Mr.RakEarth นายรักษ์โลก

Mr.RakEarth นายรักษ์โลก รักษ์โลกไปด้วยกัน กับนายรักษ์โลก

24/02/2026
18/02/2026

'Agrihoods' สร้างบ้านล้อม 'ฟาร์มผัก' เพิ่มความมั่นคงทางอาหาร และคุณภาพชีวิตของชุมชนเมือง
Agrihoods แนวคิดใหม่ของการอยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตของคนในเมือง ที่นำเสนอรูปแบบบ้านล้อมพื้นที่การเกษตร โดยมี “สวนผัก” เป็นศูนย์กลาง และมีที่อยู่อาศัยหลากหลายรูปแบบล้อมรอบฟาร์มที่มีการเพาะปลูกจริง ซึ่งมีทั้งแบบทาวน์เฮาส์ และอพาร์ทเมนต์ มีทั้งให้เช่าตามราคาตลาด และที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยา พร้อมมีศูนย์ชุมชนและร้านค้า
Steinberg Hart บริษัทสถาปนิกผู้ออกแบบ agrihoods ระบุว่า agrihoods จะช่วยเพิ่มความมั่นคงทางอาหารให้กับชาวเมืองที่อยู่อาศัยในโครงการ ซึ่งทำให้การอยู่อาศัยในเมืองนอกจากมีภูมิทัศน์ที่มีความสวยงามแล้ว ยังช่วยเรื่องความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ จากการช่วยลดอุณหภูมิในสภาพอากาศที่ร้อนจัด และช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้กับเมือง
วินเซนต์ มัดด์ หุ้นส่วนของ Steinberg Hart บอกว่า agrihood สามารถสร้างได้ในแทบทุกที่ เพราะโครงการลักษณะนี้ยังคงสร้างกิจกรรมทางการค้า รักษาการจ้างงาน สร้างรายได้ทางด้านภาษีจากการค้าปลีก รวมถึงจัดหาที่อยู่อาศัยในราคาที่เอื้อมถึงให้กับกลุ่มคนหลายระดับรายได้
Agrihoods ยังช่วยเรื่องปรากฏการณ์ “เกาะความร้อนในเมือง” พืชผักที่ปลูกจะช่วยลดความร้อนผ่านการคายน้ำ ทำให้อากาศในเมืองเย็นลง การปลูกดอกไม้พื้นถิ่น นอกจากช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับเมืองแล้ว ยังดึงดูดสัตว์ขนาดเล็ก เช่น แมลงผสมเกสร นกฮัมมิงเบิร์ด และค้างคาวซึ่งกินยุงเป็นอาหาร ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้ระบบนิเวศกับเมือง
นอกจากนี้ ยังช่วยลดความแข็งกระด้างของภูมิทัศน์ที่เต็มไปด้วยคอนกรีต ช่วยการระบายน้ำฝนให้ซึมลงดินโดยตรง เป็นการลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมเมือง อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งทำให้พายุฝนรุนแรงมากขึ้น
การดำเนินงานของ agrihood ต้องอยู่บนหลักการมีส่วนร่วมของชุมชน ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน คนในชุมชนต้องตัดสินใจร่วมกันว่า จะปลูกอะไร แนวคิดหลัก คือ การมีผลผลิตมากที่สุดบนพื้นที่ที่จำกัด และผักผลไม้ที่ผลิตได้นั้นมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เมื่อกำหนดชนิดพืชที่จะปลูกได้แล้ว ชุมชนต้องวางแผนเรื่องระบบทำความเย็นและการเก็บรักษาผลผลิต ตลอดจนตัดสินใจว่า จะเปิดแผงเพื่อขายผลผลิต หรือจะนำไปใช้เป็นวัตถุดิบที่ร้านอาหารภายในโครงการ รวมถึงต้องคาดการณ์ค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานดูแลฟาร์ม
ลารา เฮอร์แมนสัน ผู้ช่วยออกแบบและดูแลฟาร์มของชุมชนบอกว่า agrihood ไม่ใช่เพียงการสร้างอาคารล้อมพื้นที่สีเขียวแล้วจบ แต่ทุกอย่างต้องถูกวางแผนก่อนเริ่มออกแบบ และฟาร์มที่ประสบความสำเร็จต้องมีงบประมาณที่ชัดเจนและเพียงพอ ต้องมีบุคลากรพร้อม รวมถึงชุมชนเองก็ต้องรู้ว่าจะได้รับประโยชน์อะไรจากโครงการนี้
#ฟาร์มผักในเมือง #บ้านสวน

27/01/2026
03/01/2026

นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งทั่วประเทศ ปี 2568 จำนวน 210 จุด ครอบคลุมพื้นที่การใช้ประโยชน์ตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล 6 ประเภท ผลการประเมินดัชนีคุณภาพน้ำทะเล (Marine Water Quality Index; MWQI) พบว่า อยู่ในเกณฑ์ดี ร้อยละ 31 เกณฑ์พอใช้ ร้อยละ 60 เกณฑ์เสื่อมโทรม ร้อยละ 6 และเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก ร้อยละ 3
โดยพื้นที่ที่มีคุณภาพน้ำทะเลดีที่สุด 10 ลำดับแรก ได้แก่ 1) อ่าวสะพลี จ.ชุมพร 2) อ่าวบ่อม่วง จ.กระบี่ 3) หาดคลองดาว จ.กระบี่ 4) หาดทุ่งวัวแล่น จ.ชุมพร 5) บ้านคลองนิน เกาะลันตา จ.กระบี่ 6) หาดริ้น เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี 7) หาดท้ายเหมือง จ.พังงา 8) หาดละไม เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี 9) เกาะไก่ จ.กระบี่ และ 10) อ่าวบางสน จ.ชุมพร
ขณะที่พื้นที่ที่มีคุณภาพน้ำทะเลเสื่อมโทรมมากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ 1) ปากแม่น้ำเจ้าพระยา จ.สมุทรปราการ 2) ปากคลอง 12 ธันวา จ.สมุทรปราการ 3) โรงงานฟอกย้อม กม.35 จ.สมุทรปราการ 4) บางขุนทียน กรุงเทพมหานคร และ 5) ปากแม่น้ำท่าจีน จ.สมุทรสาคร
https://www.salika.co/2026/01/02/salika-news-vol-2-6/
Knowledge Sharing Space | www.salika.co

18/11/2025

🌏“โรงเรียนปลอดขยะ…เริ่มต้นที่เรา” ♻️🌏

รู้ไหมคะ…
“ขยะชิ้นแรกที่เราทิ้งผิดที่ อาจกลายเป็นขยะกองใหญ่ของทั้งโรงเรียน”
แต่ “ขยะชิ้นแรกที่เราทิ้งถูกที่ ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรงเรียนปลอดขยะได้เหมือนกัน”

ทุกอย่าง…เริ่มต้นที่ “เรา” จริง ๆ 💚

♻️ โรงเรียนจะปลอดขยะได้ไหม? ได้! ถ้าเราเริ่มทำพร้อมกัน
ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ต้องรอประกาศ ไม่ต้องรอใครเริ่มก่อน
แค่เปลี่ยน 5 นิสัยง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน

1) ทิ้งให้ถูกถัง แม้จะเสียเวลา 3 วินาที
เพราะ 3 วินาทีนี้ช่วยลดงานพี่แม่บ้านหลายชั่วโมง
และช่วยให้ขยะรีไซเคิลไม่ต้องถูกเผาหรือฝังกลบ

2) พกแก้ว พกขวดน้ำเอง
เพื่อลดขวดที่ถูกใช้แค่ 5 นาที แต่ใช้เวลาย่อยสลาย 450 ปี

3) กินให้หมด ไม่ตักเกิน ไม่ทิ้งอาหาร
ขยะเศษอาหารคือขยะของโรงเรียนที่มากที่สุด
แต่ก็เป็นขยะที่ “ลดได้ง่ายที่สุด”

4) เก็บขยะที่เราไม่ได้ทำหล่น
คนที่เก็บขยะ “ไม่ใช่ผู้แพ้”
แต่คือคนที่เห็นโรงเรียนเป็นบ้านของตัวเอง

5) แยกขวด–กระดาษ–กล่องนม ส่งเข้ารีไซเคิล
ขยะรีไซเคิล 1 ชิ้น = ช่วยโรงเรียนลดค่าเก็บขยะและนำรายได้เข้ากองทุนสิ่งแวดล้อมโรงเรียน

การเปลี่ยนแปลงเกิดจาก “ใจเล็ก ๆ ของเด็ก ครู และคนโรงเรียน”
ที่อยากให้โรงเรียนของเราสะอาดขึ้น สวยขึ้น และน่าอยู่ขึ้น

💚 โรงเรียนปลอดขยะ…เริ่มต้นง่าย ๆ จากมือของเราเอง

วันนี้คุณอาจทิ้งขยะถูกถังแค่หนึ่งชิ้น
แต่พรุ่งนี้นักเรียนอีกหลายร้อยคนอาจทำตาม

เพราะ “โรงเรียนปลอดขยะ” ไม่ใช่ความฝัน
แต่คือ “ภารกิจของเราทุกคน”…เริ่มต้นตอนนี้เลยค่ะ 🌏

#โรงเรียนปลอดขยะ #แยกขยะเริ่มต้นที่เรา #โรงเรียนรักษ์โลก #เด็กไทยหัวใจสีเขียว

#หลักสูตรรักษ์สิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะในโรงเรียน

05/08/2025
18/06/2025
12/02/2025
11/12/2024
04/12/2024

หมูเด้งเจอหนาวแรกตัวแตกลาย ทำไมผิวหนังฮิปโปแตกในฤดูหนาว ?

เพจขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง โพสต์ภาพหมูเด้งเจอหนาวแรกในชีวิต ผิวแห้งแตกลาย พร้อมข้อความ "เครื่องวัดอุณหภูมิรุ่นล่าสุด ทำงานครั้งแรก แสดงว่าเครื่องตรงไม่เพี้ยน นี่แค่วันแรกหนาวเบาๆ เองนะพ่อ ตูดยังแตกขนาดนี้ ช่วงนี้หมูเด้งหนาว จะนอนแอบมุม แล้วแม่นอนบังลมให้อีกที ทำให้อาจมองไม่เห็นหมูเด้งนะ" ทำให้และเกิดการแชร์ส่งต่อเป็นจำนวนมาก

สำหรับสาเหตุที่ผิวหนังของฮิปโปหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีลักษณะแห้งแตกในช่วงฤดูหนาวนั้น ความจริงแล้วเกิดขึ้นจากกระบวนการทางชีววิทยาที่ถูกปัจจัยภายนอกด้านสิ่งแวดล้อม เช่น อากาศที่หนาวเย็นลงในฤดูหนาว ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของผิวหนังฮิปโป

อากาศหนาวส่งผลให้เกิดการสูญเสียน้ำและความชุ่มชื้นในบริเวณผิวหนังด้านนอก เนื่องจากน้ำในผิวหนังจะระเหยออกมาสู่บรรยากาศที่แห้งภายนอกมากขึ้น ต่อมไขมัน (Sebaceous glands) ทำงานลดลง

ปกติแล้วต่อมไขมันของฮิปโป “เหงื่อฮิปโป” จะมีหน้าที่ปกป้องผิวหนังจากการสูญเสียน้ำ และทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันอันตรายจากแสงแดด โดยจะกระจายแสงป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) อย่างไรก็ตาม เมื่อต่อมไขมันทำงานลดลงผิวหนังจึงมีลักษณะแห้งแตก โดยเฉพาะในร่างกายของฮิปโปจะสูญเสียน้ำเร็วกว่ามนุษย์ถึง 4 เท่า

โดยลักษณะรอยแตกนั้นเกิดขึ้นจากการหดตัวของหลอดเลือดในชั้นหนังแท้ อุณหภูมิต่ำทำให้หลอดเลือดในชั้นหนังแท้หดตัวเพื่อรักษาความร้อนในร่างกาย ซึ่งส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดลดลง ทำให้เซลล์ผิวชั้นนอกได้รับออกซิเจนและสารอาหารน้อยลงตามไปด้วย สูญเสียความยืดหยุ่น และกระบวนการฟื้นฟูของผิวจึงช้าลง

อาจกล่าวได้ว่า ผิวหนังด้านนอกที่มีลักษณะแห้งแตกของหมูเด้งเป็นกระบวนการในการรักษาความร้อนภายในร่างกายฮิปโปนั่นเอง ในธรรมชาติผิวหนังฮิปโปที่เห็นเป็นรอยแตกในฤดูหนาวจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับฮิปโป และลักษณะดังกล่าวจะหายไปเองชั่วคราวเมื่อผิวหนังของฮิปโปได้รับความชุ่มชื้น เช่น การแช่น้ำที่เป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติของฮิปโป หรือการผ่านพ้นช่วงฤดูหนาวไปได้

ที่มาของข้อมูล
https://en.wikipedia.org/wiki/Mammal
https://stluciasouthafrica.com/hippo-facts/
https://www.ultimatekilimanjaro.com/10-fun-facts-about-hippos/
https://www.accuweather.com/en/weather-news/how-animals-like-hippos-elephants-and-whales-protect-themselves-from-the-sun/359101

#หมูเด้ง #อินฟลูเอนเซอร์ #ฤดูหนาว #หนาวแรก

ที่อยู่

Pak Chong

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Mr.RakEarth นายรักษ์โลกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์