เส้นทาง

Isan Mee Dee รวมเรื่องราวสาระ สิ่งดีๆ

“บุญข้าวประดับดิน” หรือ “บุญเดือนเก้า” ประเพณีสำคัญตามฮีตสิบสองของชาวอีสาน ปีนี้…ตรงกับวันศุกร์ที่ 11กันยายน2569 (แรม 14...
10/09/2026

“บุญข้าวประดับดิน” หรือ “บุญเดือนเก้า”
ประเพณีสำคัญตามฮีตสิบสองของชาวอีสาน
ปีนี้…ตรงกับวันศุกร์ที่ 11กันยายน2569 (แรม 14 ค่ำ เดือน 9)

ประมาณตี2 อย่าลืมร่วมทำบุญ ระลึกถึงผู้ที่เรารักและผู้ที่จากไป

#คำเวรห่อข้าวประดับดิน #การย่ายข้าวประดับดิน

“คำเวรห่อข้าวประดับดิน“กล่าวถวายข้าวประดับดิน (ตั้งนะโมฯ ๓ จบ แล้วว่า) “อิมัสมิง อาราม เม อิมานิ สาธุ สาเพียรสะรานิ.สาตัมภะลานิ สะบิดามารดา สามีภรรยา บุตรตรี บุตรตรา มรณานิ.ธัมมะเจติยะ โพธิรุกขา บูชา สะนัณถายะ,“ข้าพเจ้าทั้งหลาย ได้พร้อมกันมา ยังวัดวาอาราม เพื่อจะมาอุทิศ ข้าว น้ำ โภชนาอาหารหวานคาว หมากพลูบุรี่,เพื่อจะอุทิศไปให้.บิดามารดา สามีภรรยา บุตรตรีบุตรตรา ที่ตายไปแล้วนั้น จงมาอนุโมทนา ส่วนบุญ ส่วนกุศลที่ข้าพเจ้าทั้งหลายได้กระทำอยู่ ณ ที่นี้เถิด, (หรือจะพึงพูดว่ากล่าวเอาเองก็ได้)​

การทำบุญเดือนเก้า“ข้าวประดับดิน“ เป็นประเพณีหนึ่งในฮีตสิบสอง นิยมทำกันในวัน“แรม 14 ค่ำ เดือนเก้า“ หรือที่เรียกว่า บุญเดือนเก้า บุญข้าวประดับดิน เป็นบุญที่ทำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ เปรต (ชาวอีสานบางถิ่นเรียก เผต) หรือญาติมิตรที่ตายไปแล้ว ข้าวประดับดิน ได้แก่ ข้าวและอาหารคาวหวาน พร้อมหมากพลู บุหรี่ที่ห่อด้วยใบตอง กล้วย นำไปวางไว้ตามใต้ต้นไม้ แขวนไว้ตามกิ่งไม้ ตามบริเวณกำแพงวัดบ้าง (คนอีสานโบราณเรียกกำแพงวัดว่า ต้ายวัด) หรือวางไว้ตามพื้นดิน เรียกว่า "ห่อข้าวน้อย" พร้อมกับเชิญวิญญาณของญาติมิตร นำภัตตาหารไปถวายแด่พระภิกษุ สามเณร แล้วอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ตาย โดยหยาดน้ำ (กรวดน้ำ) ไปให้ด้วย

การที่ชาวบ้านนำข้าวปลาอาหาร ไปวางไว้ตามข้างวัดบ้าง ข้างกำแพงบ้าง ผูกไว้ตามกิ่งไม้บ้าง ด้วยเข้าใจว่า ญาติที่ได้รับการปลดปล่อยจากนรก จะได้มากินในวันเดือนดับนี้ จะเป็นไปได้หรือไม่นั้น เป็นเรื่องเหลือวิสัยที่จะชี้ตรงๆ ว่า ญาติเขาเหล่านั้นจะได้รับจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดก็คือ

เป็นการให้อาหารแก่สัตว์จรจัด สัตว์บางจำพวกที่ไม่มีเจ้าของเลี้ยงดู บางวันได้กินอาหาร บางวันก็ไม่ได้กิน อดโซหิวโหยมาตลอดปี ได้กินอิ่มก็ในวันนี้ นับว่าเป็นความฉลาดน่าชมเชย ของบัณฑิตผู้บัญญัติลักษณะการทำบุญข้าวประดับดินนี้อย่างมากทีเดียว
พระสงฆ์เป็นเนื้อนาบุญ มีเรื่องมากมายที่ท่านกล่าวไว้ในพระสุตตันตปิฎก โดยเฉพาะในธรรมบทขุททกนิกาย ธัมมปทัฎฐกถา ภาค 2 เรื่องมัฏฐกุณฑลี พระพุทธเจ้าทรงตรัสแก่มัจฉริยพรหมณ์ พ่อของมัฎฐกุณฑลี เมื่อมัฎฐกุณฑลี ลูกชายมีชีวิตอยู่ป่วยลง พ่อไม่ยอมรักษาเพราะกลัวเงินหมด แต่พอมัฏฐกุณฑลี ผู้ลูกชายตายแล้ว พ่อเอาทั้งข้าวทั้งของไปกองให้ลูก แล้วร้องไห้อาลัยหาในป่าช้า บ่นเพ้อให้ลูกมาเอาของ

#ย่ายข้าวประดับดิน
การทำบุญข้าวประดับดิน เป็นประเพณีหนึ่งในฮีตสิบสอง นิยมทำกันในวันแรม ๑๔ ค่ำ เดือนเก้า หรือที่เรียกว่า #บุญเดือนเก้า #บุญข้าวประดับดิน เป็นบุญที่ทำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ เปรต (ชาวอีสานบางถิ่นเรียก เผต) หรือญาติมิตรที่ตายไปแล้ว ข้าวประดับดิน ได้แก่ ข้าวและอาหารคาวหวาน พร้อมหมากพลู บุหรี่ที่ห่อด้วยใบตอง กล้วย นำไปวางไว้ตามใต้ต้นไม้ แขวนไว้ตามกิ่งไม้ ตามบริเวณกำแพงวัดบ้าง หรือวางยายไว้ตามพื้นดิน เรียกว่า "ย่ายห่อข้าวน้อย" (ย่าย ภาษาอีสานหมายความว่า การวางเป็นระยะๆ) พร้อมกับเชิญวิญญาณของญาติมิตร นำภัตตาหารไปถวายแด่พระภิกษุ สามเณร แล้วอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ตาย โดยหยาดน้ำ (กรวดน้ำ) ไปให้ด้วย

พอถึงวันแรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๙ ช่วงบ่ายๆ เย็นๆ ชาวบ้านจะเตรียมอาหาร มีทั้งคาวหวาน ได้แก่ เนื้อ ปลา เผือก มัน ข้าวต้ม ขนม น้ำอ้อย น้ำตาล ผลไม้ เป็นต้น และหมากพลู ยาสูบ (บุหรี่) เมี่ยงคำ ไว้ไห้พร้อม เพื่อจัดทำเลี้ยงกันเองในครอบครัวส่วนหนึ่ง สำหรับแจกจ่ายให้ญาติพี่น้องส่วนหนึ่ง สำหรับอุทิศให้ญาติที่ล่วงลับส่วนหนึ่ง และทำบุญถวายพระภิกษุสามเณรอีกส่วนหนึ่ง รวมเป็น ๔ ส่วน

สำหรับส่วนที่ ๓ ที่จะอุทิศให้กับญาติที่ล่วงลับไปแล้วนั้น จะห่อน้อยกว่าส่วนอื่นๆ มีวิธีการห่อคือ ใช้ใบตองห่อขนาดเท่าฝ่ามือ ยาวให้สุดซีกของใบตองที่ตัดมา อาหารคาวหวานนั้นจัดใส่ห่ออย่างละเล็กละน้อย อาทิ

ข้าวเหนียวนึ่ง ปั้นเล็กๆ เท่าหัวแม่มือ ๑ ก้อน
เนื้อปลา เนื้อไก่ เนื้อหมู หรือ อาหารคาวที่สามารถหาได้ตามท้องถิ่น
อาหารหวาน เช่น กล้วย น้อยหน่า มะละกอสุก หรือขนมหวานอื่นๆ ตามที่มีหรือหาได้ อาจเป็นก้อนน้ำอ้อย น้ำตาลปึก
หมาก บุหรี่ และเมี่ยง อย่างละคำ
ห่อข้าว อาหาร คาวหวานด้วยใบตอง แล้วใช้ไม้กลัดหัวท้าย และตรงกลาง เราก็จะได้ห่อข้าวน้อยที่มีลักษณะยาวๆ ตามซีกของใบตอง ๑ ห่อ ส่วนอีกหนึ่งห่อ จะเป็นหมากพลู บุหรี่ และเมี่ยงคำ นำมาห่อในลักษณะเดียวกันจะได้ห่อหมากพลู หลังจากนั้นนำทั้งสองมามัดเป็นคู่ และไปรวมกันเป็นพวงอีกที โดยใน ๑ พวง จะใส่ห่อหมากห่อพลูจำนวน ๙ ห่อ แต่บางคนก็ใส่ใบตองที่เย็บเป็นกระทงก็มี หรือหากไม่แยกกัน อาจเอาอาหารทั้งคาวหวาน หมากพลู บุหรี่ ใส่ในห่อหรือกระทงเดียวกันก็ได้

พอเช้าวันรุ่งขึ้น คือวันแรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๙ ตอนเช้ามืด คือ เวลาประมาณ ๔ ถึง ๖ นาฬิกา ชาวบ้านก็นำอาหาร หมากพลู บุหรี่ที่ห่อและมัดเป็นพวงหรือใส่กระทงแล้ว ไปวางไว้ตามพื้นดิน วางแจกไว้ตามบริเวณโบสถ์ ต้นโพธิ์ ศาลา ตามกิ่งไม้หรือต้นไม้ใหญ่ๆ ในบริเวณวัด ชาวบ้านจะทำกันแบบเงียบๆ ไม่มีการตีกลอง ตีฆ้องแต่อย่างใด พร้อมกับจุดเทียนไว้ และบอกกล่าวแก่เปรตให้มารับเอาสิ่งของและผลบุญด้วย

อ้างอิงบทความ https://www.isangate.com/new/component/content/article/31-art-culture/tradition/323-heet-m9.html

งานทอดกฐินมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปี พ.ศ. 2529 ได้จัดและทอดถวาย ณ ศาลาการเปรียญ วัดป่าอดุลยาราม ต.หนองแวง อ.เมือง จ.ขอนแ...
16/08/2026

งานทอดกฐินมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปี พ.ศ. 2529 ได้จัดและทอดถวาย ณ ศาลาการเปรียญ วัดป่าอดุลยาราม ต.หนองแวง อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยมี รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ สมพร โพธินาม เป็นผู้แทนถวายผ้ากฐิน ในพิธีครั้งนั้น

ขอบคุณภาพจาก
หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

พระบรมฉายาลักษณ์พระราชทาน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙สามารถดา...
06/07/2026

พระบรมฉายาลักษณ์พระราชทาน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์กรมประชาสัมพันธ์ : https://drive.google.com/drive/folders/1AGq5N4-coWW4V5gHFsEg-yl7VkBXDvqK

#ทรงพระเจริญ #สืบสานรักษาต่อยอด
#พระบรมฉายาลักษณ์พระราชทาน
#วันเฉลิมพระชนมพรรษา #พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
#๒๘กรกฎาคม๒๕๖๙

‘โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ’ เชิญรับชมถ่ายทอดสด ขบวนเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลว...
13/06/2026

‘โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ’ เชิญรับชมถ่ายทอดสด ขบวนเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

▪️วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน 2569
▪️เวลา 15.45 น. เป็นต้นไป

✅ Onair : NBT2HD
📢 สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
FM 92.5 MHZ
🔴 Facebook
เพจ : พระลาน
เพจ : กรมประชาสัมพันธ์
เพจ : NBT - เอ็นบีที
เพจ : NBT Connext
เพจ : NBT World
🔵 Youtube : NBT - เอ็นบีที

ขอเชิญหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมดาวน์โหลดพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิรา...
12/06/2026

ขอเชิญหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมดาวน์โหลดพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อนำไปประกอบการถวายความอาลัย

สามารถดาวน์โหลดภาพความละเอียดสูงได้ที่เว็บไซต์กรมประชาสัมพันธ์ หรือคลิกที่ลิงก์: https://drive.google.com/drive/u/1/folders/1ir6SGy6j0pLF8ee7l4udvQJWr7i1ZYAj

ประวัติพระแก้วหยดน้ำค้าง พระคู่บ้านยโสธร..ประวัติประพุทธรูปสำคัญ.. พระพุทธปฏิมาบุษยรัตน์ หรือ “พระแก้วหยดน้ำค้าง” ประดิษ...
16/04/2026

ประวัติพระแก้วหยดน้ำค้าง พระคู่บ้านยโสธร
..ประวัติประพุทธรูปสำคัญ.. พระพุทธปฏิมาบุษยรัตน์ หรือ “พระแก้วหยดน้ำค้าง” ประดิษฐาน ณ หอพระแก้ว วัดมหาธาตุ (พระอารามหลวง) เขตเทศบาลเมืองยโสธร ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างจากเนื้อแก้วใสสะอาดบริสุทธิ์ที่เรียกว่าเพชรน้ำบุศย์ มีขนาดหน้าตักกว้าง 1.9 นิ้ว ศิลปะเชียงแสน เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวยโสธร ปัจจุบันประดิษฐาน ณ หอพระแก้ว วัดมหาธาตุ (พระอารามหลวง) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ยโสธร สำหรับหอพระแก้วนั้นเคยเป็นกุฏิเก่าของพระราชรัตนกวี (สำลี ยะไวย์) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน โดยในอดีต “พระแก้วหยดน้ำค้าง” เคยประดิษฐานอยู่เคียงคู่กับ “พระแก้วมรกต” ในหอพระแก้วเมืองเชียงใหม่ เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2011 และประทับอยู่เป็นสิริมงคลนานถึง 78 ปี หลังจาก พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ครองหลวงพระบาง ทรงเห็นสมควรอัญเชิญ “พระแก้วมรกต” และ “พระแก้วหยดน้ำค้าง” ไปไว้ที่ราชธานีล้านช้าง เพื่อให้ห่างไกลจากเงื้อมมือพม่าข้าศึก แล้วโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานพระแก้วมรกตประทับอยู่ร่วมกันอีกครั้ง ครั้นต่อมาได้มีผู้ลักพา “พระแก้วหยดน้ำค้าง” ออกจากหลวงพระบางไปซ่อนไว้ที่เขาส้มป่อย ต่อมามีพราน 2 พี่น้อง ชื่อพรานทึงและพรานเทือง ไปพบว่าจมอยู่ใต้สระน้ำจึงอัญเชิญขึ้นมา ความลือไปถึงเจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทธางกูร ผู้ครองนครจำปาศักดิ์ จึงทรงให้ท้าวเพียผู้ใหญ่ไปสืบเอา “พระแก้วหยดน้ำค้าง” กลับคืนมา ในขณะอัญเชิญมาถึงตำบลแห่งหนึ่ง ริมแม่น้ำเซโดนหรือแม่น้ำสองสี ได้พากันพักแรมหนึ่งคืน พอรุ่งเช้าปรากฏว่า “พระแก้วหยดน้ำค้าง” หายไป จึงให้คนเที่ยวค้นหา มีผู้ไปพบอยู่ที่บ้านพราน 2 พี่น้องดังเดิม ท้าวเพียได้ทำพิธีคารวะพระแก้วหยดน้ำค้าง โดยขออัญเชิญไปประดิษฐานยังหลวงพระบางได้โดยสะดวก อย่าได้ลักหนีไปที่ใดอีกเลย แต่ในระหว่างทางเกิดพายุทำให้ “พระแก้วหยดน้ำค้าง” ตกลงไปในน้ำหาอย่างไรก็ไม่พบ เจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทธางกูร ผู้ครองนครจำปาศักดิ์ ทรงกระทำพิธีกรรมบวงสรวงเทพารักษ์ ตั้งสัตยาธิษฐานขอให้ได้พระแก้วขาวกลับคืนมาเป็นสิริมงคล เมื่อสัมฤทธิผลจึงจัดงานฉลองสมโภชเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน ตามข้อสันนิษฐานที่สืบทราบความว่า เมื่อครั้ง เจ้าพระยาราชสุภาวดี ยกทัพไปตีเมืองเวียงจันทน์ เจ้าอุปฮาด บุตรของท้าวคำ ท้าวฝ่าย ท้าวสุวอ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของเจ้าพระยาขัตติวงศา ได้เดินทางไปร่วมรบด้วย โดยมี ท่านพระครูหลักคำกุ ผู้มีภูมิความรู้ถนัดในทางโหราศาสตร์ เป็นผู้ให้ฤกษ์และทำพิธีตัดไม้ข่มนาม ซึ่งนับเป็นพิธีปฐมกรรมอันเป็นการให้ขวัญและกำลังใจแก่เหล่าทหาร จึงทำให้การรบในครั้งนั้นประสบชัยชนะ ความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 จึงได้มีรับสั่งให้พาเข้าเฝ้าโดยด่วน โดยมีท้าวฝ่ายและพระครูหลักคำกุ เป็นผู้เข้าเฝ้าเพื่อถวาย “พระแก้วหยดน้ำค้าง” แด่รัชกาลที่ 3 ณ กรุงเทพมหานคร แล้วทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรให้ท้าวฝ่าย เป็นพระสุนทรราชวงศา และพระครูหลักคำกุ เป็นพระครูวชิรปัญญา แล้วพระราชทานปืนนางป้อม 1 กระบอกให้ ต่อมาทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “พระแก้วหยดน้ำค้าง” เพื่อเป็นบำเหน็จความชอบให้แก่พระสุนทรราชวงศา (สิงห์) เจ้าเมืองคนแรกของเมืองยโสธร ทั้งเพื่อเป็นสิริมงคลให้แก่ชาวเมืองยโสธรอีกด้วย สำหรับในจารึกประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 80 เมื่อปี พ.ศ.2440 (ร.ศ.115) กล่าวว่า ท้าวพญาเมืองจำปาศักดิ์ได้ถวาย “พระแก้วหยดน้ำค้าง” แด่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 พระองค์จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญลงมาประดิษฐานที่กรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ.2355 ครั้นต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ชาวเมืองยโสธร ทั้งนี้ ทางวัดมหาธาตุจะจัดให้มีงานสมโภชพระพุทธปฏิมาบุษยรัตน์ หรือ “พระแก้วหยดน้ำค้าง” ขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้บูชาสักการะและสรงน้ำ เป็นประจำทุกปีในช่วงหลังวันสงกรานต์

เรียบเรียง พระมหาอานนท์ จตฺตมโล

วัดมหาวนาราม พระอารามหลวง อัญเชิญ “พระแก้วมณีแดง” ให้พุทธศาสนิกชนสรงน้ำขอพรช่วงสงกรานต์ ๑๓ - ๑๕ เมษายน ๒๕๖๙ เชิญร่วมสืบส...
13/04/2026

วัดมหาวนาราม พระอารามหลวง อัญเชิญ “พระแก้วมณีแดง” ให้พุทธศาสนิกชนสรงน้ำขอพรช่วงสงกรานต์ ๑๓ - ๑๕ เมษายน ๒๕๖๙ เชิญร่วมสืบสานประเพณีปีใหม่ไทย “เช็คอินงานวัด นมัสการพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง”

วันจันทร์ที่ ๑๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. พระเดชพระคุณ พระวชิรกิจโกศล (สุดใจ นิสฺโสโก ป.ธ. ๔, Ph.D.) รองเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี ฝ่ายการศึกษาสงเคราะห์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี เจ้าอาวาสวัดมหาวนาราม พระอารามหลวง มอบหมายให้ พระครูพิสณฑ์วชิรานุกูล (ดำรง สุปุญฺโญ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาวนาราม พระอารามหลวง ประกอบพิธีอัญเชิญ “พระพุทธมณีรัตนอินทรปฏิมากร” หรือที่ประชาชนทั่วไปเรียกว่า “พระแก้วมณีแดง” ออกจากพระวิหารหลวง พระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง เพื่อนำไปประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ บริเวณลานวัฒนธรรมข้างพระวิหารหลวง เพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้กราบสักการะ ขอพร สรงน้ำ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว เนื่องในเทศกาลสงกรานต์และวันขึ้นปีใหม่ไทย ระหว่างวันที่ ๑๓ - ๑๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.

ในโอกาสเดียวกันนี้ วัดมหาวนาราม พระอารามหลวง ยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาและสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย ภายในกิจกรรมลานวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด “เช็คอินงานวัด นมัสการพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง” เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมทำบุญและสัมผัสบรรยากาศงานวัดแบบวิถีไทย อาทิ พิธีถวายเครื่องสมมาคารวะและสรงน้ำ พระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง และ พระพุทธมณีรัตนอินทรปฏิมากร (พระแก้วมณีแดง) สรงน้ำพระประจำวันเกิด เสริมสิริมงคลรับปีใหม่ไทย การก่อเจดีย์ทรายตามประเพณีสงกรานต์ การแขวนโคม ตุงเงิน ตุงทอง เพื่อความเป็นสิริมงคล กิจกรรมสอยดาวการกุศล และกิจกรรมวัฒนธรรมภายในลานวัด

ขอบคุณภาพ วัดมหาวนาราม พระอารามหลวง

ในช่วงวันสงกรานต์  ๑๐- ๑๖ เมษายน ๖๙ นี้ขอเชิญสักการะขอพร หลวงพ่อพระลับ (พระศรีสัตนาคนหุต) พระคู่บ้านคู่เมืองขอนแก่น อายุ...
12/04/2026

ในช่วงวันสงกรานต์ ๑๐- ๑๖ เมษายน ๖๙ นี้
ขอเชิญสักการะขอพร หลวงพ่อพระลับ (พระศรีสัตนาคนหุต) พระคู่บ้านคู่เมืองขอนแก่น อายุกว่า ๕๐๑ ปี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะลาวสกุลช่างเวียงจันทน์ หล่อด้วยสัมฤทธิ์ หน้าตัก ๑๑ นิ้ว สูง ๒๙ นิ้ว ประดิษฐาน ณ วัดธาตุ พระอารามหลวง อ.เมืองขอนแก่น ริมบึงแก่นนคร

กรณีปัญหาการให้อาหารหมาแมวจรจัดในพื้นริมฟุตบาทบริเวณรอบบึงทุ่งสร้าง ขอนแก่น ที่กำลังเป็นประเด็นในขณะนี้ จากการประชุมของก...
20/03/2026

กรณีปัญหาการให้อาหารหมาแมวจรจัดในพื้นริมฟุตบาทบริเวณรอบบึงทุ่งสร้าง ขอนแก่น ที่กำลังเป็นประเด็นในขณะนี้ จากการประชุมของกลุ่มคนรักสุนัขร่วมกับเทศบาลนครขอนขอนแก่นที่ผ่านมา มีข้อเสนอที่น่าสนใจคือ การทดลองให้อาหารหมาจรจัดโดยแบ่งเป็นโซน ตามจุดต่างๆ รอบบึงทุ่งสร้าง โดยในบริเวณที่ห่างไกลถนนและผู้คน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และการก่อความรำคาญต่อประชาชน

กลุ่มจิตอาสาช่วยเหลือหมาแมว โดย กลุ่มโฮมฮัก-ปันรักให้เพื่อนสี่ขา และกลุ่ม ขอนแก่นมีอะไรบอกด้วย ช่วยเหลือแบ่งปันสาระประโยชน์ เพจ Isan Mee Dee จึงได้จัดหาแผ่นป้ายไวนิล เพื่อทำเป็นที่รองอาหาร และทีมงานได้ลงพื้นที่ตามจุดต่างๆ วางแผ่นป้ายไวนิลให้อาหารแทนการเทลงบนพื้นฟุตบาท โดยเลือกจุดวางที่ห่างไกลจากถนนพื้นที่ที่ประชาชนสัญจร เพื่อให้หมาจรสามารถอยู่ร่วมกับคนได้

ทั้งนี้ หากเพื่อนๆท่านใดมีข้อเสนอแนะ สามารถเสนอแนะแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่างๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา ให้เกิดผลกระทบต่อส่วนรวมน้อยที่สุด

อย่าทอดทิ้ง สัตว์เลี้ยงที่คุณเคยรัก ให้เป็นสัตว์จรจัด
19/03/2026

อย่าทอดทิ้ง สัตว์เลี้ยงที่คุณเคยรัก ให้เป็นสัตว์จรจัด

ที่อยู่

Khon Kaen
40000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Isan Mee Dee โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์