06/06/2026
โสฬสมหาสถาน
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งเกาะลังกา 16 แห่ง
โสฬสมหาสถาน (Solosmasthana) คือ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์16 แห่งในประเทศศรีลังกา ซึ่งพุทธศาสนิกชนมีความเชื่อสืบต่อกันมาอย่างยาวนานว่า เป็นสถานที่ที่พระสัมาสัมพุทธเจ้าเคยเสด็จมาโปรด ประทับรอยพระบาท หรือแสดงธรรมไว้ในสถานที่เหล่านี้ ซึ่งพุทธศาสนสถานเหล่านี้กระจายตัวอยู่ทั่วภูมิภาคของประเทศ และถือเป็นจุดหมายปลายทางที่มีความสำคัญสูงสุดในเชิงจิตใจและจิตวิญญาณของชาวพุทธในศรีลังกา
ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์และคัมภีร์พุทธศาสนาโบราณของศรีลังกา ระบุไว้ว่าพระพุทธเจ้าได้เสด็จเยือนเกาะแห่งนี้ทั้งหมด 3 ครั้ง โดยในคัมภีร์มหาวงศ์ (Mahavamsa) ซึ่งเป็นพงศาวดารเก่าแก่ ได้บันทึกรายละเอียดการเสด็จเยือนซึ่งครอบคลุมพุทธสถาน 11 แห่งในกลุ่มโสฬสมหาสถาน นอกจากนี้ยังมีคัมภีร์สำคัญอื่นๆ เช่น ปูชาวลิยะ (Pujavaliya), สมันตปสาทิกา (Samantapasadika) และ บุตสรณะ (Butsarana) ที่บันทึกและยืนยันถึงการเสด็จเยือนเหล่านี้ด้วยเช่นกัน
นับแต่ในเดือน 9 หลังจากที่พระพุทธองค์ทรงบรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ โดยเสด็จมายังมหิยังคณา (Mahiyangana) ในคัมภีร์มหาวงศ์ระบุว่า พระองค์ทรงมาปราบพวกยักษ์ที่อาศัยอยู่ ณ ที่นั้น และขับไล่ไปยังเกาะกิริ (Giri) การเสด็จมาในครั้งนี้เป็นการวางรากฐานและเตรียมความพร้อมสำหรับการประดิษฐานพระพุทธศาสนาบนเกาะศรีลังกาในอนาคต ซึ่งพระองค์ทรงเล็งเห็นด้วยญาณว่าพระธรรมจะเจริญรุ่งเรืองอย่างสูงสุดบนแผ่นดินนี้
ต่อมา 5 ปี หลังจากทรงตรัสรู้ โดยพระพุทธองค์เสด็จไปยังนาคทีป (Nagadipa) อันเป็นที่อาศัยของนาค เพื่อระงับข้อพิพาทและไกล่เกลี่ยสงครามระหว่างกษัตริย์แห่งนาคสองพี่น้อง คือ จุโลทระ (Chulodara) และ มโหทระ (Mahodara) ที่กำลังแย่งชิงบัลลังก์กันอยู่
และต่อมาอีก 8 ปี หลังจากทรงตรัสรู้ พระพุทธเจ้าเสด็จมาพร้อมกับพระภิกษุสงฆ์สาวกจำนวน 500 รูป เพื่อไปยังกัลยาณี (Kelaniya) ตามคำกราบทูลอาราธนาของพญามณิอักขิกะ (Maniakkika) ราชาแห่งเหล่านาคที่ได้ทูลเชิญไว้ตั้งแต่การเสด็จเยือนครั้งก่อน หลังจากทรงแสดงพระธรรมเทศนา ณ ที่ประทับของมณิอักขิกะแล้ว คัมภีร์มหาวงศ์บันทึกว่าพระองค์ได้เสด็จต่อไปยังสถานที่สำคัญอื่นๆ อีกหลายแห่ง ได้แก่ สมันตกูฏ (Samantakuta), ถ้ำทิวากูหา (Diva Guhava), ทีฆวาปี (Dighavapi) รวมถึงบริเวณที่เป็นที่ตั้งของพระศรีมหาโพธิ์, รุวันเวลิสิยะ (Ruwanwelisaya), ถูปาราม (Thuparamaya) และ เสลเจดีย์ (Sela Cetiya) ในปัจจุบัน ขณะที่คัมภีร์สมันตปสาทิกาได้ระบุเพิ่มเติมว่า พระองค์ได้เสด็จเยือนมุถิยังคณา (Muthiyangana) ในคราวเดียวกันนี้ด้วย
เมื่อราชอาณาจักรโบราณอันยิ่งใหญ่อย่าง อนุราธปุระ (Anuradhapura) และ โปโลนนารุวา (Polonnaruwa) เริ่มเสื่อมสลายลง ส่งผลให้โสฬสมหาสถานส่วนใหญ่ถูกปล่อยให้ทิ้งร้างและทรุดโทรมไปตามกาลเวลา จนกระทั่งเข้าสู่คริสต์ศตวรรษที่ 20 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้จึงได้รับการเอาใจใส่และร่วมมือกันปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่โดยคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวศรีลังกา
โสฬสมหาสถานทั้ง 16 แห่ง ประกอบด้วย
1. มหิยังคณราชมหาวิหาร** *(Mahiyangana Raja Maha Vihara) เจดีย์แห่งแรกในศรีลังกา สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพุทธกาลเพื่อบรรจุพระเกศาธาตุที่พระพุทธองค์ประทานให้แก่สุมนเทพบุตร ในการเสด็จเยือนครั้งแรก
2. นาคทีปปุราณวิหาร (Nagadeepa Purana Viharaya) สร้างขึ้นโดยนาคราชสองพี่น้อง คือ พญาจุโลทระ และ พญามโหทระ ณ จุดที่พระพุทธองค์เสด็จมาไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยได้นำบัลลังก์ที่เป็นชนวนเหตุมาบรรจุไว้ภายในสถูปนี้
3. กัลยาณีราชมหาวิหาร (Kelaniya Raja Maha Vihara) สร้างโดยพญามณิอักขิกนาคราช เพื่อเป็นอนุสรณ์ในคราวที่พระพุทธเจ้าเสด็จเยือนศรีลังกาครั้งสุดท้าย ภายในประดิษฐานบัลลังก์ที่พระองค์ทรงประทับนั่งแสดงธรรม
4. ศรีปาท / สมันตกูฏ (Sri Pada / Samanala Kanda) ยอดเขาสูงที่ประทับรอยพระพุทธบาทซ้ายของพระพุทธเจ้าในการเสด็จเยือนครั้งที่สาม ต่อมาพระเจ้าวิชัยพาหุที่ 1 ได้ทรงสร้างศาลาที่พักสำหรับผู้แสวงบุญขึ้น
5. ทิวากูหา (Diva Guhava / ถ้ำบาตาโตตเลนะ Batatotalena) ถ้ำที่เชื่อกันว่าพระพุทธเจ้าทรงใช้เป็นที่พักผ่อนกลางวัน หลังจากที่ทรงประทับรอยพระพุทธบาทไว้ที่ยอดเขาศรีบาท (ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งที่แน่นอนได้)
6. ทีฆวาปีราชมหาวิหาร (Deegavapi Raja Maha Viharaya) สร้างโดยพระเจ้าสัทธาติสสะ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ บริเวณที่พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์สาวกเคยทรงเข้าสมาบัติในการเสด็จเยือนครั้งสุดท้าย
7. มุถิยังคณราชมหาวิหาร (Muthiyangana Raja Maha Vihara) สร้างขึ้นโดยพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ บนพื้นที่ที่พระพุทธองค์เคยเสด็จมาประทับเพื่อเข้าฌานสมาบัติ
8. ติสสมหารามราชมหาวิหาร (Tissamaharama Raja Maha Vihara) สร้างโดยพระเจ้กาควัณติสสะ ถือเป็นหนึ่งในสถูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแคว้นรูฮูนา (Ruhuna) โบราณ และเคยเป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษาทางสงฆ์ ศิลปเสนาปริเวณา (Silpasena Pirivena)
9. ชยศรีมหาโพธิ์ (Jaya Sri Maha Bodhi) หน่อพระศรีมหาโพธิ์ทางทิศใต้จากต้นที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ณ พุทธคยา ประเทศอินเดีย นำมาปลูกในรัชสมัยของพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ ถือเป็นต้นไม้ที่ปลูกโดยมนุษย์ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลกที่มีการบันทึกไว้
10. มิริสเวฏิยวิหาร (Mirisawetiya Vihara) สร้างขึ้นโดยพระเจ้าทุฏฐคามณี โดยพระองค์ได้ทรงนำพระบรมสารีริกธาตุไปประดิษฐานไว้ในส่วนยอดของพระคทาประจำพระองค์ แล้วจึงสร้างสถูปครอบพระคทานั้นไว้
11. รุวันเวลิสิยะ (Ruwanwelisaya) พระมหาเจดีย์ที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้าทุฏฐคามณี เป็นพุทธสถานที่มีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุจำนวนมากที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งบนเกาะศรีลังกา | ประมาณปี 140 ก่อนคริสตกาล
12. ถูปาราม (Thuparamaya) พระเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุแห่งแรกที่สร้างขึ้นในเมืองอนุราธปุระ โดยพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระรากขวัญขวา (กระดูกไหปลาร้าขวา) ของพระพุทธเจ้า
13. อภัยคีรีวิหาร (Abhayagiri vihāra) สร้างขึ้นโดยพระเจ้าวัฏฏคามณีอภัย บนพื้นที่เดิมของอารามในศาสนาเชน เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการกอบกู้เอกราชคืนจากผู้รุกรานต่างชาติที่ยึดครองบัลลังก์ไปนานถึง 15 ปี ภายในสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระไตรปิฎกจารึกบนแผ่นทองคำ
14. เชตวนารามย (Jetavanaramaya) เริ่มก่อสร้างในสมัยพระเจ้ามหาเสนา และเสร็จสิ้นในรัชสมัยของพระเจ้าสิริเมฆวัณณะ เป็นสถูปอิฐที่เคยสูงที่สุดในโลก เชื่อกันว่าภายในเป็นที่ประดิษฐานพระปั้นเหน่ง (ผ้าคาดเอว) ของพระพุทธเจ้า
15. เสลเจดีย์ (Sela Cetiya) สร้างโดยพระเจ้าลัญจติสสะ เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ที่พระมหินทเถระ (พระราชโอรสของพระเจ้าอโศกมหาราช) ได้พบกับพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ และแสดงธรรมจนกษัตริย์ทรงหันมานับถือพุทธศาสนา ภายในสถูปเชื่อว่าบรรจุพระอุณาโลม(พระโลมาระหว่างขนคิ้ว)
16. คิริวิหาร (Kiri Vehera)สร้างขึ้นครั้งแรกโดยกษัตริย์มหาเสนา ภายในศาสนสถานแห่งนี้ประดิษฐานบัลลังก์ทองคำที่พระพุทธเจ้าเคยทรงประทับนั่งแสดงธรรม พระเกศาธาตุ รวมถึงพระขรรค์ที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงใช้ตัดพระเมาลีในคราวเสด็จออกผนวช