OpenmindProjects - Ethical and responsible volunteer work in Asia

OpenmindProjects - Ethical and responsible volunteer work in Asia OpenmindProjects is a nonprofit grassroots organization empowering impoverished youth and their parents in Southeast Asia.

Openmind Projects is an aid, development and international volunteer organisation supporting over 60 projects in Thailand, Laos, Cambodia and Nepal. We welcome international volunteers to teach English, IT, work at our ecotourism and marine conservation projects or support our development by working in our head office in Thailand.

OpenmindProjects is proud to announce our newest partnership with three local schools in the Korat province of Northeast...
08/04/2026

OpenmindProjects is proud to announce our newest partnership with three local schools in the Korat province of Northeastern Thailand. We are seeking dedicated volunteers to help support students and teachers in this vibrant community.

Choose your impact:

Rak Muang Thai School: Help support 66 students and 13 teachers.

Ban Klang School: A close-knit community of 61 students and 11 teachers.

Ban Bo Pla School: Our largest new partner with 136 students and 12 teachers.

Unique Living Experience:
Our volunteers will stay in a local community library. This unique accommodation offers a peaceful environment for personal time and a creative space to engage with students through after-school activities.

Flexible durations are available. You can focus on one school or gain a broader perspective by visiting all three!

Come volunteer with us! openmindprojects.org

Huge congratulations to our graduates! 🎓 Despite physical and mobility hurdles, these students have successfully complet...
21/03/2026

Huge congratulations to our graduates! 🎓 Despite physical and mobility hurdles, these students have successfully completed their Vocational and Higher Vocational Certificates. Proof that determination knows no bounds. We are so proud of you! วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ

17/03/2026

เพิ่งมาถึงห้องสมุดชุมชนวิปัสสนาลัยของเราได้สามวัน กำลังสนุกกับทุกอย่างที่ขวางหน้า ^__^

วิคกีเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย Salisbury ในแมรีแลนด์ เธอ เป็นอาสาสมัครชาวอเมริกันที่ได้รับทุน Fulbright English Teaching Assistant เธอเลือกมาฝึกงานกับ Open Mind Projects (OMP) และเลือกห้องสมุดชุมชนวิปัสสนาลัย อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ของเราเป็นฐานปฏิบัติการเรียนรู้ด้านต่างๆ ในประเทศไทย

ชีวิตความเป็นมาของวิคกีนั้นน่าสนใจมาก เธอเป็นลูกสาวผู้อพยพชาวเม็กซิกัน เกิดในอเมริกา แต่เล็กจนโต เธอไม่เคยรู้สึกกลมกลืนกับวิถีชีวิตแบบอเมริกันเลย

สมัยยังเป็นเด็ก มีคืนหนึ่งที่เด็กหญิงตัวเล็กนอนรอบางสิ่ง ไม่ใช่รอซานตาคลอส ไม่ใช่รอเช้าวันใหม่ แต่รอเพียงเสียงฝีเท้าของแม่ที่กลับมาจากที่ทำงานกะดึก เธอนอนไม่เคยหลับเลย จนกว่าจะได้ยินเสียงแม่กลับบ้าน

“ฉันตื่นอยู่ตลอดคืน รอคอยเสียงอันอบอุ่นของแม่ที่จะพาฉันเข้าสู่ห้วงหลับฝัน ความฝันที่ฉันโหยหาจะได้จมอยู่ในนั้น แต่ทำไม่ได้จนกว่าจะรู้ว่าแม่ของฉันจะกลับบ้านอย่างปลอดภัย”

เธอคือ วิคกี วาสเกซ ลูกสาวของแม่ผู้อพยพชาวเม็กซิกันที่ใช้ชีวิตมากกว่าสามทศวรรษในโรงงานสัตว์ปีก และวันนี้ วิคกียืนอยู่อีกซีกหนึ่งของโลกในฐานะผู้ได้รับทุน Fulbright ที่ประเทศไทย ในฐานะลูกสาวที่พิสูจน์ว่าการเสียสละของแม่ไม่เคยสูญเปล่า

วิคกีบอกว่า ในอเมริกา ความจำเป็นเพื่อความอยู่รอดนั้นมีราคาที่ต้องจ่าย และในครอบครัวของวิคกี ราคานั้นคือเวลา แม่ของเธอออกจากบ้านก่อนฟ้าสาง และกลับมาเมื่อดึกดื่น ช่องว่างระหว่างแม่ลูกไม่ได้เกิดจากความไม่รัก แต่เกิดจากความจำเป็นที่โหดร้ายกว่าความรู้สึกใดๆ

“ความจำเป็นเพื่อความอยู่รอดฉีกเราออกจากกันเร็วเกินไป ทิ้งช่องว่างอันทรมานไว้ระหว่างเรา ที่ซึ่งเมล็ดพันธุ์แห่งความโศกเศร้าเริ่มหยั่งรากลงทีละเมล็ด หนึ่งเมล็ดสำหรับทุกช่วงเวลาที่พลาดไป”

เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นเริ่มงอกในเช้าวันหนึ่ง เมื่อวิคกีรู้ว่าต้องไปโรงเรียน แม่ที่เพิ่งเสร็จจากกะสิบสองชั่วโมงแทบไม่ได้หลับ ลุกขึ้นมาเตรียมลูกสาวให้พร้อม แล้วทั้งคู่ก็เดินออกสู่อากาศยามเช้า วิคกีเหยียบใบไม้ทุกใบที่พอจะดักไว้ใต้รองเท้าได้ พยายามยื้อเวลาก่อนถึงป้ายหยุดรถที่ต้องกล่าวอำลาจากแม่ และเมื่อประตูรถเปิดออก โลกใบใหม่ก็กลืนเธอเข้าไป

“English Only” ต้องภาษาอังกฤษเท่านั้น!มันคำที่เปลี่ยนทุกอย่าง โรงเรียนในอเมริกาสอนวิคกีหลายสิ่ง แต่สิ่งที่เธอเรียนรู้เร็วที่สุดไม่ใช่คณิตศาสตร์หรืออ่านเขียน มันคือการตระหนักว่าตัวตนของเธอถูกตีค่าจากผู้อื่นแล้วก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว

ภาษาสเปนของเธอถูกห้าม เชื้อชาติเม็กซิกันของเธอถูกใช้เป็นตราประทับ และสองสิ่งนั้นก็ถูกแปลงเป็นคำตัดสิน “ภาษาสเปนและเชื้อชาติเม็กซิกันของฉันกลายเป็นตราประทับทางสังคมในโรงเรียน เป็นส่วนเดียวของอัตลักษณ์ที่ครูและเพื่อนนักเรียนสนใจ ซึ่งวางตำแหน่งฉันไว้ในฐานะ ‘คนเรียนอ่อน’ และ ‘ไร้ความสามารถ’”

แต่ความโหดร้ายที่ซ่อนอยู่ข้างใต้นั้นลึกกว่า เพราะเมื่อกลับบ้าน ป้ายคำว่า “เม็กซิกัน” ก็ไม่ได้ใช่เธอเช่นกัน เธอเกิดในสหรัฐฯ เธอพูดอังกฤษ แต่เธอไม่อาจเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่แม่จากมาได้อย่างสมบูรณ์ และไม่อาจกลืนตัวเองเข้าสู่โลกที่เธออาศัยอยู่ได้อย่างสนิทใจ

“การเป็นคนรุ่นที่สองหมายถึงการดำรงอยู่ในพื้นที่ที่สามตลอดเวลา ที่ซึ่งไม่อาจกลืนเข้ากับฝั่งใดฝั่งหนึ่งได้อย่างสมบูรณ์ ถูกปล่อยให้ร่วงหล่นอยู่ในช่องว่างที่ไม่เคยอยู่ในการควบคุมของตัวเอง”

ในช่วงนั้น เธอบอกกับตัวเองอยู่เสมอว่าจะออกจากโรงเรียนและไปทำงานกับแม่ที่โรงงาน ไม่ใช่เพราะมันคือความฝัน แต่เพราะมันคือสิ่งเดียวที่ดูเหมือนจะสมเหตุสมผลสำหรับเด็กที่ถูกบอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเธอไม่ได้มีความสามารถพอสำหรับอะไรที่ดีได้มากกว่านั้น

ทว่า เมื่อความโศกเศร้ากลายเป็นพลัง ชีวิตของวิคกี้จึงไม่ได้จบลงที่โรงงานสัตว์ปีก เธอเติบโตขึ้นและในการเติบโตนั้น เธอเริ่มมองเมล็ดพันธุ์แห่งความเจ็บปวดที่หว่านในสวนของเธอด้วยสายตาที่ต่างออกไป เธอไม่ได้ปฏิเสธมัน ไม่ได้พยายามถอนรากมันทิ้ง แต่เลือกที่จะรดน้ำมันจนงอกใหม่

“แม้ความโศกเศร้าที่ไม่อาจดำรงอยู่ในวัฒนธรรมและอัตลักษณ์เดียวจะทรมานในบางครั้ง แต่นั่นแหละคือสิ่งที่มอบพลังให้ฉันมุ่งหน้าต่อไปได้”

สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นบาดแผล การเป็นคนสองภาษา สองวัฒนธรรม ไม่เป็นคนของที่ไหนอย่างสมบูรณ์ ได้กลับกลายเป็นพรสวรรค์ที่หาค่ามิได้

เธอสามารถยืนอยู่ระหว่างสองโลกและมองเห็นในสิ่งที่คนซีกเดียวมองไม่เห็น เธอสามารถเป็นสะพานในที่ที่คนอื่นเห็นแค่รอยแยก

“ความสามารถในการดำรงอยู่ระหว่างสองวัฒนธรรมและสองภาษาพร้อมกัน ทำให้ฉันสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อการยกระดับทางสังคมของชุมชนด้วย”

ในใจกลางของการตระหนักรู้นั้น เธอไม่เคยลืมว่าทั้งหมดนี้ไม่ได้เริ่มจากตัวเธอเอง

“เราต้องปล่อยให้ความโศกเศร้านำทางเราไปสู่ความเจริญ ความเจริญที่ตั้งอยู่บนการเชื่อมโยง ภาษา และวัฒนธรรม”

ความฝันของวิคกี้ฟังดูไกลเกินเอื้อมสำหรับครอบครัวที่ไม่เคยมีใครเดินทางไปไกลขนาดนี้มาก่อน แต่มีบทเรียนหนึ่งที่แม่ของเธอสอนโดยไม่รู้ตัว บทเรียนจากวันที่แม่หอบทุกอย่างข้ามพรมแดน 4,000 กิโลเมตร สู่ดินแดนอเมริกาที่พูดกับเธอเป็นคลื่นเสียงที่ฟังไม่รู้เรื่อง

“ถ้าแม่สามารถทิ้งทุกสิ่งที่รู้จักและเดินทางมาสู่ดินแดนที่ค่อยๆ กลืนกินแม่ได้ ฉันก็สามารถเดินทางไปยังอีกฟากหนึ่งของโลกได้เช่นกัน”

วิคกีทุ่มเทหกเดือนเพื่อเขียนใบสมัคร Fulbright ทำงานจนร่างกายส่งสัญญาณเตือน แล้วฝากโชคชะตาไว้กับจักรวาล เจ็ดเดือนของการรอคอย เจ็ดเดือนของการกวาดหน้าจอรอการแจ้งเตือน

จนในที่สุดเดือนพฤษภาคมก็มาถึง และชื่อของเธอก็ปรากฏในรายชื่อผู้ได้รับทุน ในเดือนกันยายน 2025 วิคกี้ลงจากเครื่องบินที่ประเทศไทย ได้พบบ้านหลังใหม่ที่ทำให้เธอมีความสุขมาก

หกเดือนผ่านไป และสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดก็เกิดขึ้น แม่ของวิคกี้เดินทางข้ามโลกมาหาเธอที่ประเทศไทย หญิงที่ครั้งหนึ่งต้องอพยพจากบ้านเกิดด้วยมือเปล่า บัดนี้นั่งเครื่องบินมาเยี่ยมลูกสาวในดินแดนที่สามที่พวกเธอไม่เคยคาดฝัน

ปัจจุบัน วิคกี้ทำงานกับ Open Mind Projects องค์กรด้านการศึกษาในไทย ด้วยความเชื่อที่เธอพกมาจากบ้าน จนทำให้เธอเดินทางมาถึงห้องสมุดชุมชนวิปัสสนาลัยของเรา ด้วยความพร้อมที่จะทุ่มเทแรงกายแรงใจสำหรับพัฒนาชุมชนที่รายล้อมนี้ให้ดีขึ้นในทุกทาง

“การศึกษาทำให้ฉันกลมกลืนเข้ากับประเทศ วัฒนธรรม ภาษา และชุมชนใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ ขณะเดียวกันก็ได้แบ่งปันเรื่องราวของตัวเอง”

สิ่งที่วิคกี้ค้นพบที่ประเทศไทย ไม่ใช่เพียงทักษะการสอน ภาษาอังกฤษ แต่มันคือพิมพ์เขียวสำหรับสิ่งที่เธออยากสร้างให้ชุมชนของตัวเองเมื่อกลับบ้าน นั่นคือความฝันที่จะสร้างพื้นที่การศึกษาทางเลือก ที่ผู้คนไม่ต้องทอดทิ้งตัวตนเพื่อแลกกับความก้าวหน้า พื้นที่ที่ความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ไม่ใช่อุปสรรค แต่คือจุดเริ่มต้น

ในตอนท้ายของทุกเรื่องราว มักมีภาพที่สรุปทุกอย่างไว้ในความเงียบ สำหรับวิคกี ภาพนั้นคือสวนเล็กๆ ในจินตนาการ ที่ซึ่งเมล็ดพันธุ์แห่งความโศกเศร้าทุกเมล็ดที่หว่านลงไปตลอดชีวิต ทั้งคืนที่รอแม่กลับบ้าน วันที่ถูกบอกว่า “English only” ช่วงเวลาที่รู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นของที่ไหน ชีวิตของเธอแม้จะรดด้วยน้ำตา แต่เธอก็เติบโตขึ้นมาเป็นสิ่งที่งดงามที่สุด

“เมล็ดพันธุ์แห่งความโศกเศร้าที่หยั่งรากในสวนของฉันได้เติบโตขึ้นแล้ว ผ่านน้ำตาและเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ประกอบกันเป็นโมเสก ทุกเมล็ดล้วนเติบโตกลายเป็น amor เป็นความรัก”

แน่นอน การเดินทางของวิคกียังไม่สิ้นสุด เธอบอกเองว่าเธอพร้อมสำหรับทุกสิ่งที่กำลังจะมาถึง รวมถึงวันพรุ่งนี้ ที่เธอจะต้องไปสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กๆ สี่สิบกว่าคนรอบๆ ห้องสมุดชุมชนวิปัสสนาลัยแห่งนี้เป็นวันแรก

จากที่เคยเป็นเด็กหญิงที่นอนรอเสียงฝีเท้าของแม่ในความมืด วันนี้เธอกำลังเดินไปข้างหน้า พาทั้งแม่ ทั้งภาษา ทั้งรากเหง้า ทั้งบาดแผลของเธอที่บัดนี้ได้กลายเป็นปีกพาเธอโผบินสู่โลกกว้าง

และพาเธอมาอยู่ที่นี่
ในห้องสมุดเล็กๆ แห่งนี้

❤️

ที่อยู่

Nong Khai
43000

เบอร์โทรศัพท์

+66633131879

เว็บไซต์

https://openmindprojects.org/, https://AIforGood.OpenSkills.dev/

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ OpenmindProjects - Ethical and responsible volunteer work in Asiaผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง OpenmindProjects - Ethical and responsible volunteer work in Asia:

แชร์