบล้านนา💚
ให้ท่านได้ ผ่อนคลาย บำบัดอาการจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ...
********* ********* ********* *****
สนใจติดต่อสอบถาม..: 089-7725032
หรือที่เพจนี้..
ให้บริการ 2 เวลา
รอบ 11.00น.
รอบ 18.00น.
หรือ รอบเหมาคณะ พิเศษ แก่ท่านโดยเฉพาะ...
** แม่โขงเดลต้า ความเหมือน ที่แตกต่าง"
†*******" *******

คณะเทพศิรินทร์ ชวนเพื่อนเที่ยว...
27/12/2017

คณะเทพศิรินทร์ ชวนเพื่อนเที่ยว...

โปรแกรมหลวงพระบาง+1 VIPโปรแกรมเดินทางวันที่ 10-13 ธันวาคม 2560กับเรือสุดหรู บนน้ำโขง "กาสะลองคำ 2 " ท่านจะได้ชมวิวทิวทัศ...
18/11/2017

โปรแกรมหลวงพระบาง+1 VIPโปรแกรม

เดินทางวันที่ 10-13 ธันวาคม 2560
กับเรือสุดหรู บนน้ำโขง "กาสะลองคำ 2 " ท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์ 2ฝั่งแม่น้ำโขง สัมผัสวิถีชีวิตของ ประชาชน ในสปป.ลาว หรือ อาณาจักรล้านช้างในแบบเรียลทาม ..
สนใจติดต่อสอบถาม และชมโปรแกรมของทริป4วัน3คืน
..สำหรับท่านที่ต้องการทริปVIP วังเวียง-เวียงจันทร์-หนองคาย เชิญสอบถามเพิ่มเติมได้ครับ ...( 1พระพุทธ 1 เจ้าชาย 2 กษัตริย์)

14/11/2017

สิ่งที่ทุกท่านต้องรับทราบ

4   อาณาจักรล้านช้าง (ลาวเวียง)    #กรุงสีสัตนาคนหุต ล้านช้างร่มขาวหลวงพระบาง เมืองหลวงพระบาง(เมืองชวาในอดีต)มีกษัตริย์ป...
12/11/2017

4 อาณาจักรล้านช้าง (ลาวเวียง)
#กรุงสีสัตนาคนหุต ล้านช้างร่มขาวหลวงพระบาง

เมืองหลวงพระบาง(เมืองชวาในอดีต)มีกษัตริย์ปกครอง 22 พระองค์ สถาปนาโดย”ขุนลอ” ซึ่งเป็น1ในโอรสของขุนบรมราชาธิราช .....ถือว่าขุนบรมท่านนี้น่าจะเป็นกษัตริย์พระองค์แรกของ อาณาจักรลาว เรื่องราวของขุนบรมเป็นตำนานที่เล่าถึงการกำเนิดมนุษย์กลุ่มใหม่หลังจากเกิดน้ำท่วมโลก ตามตำนาน” #พญาแถน” มนุษย์(กลุ่มคนไท)ที่เกิดขึ้นมาจาก”ผลบวบ” ที่เทพต่างๆได้สอนการปลูกเรือนและเพาะปลูก และโอรสของขุนบรมฯ นี้ก็ได้กระจายกันปกครองกลุ่มชาติพันธุ์ ต่างๆ อาทิเช่น อาณาจักร หอคำเชียงรุ่ง , เวียดนาม ,หงสาวดีรวมถึงเมืองเชียงใหม่ด้วย

******

ประมาณพ.ศ. 1896 สมัย #พระเจ้าฟ้างุ้ม แหล่งหล้าธรณี (1859-1936) บุตรพระเจ้าเงี้ยว ได้รวบรวมแว่นแคว้นต่าง ๆ ทรงเป็นปฐมกษัตริย์ของอาณาจักรล้านช้าง ทรงมีมเหสีเป็นธิดาของอาณาจักรขอม ได้ยกเลิกลัทธิบูชาผีหรือเทพ และได้มีการนำพุทธศาสนาเข้ามาในอาณาจักรล้านช้าง(เชื่อว่าพระบางกษัตริย์ขอมมอบให้เมืองเชียงทองหื้อเป็นของขวัญ จึงเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองหลวงพระบาง)
เป็นกษัตริย์ที่มีความสามารถเป็นนักรบที่กล้าหาญ เป็นช่วงเดียวกันกับสมัย” #พระธรรมราชาธิราชลิไท” กษัตริย์อาณาจักรสุโขทัย พระเจ้าฟ้างุ้มได้ขยายอำนาจลงมาตั้งแต่ญวน ,เขมรตอนล่าง , แดนอีสาน และลงไปจนถึงกรุงศรีอยุธยาจนทำให้พระเจ้าอู่ทองต้องเจรจาอย่าศึก จนต้องอ้างถึงความเป็น เชื้อญาติของ”ขุนบรมฯ” ตามคำที่ว่า “เฮาหากแม้นอ้ายน้องกันมา แต่ขุนบรมหากเจ้าเป๋นลูกหลานท่านจริง เฮาอย่ารบฆ่าฟันกันเลย ดินแดนส่วนที่เลยดงสามเส้าหรือดงพญาไฟไปแล้วภูพระยาฝอและแดนนครไทย หื้อเป๋นของเจ้า” (เขตแดนพิษณุโลก-เลย #พระธาตุศรีสองรัก ด่านซ้ายจังหวัดเลย อนุสรณ์เมืองพี่น้องอยุธยา-เชียงทองหลวงพระบาง)

**** **
***** หลวงพระบางในรัชสมัยของ #สมเด็จพระเจ้าอภัยพุทธบวร ไชยเชษฐาธิราช หรือที่รู้จักกันดีในพระนาม “ #พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช” เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดพระองค์หนึ่งของชาติลาว ผู้สถาปนากรุงศรีสัตนาคนหุตให้เป็นศูนย์กลางอารยธรรม และเป็นศูนย์รวมศิลปะวัฒนธรรมต่างๆ ของอาณาจักรล้านช้าง ประวัติล้านนาได้บันทึกไว้ว่า อาณาจักรล้านนาสมัยพระนางจิรประภา เจ้านางหลวงแห่งเมืองเชียงใหม่นั้น ได้เชิญเจ้าไชยเชษเชษฐาฯ ซึ่งเป็น พระนัดดาหรือหลาน ในพระนางฯ (พระเจ้าโพธิสารพระบิดาเจ้าไชยเชษฯลูกเขย #พระนางจิรประภา)มาครองราชเป็นกษัตย์เป็นพระองค์ที่ 15 ล้านนาเชียงใหม่(พศ.2089) แต่แล้วเมื่อปีพ.ศ. 2090 #พระเจ้าโพธิสาร เสด็จสวรรคต พ.ศ. 2090 ด้วยถูกช้างล้มทับขณะประพาสป่า เมื่อสวรรคตแล้ว พระโอรสทั้งหลายต่างแย่งชิงราชสมบัติกัน อาณาจักรลาวได้แตกเป็น 2 ฝ่าย คือ อาณาจักรฝ่ายเหนือ และฝ่ายใต้ พระเจ้าไชยเชษฯแห่งล้านนา จึงยกทัพตีกรุงล้านช้าง และได้อัญเชิญพระแก้วมรกตที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดบุปผาราม เชียงใหม่ รวมทั้ง #พระพุทธสิหิงค์ (พระสิงค์) และ #พระแก้วขาว ไปด้วย เมื่อเสด็จถึงล้านช้าง ทรงยึดราชสมบัติจากเจ้าครองนครทั้งสองได้ และได้สถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์เมืองหลวงพระบางแทนพระบิดา

ในพศ.2091-2114 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ได้ย้ายเมืองหลวงจากเมืองหลวงพระบางมาอยู่เวียงจันทร์ เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับการแผ่ขยายอิทธิพลของรัฐตองอู ซึ่งกำลังขยายเขตแดนขึ้นมาเรื่อย ๆ และในขณะนั้นพระองค์ก็ทรงได้ทำสัญญากับสมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยาในการเป็นพันธมิตรกันและจึงได้สร้าง #พระธาตุศรีสองรัก ที่ชายแดนของอาณาจักรทั้งสอง

ผ่านมา100กว่าปีที่นครเวียงจันทร์ได้ก่อเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จวบจน พศ.2250 ลาวก็ได้แบ่งออกเป็น 2อาณาจักรสาเหตุเกิดจากการแย่งอำนาจการปกครองกัน เป็น #อาณาจักรหลวงพระบาง (ล้านช้างร่มขาว)
#อาณาจักรเวียงจันทร์ ครั้นถึงพศ.2256 อาณาจักรล้านช้างก็ได้สถาปนาอาณาจักร #ล้านช้างจำปาศักดิ์ (ล้านช้างใต้)ขึ้นมาอีก 1 อาณาจักร

****ล้านช้างจำปาศักดิ์ มีกำเนิดมาจากการอพยพหลบภัยการเมืองของเจ้านางสุมังคละและประชาชนส่วนหนึ่งภายใต้การนำของเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก พระเถระผู้ใหญ่ในรัชสมัยพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช มูลเหตุมาจากพระยาเมืองจันผู้เป็นเสนาบดีได้ชิงราชสมบัติขึ้นครองอาณาจักรหลังพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราชเสด็จสวรรคต และคิดจะเอาเจ้านางสุมังคละ พระราชนัดดาของพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราชเป็นมเหสี แต่นางไม่ยอม จึงหนีไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็กจึงพาญาติโยมของตนประมาณ 3,000 คนและเจ้านางสุมังคละหนีออกจากเวียงจันทน์ทางใต้ไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านงิ้วพันลำโสมสนุก ณ ที่นั้นเจ้านางสุมังคละได้ประสูติพระโอรสนามว่า” เจ้าหน่อกษัตริย์” ปกครองนครจำปาศักดิ์ในปี พ.ศ. 2257 ทรงพระนามว่า “พระเจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทธางกูร”
หลวงพระบางหรืออาณาจักรล้านช้างร่มขาวเสียเอกราชให้แก่กรุงธนบุรีมาจากความขัดแย้งภายในของอาณาจักรล้านช้าง ระหว่างพระเจ้าศิริบุญสารกษัตริย์เวียงจันทน์กับเจ้าพระวอ เจ้าพระตา

****ในสมัยของสมเด็จพระเจ้าตากสินหลังจากกอบกู้เอกราชท่านทรงวางยุทธวิธีป้องกันราชอาณาจักรในขณะนั้นทรงเห็นว่าฝ่ายเวียงจันทน์ส่งกองทัพมาฆ่าผู้ที่อยู่ในขอบขัณฑสีมาของพระองค์ พระองค์เองก็ไม่ทรงไว้ใจฝ่ายเวียงจันทน์ที่มีท่าทีฝักใฝ่อาณาจักรพม่าซึ่งยังคงคุกคามฝ่ายกรุงธนบุรีอยู่ตลอด ในปี พ.ศ. 2321 พระองค์จึงทรงส่งกองทัพภายใต้การนำของสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกและเจ้าพระยาสุรสีห์ขึ้นไปตีอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ โดยไล่ตีมาทางใต้ผ่านทางอาณาจักรล้านช้างจำปาศักดิ์ก่อน ฝ่ายจำปาศักดิ์เห็นว่าจะสู้กองทัพไทยไม่ได้จึงยอมอ่อนน้อมโดยดี จากนั้นจึงยกทัพขึ้นเหนือตีหัวเมืองหน้าด่านของเวียงจันทน์เรื่อยมา จนสามารถหักเอาเมืองเวียงจันทน์ได้สำเร็จ ฝ่ายกรุงธนบุรีจึงกวาดต้อนทรัพย์สิน ผู้คน ขุนนาง เชื้อพระวงศ์ และกุมตัวพระเจ้าศิริบุญสารลงมายังกรุงธนบุรี ด้านอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบางซึ่งเป็นอริกับเวียงจันทน์มาตลอดก็ได้ให้ความช่วยเหลือฝ่ายสยามในสงครามครั้งนี้อย่างเต็มที่ แต่พอสิ้นศึกก็ถูกฝ่ายเราบังคับให้ยอมอ่อนน้อมเป็นเมืองขึ้นด้วยเช่นกัน อาณาจักรล้านช้างทั้งสามแห่งจึงตกเป็นประเทศราชของไทยทั้งหมดในปี พ.ศ. 2321

*********** ******

******* สิ้นสุดราชวงศ์ล้านช้างร่มขาว

หลังสิ้นสุด #สงครามโลกครั้งที่2 พวด #เวียดมินห์ ปลดปล่อยเวียดนามได้ ทำให้ฝรั่งเศสยอมปลดปล่อยลาวให้ประกาศเอกราชได้บ้างแต่แค่บางส่วนในปี พ.ศ. 2492 จนได้เอกราชสมบูรณ์ในที่สุดคือปี พ.ศ. 2496 หลังจากยื้อ ๆ มาเพราะเกิดการต่อสู้ต่อเนื่องกับเวียดมินห์จนในที่สุด ฝรั่งเศสรบแพ้เวียดนามที่เดียนเบียนฟู ผู้ที่มีบทบาทในการประกาศเอกราชคือ #เจ้าสุวรรณภูมา #เจ้าเพชรราช และ #เจ้าสุพานุวงศ์ โดยมี #เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้ามหาชีวิต (พระมหากษัตริย์ จากอาณาจักรล้านช้างร่มขาว)หลวงพระบางเดิม และได้รวมทั้ง 3 อาณาจักรคือ ล้านช้างหลวงพระบาง ล้านช้างเวียงจันทน์ และ ล้านช้างจำปาศักดิ์ เข้าด้วยกันเป็นราชอาณาจักรลาวพ.ศ. 2518
#พรรคประชาชนปฏิวัติลาว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียต และคอมมิวนิสต์เวียดนามโดยการนำของ เจ้าสุพานุวงศ์ ก็สามารถล้มล้างรัฐบาลประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของเจ้ามหาชีวิตสว่างวัฒนา (ซึ่งได้รับการสนับสนุนทั้งลับทั้งแจ้งจากจากรัฐบาลฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกาทำการต่อสู้อย่างยาวนานจนเป็นตำนานไปจนถึงฝั่งไทย) จึงได้นำเจ้ามหาชีวิตและมเหสี(พวกปะติกาน)ไปคุมขังในค่ายกักกันหรือค่ายสัมมนา จนสิ้นพระชนม์ และสถาปนาประเทศลาวเป็น "สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว" ในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2518
เป็นการสิ้นสุดการปกครองในระบอบกษัตริย์และอาณาจักรล้านช้างร่มขาวหลวงพระบาง 1ใน 4อาณาจักรบนลุ่มน้ำโขงตอนบน
* ***.....******จบเรื่องราว 4 อาณาจักรบนลุ่มน้ำโขงตอนบน แล้วครับ แอดมินฯ บ่แม่นผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์นะครับ เพียงแต่ทำหน้าที่รวบรวมมาให้เพื่อเป็นข้อมุง(มูล)สำหรับให้ผู้ที่ติดตามเพจฯนี้ได้ทราบถึง การรวมกันอยู่ของชาติพันธุ์,ชนชาติ,เพื่อนบ้านในบริเวณนี้ การรวบรวมข้อมูลก็จากมุมมองของแอดมินฯที่ใกล้ชิดกับ กลุ่มต่างๆในเขตลุ่มน้ำโขงนี้ เมื่อผู้อ่านได้ข้อมูลการคร่าวๆนี้แล้ว เมื่อมีโอกาศได้มาท่องเที่ยวประเทศต่าง ๆในกลุ่มลุ่มน้ำโขงจุดนี้ ก็จะได้รับความสนุกและรับรู้ถึงแก่นและรากของเพื่อนบ้านใกล้ๆของเราว่า ก่อนที่จะมาจนถึงปัจจุบันนี้ เพื่อนบ้านเราผ่านหรือมีเรื่องราวอย่างไรมาบ้างใน
“ความเป็นมา ความเป็นอยู่ ความเป็นไป”ของเพื่อนบ้านก็เป็น ดั่งเช่นความเป็นอยู่และความเป็นไปในอนาคตของเรา เหมือนกัน การมาเยี่ยมเยื่อนเพื่อนบ้านก็เปรียบเสมือนมาหาญาติพี่น้องที่ใกล้ชิดกันในความเป็นจริง เราเหมือนห่างกันไกลปู้นทั้งที่เราไม่เคยมีเขตแดนแห่งความเป็นญาติกันนะครับ ....................

04/10/2017

3 อาณาจักรหอคำเชียงรุ่ง
#สิบสองปันนา

* * หลังจากพระเจ้ากาวิละได้ปลดปล่อยเชียงใหม่ และ อาณาจักรล้านนา จาก พม่าแล้ว พระเจ้ากาวิละทรงพิจารณาเห็นว่าเมืองเชียงใหม่ขณะนั้นเป็นเมืองร้าง เพราะผู้คนหนีภัยสงคราม ผู้คนในขณะนั้นมีน้อยไม่อาจซ่อมบ้านแปงเมืองได้ เนื่องจากเมืองเชียงใหม่ในตอนนั้นทรุดโทรมมาจากสงคราม ดังนั้นเจ้ากาวิละจึงยกทัพไปกวาดต้อนผู้คนโดยไปตีเมืองไตในดินแดน ๑๒ ปันนา ทั้งไตลื้อ ไตโหลง(ไทใหญ่) ไตขึน (คนไตลื้อในเมืองเชียงตุง) ไตลื้อเมืองยอง ไตลื้อเมืองลวง ไตลื้อเมืองพน เมืองหย่วน เมืองล่า มาอยู่ที่เชียงใหม่เชียงราย ลำพูน พะเยา และ น่านเป็นจำนวนมาก ซึ่งเรียกกันว่ายุค "เก็บผักใส่ซ่า เก็บข้าใส่เมือง" อันเป็นวิธีในการฟื้นฟูอาณาจักรล้านนา ...

****** ..สิบสองปันนานั้นได้เป็นราชอาณาจักรหอคำเชียงรุ่ง เมื่อประมาณ 825 ปีก่อน โดย พญาเจือง หรือสมเด็จพระเจ้าหอคำเชียงรุ่งที่ 1 เมื่อพุทธศตวรรษที่ 18 ชาวมองโกลได้รุกรานแคว้นล้านนา เมืองสิบสองพันนานั้นเคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรน่านเจ้า มีเมืองหลวงอยู่ที่ หนองแส หรือ เมืองต้าลี่ ประเทศจีนในปัจจุบัน
การอ่อนแอของราชวงค์"อาฬโวสวนต๋าน" ครั้งแรกเริ่มคราวสมัยสมเด็จพระเจ้าหอคำเชียงรุ่งที่ 3 (ท้าวอ้ายปุง) รัชกาลที่ 3 แห่งราชวงค์"อาฬโวสวนต๋าน"
จากนั้นเกิดความวุ่นวายเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ สุดท้ายถึงรัชกาลที่ 24 ท้าวอินเมิง (ท้าวอินเมือง) อาณาจักรสิบสองพันนาเริ่มเป็นปึกแผ่นมากที่สุด การขยายอาณาเขตเข้าไปยึดถึงเมืองเชียงตุง เมืองแถน (เดียนเบียนฟู) เชียงแสน ล้านช้าง จึงเป็นเหตุให้การอพยพชาวไทลื้อจากเชียงรุ่งและอีกหลายหัวเมืองลื้อเข้าไปสู่ดินแดนดังกล่าว เพื่อเข้าไปตั้งชุมชนปกครอง หัวเมืองประเทศราช
ซึ่งหากมองมาถึงปัจจุบันมีชาวไทลื้อกระจายไปทั่วทั้งเมืองแถน หัวเมืองทางเหนือของลาว ทุกเมือง รัฐฉานของพม่า จนถึงเชียงตุง และแถบไต้คง หลังจากเผ่ามองโกลได้รุกรานจีนและตีเมืองต่าง ๆในเขตยูนนานมองโกลซึ่งต่อมาก็ได้ตั้งราชวงศ์หยวนปกครองจีน อาณาจักรหอคำเชียงรุ่งยอมรับอำนาจของมองโกล ก็ได้เป็นของจีนในทันที

++ + สมัย #ราชวงศ์ตองอู (พม่า)
เมื่อ พุทธศตวรรษที่ 21 พม่าได้ก่อตั้งอาณาจักรตองอู และขยายอาณาเขตของตนไปทางตะวันออก พม่าได้โจมตีหอคำเชียงรุ่ง ต่อจากนั้นจึงได้แบ่งการปกครองเมืองและระบบส่งส่วย โดยแบ่งเมืองเชียงรุ่งเป็น สิบสอง เมืองในปัจจุบัน ได้แก่ เมืองฮาย ม้าง หุน แจ้ ฮิง ลวง อิงู ลา พง อู่ เมืองอ่อง และ เชียงรุ่ง แต่ละเมืองจะมีเนื้อที่ หนึ่งพันนา จึงเรียกเรียกเมืองแถวๆ นี้รวมกันว่า สิบสองพันนา ในช่วงสมัยนี้เป็นช่วงเวลาที่วัฒนธรรมพม่าได้มีอิทธิพลมากในสิบสองพันนา

****สิบสองพันนานั้นได้อยู่ภาพใต้การปกครองของประเทศจีน**

****ในช่วงสงครามโลกสิบสองพันนา ถูกยุบเมืองเชียงรุ่งจากเมืองหลวงเป็นแค่เมือง เจ้าปกครองนครทั้งหลายก็ถูกปลด ระบอบกษัตริย์ก็สิ้นสุดลง เชื้อพระวงศ์ต่างแตกกระสานกระเซ็นไปอยู่พม่า
พระราชวังเวียงผาคราง ริมฝั่งแม่น้ำโขงเมืองเชียงรุ่งของกษัตริย์ไทลื้อถูกเผาทำลายลงจนราบคาบตำราทางพระพุทธศาสนาในสิบสองพันนาถูกเผาทำลายลงเป็นจำนวนมาก การปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาถูกสั่งห้ามโดยเด็ดขาด พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทที่เคยรุ่งเรืองในเชียงรุ่งต้องหยุดลง

ศาสนาพุทธ(นิกายลังกาวงศ์หรือรามัญ ) #วัดสวนดอก ได้เข้ามาในดินแดนแคว้นสิบสองพันนาในสมัยที่ #พญากือนา ต่อมาไม่นานการวัตรปฏิบัติที่ไม่เคร่งครัดดังแต่ก่อน ทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่สงฆ์เกิดเป็น #นิกายวัดป่าแดง ในช่วงนี้มีการสังคยานาพระไตรปิฏกครั้งที่ 8 สมัย #พระเจ้าติโลกราช แห่งแคว้น ล้านนา (มีแบ่งแยกนิกายลังกาวงศ์เก่า-ใหม่เกิดขึ้นและท่านก็เลื่อมใสในลัทธิใหม่)ทำให้ตัวหนังสือธัมม์ล้านนาก็ได้เผยแพร่ไปยังเมืองสิบสองพันนาและสันนิฐานว่ากลายเป็นต้นแบบในตัวอักษรไทลื้อในอดีต ก่อนที่จีนจะจัดแต่งตัวอักษรไทลื้อใหม่ในปัจจุบัน
หอคำเชียงรุ่งนั้นรุ่งเรืองถึงกว่า 100 ปีและมีเจ้าปกครองอยู่ถึง 44 พระองค์

โดยสมเด็จพระเจ้าหอคำเชียงรุ่งที่ 44 หรือเจ้าหม่อมคำลือเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของอาณาจักรไทลื้อ

**(หม่อมเจ้าคำลือได้สิ้นพระชนม์ เมื่อ 1ตุลาคม 2560 (2017)**

นกหัสดีลิงก์ เป็นตราแผ่นดินมาก่อนที่พระเจ้ากรุงจีนจะเปลี่ยนเป็นตรา”หัวเสือ”ในรัชกาลที่ 33 ของหอคำเชียงรุ่ง

สิ้นเจ้าหอคำเชียงรุ่ง องค์สุดท้าย
02/10/2017

สิ้นเจ้าหอคำเชียงรุ่ง องค์สุดท้าย

กษัตริย์องค์สุดท้าย ของชาว"ไทลื้อ"

'เจ้าหม่อมคำลือ"สิ่นพระชนม์แล้ว
เมื่อตีสองวันนี้ 1/10/60

“เจ้าหม่อมคำลือ” ซึ่งถือเป็น
“กษัตริย์องค์สุดท้ายของอาณาจักรไทลื้อ”
แคว้นปกครองชนชาติตนเองไทสิบสองปันนา
“เจ้าหม่อมคำลือ” ปัจจุบันพำนักในบ้านพักที่รัฐบาลจีนจัดให้ ในเขตจินนิ๋วเสี่ยวชี เมืองคุนหมิง
พร้อมด้วยภริยา และบุตรสาวคนโตและลูกเขย
เจ้าหม่อมคำลือเป็นราชบุตรของ เจ้าหม่อมแสนเมือง ซึ่งเป็นอนุชาของพระเจ้าแผ่นดินองค์ก่อน ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินองค์ก่อนนั้นมีศักดิ์เป็นอาของเจ้าหม่อมคำลือ แต่พระองค์ท่านเองไม่มีบุตร จึงได้ขอเจ้าหม่อมคำลือเป็นราชบุตรบุญธรรม


เจ้า หม่อมคำลือเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1928
และไปเรียนหนังสือที่เมืองจุงกิงเมื่ออายุ 16 ปี จนถึงปี ค.ศ. 1944 ได้เข้า “พิธีฮับเมือง” แต่ในช่วงนั้นเกิด สงครามมหาเอเชียบูรพา (ค.ศ. 1939-1945) พิธีฮับเมืองจึงไม่สมบูรณ์ ท่านได้กลับไปเรียนหนังสือ และกลับมาทำพิธีฮับเมืองครั้งที่สอง เมื่อ ค.ศ. 1948 ขณะอายุ 20 ปี


อย่าง ไรก็ตาม ช่วงนั้นได้เกิดการ เปลี่ยนแปลงการปกครองภายในประเทศจีน ราวปี ค.ศ. 1949-1950 ท่านจึงกลายเป็น “กษัตริย์องค์สุดท้าย” โดยเปลี่ยนฐานันดรศักดิ์จากกษัตริย์เป็นสามัญชน โดยที่ยังมิได้ บริหารราชการแผ่นดินเลย เนื่องจากหลังจากทำพิธีฮับเมืองครั้งแรกแล้วท่านได้แต่งตั้งให้เจ้าหม่อมแสน เมือง พระ ราชบิดาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จากนั้นท่านก็ไปเรียนหนังสือต่อ


หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง แล้ว ท่านได้เรียนหนังสือในระดับมหาวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยยูนนาน และได้แต่งงานกับ สิว์ จิ๊ว เฟิน ชาวจีนคุนหมิง ในปี ค.ศ.1953 ก่อนที่ จะทำงานเป็นนักวิจัยด้านภาษาศาสตร์ อีก 8 ปี ที่สถาบันวิจัยชนชาติส่วนน้อยแห่งชาติ สังกัดสภาวิทยาศาสตร์ประเทศจีน ในมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

ต่อมาเจ้าหม่อมแสนเมืองได้ขอให้รัฐบาลจีนย้ายทั้ง สองกลับมาที่คุนหมิง โดยมาทำงานเป็นนักวิจัยด้านภาษาซึ่งรวมถึงอักษรไทลื้อ จนกระทั่ง ในปี ค.ศ. 1971 รัฐบาล จีนมีคำสั่งให้เจ้าหม่อมคำลือและภรรยาไปทำงานในชนบททำ งานในสวนอ้อยใน อ.เชียงกุ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของสิบสองปันนา เป็นเวลานาน ถึง 9 ปี


การ ใช้เวลาในสวนอ้อยนี้ สิว์ จิ๊ว เฟิน เล่าว่า สามารถพกหนังสือหรือตำราเข้าไปอ่านได้ด้วย และหลังจาก เติ้ง เสี่ยว ผิง ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของจีนแล้ว เห็นว่านโยบายเอียงซ้าย นโยบายที่ให้เจ้านายไปใช้แรงงานในชนบท เป็นนโยบายที่ผิดพลาด ดังนั้นเจ้าหม่อมคำลือและภรรยาจึงมีโอกาสกลับคุนหมิง โดยทำงานเป็นนักวิจัยที่สถาบันวิจัยชนชาติในมหาวิทยาลัยชนชาติยูนนาน จนกระทั่งเกษียณอายุ โดยมีคุณวุฒิทางวิชาการคือ “ศาสตราจารย์”


อย่าง ไรก็ดี หลังจากเกษียณอายุแล้ว ทางการจีนได้ให้ฐานะ ทางสังคมแก่ เจ้าหม่อมคำลือในฐานะเจ้านายเก่าคือเป็น รองประธานสภาที่ปรึกษาการเมืองระดับมณฑล และ กรรมการสภาที่ปรึกษาการเมืองแห่งชาติ ซึ่งมี ที่พัก และ รถประจำตำแหน่งให้ แต่ปัจจุบันท่านก็ ได้เกษียณจากทุกตำแหน่งแล้ว


ปัจจุบัน (ปี2552)เจ้าหม่อมคำลือมีอายุ 82 ปี
อาศัยอยู่ ในเมืองคุนหมิง ประเทศจีน มีบุตร 4 คน เป็นชาย 2 หญิง 2 ซึ่งรับราชการทั้งหมด ชีวิตที่เมืองคุนหมิงของท่านเป็นชีวิตที่เรียบง่ายและสงบ แม้ว่าจะมีโรคประจำตัวคือโรคเกาต์ แต่ท่านก็ยังดูสุขภาพดี เช่นเดียวกับภรรยาของท่านในวัย 80 ปี ที่ก็ยังแข็งแรงดี

ทั้ง นี้ เจ้าหม่อมคำลือมีพระอนุชาชื่อ เจ้าหม่อมมหาวัง อยู่ที่แม่สาย จ.เชียงราย ของไทย แต่ปัจจุบันก็สิ้นแล้ว คงเหลือแต่ลูก ๆ ซึ่งอยู่ที่แม่สาย และรวมถึงในกรุงเทพฯ ที่ใช้ นามสกุล “คำลือ” เพื่อเป็นที่ระลึกถึง “เจ้าหม่อมคำลือ”

อาณาจักรไทเดิม-ศักดินาจารีต

แคว้นปกครองชน ชาติตนเองไทสิบสองปันนา ในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ปัจจุบันนี้ ในอดีตเป็น “หอคำเชียงรุ่ง” เป็นอาณาจักรไทลื้อที่ปกครองด้วยระบบศักดินาแบบจารีตที่มีเจ้าแผ่นดินไทเป็น ประมุข เชียงรุ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มอาณาจักรไทเดิมในภูมิแหลมทองตอนบน

ต่อ มาอาณาจักรล้านนา ล้านช้าง โกสัมพี (ใต้คง) แสนหวี เชียงตุง ฯลฯ ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงตาม ๆ กัน โดยล้านนาได้ถูกผนวกเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศไทย ล้านช้างตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส แสนหวี เชียงตุง ตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ โกสัมพีถูกสำนักราชวงศ์หมิงของจีนยุบอาณาจักร

มี แต่หอคำเชียงรุ่งที่แม้ว่าตกอยู่ใต้อาณัติของจีน แต่จีนก็อนุญาตให้เจ้าแผ่นดินเชียงรุ่งปกครองตามระบอบศักดินาเหมือนเดิม จนกระทั่งถึงยุคที่จีนเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบสังคมนิยม

หอคำ เชียงรุ่ง สถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1703 ถูกเปลี่ยนการปกครองเมื่อปี พ.ศ. 2493 โดยในกาลเวลา 790 ปีนั้นหอคำเชียงรุ่งอยู่ภายใต้การปกครองของ “ราชวงศ์พญาเจือง” หรือ “ราชวงศ์อารยะโวสวนตาน” ถึงแม้เคยเกิดการสู้รบแก่งแย่งอำนาจการสืบราชสมบัติภายในเชื้อพระวงศ์ แต่ราชสำนักที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก็ยังเป็นราชวงศ์พญาเจือง โดยมิได้เปลี่ยนแปลงเป็นราชวงศ์อื่นใดเลย

ดังนั้น “หอคำเชียงรุ่งที่มีประวัติยาวนาน 790 ปี ถือเป็นอาณาจักรไทเดิมหนึ่งเดียวที่มีระบอบศักดินาแบบจารีตยาวนานที่สุดในแหลมทอง”.

ชีวประวัติจาก บทความเก่า
รายงานโดยสุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล : รายงาน
Daily News Online
29 พ.ย.52

ใช่ " มิตาเกะ" .......  #  เธอเห็นอะไรในรูปภาพนั้นหรือไม่.....??* * *พักเรื่อง ประวัติแคว้นต่าง ๆ มารำลึกถึง วรรณกรรมจาก...
04/09/2017

ใช่ " มิตาเกะ" ....... # เธอเห็นอะไรในรูปภาพนั้นหรือไม่.....??

* * *
พักเรื่อง ประวัติแคว้นต่าง ๆ มารำลึกถึง วรรณกรรมจากนักประพันธ์ที่ฝากผลงานอมตะไว้ในบรรณภิภพ ซึ่งเป็นสิ่งที่เรื่องราวสวยงามทรงคุณค่าแห่งการจดจำ

ถาม:
1.คำพูดนี้ใครเป็นผู้พูด - กับใคร?
2.วรรณกรรมประโยคนี้ เรื่องอะไร?
3. ผู้แต่ง
# ถ้าสามารถต่อได้ครบทุกประโยค 😍😍
*
(ไม่มีรางวัลนะครับ เพียงอยากให้สนุกๆกันในกลุ่ม )

#ศรี.....

อาณาจักรลุ่มน้ำโขงตอนบน (2) #อาณาจักรมาวหลวง  #เจ้าเสือข่านฟ้า (อาณาจักรเมืองมาวหลวง รัฐฉาน พม่า) “เจ้าเสือข่านฟ้า”..** ...
03/09/2017

อาณาจักรลุ่มน้ำโขงตอนบน (2)

#อาณาจักรมาวหลวง #เจ้าเสือข่านฟ้า

(อาณาจักรเมืองมาวหลวง รัฐฉาน พม่า) “เจ้าเสือข่านฟ้า”
..** เป็นวีระบุรุษที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทใหญ่เพราะรวบรวมรัฐไทใหญ่ต่างๆที่กระจัดกระจายให้มาเป็นอาณาจักรเดียวกันในแถบลุ่มแม่น้ำมาว หลังอาณาจักรน่านเจ้าถูกพวกชนเผ่ามองโกลตีแตก ภายใต้ชื่ออาณาจักรเมืองมาวหลวง ที่เกรียงไกรและเจริญรุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสตร์ไทใหญ่
เจ้าเสือข่านฟ้าเป็นพระราชโอรสในเจ้าหลวงขุนผางคำกับพระนางอ่อนโดยมีพระเชษฐาและพระอนุชาร่วมกัน 3 พระองค์ # # #
หลังจากที่พระราชบิดาสวรรคตแล้ว เหล่าเสนาอำมาตย์ได้ยกขุนยี่ข่างคำเป็นเจ้าฟ้าปกครองเมืองมาว ขึ้นครองราชย์เมื่อปี พ.ศ. 1854 เมื่อพระชนมายุได้ 21 ปี เมื่อขึ้นครองราชย์แล้วก็ มีพระนามว่าเสือข่านฟ้า และทรงสร้างเมืองใหม่ชื่อว่าเมืองแจ้ไฮ่ และในอีก 2 ปีต่อมาก็ทรงย้ายไปสร้างเวียงแจ้ล้านอีก เพราะเป็นพื้นที่ ชัยภูมิทางยุทธศาสตร์
หลังจากที่ได้ทรงย้ายเมืองหลวงแล้ว พระองค์จึงดำริที่จะรวบรวมรัฐชนเผ่าไทใหญ่ ซึ่งตั้งเมืองอยู่กระ จัดกระจายกันไปในพื้นที่ต่าง ๆ โดยไม่ขึ้นตรงต่อกัน ให้มาเป็นรัฐเดียวกัน ดังนั้น พระองค์จึงทรงเริ่มออกศึก เพื่อรวบรวมรัฐไทใหญ่ ให้เป็นเอกภาพ เจ้าหลวงเสือข่านฟ้า ทรงทำให้รัฐไทยใหญ่ต่าง ๆ เข้ามารวมเป็นอาณาจักรเดียวกันที่มีอาณาเขตกว้างขวาง และเจริญรุ่งเรืองมาก พระองค์ได้ทรงย้ายไปสร้างเมืองใหม่ที่ทุ่งปางหมากอู๋ เรียกว่าเวียงท่าสบอู๋ และทรงสิ้นพระชนม์ที่นั่นในปีพ.ศ. 1907

1. รวบรวมอาณาจักรแสนหวี เวียงแสนแจ้ (ปี พ.ศ.1857 หรือ ค.ศ.1314)
พระองค์ได้ส่งสาสน์ไปยังเจ้าท้าวน้อยแข่ ผู้ครองอาณาจักรแสนหวี เวียงแสนแจ้ เพื่อปรึกษาหารือใน เรื่องการรวมรัฐ แต่เจ้าท้ายน้อยแข่มิทรงยอมรับ และไม่มาปรึกษาหารือเพื่อการดังกล่าวด้วย เป็นเหตุให้เจ้าหลวงเสือข่านฟ้าพร้อมด้วยเจ้าสามหลวงฟ้า พระอนุชา ยกทัพไปตีเวียงแสนแจ้ จนเป็นเวียงแสนแจ้ได้รับความเสียชาวเมืองจึงขอร้องให้เจ้าท้าวน้อยแข่ยอมมอบตัวให้แก่เจ้าหลวงเสือข่านฟ้า อาณาจักรแสนหวีเวียงแสน แจ้ได้รวมเข้าในเมืองมาวหลวงมาตั้งแต่นั้นมา

2. รวบรวมเวียงจุนโก เมืองมีด และเชียงดาว (ปี พ.ศ.1858 หรือ ค.ศ.1315)
เจ้าหลวงเสือข่านฟ้าได้ทรงส่งสาสน์ไปยังเวียงจุนโก เมืองมีด และเชียงดาว เพื่อเชื้อเชิญเจ้าฟ้าผู้ปกครองเมือง มายังเวียงแจ้ล้าน ซึ่งผู้ปกครองเมืองดังกล่าวในสมัยนั้น คือ เจ้าไตขืน เจ้าไตไก่ เจ้าไตเต่า เจ้าไตแตง และขุนสามอ่อน ไม่ยอมปฏิบัติตาม และยังได้จับราชทูต 7 คนประหาร โดยรอดชีวิตมาได้ 3 คน เท่านั้นยังไม่พอ ซ้ำยังได้ส่งทหารไปเผาทำลายบ้านเมืองทางใต้ของเมืองมาวอีก
เมื่อเป็นดังนั้น ก็ก่อให้เกิดสงครามครั้งใหญ่ ท้ายสุด ชาวเมืองขอร้องให้เจ้าไตขืนยอมแพ้ ชาวเมือง ก็ยอมสวามิภักดิ์ แม่ทัพนายกองจึงจับเจ้าไตขืนมอบให้เจ้าหลวงเสือข่านฟ้า และในปีต่อมาก็ได้เข้า ยึดหัวเมือง ใหญ่ทางตอนใต้เมืองมาว อันได้แก่ ยองห้วย จ๋ามกา เมืองปาย และเมื่องอื่น ๆ แทบนั้น

3 .รวบรวม เมืองสิบสองปันนาแค้วนยูนนาน (ปี พ.ศ.1860 หรือ ค.ศ.1317)
พ.ศ. 1860 เจ้าหลวงเสือข่านฟ้าได้ยกทัพใหญ่ขึ้นเหนือไปยังยูนนาน เจ้าเมืองแสหอตู้แห่งยูนนานจึงได้ออกมาเจรจา เพื่อไม่ให้เกิดการสงคราม และได้มอบหัวเมืองทั้ง 4 ให้คือ เมืองแส เมืองหย่งชาง เมืองหมูอาน เมืองปูขว้าน

4 .รวบรวมเมืองไท ยวน (ปี พ.ศ.1860 หรือ ค.ศ.1317)
หลังจากที่กลับจากยูนนาน เจ้าหลวงเสือข่านฟ้าก็ทรงยกทัพไปทางทิศตะวันออก เพื่อรวบรวมรัฐชน เผ่าไตในทิศตะวันออก และทรงยึดหัวเมืองไทยวน ซึ่งประกอบด้วย เมืองเชียงรุ่ง เมืองเชียงแสน เมืองเชียงราย เมืองเชียงตุง ลำพูน และละกอน(ลำปาง)

5. รวบรวมเมืองเวสาลี (ปี พ.ศ.1862 หรือ ค.ศ.1319)
เจ้าเสือข่านฟ้าพร้อมด้วยพระอนุชาคือเข้าสามหลวงฟ้า และแม่ทัพ 3 คน คือ ฟ้าหลวงเท้าฟ้าหล่อ ฟ้าหลวงเท้าเสือเย็น ฟ้าหลวงท้าวหาญก่าย ยกทัพไปทางทิศตะวันตกตีเมืองเวสาลี หรือแคว้นอัสสัม

6 . รวบรวม พม่า (ปี พ.ศ.1905 หรือ ค.ศ.1362)
เจ้าเสือข่านฟ้าพร้อมด้วยพระโอรส คือ เจ้าชายเปี่ยมฟ้า และแม่ทัพ 3 คน คือ ฟ้าหลวงเท้าฟ้าหล่อ ฟ้าหลวงเท้าเสือเย็น ฟ้าหลวงท้าวหาญก่าย ยกทัพไปทางทิศตะวันตกตีเมืองตะโก้ง เมืองสะแกง]และหัวเมือง พม่าอื่น ๆ และสามารถยึดได้ทั้งหมดปี พ.ศ. 1905
# #
* * *. . # อาณาจักรเมืองมาวหลวงเจริญรุ่งเรืองได้ถึง 105ปี (พ.ศ 1887-1992)หลังจากมองโกล(ราชวงศ์หยวน)ถูกราชวงศ์หมิงขับไล่เมืองมาวหลวงที่เคยยอมขึ้นกับมองโกล กลับไม่ยอมขึ้นกับจีนและตั้งตัวเป็นอิสระก็ถูกจีนเข้าปราบปรามจึงเป็นอันสิ้นสุดอาณาจักรเมืองมาวหลวง..***
X x x x ปัจจุบันเมืองมาวหลวง ได้อยู่ในมลฑลยูนนานของจีนโดยเป็นเขตปกครองตนเองชาติไต เต๋อหง จิ่ง

3   เมืองเชียงแสน(หิรัญนครฯ)  . . นครรัฐที่ถูกบดบังด้วยอดีต  #เชียงแสนหลังจากพระเจ้าตากสินได้ทำสงครามขับไล่พม่าตั้งแต่สม...
01/09/2017

3 เมืองเชียงแสน(หิรัญนครฯ) . . นครรัฐที่ถูกบดบังด้วยอดีต #เชียงแสน

หลังจากพระเจ้าตากสินได้ทำสงครามขับไล่พม่าตั้งแต่สมัยรัชกาลของพระองค์ต่อจนรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ยังมีต่อเนื่องด้วยกัน การเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในการปกป้องข้าศึกโดยการใช้หัวเมืองชายแดนเป็นรัฐกันชนและรับศึก จึงจำเป็นต้องส่งกองทัพขับไล่และปราบปราม จึงมีสงครามขับไล่ทัพพม่าเรียกว่า #ยุคฟื้นม่าน

ตั้งแต่พม่าพ่ายแพ้กองทัพไปจากเมืองเชียงใหม่ เมื่อปีมะเมีย พ.ศ. ๒๓๔๑ พม่าก็ตั้งรักษาอยู่แต่เมืองเชียงแสน ไม่ลงมารบกวนเมืองเชียง ใหม่อีก

ในหนังสือพระราชพงศาวดาร พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงโปรด กรมพระราชวังบวรฯเสด็จขึ้นไปทรงบัญชาศึก ทางล้านนาซึ่งระหว่างทางกรมพระราชวังบวรฯทรงประ ชวรเป็นนิ่ว เมื่อเสด็จไปถึงเมืองเถิน อาการพระโรคกำเริบศึก จึงเสด็จกลับลงมากรุงเทพ ฝ่ายเจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์กับพระยายมราช ซึ่งถูกปรับโทษจากศึกที่เชียงใหม่ก่อนหน้านี้กรมพระราชวังบวรฯทรงคาดโทษไว้โดย ให้ยกกองทัพขึ้นไปตีเมืองเชียงแสนกับกองทัพเมืองเวียงจันทน์

*
*
พ.ศ. ๒๓๔๗ พม่า เห็นกองทัพยกขึ้นไปมากก็ไม่ออกมารบพุ่งเป็นแต่รักษาเมืองมั่นอยู่ ส่วนเจ้าฟ้ากรมหลวงเทพ หริรักษ์และพระยายมราช บังคับบัญชา การก็ไม่ใคร่ให้เด็ดขาด จึงเป็นแค่ไปตั้งล้อมเมืองเชียงแสนอยู่ ๒ เดือน
ครั้นถึงเดือน ๗ เข้าฤดูฝน ผู้คนในกองทัพที่เจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ พระยายมราชคุมขึ้นไปเป็นก็พากันเจ็บป่วยเนื่องจากมาจากต่างถิ่น ทั้งเสบียงอาหารก็ ขัดสน ข่าวว่าพม่าจะขอกองทัพมาช่วยเมืองเชียงแสนอีก เจ้าฟ้า กรมหลวงเทพหริรักษ์ปรึกษากับพระยายมราช เห็นว่าจะทำการต่อไปไม่ สำเร็จ ด้วยกำลังกองทัพอิดโรยเสียมากแล้วจากศึกอื่น จึงบัญชาให้เลิกทัพกลับกรุงเทพฯเสียครั้นนั้นพวกชาวเมืองเชียงแสนทนต่อการอดอยากไม่ไหวเนื่องจากอยู่ในสภาพขาดแคลนเสบียงก็เป็นกบฏ ต่อพม่า พากันเปิดประตูเมืองรับกองทัพพระเจ้ากาวิละเชียงใหม่เข้าไล่ฆ่าฟันพม่า แม่ทัพที่รักษา เมืองเชียงแสนก็ตายในที่รบ พวกพม่าที่เหลืออยู่ก็พากันแตกหนีข้ามแม่น้ำโขงกลับไปเมืองพม่าหมด
การได้เมืองเชียงแสนคราวนี้ ได้ครอบครัวคนชาติพันธุ์ที่อยู่ กับพม่ากว่า ๒๓,๐๐๐ คน พระยากาวิละกับท้าวพระยาที่ยกกองทัพไป ได้แบ่งครัวเป็น ๕ ส่วน ส่งมากรุงเทพฯ ส่วน ๑ ส่งไปเมืองเวียงจันทน์ ส่วน ๑ เมืองน่าน ส่วน ๑ เมืองเชียงใหม่ ส่วน ๑ เมืองนครลำปาง ส่วน ๑ และให้รื้อทำลายเมืองเชียงแสนเสีย มิให้เป็นที่อาศัยของข้าศึกได้อีกต่อไป
#
#
#ตำนานเมืองเชียงแสน ขอพักไว้แค่นี้ครับ ภาพประกอบคือ วัดและโบราณสถานต่างๆที่หลงเหลือไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาถึงความเจริญรุ่งเรืองของนครรัฐเชียงแสนที่ถูกทิ้งร้างในอดีต
เรื่องต่อไปจะเป็น แคว้นต่างๆในลุ่มน้ำโขงตอนบน อีก 3แคว้น
ไทใหญ่เมืองมาวหลวง** หอคำเชียงรุ่ง ** ล้านช้าง ..

ที่อยู่

208หมู่9ตำบลเวียงอำเภอเชียงแสนเชียงราย57150
Chiang Rai
57150

เบอร์โทรศัพท์

053 650 958

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ แม่โขงเดลต้าผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์