ANATA TOUR พาเที่ยวญี่ปุ่นแบบเพื่อนพาเพื่อนเที่ยว เดินทางสนุก อาหารอร่อย เที่ยวสนุกแบบอันซีนในราคาที่ประหยัด

ป่าแห่งเสียงกระซิบหรือพื้นที่ป่าที่เกี่ยวข้องกับความลี้ลับในนารา คนญี่ปุ่นมักเรียกว่า โทบิฮิโนะ (Tobihino, 飛火野) ศาลเจ้าห...
27/04/2026

ป่าแห่งเสียงกระซิบหรือพื้นที่ป่าที่เกี่ยวข้องกับความลี้ลับในนารา คนญี่ปุ่นมักเรียกว่า โทบิฮิโนะ (Tobihino, 飛火野)

ศาลเจ้าหลักในบริเวณนั้นคือศาลเจ้าคาสุงะไทฉะ (Kasuga Taisha) ซึ่งอยู่ใกล้กับวัดโทไดจิ (Todai-ji)
เพียงก้าวข้ามถนนมา บรรยากาศก็พลิกผันจากความสงบนิ่งของ "วัดโดไทจิ นารา" เข้าสู่ความลึกลับของ "ป่าแห่งเสียงกระซิบ" ทันที
โลกคู่ขนานที่ตัดกัน

⛩️จากความศรัทธาสู่มนตรา หากวัดคือพื้นที่แห่งความสว่างและการปล่อยวาง ป่าแห่งนี้คือพื้นที่แห่งความลี้ลับที่ทุกตารางนิ้วดูเหมือนมีชีวิต

🏯ในขณะที่วัดอบอวลด้วยความเงียบเชียบ ป่าแห่งนี้กลับ "พูด" ตลอดเวลา ผ่านเสียงใบไม้เสียดสีและลมหวลที่ฟังดูคล้ายเสียงกระซิบของสิ่งเร้นลับ

ความเป็นระเบียบของศาสนสถาน ถูกแทนที่ด้วยรากไม้คดเคี้ยวและเงามืดรำไรภายใต้เรือนยอดไม้หนาทึบ
"ฟากหนึ่งคือความสงบที่ใจสัมผัสได้ แต่อีกฟากคือความตื่นเต้นที่ปลุกทุกประสาทสัมผัสให้ตื่นตัว"

#เดินป่าNara

ถ้าพูดถึง นารา (Nara) แล้วไม่ได้ไปเช็กอินที่ วัดโทไดจิ (Todai-ji) ก็เหมือนมาไม่ถึงญี่ปุ่นค่ะ นี่คือแลนด์มาร์คระดับตำนานท...
26/04/2026

ถ้าพูดถึง นารา (Nara) แล้วไม่ได้ไปเช็กอินที่ วัดโทไดจิ (Todai-ji) ก็เหมือนมาไม่ถึงญี่ปุ่นค่ะ นี่คือแลนด์มาร์คระดับตำนานที่มีดีมากกว่าแค่ความสวยงาม แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวสุดอลังการ

🏯 วัดโทไดจิ: ที่สุดของความใหญ่
วัดนี้ไม่ได้มีดีแค่ความเก่าแก่ แต่เป็นที่ตั้งของ วิหารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Daibutsuden) แม้ของปัจจุบันจะถูกสร้างใหม่และมีขนาดเพียง 2 ใน 3 ของเดิม แต่พอไปยืนข้างหน้าก็ยังรู้สึกตัวจิ๋ว (น้อยกว่าเล็กอีก)อยู่ดี
หลวงพ่อโต (Daibutsu): ด้านในประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดองค์มหึมา สูงถึง 15 เมตร
ลองมุดเสา: ข้างหลังองค์พระจะมีเสาไม้ที่มีรูขนาดเท่ารูจมูกหลวงพ่อโต เชื่อกันว่าใครมุดผ่านได้จะโชคดีและฉลาดปราดเปรื่อง
🦌 แก๊งกวางเจ้าถิ่น
ตามตำนานเขาเชื่อว่าเป็น "ผู้นำสารของเทพเจ้า"

🫎กวางนาราฉลาดมาก เห็นเราถือขนมเซมเบ้ (Senbei) จะรีบเดินมาหาทันที บางตัวมีสกิล "โค้ง" (Bow) ขอบคุณเราด้วย

ข้อควรระวัง: น้องกวางไม่ใช่ตุ๊กตา ถ้ามีของกินในมือแล้วไม่ยอมให้ หรือแกล้งน้อง น้องอาจจะมีเล็มเสื้อหรือสะกิดแรงๆ ได้นะคะ
🚃 วิธีเดินทาง
จากเมืองหลักอย่างโอซาก้าหรือเกียวโต ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45-60 นาที
🚅 JR Nara Line: ลงสถานี JR Nara แล้วต่อรถบัส (Loop Bus) หรือเดินชมเมืองต่ออีก 20 นาที

Kintetsu Nara Line (แนะนำ): ลงสถานี Kintetsu Nara เดินใกล้กว่ามาก ออกจากสถานีปุ๊บ เดินต่ออีกแค่ 10-15 นาทีก็ถึงทางเข้าวัดแล้ว

💡 Tip: แนะนำไปช่วงเช้าคนจะน้อย ถ่ายรูปสวย แถมกวางยังอารมณ์ดีค่ะ

あなた Tour (อานาตะทัวร์) พามาเดินป่าไผ่ชมศาลเจ้าลับที่ด้านหลัง "ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ" (คนไทยรู้จักกันในชื่อศาลเจ้าจิ้งจอก,...
02/11/2025

あなた Tour (อานาตะทัวร์) พามาเดินป่าไผ่ชมศาลเจ้าลับที่ด้านหลัง "ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ" (คนไทยรู้จักกันในชื่อศาลเจ้าจิ้งจอก, เสาแดง) หลายคนอาจจะงงว่าป่าไผ่ก็ต้องอาราชิยามะ มาวัดจิ้งจอกก็ต้องมาดูเสาโทริอิแดงเรียงรายใช่ไหมค่ะ แต่เจอคนสองแสนสี่หมื่นคนเลยขอแหวกแนวดีกว่า😄
ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ เริ่มจากเดินขึ้นตามทางชมเสาโทริอิแดง (แต่ช่วงที่แอดไป นักท่องเที่ยวเยอะมาก) ขอเดินปลีกตัวดีกว่า มาสะดุดตาตรงนักบวชในชุดสีเหลืองกำลังสวดอยู่ที่หลังศาล พอเราเดินไปซักนิดก็เห็นนักบวชเดินแยกไปในป่าตรงศาลเล็กๆ เท่านั้นแหละวิญญาณนักเดินป่ามาเต็ม ตัดสินใจออกนอกเส้นทางซะเลย
ตลอดเส้นทางมีศาลเล็กๆโบราณตลอดทาง พอเดินไปก็จะเจอป้ายระวังหมูป่าอาละวาด🐗😱 คราวนี้ก็ต้องระวังตัวหน่อยละ ขึ้นไปเรื่อยๆคราวนี้แหละเจอป่าไผ่เต็มไปหมดเลย ซึ่งป่าไผ่ของเขาสวยมาก โปร่งโล่งสบายตาแถมพื้นด่านล่างก็สะอาดตาไม่เหมือนกับป่าดิบชื้นที่เคยเดินมา พอเดินไปพักใหญ่ก็เจอกับศาลโบราณซ่อนอยู่ด้านหลังดูเข้มขลังมากดีใจมากๆที่ได้มาเยี่ยมชมที่นี่

⛩️ ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริไทฉะ (Fushimi Inari Taisha) ที่เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น
เป็นศาลเจ้าชินโตที่มีชื่อเสียงจากซุ้มประตูโทริอิสีแดงจำนวนมากที่เรียงรายเป็นทางเดินขึ้นสู่
ภูเขาอินาริ
🪔 ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพอินาริ ซึ่งเป็นเทพแห่งการเกษตร การค้า และความอุดมสมบูรณ์ 🦊 ส่วนรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกที่พบเห็นได้ทั่วศาลเจ้าเชื่อกันว่าเป็นผู้ส่งสารของเทพอินาริ
🎎ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องการเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์ ธุรกิจเจริญรุ่งเรือง และความปลอดภัยของครอบครัว

TOUR

⛩️สุสานของซากาโมโตะ เรียวมะตั้งอยู่ที่ ศาลเจ้าเรียวเซ็นโกโกกุ (Kyoto Ryozen Gokoku Shrine) ในเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ที่นี...
01/11/2025

⛩️สุสานของซากาโมโตะ เรียวมะตั้งอยู่ที่ ศาลเจ้าเรียวเซ็นโกโกกุ (Kyoto Ryozen Gokoku Shrine) ในเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ที่นี่เรียวมะถูกฝังเคียงข้างกับ ชินทาโร่ นากาโอกะ สหายผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน สุสานนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาทางตะวันออกของเมืองเกียวโต และเป็นสถานที่สำคัญที่ผู้คนแวะเวียนไปสักการะอยู่เสมอ

ที่นี่🎌เกียวโต (Kyoto): สถานที่สำคัญในชีวิตช่วงปฏิวัติ และเป็นที่ที่เขาถูกลอบสังหารเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าพร้อมกับสหายคือ นากาโอกะ ชินทาโร่ ที่โรงเตี๊ยม โออุมิยะ (Ōmiya) ก่อนที่เขาจะได้เห็นการปฏิรูปเมจิเพียงไม่นาน

🎴สถานที่แห่งนี้แอดชอบเป็นการส่วนตัว หากใครอยู่ในช่วงวัยรุ่นยุค 90 อาจจะพอจำกันได้ หนังสือการ์ตูนซาคาโมโต เรียวมะ แอดอ่านปี 2540 ติดงอมแงม😄 ไม่คิดว่า 27 ปีต่อมาจะได้มีโอกาสมาสัมผัส บรรยากาศเรื่องราวอันเป็นตำนานการได้ไปสัมผัสบรรยากาศในสถานที่จริง ทำให้ความรู้สึกผูกพันกับตัวละครจากหนังสือการ์ตูนเรื่องโปรดกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เป็นการเดินทางที่เชื่อมโยงความทรงจำวัยรุ่นเข้ากับหน้าประวัติศาสตร์อย่างลงตัวเลยค่ะ

🪦การเดินทาง:

🚌 รถบัส: ขึ้นรถบัส Kyoto City Bus สาย 80, 202, 206, 207 ที่ป้าย "Higashiyama Yasui" แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที

🚉 รถไฟ: เดินประมาณ 15 นาทีจากสถานี Gion-Shijō Station บนสาย Keihan Main Line

จาก Yufuin  เดินลัดเลาะตามทาง ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดิน 20-30 นาที ( ไม่รวมเวลาแวะชม ชิม ช๊อป )  แอดแนะนำร้านไอศคร...
22/10/2025

จาก Yufuin เดินลัดเลาะตามทาง ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดิน 20-30 นาที ( ไม่รวมเวลาแวะชม ชิม ช๊อป ) แอดแนะนำร้านไอศครีมชาเขียว เข้มข้น อร่อยมาก🍦🍵
ทะเลสาบคินริน (Kinrin Lake) มีความหมายว่า "ทะเลสาบปลาทอง" มาจากแสงแดดในยามเย็นที่กระทบผิวน้ำจนเกิดเป็นประกายสีทองระยิบระยับเหมือนเกล็ดปลาทองคำ ทะเลสาบแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองยุฟุอิน จังหวัดโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น และมีจุดเด่นที่น้ำในทะเลสาบมาจากทั้งน้ำพุร้อนและน้ำเย็น ทำให้เกิดไอหมอกลอยเหนือน้ำในตอนเช้า โดยเฉพาะในฤดูหนาว

ความหมายของชื่อ: "คินริน" (金鱗) แปลว่า "เกล็ดปลาทองคำ" เพราะแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ตกกระทบน้ำ ทำให้ผิวน้ำดูเป็นสีทองเหมือนเกล็ดปลาทอง

ความเด่นดัง คือ มีน้ำอุ่นและหมอก: น้ำในทะเลสาบไหลมาจากแหล่งน้ำพุร้อน จึงมีอุณหภูมิอุ่นตลอดเวลา เมื่ออุณหภูมิของน้ำอุ่นมาเจอกับอากาศเย็น โดยเฉพาะในฤดูหนาว จะทำให้เกิดหมอกลอยเหนือผิวน้ำในตอนเช้า

ความงามของธรรมชาติ: ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา "ยูฟุ" ที่มีภูเขาเป็นฉากหลัง ทิวทัศน์จะสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู โดยเฉพาะฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่มีสีสันสวยงาม (ถ้าได้มาช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ยกระดับความสวยเข้าไปอีก)

บรรยากาศ: เป็นสถานที่ที่เงียบสงบ มีทางเดินรอบทะเลสาบให้เดินเล่นถ่ายรูป และมีคาเฟ่ ร้านอาหาร ศาลเจ้า และออนเซ็นตั้งอยู่ใกล้เคียง

TOUR

" เหมือนหลุดเข้าไปในดินแดนเทพนิยาย"Yufuin Floral Village เป็นหมู่บ้านจำลองสไตล์ยุโรปที่น่ารักและเป็นที่นิยมอย่างมากในเมื...
18/10/2025

" เหมือนหลุดเข้าไปในดินแดนเทพนิยาย"
Yufuin Floral Village เป็นหมู่บ้านจำลองสไตล์ยุโรปที่น่ารักและเป็นที่นิยมอย่างมากในเมืองยูฟุอิน จังหวัดโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น
🌷 ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมู่บ้าน คอทส์โวลส์ (Cotswolds) ในประเทศอังกฤษ ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องความงดงามแบบชนบท ทำให้ที่นี่มีฉายาว่า "หมู่บ้านแห่งเทพนิยาย"
🌷 อาคารบ้านเรือนตกแต่งในสไตล์ยุโรปคลาสสิก สีสันสดใส มีดอกไม้ประดับประดาอยู่ทั่วบริเวณ ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกนิทาน
ร้านค้าน่ารัก: มีร้านขายของที่ระลึก สินค้าแฮนด์เมด และสินค้าเฉพาะของยูฟุอิน
แอดไปช่วงกลางเดือน มีนาคม อากาสค่อนข้างเย็น แอดเก็บภาพมาได้ไม่เยอะเพราะคนแน่นมาก เดินชมอย่างเดียวก็เพลินละ

📌 การเดินทางจากฟุกุโอกะ
* รถไฟ.....ขึ้นรถไฟสาย JR Yufu Limited Express จาก สถานี Hakata ไปลงที่ สถานี JR Yufuin เมื่อถึงสถานี Yufuin แล้ว เดินต่อประมาณ 10-15 นาที
✨ แนะนำ: จองตั๋วล่วงหน้าสำหรับรถไฟพิเศษ Yufuin no Mori เนื่องจากที่นั่งเต็มเร็ว

* รถบัส....นั่งรถบัสสายด่วนจากสนามบินฟุกุโอกะหรือสถานี Hakata โดยตรง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที และจะไปถึงหน้าสถานีYufuin เป็นตัวเลือกที่สะดวกสำหรับผู้ที่ไม่อยากต่อรถไฟหลายต่อ

เมืองเบปปุ (Beppu) จังหวัดโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองแห่งน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่มีควันขาวๆ ลอยทั่วเมือ...
17/10/2025

เมืองเบปปุ (Beppu) จังหวัดโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองแห่งน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่มีควันขาวๆ ลอยทั่วเมือง
ทริปนี้แอดมีโปรแกรมเที่ยวที่ค่อนข้างแน่น แผนการท่องเที่ยวที่เปปปุ เลยออกแนวสำรวจบริเวณรอบๆ เน้นซึมซับบรรยากาศรอบๆ

เดินชมวิวท่าเรือยอร์ชเบปปุคิตาฮามะ (Beppu Kitahama Yacht Harbor) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเบปปุ จังหวัดโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น โดยมีภูเขาที่อยู่เบื้องหลังคือภูเขาทาคาสากิ (Mount Takasaki) บอกเลยอากาศดีมาก
เบปปุ (Beppu) เมืองเล็กๆ แสนน่ารักบนเกาะคิวชูแห่งนี้ ไม่ได้มีดีแค่ออนเซ็น แต่ที่นี่คือ "เมืองหลวงแห่งออนเซ็น" เดินไปทางไหนก็เจอควันขาวๆ พวยพุ่งออกมาจากใต้ดิน

ไฮไลท์เด็ด: ทัวร์บ่อนรก (Jigoku Meguri)
มาเบปปุแล้วสิ่งแรกที่ต้องไปลุยคือ "จิโกกุ เมกุริ" (Jigoku Meguri) หรือ "ทัวร์บ่อนรก" ฟังดูน่ากลัวเนอะ แต่จริงๆ คือบ่อน้ำพุร้อน 8 บ่อ ที่มีสีสันและคุณสมบัติแตกต่างกันไป จนคนโบราณเปรียบเปรยเหมือนนรกในศาสนาพุทธนั่นเอง

Umi Jigoku (บ่อทะเลเดือด): บ่อนี้สีฟ้าเทอร์ควอยซ์สวยปิ๊งเหมือนสีน้ำทะเลเลย แต่ความร้อนสูงปรี๊ดดด ห้ามลงแช่นะคะ ให้ชมความอลังการของไอน้ำที่ลอยขึ้นมาก็พอ

Chinoike Jigoku (บ่อสระเลือด): บ่อนี้สีแดงสดเหมือนเลือดจริงๆ เป็นบ่อที่เก่าแก่กว่า 1,300 ปี
นอกจากนี้ยังมีบ่ออื่นๆ ที่มีน้ำพุร้อนพวยพุ่งทุก 30 นาที, บ่อโคลนเดือดปุดๆ ฯลฯ แนะนำให้ซื้อบัตรเหมา จะคุ้มกว่ามาก เดินชมไป ถ่ายรูปไป ( แต่แอดมีเวลาค่อนข้างจำกัด เลยซื้อบัตรแยก ) ได้เข้าชมแค่บ่อเดียว

🏔️ เบปปุเป็นเมืองที่เดินทางสะดวก ไม่พลุกพล่านเท่าเมืองใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบ น่ารัก ผู้คนเป็นมิตร
การเดินทางไปยังสถานีเบปปุ
* รถไฟ (แนะนำ): นั่งรถไฟ Limited Express Sonic จากสถานีฮากาตะมายังสถานีเบปปุ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกสบาย
* รถบัส: นั่งรถบัสจากสนามบินฟุกุโอกะหรือสถานีฮากาตะไปยังสถานีเบปปุ ใช้เวลาประมาณ 2.5 ชั่วโมง

🌟🏔️ กระเช้าไฟฟ้าเบปปุ (Beppu Ropeway)  別府ロープウェイ ตั้งอยู่ที่จังหวัดโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นกระเช้าไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดแห่...
14/10/2025

🌟🏔️ กระเช้าไฟฟ้าเบปปุ (Beppu Ropeway)
別府ロープウェイ ตั้งอยู่ที่จังหวัดโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นกระเช้าไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคคิวชู จะพาคุณขึ้นไปยังยอดเขาที่ความสูง 1,375 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เพื่อชมทิวทัศน์แบบพาโนรามาของเมืองเบปปุและทัศนียภาพอันสวยงามของภูเขาสึรุมิ

🚠 10 นาทีแห่งความว้าว สู่โลกที่อยู่สูงกว่าเมฆ
เตรียมกล้องให้พร้อม แล้วก้าวขึ้นกระเช้าขนาดใหญ่ที่จุคนได้เกือบร้อย ทันทีที่กระเช้าเริ่มเคลื่อนตัวไต่ระดับความสูงกว่า 800 เมตร ความตื่นเต้นก็เริ่มขึ้นทันทีค่ะ

วิวล่างเปลี่ยนไปเรื่อยๆ... มองลงไปข้างล่างจะเห็นความงามของเมืองเบปปุที่รายล้อมไปด้วยไอน้ำพุร้อนอันเป็นเอกลักษณ์... แป๊บเดียววิวก็จะถูกแทนที่ด้วยทัศนียภาพของภูเขาและทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาล ถ้าเป็นช่วงต้นเดือนเมษายนจะได้ชมวิวซากุระบานสะพรั่งเต็มภูเขา

เมื่อถึง "เขตแดนหิมะ"...ในช่วงปลายฤดูหนาวคือไฮไลต์ แม้ข้างล่างจะเริ่มอุ่นแล้ว แต่พอถึงจุดๆ หนึ่ง กระเช้าจะพาเราผ่านเขตแดนที่อากาศหนาวเย็นจัด คุณจะเริ่มเห็นกิ่งไม้สีน้ำตาลที่ถูกเคลือบด้วยน้ำค้างแข็งสีขาวประกายระยิบระยับ (Hoarfrost) สลับกับหิมะที่เกาะหนาแน่นอยู่แค่บนยอดเขาเท่านั้น มันคือภาพของ "สองฤดู" ที่มาบรรจบกันในกระเช้าเดียว

โค้งสุดท้ายก่อนถึงช่วงไฮไลท์ ....10 นาทีผ่านไปไวเหมือนโกหก พอถึงสถานีบนยอดเขา จะรู้ทันทีว่าการเดินทางขึ้นมานั้นคุ้มค่าเกินตั๋วจริงๆ
" วิว...มุม 360 องศา "

เรากำลังยืนอยู่บนความสูงกว่า 1,375 เมตร สูดอากาศบริสุทธิ์เย็นๆ ให้เต็มปอด แล้วหันไปมองรอบๆ บอกกับตัวเอง ควรใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่า

🏞️ ทิศตะวันออก...คือวิวพาโนรามาของ อ่าวเบปปุ ที่น้ำทะเลสีครามตัดกับตัวเมืองสวยงามมาก
🏞️ ทิศตะวันตก... คือความอลังการของ ภูเขายูฟุ (Mt. Yufu) ที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ

🏔️ ส่วนบนยอดเขา...นี่คือความพิเศษช่วงที่แอดไป เป็นช่วงกลางเดือนมีนาคม ยังมีหิมะเหลือให้ชื่นชมอยู่ เก็บอาการไม่อยู่ ดีใจสุดสุด ทางหิมะปูทางไปสู่ ศาลเจ้าขอพร และ เสาโทริอิสีแดง ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางความขาวโพลน

สรุปเลยค่ะ...การขึ้น เบปปุ โรปเวย์ ไม่ใช่แค่การหนีร้อนไปพึ่งเย็น แต่คือการไปเปิดประสบการณ์การชมวิวทิวทัศน์ที่ยิ่งใหญ่และงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะมาเจอหิมะมากหรือน้อย วิวระดับเทพเจ้า และความตื่นเต้นตลอดการเดินทางคือสิ่งที่รับประกันว่าจะต้องประทับใจไม่ลืม พลาดไม่ได้แล้วนะคะ

✨ "ถนนแห่งแสง" (The Path of Light) ศาลเจ้ามิยาจิดาเกะ ที่ฟุกุโอกะ...วิวหลักล้าน  โมจิแสนอร่อยและโอเด้งร้อนๆ🌅  ถ้าใครเบื่...
14/10/2025

✨ "ถนนแห่งแสง" (The Path of Light)
ศาลเจ้ามิยาจิดาเกะ ที่ฟุกุโอกะ...วิวหลักล้าน โมจิแสนอร่อยและโอเด้งร้อนๆ

🌅 ถ้าใครเบื่อวิวเมือง อยากไปสัมผัสความขลังแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยสะกดใจ🩵 แอดขอปักหมุดให้ทุกคนไปที่ ศาลเจ้ามิยาจิดาเกะ (Miyajidake Shrine) ที่ฟุกุโอกะด่วนๆ เลยค่ะ
ที่นี่ไม่ใช่แค่ศาลเจ้าธรรมดา แต่คือจุดชมวิวที่ถูกยกให้เป็น The Must-See ของคนรักความโรแมนติกและสายมู (เพราะเค้าเชื่อกันว่ามาขอพรเรื่องธุรกิจจะปังมาก)

🍜 วอร์มอัพก่อนขึ้นบันไดหินประมาณ 116 ขั้น ที่ทอดขึ้นสู่ตัวศาลเจ้า ขอแวะเติมพลังตรงทางเข้าศาลเจ้าด้วยขนมโมจิสูตรดั้งเดิม (แอดเลือกเป็นไส้ถั่วแดง) 松ヶ枝餅 (มัตสึงาเอะโมจิ) เนื้อแป้งเหนียวแน่นหนึบ ตัวไส้ไม่หวานมาก ส่วนตัวแอดว่ามันอร่อยลงตัวสุดๆ

🌅 ปรากฏการณ์ "ถนนแห่งแสง" (The Path of Light) สุดยอดวิวหลักล้าน...ศาลเจ้ามิยาจิดาเกะตั้งอยู่บนเนินเขา มีทางเดินและบันไดยาวเหยียดทอดยาวลงไปตรงๆ สู่ทะเล ภาพพาโนราม่า ที่คุณมองเห็นจากด้านบนบันไดคืออลังการมาก คุณจะเห็นแนวถนนที่พุ่งตรงจากศาลเจ้าลงสู่ผืนน้ำสีครามแบบสุดลูกหูลูกตา

อีกหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ คือ ปรากฏการณ์ "ฮิคาริ โนะ มิจิ" (Hikari no Michi) หรือ "ถนนแห่งแสง" ที่ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าในแนว ตรงเป๊ะ กับถนนเส้นนี้ จะเกิดขึ้นแค่ ปีละ 2 ครั้ง คือช่วง ปลายเดือนกุมภาพันธ์ และ ปลายเดือนตุลาคม ถ้ามาตรงช่วงนี้ได้คือคุณโชคดีสุดๆ (แต่แอดไม่ได้แพลนช่วงนี้ไว้ครั้งหน้าไม่พลาดแน่นอน) ชมแสงอาทิตย์สีทองจะสาดส่องลงมาจนถนนดูเหมือนเหมืองทองคำที่ทอดลงสู่ทะเล

🍢 "โอเด้งอุ่นๆ จากคุณยายใจดี" เดินผ่านด่าน 116 ขั้นบรรไดแล้ว เราจะเจอร้านเล็กๆ อยู่ทางขวาเป็นร้านเล็กๆที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง ร้านโอเด้ง (Oden) ที่มีหม้อซุปร้อนๆ ส่งกลิ่นหอม แนะนำให้สั่ง หัวไชเท้า (Daikon) และ ไข่ต้ม ที่ถูกเคี่ยวจนน้ำซุปเป็นสีทอง ตักเสริฟมา หน้าตาธรรมดามาก แต่บอกเลยรสชาติไม่ธรรมดา ซดร้อนๆ บรรเทาความหนาวได้อย่างดี ความสุขง่ายๆ ที่เติมพลังให้เราพร้อมเดินต่อ

🎎 สรุปคือ ศาลเจ้ามิยาจิดาเกะ (Miyajidake Shrine) มีชื่อเสียงจาก "3 สิ่งมหัศจรรย์" ที่เป็นสัญลักษณ์ของศาลเจ้า คือ
🍀 ชิเมะนะวะยักษ์... เชือกฟางขนาดใหญ่ที่ใช้ตกแต่งศาลเจ้าหลัก ซึ่งมีน้ำหนักมากถึงสามตัน ใหญ่โตจนต้องแหงนหน้าชม
🍀ระฆังยักษ์...ระฆังขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในศาลเจ้า
กลองไทโกะยักษ์: กลองไทโกะ (กลองญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามสิ่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
🍀เส้นทางแสงอาทิตย์ตก...ในช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า แสงจะส่องเป็นแนวทอดยาวจากศาลเจ้าไปจนถึงทะเล สามารถมองเห็นเป็นเส้นทางสีทองที่งดงาม เป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนเป็นอย่างมาก

✈️ มาฟุกุโอกะแล้วไปง่ายมาก
เดินทางด้วยรถไฟ...นั่งรถไฟ JR Kagoshima Main Line ไปลงสถานี JR Fukuma Station
ต่อรถเมล์/แท็กซี่...จากสถานี Fukuma สามารถต่อรถบัสไปลงที่ป้าย Miyajidake-jinja-mae หรือจะนั่งแท็กซี่ไปก็สะดวกค่ะ (ใช้เวลาประมาณ 5 นาที)

🌸 สุดท้ายนี้... ศาลเจ้ามิยาจิดาเกะมอบประสบการณ์ที่ครบเครื่องจริงๆ ค่ะ ทั้งความสวยงามอลังการของธรรมชาติ ความศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้า และความอร่อยแบบท้องถิ่น ลิ้มลองรสชาติอันล้ำลึก แอดยังประทับใจไม่ลืม✨

😻 สวรรค์ของทาสแมว😸เกาะไอโนะชิมะ (Ainoshima) ที่ฟุกุโอกะ....ที่นี่มีแมวเยอะกว่าคนจริงๆ นะถ้าคุณเป็นทาสแมวแบบเข้าเส้น แล้ว...
12/10/2025

😻 สวรรค์ของทาสแมว😸

เกาะไอโนะชิมะ (Ainoshima) ที่ฟุกุโอกะ....ที่นี่มีแมวเยอะกว่าคนจริงๆ นะ

ถ้าคุณเป็นทาสแมวแบบเข้าเส้น แล้วไปเที่ยว ฟุกุโอกะ เนี่ย... คุณพลาดที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด แอดกำลังพูดถึง เกาะไอโนะชิมะ (Ainoshima Island) ที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า 'เกาะแมว' ที่แท้ทรู
ลืมภาพแมวญี่ปุ่นขี้อายไปได้เลยค่ะ ที่นี่คือสวรรค์ของคนรักแมว เพราะน้องๆ เค้าเยอะมาก เยอะจนรู้สึกเหมือนตัวเองหลุดเข้าไปในโลกการ์ตูนเลย

🏝️ การเดินทางไปเกาะนี้ก็ฟีลลิ่งเหมือนกำลังจะไปดินแดนมหัศจรรย์เลยค่ะ นั่งเรือข้ามฟากจากท่าเรือ ชินกุ (Shingu Port) ไปแค่ประมาณ 20 นาที พอเรือเทียบท่าเท่านั้นแหละ... น้องแมวจะออกมาต้อนรับไม่กลัวคนเลย...คุณจะเห็นน้องแมวกลุ่มใหญ่ๆ นั่งรอรับนักท่องเที่ยว อยู่ที่บริเวณท่าเรือ บางตัวก็เดินมาอ้อน มาพันแข้งพันขาอย่างกับรู้ว่าเราคือทาสผู้ซื่อสัตย์ คือมันน่ารักจนใจละลายไปเลย

มีแมวทุกซอกทุกมุม...เดินไปทางไหนก็เจอน้องๆ จะนอนอาบแดดอยู่ตามทางเดิน นั่งเฝ้าปลาอยู่ตรงท่าเรือ หรือแม้แต่นอนขวางทางอยู่ตามตรอกซอกซอย คือมีตั้งแต่ลูกแมวตัวเล็กๆ ยันแมวอ้วนกลมแบบ บิ๊กไซส์
😸 มาเกาะแมว ต้องทำอะไรบ้าง?
เกาะไอโนะชิมะเป็นเกาะเล็กๆ ที่คุณสามารถเดินสำรวจได้รอบเกาะแบบสบายๆ แนะนำให้ใช้เวลาสักครึ่งวันถึงเต็มวัน ถ้าอยากฟินแบบสุดๆ นะครับ
ถ่ายรูปให้มือหงิก...เตรียมเมมโมรี่การ์ดไปให้พร้อม เพราะน้องแมวที่นี่เป็น นายแบบ นางแบบ มืออาชีพมาก บางตัวโพสท่าสวยๆ ให้คุณถ่ายแบบไม่ขยับเลยล่ะ
เดินเล่นรอบเกาะชมวิว...เกาะนี้มีทิวทัศน์สวยงามตามธรรมชาติมาก มีวิวทะเลสีฟ้าใสๆ มีศาลเจ้าเล็กๆ ให้แวะไหว้ขอพร เดินไปตามทางคุณจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์และเพลินไปกับบรรยากาศเงียบสงบ
เช่าจักรยานสำรวจ...ถ้าไม่อยากเดินเหนื่อย ลองเช่าจักรยานปั่นรอบเกาะดูก็ได้ครับ ใช้เวลาไม่นานก็ได้ชมวิวสวยๆ รอบเกาะแล้ว รอบนี้แอดไม่ได้เช่า เน้นเดินชมแมวและวิวรอบๆก็ฟินละ

🍝 มีของอร่อยให้แวะเติมพลังด้วยนะ
ถึงจะเป็นเกาะเล็กๆ แต่ก็ไม่ต้องกลัวหิวครับ
ร้านอาหารฝีมือชาวบ้าน ชิมปลาสดๆที่พึ่งขึ้นฝั่งมาจากเรือประมง วันนี้แอดได้กินข้าวหน้าปลาฮามาจิสดๆ อร่อยฟินสุดๆ จานละ 1,000 เยนเท่านั้น

คาเฟ่ริมท่าเรือ...ตรงบริเวณท่าเรือจะมีศูนย์ข้อมูลและคาเฟ่เล็กๆ ให้เราได้แวะพักดื่มน้ำ หรือลองชิมเมนูท้องถิ่นของเกาะ เช่น โครเกต์สาหร่ายฮิจิคิ อร่อยๆ ที่ทำจากวัตถุดิบในเกาะเลยครับ

📍 ตามรอยทาสแมว...วิธีไปเกาะไอโนะชิมะ
การเดินทางง่ายมาก แค่วางแผนให้ดีเรื่องตารางเรือ เพราะเรือมีจำกัดต่อวัน
จาก Hakata Station...นั่งรถไฟ JR Kagoshima Line (หรือ JR Fukuhoku Yutaka Line) ไปลงสถานี JR Fukkō-Daimae Station (ใช้เวลาประมาณ 20 นาที)
ต่อบัสไปท่าเรือ...จากหน้าสถานี Fukkō-Daimae ให้ต่อรถบัสประจำทางสายชุมชน (Community Bus) ไปลงที่ Ainoshima Tosenba (ท่าเรือชินกุ / Shingu Port) (ค่ารถบัสประมาณ 100 เยน)
นั่งเรือข้ามฟาก...ซื้อตั๋วเรือที่ท่าเรือ และนั่งเรือข้ามไปเกาะไอโนะชิมะ ใช้เวลาประมาณ 17-20 นาที (ค่าเรือประมาณ 480 เยนต่อเที่ยว)
คำแนะนำจากใจ: เช็ก ตารางเรือข้ามฟาก และ สภาพอากาศ ให้ดีก่อนไปนะคะ เพราะถ้าคลื่นลมแรง เรืออาจจะงดให้บริการได้ครับ

สรุปนะครับ...เกาะไอโนะชิมะคือทริปวันเดย์ทริปจากฟุกุโอกะที่ โคตรคุ้มค่า ไปฟินกับน้องเหมียวสุดเฟรนด์ลี่ที่นี่ ชมวิวรอบเกาะ คือประสบการณ์อีกแบบที่ไม่มีวันลืม😻

ที่อยู่

15 M. 7 T. Donkaew
Mae Rim
50180

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ANATA TOURผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์