18/09/2026
บ่าวของอัลลอฮฺทั้งหลาย...
แท้จริงแล้ว การระแวงและมองผู้อื่นในแง่ร้ายนั้น มีบั้นปลายที่ไม่ดีอย่างยิ่ง และส่งผลเสียอันใหญ่หลวง
ผู้ที่จมปนอยู่กับมันอย่างต่อเนื่อง จะเปรียบเสมือนคนที่กำลังว่ายอยู่ในทะเลแห่งบาป และตกอยู่ในความมืดมนของการอธรรมและความป่วยไข้ทางจิตใจ มันจะนำพาผู้คนไปสู่การสอดส่องจับผิด การนินทา และการละเมิดก้าวร้าว
อัลลอฮฺกล่าวว่า :
يا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا اجْتَنِبُوا كَثِيرًا مِّنَ الظَّنِّ إِنَّ بَعْضَ الظَّنِّ إِثْمٌ ۖ وَلَا تَجَسَّسُوا وَلَا يَغْتَب بَّعْضُكُم بَعْضًا ۚ أَيُُحِبُّ أَحَدُكُمْ أَن يَأْكُلَ لَحْمَ أَخِيهِ مَيْتًا
فَكَرِهْتُمُوهُ ۚ وَاتَّقُوا اللَّهَ ۚ إِنَّ اللَّهَ تَوَّابٌ رَّحِيمٌ
"โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย! จงปลีกตัวให้พ้นจากส่วนใหญ่ของการสงสัย (ระแวง) แท้จริงการสงสัยบางอย่างนั้นเป็นบาป และพวกเจ้าอย่าสอดส่องจับผิดกัน และอย่าได้นินทากันและกัน คนหนึ่งในพวกเจ้ารักที่จะกินเนื้อพี่น้องของเขาที่ตายไปแล้วอย่างนั้นหรือ? แน่นอนพวกเจ้าย่อมเกลียดมัน และจงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด แท้จริงอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงรับการเตาบะฮฺ ผู้ทรงเมตตาเสมอ"
( อัลฮุญุรอต : 12)
และเนื่องด้วยความอันตรายอันใหญ่หลวงนี้ ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ﷺ จึงได้ตักเตือนอุมมะฮฺ (ประชาชาติ) ของท่านไว้อย่างเข้มงวดที่สุด ดังที่มีบันทึกไว้ในหนังสือศอฮีฮฺทั้งสอง (อัลบุคอรีและมุสลิม) จากฮะดีษของท่านอบูฮุรอยเราะฮฺ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ ว่า ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ﷺ ได้กล่าวว่า:
إِيَّاكُمْ وَالظَّنَّ، فَإِنَّ الظَّنَّ أَكْذَبُ الْحَدِيثِ، وَلاَ تَحَسَّسُوا،
وَلاَ تَجَسَّسُوا، وَلاَ تَنَافَسُوا، وَلاَ تَحَاسَدُوا، وَلاَ تَبَاغَضُوا،
وَلاَ تَدَابَرُوا، وَكُونُوا عِبَادَ اللَّهِ إِخْوَانًا
"พวกเจ้าจงระวังการระแวงสงสัย เพราะการระแวงสงสัยนั้นเป็นคำพูดที่โกหกที่สุด และพวกเจ้าอย่าได้คอยสอดส่องจับผิด อย่าสืบหาความลับ อย่าแข่งขันกันในทางที่ผิด อย่าอิจฉาริษยากัน อย่าเกลียดชังกัน อย่าผินหลังให้กัน และจงเป็นบ่าวของอัลลอฮฺที่เป็นพี่น้องกัน"
( บันทึกโดย บุคอรี และ มุสลิม)
โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย การมองเพื่อนมนุษย์ในแง่ร้ายนั้น เป็นหนึ่งในอุบายของชัยฏอนที่ใช้หลอกล่อผู้ที่มีอีหม่านอ่อนแอ มันจะแทรกซึมเข้าสู่หัวใจ นำพาความกังวล ความเศร้าโศก และความทุกข์ใจมาสู่พวกเขา ดังที่อัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى ได้ทรงตรัสไว้ว่า:
لِيَحْزُنَ الَّذِينَ آمَنُوا
"...เพื่อที่จะทำให้บรรดาผู้ศรัทธาต้องเศร้าเสียใจ..."
(อัลมุญาดะละฮฺ : 10)
ในทางกลับกัน การมองโลกในแง่ดี จะสร้างความสงบเรียบร้อยและความสบายใจในอก สุขภาพกายและใจที่ดี และคือนัยสำคัญอันคู่ควรกับบ่าวของพระผู้ทรงเมตตา ดังที่อัลลอฮฺตรัสไว้ว่า:
لَّوْلَا إِذْ سَمِعْتُمُوهُ ظَنَّ الْمُؤْمِنُونَ وَالْمُؤْمِنَاتُ بِأَنفُسِهِمْ خَيْرًا
"ทำไมเมื่อพวกเจ้าได้ยินข่าวนั้น บรรดาผู้ศรัทธาชายและบรรดาผู้ศรัทธาหญิง จึงไม่คิดในแง่ดีกับตัวของพวกเขากันเอง?"
(อันนูร : 12)
นอกจากนี้ ผู้ศรัทธาจะต้องไม่พาตนเองไปอยู่ในจุดที่ชวนให้สงสัย เพื่อไม่เป็นการเปิดโอกาสให้ชัยฏอนหลอกล่อผู้อื่นให้มองตนในแง่ร้าย หากรู้สึกว่าเกิดความเข้าใจผิด จงรีบอธิบาย เพื่อชี้แจงความจริงและขจัดความคลุมเครือ
สิ่งนี้คือแนวทางของท่านนบี ﷺ ผู้เป็นแบบอย่างที่ดีเยี่ยม ดังที่มีปรากฏในบันทึกศอฮีฮฺทั้งสอง จากฮะดีษของท่านหญิงเศาะฟียะฮฺ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ ความว่า:
ท่านหญิงเศาะฟียะฮ์เล่าว่า ท่านนบี ﷺ กำลังเอี้ยะติก๊าฟอยู่ในมัสยิด เธอจึงไปเยี่ยมท่านในยามค่ำคืนและพูดคุยกับท่าน เมื่อเธอจะกลับ ท่านนบีจึงลุกขึ้นเดินไปส่ง ในระหว่างนั้น มีชายชาวอันศอรสองคนเดินผ่าน เมื่อเห็นท่านนบี ทั้งสองก็รีบเร่งเท้าเดิน ท่านนบีจึงกล่าวแก่ทั้งสองว่า: "เดินช้าๆ เถิด แท้จริงนางคือ เศาะฟียะฮฺ บินตุ ฮุอยัย (ภรรยาของฉันเอง)"
ทั้งสองคนจึงกล่าวด้วยความตกใจว่า: "มหาบริสุทธิ์แห่งอัลลอฮฺ โอ้ท่านร่อซูลุลลอฮฺ! (พวกเราจะระแวงท่านได้อย่างไร)"
ท่านนบีจึงตอบว่า: "แท้จริง ชัยฏอนนั้นมันวิ่งอยู่ในตัวมนุษย์ตามเส้นเลือด และฉันเกรงว่ามันจะโยนความสงสัยหรือสิ่งไม่ดีเข้าไปในหัวใจของพวกเจ้าทั้งสอง"
(บันทึกโดย บุคอรี และ มุสลิม)
โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย การคิดดีมองโลกในแง่ดีนั้น ไม่ใช่เพียงซุนนะฮฺหรือความสมัครใจเท่านั้น แต่มันเป็นสิ่งจำเป็น (วาญิบ) ในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นกับครอบครัว ญาติมิตร เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน สังคม และผู้นำ เพราะสิ่งนี้คือสาเหตุที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการสร้างความสามัคคี ความเข้มแข็ง และความแน่นแฟ้น
บรรดาศัตรูของอิสลามจึงพยายามสร้างความแตกแยก ด้วยการปลูกฝังความระแวง ความเคลือบแคลงสงสัย กุข่าวลือ และการกล่าวหาให้ร้ายผ่านสื่อต่างๆ เพื่อสร้างความขัดแย้งและทำให้สังคมพังทลาย ดังที่อัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى ได้ทรงตักเตือนไว้ว่า:
وَلَا تَنَازَعُوا فَتَفْشَلُوا وَتَذْهَبَ رِيحُكُمْ ۖ وَاصْبِرُوا
"และพวกเจ้าอย่าได้ขัดแย้งกัน มิฉะนั้นพวกเจ้าจะย่อท้อ และพลังของพวกเจ้าจะสูญเสียไป และจงอดทนเถิด"
(อัลอันฟาล : 46)
ดังนั้น จงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด บ่าวของอัลลอฮฺเอ๋ย... จงมองพี่น้องผู้ศรัทธาในแง่ดี เพราะการมีหัวใจที่คิดดีนั้น ถือเป็นการงานทางหัวใจที่มีน้ำหนักมากที่สุด และเป็นสิ่งที่อัลลอฮฺทรงรักยิ่ง
มีรายงานจากท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ อุมัร رَضِيَ اللهُ عَنْهُ ได้กล่าวว่า มีผู้ถามท่านร่อซูลุลลอฮฺ ﷺ ว่า: "มนุษย์คนใดประเสริฐที่สุด?"
ท่านร่อซูล ﷺ ตอบว่า:
كُلُّ مَخْمُومِ الْقَلْبِ، صَدُوقِ اللِّسَانِ
"คือทุกคนที่มีหัวใจบริสุทธิ์ และมีลิ้นที่สัตย์จริง"
บรรดาอัครสาวกจึงถามว่า: "ผู้มีลิ้นสัตย์จริงนั้นพวกเรารู้จักแล้ว แล้วผู้มีหัวใจบริสุทธิ์ คือใครหรือ?"
ท่านรอซูล ﷺ ตอบว่า:
هُوَ التَّقِيُّ النَّقِيُّ، لاَ إِثْمَ فِيهِ، وَلاَ بَغْيَ، وَلاَ غِلَّ، وَلاَ حَسَدَ
"คือผู้ที่มีความยำเกรง หัวใจสะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีบาป ไม่มีความอธรรม ไม่มีความอคติเคียดแค้น และไม่มีความอิจฉาริษยา"
(บันทึกโดย อิบนุมาญะฮฺ ด้วยสายสืบที่ศอฮีฮฺ)
ขออัลลอฮฺทรงอภัยโทษให้แก่ข้าพเจ้า และแก่พวกท่าน ตลอดจนมุสลิมทุกคนจากความผิดทั้งปวง จงขออภัยโทษต่อพระองค์เถิด แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ
สรุปเนื้อหาคุตบะห์
วันที่ : 18\9\2569 | 7\4\1448هـ
สถานที่ : มัสยิดฮะรอม มักกะห์
โดย : ชัยค์ บันดัร บิน อับดุลฮะซีซ บะลีละห์
ถอดความโดย : อิบนุ อบี ชากิร