Siam Anthropology by 333 Traveler

Siam Anthropology by 333 Traveler ท่องเที่ยวทั่วไทย ชื่มชมกับศิลปกรรมและวัฒนธรรมบนแผ่นดินไทย

19/08/2026
19/08/2026
19/08/2026
18/08/2026
18/08/2026
17/08/2026
16/08/2026

พระอุเทนนุราชทรงพิณ และมัทยาวามหาฤๅษีดีดพิณ

พระอุเทน มีที่มาจากคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา คือ คัมภีร์อรรถกถามัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ ราชวรรค โพธิราชกุมารสูตร ตลอดจนขยายความในคัมภีร์ธัมมปัฏฐกถา กล่าวถึง พระเจ้าปรันตปะครองนครโกสัมพี วันหนึ่งพระมเหสีมีพระครรภ์แก่ประทับนั่งห่มผ้ากัมพลที่ชานพระตำหนัก มีนกหัสดีลิงค์ตัวหนึ่งสำคัญว่าเป็นชิ้นเนื้อ บินมาโฉบเอาพระนางไป

พระมเหสีเกรงนกหัสดีลิงค์จะตกใจ แล้วทิ้งพระองค์ลง จึงทรงเงียบเสียง จนนกพาพระนางไปลงที่คาคบไม้ที่เชิงเขา ครั้นพระนางจึงตบพระหัตถ์ทำเสียงดังขึ้น นกก็ตกใจและบินหนี พระนางจึงมีพระประสูติกาลพระกุมารบนคาคบไม้ใหญ่นั้น จนในเวลากลางคืน จึงมีฝนตกลงมา พระนางจึงนำผ้ากัมพลห่มอยู่ จนในดาบสรูปหนึ่งผ่านมา จึงหาบันไดพาดนำพระนางลงมาได้ พระกุมารมีพระประสูติกาลอยู่ท่ามกลางเมฆและภูเขา จึงมีพระนามว่า “อุเทน”

หากแต่พระมเหสีเกรงว่าด้วยตนไม่รู้ทางไปทางมาในป่าแห่งนี้ หากดาบสทิ้งพระนางไป ก็จักถึงแก่ความตายเป็นแน่ จึงมีดำริกระทำอุบายทำลายศีลดาบส โดยแสร้งทำผ้านุ่งผ้าห่มหลุด จึงทั้งสองมีสัมพันธ์กัน

ต่อมา วันหนึ่ง ดาบสได้ตรวจดูดวงดาวนักษัตร พบว่า เจ้ากรุงโกสัมพีสวรรคตแล้ว พระมเหสีก็เศร้าโศกเสียใจที่พระราชบุตรที่ควรได้เสด็จขึ้นเถลิงราชย์ต่อ บัดนี้ต้องมาอยู่ป่า

ดาบสจึงคิดวิธีด้วยการถ่ายทอดวิชาพิณและมนต์กล่อมช้างให้แก่พระอุเทน ซึ่งมนต์นี้พระอินทร์เป็นผู้ประทานให้มา แล้วจึงเสด็จกลับไปครองนครโกสัมพี

จากเนื้อความที่ปรากฏในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา จึงถูกนำมาผนวกกับรูปดาบสถือพิณในคติพราหมณ์-ฮินดู คือ นารัทมุนี แต่ได้รับการออกแบบใหม่ในคติแบบไทย ๆ คือ “ตำราเทวรูป เล่มที่ ๓๒” ได้ระบุรูปฤาษีหนุ่มถือพิณมีช้างแวดล้อมว่า “พระอุเทนณุราช” และฤาษีแก่ถือพิณมีช้างแวดล้อมคือ “มัทยาวามหาฤาษริ”

จึงมีความเป็นไปได้ว่า “มัทยาวามหาฤๅษีนั้นคือ พระบิดาบุญธรรมของพระอุเทนที่ถ่ายทอดวิชาพิณและมนต์กล่อมช้างให้พระอุเทน

ดังปรากฏภาพทั้งสององค์เขียนภาพจิตรกรรมบนบานประตูพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส คู่ซ้าย ฝั่งตะวันตก เขียนเป็นภาพพระอุเทนบนบานประตูด้านซ้ายเป็นฤๅษีหนุ่มถือพิณที่มีเทริดด้านบนเป็นรูปหัวช้าง และภาพมัทยาวามหาฤๅษีบนบานประตูด้านขวาเป็นฤๅษีแก่ถือพิณที่มีเทริดด้านบนเป็นรูปหัวช้าง ที่สื่อถึงมนต์กล่อมช้างที่ได้รับถ่ายทอดมาแต่ท้าวสักกเทวราชนั่นเอง

เรื่องและภาพ ศรัณย์ ม.

15/08/2026

ใครที่หลงใหลในความงามของธรรมชาติ เราขอชวนไปงานนิทรรศการภาพวาดพฤกษศาสตร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 8 (The 8th Botanical Art Thailand Exhibition) หรือ BAT2026 จัดแสดง ‘ภาพวาดพฤกษศาสตร์’ งานศิลปะที่ผสมผสานเข้ากับวิทยาศาสตร์และการอนุรักษ์ธรรมชาติ เพื่อถ่ายทอดทั้งความงดงามและความหลากหลายของพรรณพืช ภายใต้แนวคิด ‘บานสะพรั่ง In Full Bloom’ ที่สื่อถึงการเจริญเติบโตของวงการพฤกษศิลป์ในประเทศไทย

ภาพวาดพฤกษศาสตร์เป็นเครื่องมือบันทึกข้อมูลและถ่ายทอดลักษณะของพืชชนิดต่าง ๆ ผ่านเส้นสายและปลายพู่กัน ออกมาเป็นงานศิลปะอันประณีต แต่ขณะเดียวกันยังคงถูกต้องแม่นยำตามหลักอนุกรมวิธานพืช โดยงานนี้รวบรวมผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซกว่า 80 ผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจากศิลปินทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ 58 คน กินพื้นที่ของผนังโค้งตั้งแต่ชั้น 3 - 5 ของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

ไฮไลต์ของงานคือส่วนจัดแสดงพิเศษ ‘มรดกกล้วยไม้แห่งสยาม นามไซเดนฟาเดน Orchids of Siam: The Seidenfaden Legacy’ โดยสถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย รวบรวมผลงานของศิลปินไทยที่วาดกล้วยไม้ไทยที่เกี่ยวข้องกับ ศาสตราจารย์กุนนาร์ ไซเดนฟาเดน (Gunnar Seidenfaden) นักพฤกษศาสตร์และอดีตเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย ผู้ศึกษาเกี่ยวกับกล้วยไม้ไทย ทั้งชนิดที่ท่านเป็นผู้ค้นพบและบรรยายลักษณะเป็นครั้งแรก รวมถึงตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแด่ท่าน

รวมไปถึงการเปิดพื้นที่ให้เหล่าศิลปินที่ได้รับรางวัล Phansakdi Chakkaphak's Young Artist Award ได้แสดงผลงานภาพวาดพฤกษศาสตร์ในมุมมองของคนรุ่นใหม่

งานจัดแสดงที่บริเวณผนังโค้ง ชั้น 3 - 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2569 (หยุดวันจันทร์)

พบกับเรื่องราวอื่น ๆ ของ The Cloud ที่น่าสนใจต่อได้ที่เว็บไซต์ readthecloud.com

#พฤกษศาสตร์ #พฤกษศิลป์ #ศิลปะ #นิทรรศการ

15/08/2026

ที่อยู่

Nonthaburi
999999

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Siam Anthropology by 333 Travelerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์