ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง, บริษัทนำเที่ยว, Pathum Thani.

05/06/2018

ชวนเพื่อนๆไปเที่ยวญี่ปุนกันครับ

เพื่อนๆสนใจรวมตัวกันไปเที่ยวญี่ปุ่นมั๊ยครับ จะไปเที่ยวเฉยๆ หรือจะไปทริปพิเศษ เที่ยวไปถ่ายรูปไป นำทริปโดยตากล้องมืออาชีพ วิทยากรนำเที่ยวทริปถ่ายรูปและเป็นวิทยากรสอนการถ่ายรูปของค่ายกล้องดังๆ

โปรแกรมตัวอย่างครับ

โปรแกรมสำหรับคนไม่เคยไปญี่ปุ่น

วันที่ 1 กรุงเทพฯ
20:30 น. พร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง อาคาร 1 เคาน์เตอร์ 4 ชั้น 3 สายการบินแอร์เอเชียเอ็กซ์ เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระ เตรียมตัวเดินทางและผ่านขั้นตอนการเช็คอิน
23:45 น. เหินฟ้าสู่นาริตะ ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินแอร์เอเชียเอ็กซ์ เที่ยวบินที่ XJ 600 (เสริฟ์อาหารร้อนบนเครื่อง 1 มื้อ พร้อมน้ำดื่ม)

วันที่ 2 โอชิโน๊ะฮักไก – อิยาชิโนซาโตะ – ทะเลสาบไซโกะ – คาวากูจิโกะ-โกเทมบะ
08:00 น. ถึงเมืองนาริตะ หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว 10:00 น. นำท่านเดินทางสู่ "หมู่บ้านโอชิโนะ ฮักไก (Oshino Hakkai Village)" เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ บริเวณทะเลสาบยามานาคาโกะ (Lake Yamanaka-ko) ซึ่งในปี 2013 ภูจิซังได้รับเลือกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก ที่นี่เองก็ได้รับเลือกในฐานะส่วนหนึ่งของฟูจิซังด้วย และเพราะในบริเวณนี้มีบ่อน้ำใสๆ รวมกันกว่า 8 บ่อ ทำให้คนไทยเราเรียกที่นี่ว่า "หมู่บ้านน้ำใส" นั่นเองครับ

จากนั้น นำท่านไปเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านอิยาชิโนซาโตะ(Iyashi no Sato) ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เคยเป็นหมู่บ้านเกษตรกรรมบนชายฝั่งทิศตะวันตกของทะเลสาบไซโกะ(Lake Saiko) ซึ่งถูกพายุไต้ฝุ่นพัดถล่มในปี 1966 จนกระทั้งต่อมาอีก 40 ปีได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ให้เป็นแบบดั้งเดิม และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งให้ประชาชนได้เข้าชมศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ลองและซื้อสินค้าหัตถกรรมแบบดั้งเดิม
ภายในหมู่บ้าน ประกอบด้วยบ้านกว่า 20 หลังคาเรือน ที่ได้รับการดัดแปลงให้เป็นร้านค้า ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ และแกลเลอรี่ ซึ่งแต่ละหลังก็จะมีความเชี่ยวชาญในงานฝีมือดั้งเดิมที่ต่างกัน เช่น เครื่องปั้นดินเผา ธูป และผ้าทอ หรืออาจเข้าร่วมทดลองผลิตกระดาษวาชิ ถ่านชาร์โคล และบะหมี่โซบะด้วยตนเอง

กลางวัน รับประทานอาหาร Japanese Set ที่จะทำให้ท่านได้ซึมซับวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของคนญี่ปุ่น
จากนั้น นำท่านชม ทะเลสาบไซโกะ(Lake Saiko) มีขนาดเล็กกว่า และได้รับการพัฒนาน้อยกว่าทะเลสาบคาวากูจิโกะ แต่วิวของภูเขาไฟฟูจิจากชายฝั่งทะเลสาบไซโกะถูกปิดกั้นด้วยภูเขา ยกเว้นทางฝั่งทิศตะวันตกที่จะสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน
ทะเลสาบแห่งนี้ล้อมรอบด้วยภูเขาและป่า มีพื้นที่สำหรับตั้งแคมป์ พายเรือ ตกปลา เดินป่า และทำกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีถ้ำหลายแห่งที่เกิดขึ้นจากการปะทุของภูเขาไฟฟูจิ แต่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมเพียง 3 แห่งเท่านั้น

จากนั้น นำท่านเที่ยว ทะเลสาบคาวากุจิ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสองในบรรดาทะเลสาบทั้ง 5 ที่อยู่รอบภูเขาไฟฟูจิ และเป็นสถานที่สวยติดอันดับในการถ่ายภาพวิวภูเขาไฟฟูจิ ที่นี่ยังเป็นเหมือนเมืองสำหรับการพักผ่อน สะดวกในการเดินทางมาท่องเที่ยวเนื่องจาก มีทั้งโรงแรม เรียวคัง ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ นอกจากนี้ บริเวณโดยรอบทะเลสาบสามารถนั่งรถบัสหรือปั่นจักรยานเก็บภาพบรรยายกาศโดยรอบได้
ทำไมต้องไปเที่ยวที่ทะเลสาบคาวากูจิ
ทะเลสาบคาวากูจิ (Kawaguchi-ko) ถือได้ว่าเป็นเส้นที่ใกล้กับภูเขาไฟฟูจิมากที่สุดจนเรียกได้ว่าเป็นประตูสู่ฟูจิ เป็นจุดชมความงามของภูเขาไฟฟูจิในหลากหลายวิว ซึ่งบริเวณทะเลสาบจะเน้นชมวิวแนวธรรมชาติ โดยการนั่งรถ Retro bus เพื่อที่จะชมวิวตามจุดสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆได้โดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ชมซากุระตามฤดูกาล ดูสวนดอกไม้ในหน้าร้อน หรือจะเลือกที่จะขึ้นกระเช้าไฟฟ้าชมวิวและล่องเรือในทะเลสาบคาวากูจิ
เย็น รับประทานอาหาร แบบบุฟเฟต์
โรงแรม พักค้างคืนในโรงแรม GOTEMBA ROUTE INN หรือ เทียบเท่า ....................... (1)
วันที่ 3 โกเทมบะ- โตเกียว – วัดอาซากุสะ-ชินจูกุ
07:00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08:00 น. เดินทางสู่ โกเทมบะ พรีเมี่ยม เอ้าท์เลท” ที่รวบรวมแบรนด์ระดับโลกมาไว้ด้วยกันบนหุบเขาริม Tomei Expressway ที่เชื่อมระหว่าง ภูเขาฟูจิ-อุทยานแห่งชาติฮาโกเน่กับมหานครโตเกียว ให้ท่านได้อิสระกับการเลือกซื้อเลือกชมสินค้าที่ได้รวบรวมกว่า 165 แบรนด์ดังไม่ว่าจะเป็น Coach , Bally , Diesel , Gucci , Hugo Boss, Versace, Yves Saint Laurent Rive Gauche, Gap และอีกมากมาย หมวดสินค้า Intimate Apparel ได้แก่ Kid Blue และ Triumph หมวดสินค้าHome Fashion ได้แก่ Bodum, Fragrance Outlet และ Richard Ginori เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีหมวดสินค้าอื่นๆ อย่างรองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้าเด็ก ซึ่งของทุกชิ้นเป็นของแท้และราคาถูกกว่าในห้างสรรพสินค้า ที่รวมไว้ในพื้นที่กว่า 400,000 ตารางฟุต ถือเป็นสวรรค์แห่งการช๊อปปิ้งของคนญี่ปุ่นโดยเฉพาะ

กลางวัน อิสระเลือกรับประทานอาหารภายใน โกเทมบะ พรีเมี่ยม เอ้าท์เลท
13:30 น. นำท่านเดินทางไปเยี่ยมชม วัดอาซากุซะ วัดที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงโตเกียว นำท่านนมัสการขอพรจากพระพุทธรูปเจ้าแม่กวนอิมทองคำ นอกจากนั้นท่านยังจะได้พบกับโคมไฟขนาดยักษ์ที่มีความสูงถึง 4.5 เมตรซึ่งแขวนอยู่บริเวณประตูทางเข้าวัด และยังสามารถเลือกซื้อเครื่องรางของขลังได้ภายในวัด หรือจาก ถนนนากิเสะ ที่อยู่ติดกับวัดก็ได้


จากนั้น นำท่านไปเยี่ยมชม ตลาดอะเมโยโกะ(Ameyoko Market) ตลาดที่คึกคักเกือบตลอดเวลาตั้งอยู่ระหว่างสถานีอุเอโนะ (Ueno Station) และสถานีโอคาชิมาชิ (Okachimachi Station) แต่ก่อนนั้นบริเวณนี้เป็นที่ขายขนมและลูกอมลูกวาด ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นเรียกร้านขนมเหล่านี้ว่า “Ameya Yokocho” จึงเป็นที่มาของชื่อตลาดอะเมโยโกะ (Ameyoko)
ปัจจุบันมีสินค้าหลากหลายชนิดทั้ง ของสด ของใช้ เครื่องสำอาง กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้าทั้งของญี่ปุ่น และของนำเข้าที่ส่วนใหญ่จะมีราคาถูกกว่าในห้างบางร้านอาจจะต่อราคาเพิ่มได้อีก อาหารทะเล ผลไม้ ผักสด ร้านขนมของกินเล่น เช่น ทาโกะยากิยักษ์ โมจิ ขนมเค้ก ช็อคโกแลต ไอศครีม ชานมไข่มุก และร้านอาหารญี่ปุ่น อย่างราเม็ง ซูชิ ข้าวหน้าปลาไหล พื้นที่ตลาดกินขนาดใหญ่กินพื้นที่ไปหลายซอย รวมถึงใต้ดิน ส่วนใหญ่จะเปิดร้านประมาณ 10 โมงเช้าไปจนถึงช่วงเย็นๆ และมักจะปิดทุกวันพุธ

16:30 น. นำท่านช๊อปปิ้งย่าน ชินจูกุ

แหล่งช๊อปปิ้งชื่อดังของกรุงโตเกียว เปรียบได้เท่ากับแหล่งช๊อปปิ้งในประเทศไทย คือย่านสยาม ที่เป็นแหล่งช๊อปปิ้งและแหล่งรวมตัวของเหล่าวัยรุ่นทั้งหลาย แต่ทว่า ย่านชินจูกุนั้นยุ่ง วุ่นวายมากกว่าหลายเท่าและเป็นสถานีรถไฟที่ว่ากันว่ายุ่งที่สุดในโลกอีกด้วย เพราะเป็นย่านที่มีธุรกิจหลัก ศูนย์การบริหาร สถานที่ตั้งของสำนักงานรัฐบาลหลาย ๆ หน่วย ซึ่งตั้งรวมกันในตึก Tokyo Metropolitan Government ไม่เพียงแต่วัยรุ่นชาวญี่ปุ่นที่ชอบไปรวมตัวและช๊อปปิ้งย่านชินจูกุซึ่งเป็น 1 ใน 23 เขตที่โด่งดังมากในกรุงโตเกียวกัน แต่ยังเป็นย่านที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวกันอีกด้วย ย่านชินจูกุนั้นมีสินค้ามากมาย อาทิ รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องประดับ อุปกรณ์อิเลคทรอนิค กล้อง โรงหนัง ร้านอาหาร บาร์ ต่างๆเยอะแยะมากมายให้เลือกสรร และ
และเพื่อให้ท่านได้ใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า ดังนั้น อาหารเย็นเชิญท่านรับประทานโดยอิสระตามอัธยาศัย ได้เวลาตามนัด นำท่านเดินทางกลับโรงแรมในกรุงโตเกียว
พักที่ โรงแรม WARSHINTON SHINJUKU หรือเทียบเท่า ……………………… (2)


วันที่ 4 อิสระทั้งวัน เที่ยวโดยอิสระ

07:00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 08:00 น. ท่านสามารถเที่ยวเองตามอิสระ หรือ ซื้อโปรแกรมเที่ยวเพิ่มเติมดังนี้
โปรแกรมเสริม : เที่ยวดิสนีย์แลนด์
ซื้อทัวร์ดิสนีย์แลนด์ เดินทางโดยรถไฟ (ค่าดิสนีย์แลนด์ท่านละ 2,800 บาท ยังไม่รวมค่าเดินทางโดยรถไฟไปกลับอีกประมาณ ท่านละ 510 บาท) โตเกียวดีสนีย์แลนด์ โลกแห่งจินตนาการของราชาการ์ตูนญี่ปุ่นซึ่งเป็นดิสนีย์แลนด์แห่งแรกที่สร้างนอกประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2526 จากการถมทะเลและใช้ทุนสร้างกว่า 600 ล้านบาท ให้ท่านสนุกสนานกับเครื่องเล่นนานาชนิด (ไม่จำกัดจำนวนการเล่น) ผจญภัยในดินแดนต่างๆ ให้ท่านเล่นเครื่องเล่นตัวใหม่จากภาพยนตร์การตูนเรื่องดัง Toy Story ชมฉากรบกลางทะเลคาริเบียนในดินแดนโจรสลัดจากภาพยนตร์ The Pirate of Caribbean เขย่าขวัญกับบ้านผีสิงใน Haunted Mantion สัมผัสความน่ารักของตุ๊กตาเด็กนานาชาติในโลกใบเล็ก Small World ชมภาพยนตร์สามมิติ The Invention of the Year ให้ท่านได้สนุกสนานพร้อมกับการจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกน่ารักในดิสนีย์แลนด์อีกทั้งยังจะได้สัมผัสกับตัวการ์ตูนเอกจากวอลท์ดิสนีย์ อย่าง มิกกี้เม้าส์ มินนี่เม้าส์ พร้อมผองเพื่อนการ์ตูนอีกมากมายสนุกกับการจับจ่ายซื้อของที่ระลึกน่ารักในดิสนีย์แลนด์
เที่ยวเองโดยอิสระในโตเกียว :
สถานที่เที่ยวที่ขอแนะนำให้ไป มีดังต่อไปนี้
โตเกียวสกายทรี หรือที่เรียกว่า The New Tokyo Tower แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงโตเกียว สิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่นโดยมีความสูง 634 เมตร สูงเป็นอันดับสองของโลกรองจากเบิร์จคาลิฟาในดูไบซึ่งมีความสูงถึง 828 เมตร ซึ่งหอคอยแห่งนี้มีจุดชุมวิวสำหรับนักท่องเที่ยวแบ่งได้ 2 ระดับความสูง คือ จุดชมวิวที่ความสูง 350 เมตร และ 450 เมตร และมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ห้องส่งสัญญาณกระจายเสียง ร้านค้า ร้านอาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย
ศาลเจ้าเมจิ ศาลเจ้าเก่าแก่อันศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพของคนโตเกียว สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ เมจิ และมเหสีโชโกะ ในปี 1920 ในช่วงวันปีใหม่คนโตเกียวนิยมมาขอพรที่ศาลเจ้าแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลาง สวนโยโยกิ สวนที่มีต้นไม้นานาพรรณถึง 1 แสนต้น ทำให้ดูเหมือนกับว่าศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในป่า
กินซ่า ย่านที่ได้ชื่อว่าเป็นแนวหน้าของแฟชั่นใหม่สุดทุกยุคทุกสมัย มีร้านขายสินค้าแบรนด์เนมและห้างสรรพสินค้าชั้นดีหลายต่อหลายร้านตั้งอยู่เรียงราย
ชิบูย่า ย่านช๊อปปิ้งทันสมัยศูนย์กลางและแหล่งรวมวัยรุ่นยอดนิยมของญี่ปุ่น รวมถึงนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนซึ่งมีทุกสิ่งพร้อมสรรพสนองตอบ ด้วยเหตุนี้เองทําให้ย่านนี้พลุกพล่านด้วยผู้มาเยือน
ฮาราจูกุ ศูนย์รวมของเด็กวัยรุ่น ที่แต่งหน้าแต่งตัวกันแบบที่เรียกได้ว่าหลุดโลกมาอวดโฉมกัน ในวันอาทิตย์เด็กเหล่านี้จะมารวมตัวกัน มีทั้งแนวแฟนตาซี ปีศาจ คิขุอาโนเนะน่ารักๆ และในย่านนี้ยังมีแหล่งช๊อปปิ้ง ณ ตรอกทาเคชิตะ ทั้งสองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านขายของวัยรุ่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋า ร้านฟาสท์ฟูด ร้านเครปญี่ปุ่นอร่อยๆ มากมาย ร้าน 100 เยน หรือเลือกช๊อปปิ้งแบบสบายๆ บนถนน โอโมเตะซันโด ด้วยบรรยากาศคล้ายยุโรปกับตึกร้านค้าที่ออกแบบและตกแต่งสไตล์ยุโรป
อะคิฮาบาร่า ย่านการค้าชื่อดังที่สุดเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า กล้องดิจิตอล เกมส์ต่างๆ
โอไดบะ พาเล็ตทาวน์ แหล่งรวมเทคโนโลยีล้ำยุคและทันสมัย สำหรับท่านที่ชื่นชอบรถยนต์ ท่านจะได้พบกับรถยนต์ล้ำสมัยมากมายของโตโยต้า ทั้งรุ่นส่งออกและรุ่นที่ผลิตขายในประเทศ สำหรับท่านที่มีใบขับขี่สากล ท่านสามารถทดลองขับรถยนต์ที่ถูกใจได้ตามอัธยาศัย หรือท่านจะเลือกช๊อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของย่านนี้ที่วีนัส ฟอร์ด
หมายเหตู : อาหารกลางวันรับประทานเองตามอัธยาศัย
15:00 น. นำท่านไป นาริตะ เพื่อเข้าชม วัดนาริตะซัง ชินโชจิ(Naritasan Shinshoji Temple) เป็นวัดพุทธเก่าแก่ ขนาดใหญ่ ที่มีชื่อเสียงมากของเมืองนาริตะ สร้างขึ้นในปี 940 ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสนามบินนานาชาตินาริตะ ภายในวัดมีอาคารที่หลากหลายตั้งอยู่ในบริเวณที่กว้างขวาง เช่น ห้องโถงหลัก เจดีย์ 3 ชั้นสไตล์ Tahoto มีชื่อว่า Great Pagoda of Peace นอกจากนี้ยังมีสวนญี่ปุ่น และสวนยุโรปอีกด้วย

จากนั้นนำท่านไป ห้าง อิออนมอลล์(Aeon Narita Mall) เป็นห้างสรรพสินค้าที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินนานาชาตินาริตะ ภายในตกแต่งในรูปแบบที่ทันสมัยสไตล์ญี่ปุ่น มีร้านค้าที่หลากหลายมากกว่า 150 ร้านจำหน่ายสินค้าแฟชั่น อาหารสดใหม่ และอุปกรณ์ภายในบ้าน
นอกจากนี้ยังมีร้านเสื้อผ้าแฟชั่นมากมาย เช่น MUJI, 100 yen shop, Sanrio store, Capcom games arcade และซุปเปอร์มาร์เกตขนาดใหญ่ เป็นต้น ซึ่งบางร้านไม่ต้องเสียภาษีสินค้าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ส่วนร้านอาหารก็มีให้เลือกมากมายจำหน่ายอาหารหลายประเภท ร้านกาแฟ และศูนย์อาหาร ถัดไปจากห้างสรรพสินค้ายังมีโรงภาพยนตร์ Humax Cinema เปิดให้บริการ

หมายเหตู : อาหารเย็นรับประทานเองตามอัธยาศัย
เข้าพักที่ โรงแรม MARROAD INTERNATIONAL HOTEL หรือเทียบเท่า ……………………… (3)


วันที่ 5 นาริตะ – กรุงเทพฯ
06:00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 06:30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินนาริตะ
09:15 น. ออกเดินทางจากสนามบินนาริตะ ด้วยสายการบินแอร์เอเชียเอ๊กซ์ เที่ยวบินที่ XJ 601 (เสริฟ์อาหารร้อนบนเครื่อง 1 มื้อ พร้อมน้ำดื่ม)
13:55 น. เดินทางถึงสนามบินดอนเมือง ประเทศไทย
………………………………………………………………………

หากสนใจไปเที่ยวกัน แจ้งมาเลยครับ ผมจะได้คำนวณงบการไปเที่ยวครั้งนี้เลยครับ นีเป็นการออกมาถามถึงความเป็นไปได้ก่อนครับ

24/01/2018

ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ตอนที่ 6

The Synergy เราเป็นบริษัทที่ให้บริการจัดการเรื่องต่างๆด้านการท่องเที่ยวสำหรับตลาดญี่ปุ่น เราเห็นปัญหามาตลอด จึงริเริ่มโครงการจัดหายานหาหนะมาเป็นของบริษัทเองเพื่อให้บริการรับส่งในประเทศญี่ปุ่นเลย พร้อมทั้งจัดหาพนักงานขับรถที่เป็นทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นที่พูดภาษาไทยได้ดีพอสมควร สามารถสื่อสารกับนักท่องเที่ยวชาวไทยได้ดีมาเป็นผู้ให้บริการ
ยานพาหนะของเราที่ให้บริการการเช่า
1. รถตู้ จุผู้โดยสาร 8-9 คน พร้อมสัมภาระ 8-9 ใบ
จำนวนรถตู้ 12 คัน
2. รถไมโครบัส จุผู้โดยสาร 16-18 คน พร้อมสัมภาระ 16-18 ใบ
จำนวนรถไมโครบัส 2 คัน
3. รถบัส จุผู้โดยสาร 40 คน พร้อมสัมภาระของทุกท่าน 40 ใบ
จำนวนรถบัส 4 คัน ( อนึ่ง เราสามารถจัดหาเพิ่มเติมสำหรับรถบัสในกรณีที่มีความต้องการเข้ามากจนเกินจำนวนรถของเราเอง )
อัตราการเช่าเหมาต่อวันเป็นดังนี้ครับ

ราคาเช่ารถตู้ นั่งได้ 8-9 คน นั่งสบายๆหลวมๆ
1. แบบกำหนดสถานที่เดินทางชัดเจนไม่เปลี่ยนแปลง ( ทำให้กำหนดค่าทางด่วน ค่าน้ำมันได้ชัดเจน ) ราคาค่าเช่าต่อวัน ( เหมารวมทุกอย่าง รถ+คนขับ+น้ำมัน+ค่าทางด่วน+ค่าจอดรถ) แต่ไม่รวมค่าทิปคนขับ 70,000 เยนต่อวัน
2. แบบไม่กำหนดสถานที่เดินทางชัดเจน ( มีการเปลี่ยนแปลงตามความต้องการ )
ราคาค่าเช่าต่อวัน ( ราคารวม รถ+คนขับ) แต่ไม่รวม ค่าน้ำมัน+ค่าทางด่วน+ค่าจอดรถ+ทิปคนขับ 67,000 เยนต่อวัน

ราคาเช่ารถบัส นั่งได้ 18 คน นั่งสบายๆหลวมๆ
1. แบบกำหนดสถานที่เดินทางชัดเจนไม่เปลี่ยนแปลง ( ทำให้กำหนดค่าทางด่วน ค่าน้ำมันได้ชัดเจน ) ราคาค่าเช่าต่อวัน ( เหมารวมทุกอย่าง รถ+คนขับ+น้ำมัน+ค่าทางด่วน+ค่าจอดรถ) แต่ไม่รวมค่าทิปคนขับ 125,000 เยนต่อวัน
2. แบบไม่กำหนดสถานที่เดินทางชัดเจน ( มีการเปลี่ยนแปลงตามความต้องการ )
ราคาค่าเช่าต่อวัน ( ราคารวม รถ+คนขับ) แต่ไม่รวม ค่าน้ำมัน+ค่าทางด่วน+ค่าจอดรถ+ทิปคนขับ 120,000 เยนต่อวัน

เพื่อนๆท่านใดสนใจเช่า ติดต่อมาได้เลยครับ ธีธัช 062-9366649 ทั้งโทรทั้งไลน์ครับ

24/01/2018

ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ตอนที่ 5
ตอนที่แล้วผมได้แนะนำตัวช่วยเพื่อให้การท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองของทุกท่านง่ายขึ้น ลดการปวดหัวจากการต้องต่อรถหลายๆทอด นั่นคือการหันมาใช้บริการรถเช่าครับ
การเช่ารถทำได้ 2 ลักษณะครับ คือ

1. การเช่าเฉพาะรถ แล้วขับเอง เติมน้ำมันเอง จ่ายค่าทางด่วนเอง การเช่าแบบนี้จะต้องไปที่สถานที่รับรถ ตรวจสภาพ ชำระเงินแล้วนำรถออกมาขับ ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่นานาชาติด้วย การเช่าแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ค่อนข้างคุ้นเคยเส้นทางหรือเคยมีประสบการณ์การขับรถในต่างประเทศมาบ้าง
2. การเช่ารถแบบรวมทั้งหมด ในที่นี้หมายถึง ค่าเช่ารถต่อวันต่อคน รวมน้ำมันต่อวันต่อคน รวมค่าทำงานของพนักงานขับรถ แต่ไม่รวมค่าทางด่วน ทั้งนี้เพราะเราไม่กำหนดสถานที่ที่เที่ยว ให้นักท่องเที่ยวกำหนดสถานที่เที่ยวเอง ดังนั้นสถานที่เปลี่ยน เส้นทางเดินทางก็เปลี่ยน ค่าทางด่วนจึงกำหนดไม่ได้ ต้องขึ้นอยู่กับเส้นทางเดินทางจริงๆ
ชอบแบบไหนสะดวกแบบไหนก็เลือกแบบนั้นตามใจชอบได้เลย แต่ส่วนตัวเชียร์ให้เลือกแบบที่ 2 ครับ เพราะอะไรหรือครับ ?
ก็เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องขับเอง ในกรณีเลือกแบบที่ 1 คือ ขับเอง คนนั่งอะสบายครับ แต่คนขับก็เป็นนักท่องเที่ยวด้วยกัน เสียเงินไปเหมือนๆกัน ทำไมต้องเสียสิทธิ์อดชื่นชมบรรยากาศข้างทางเหมือนคนอื่นละครับ คนขับต้องมัวแต่พะวง คอยดู GPS ดูรอบข้างเพื่อไม่ให้หลงทาง สมาธิไออยู่กับการขับรถแล้วจะได้ชมวิวข้างทางยังไงหา่กไม่จอดแวะ แล้วหากมัวแต่จอดแวะ คงไปไหนไม่ได้ไกล ยิ่งเสียเวลาไปกันใหญ่ ยกเว้นคนขับคนนั้นเคยมาญี่ปุ่นและมีประสบการณ์ขับรถในญี่ปุ่นมาหลายครั้ง คุ้นเคยอย่างดี อันนั้นก็เป็นอีกรณีครับ แต่พูดเลย 99% เป็นมือใหม่ๆทั้งนั้นที่เคยมาขับในญี่ปุ่น
อีกเรื่องและสำคัญมาก ด้วยความไม่ชำนาญเส้นทาง ไม่คุ้นเคย หากขับไปแล้วประสบอุบัติเหตุ หากเป็นกรณีเบาๆ เช่น เฉี่ยว ชน เคลียร์กันได้ไม่ยาก แต่เสียเวลาแน่ๆ แต่หากเป็นการชนหนัก มีการบาดเจ็บ ทีนี้หนังชีวิตเลยครับ อดเที่ยวแน่นอนครับ แถมอาจเจอคดีด้วยหากคุณเป็นฝ่ายผิด ประกันอาจจะไม่คุ้มครองเอาได้หากเราเป็นฝ่ายผิด ...... คุ้มกันหรือไม่ ลองคิดดูครับ
ดังนั้นเรา THE SYNERGY และ SIAM NIPPON MEGA จึงขอเสนอโครงการให้เช่ารถ พร้อมคนขับ (คนไทยพูดไทยที่อยู่ที่ญี่ปุ่น ขับรถมามากกว่า 15 ปีบนถนนในญี่ปุ่น ตะลุยไปมาแล้วทุกเมืองในญี่ปุ่น และคนญี่ปุ่นพูดไทยได้ในระดับสื่อสารเข้าใจ ไม่ต้องถามหาความชำนาญในพื้นที่ครับ เต็มร้อยว่างั๊นเหอะ ) แถมค่าเช่ายังรวมค่านำ้มันไว้ด้วย ไม่รวมแค่ค่าทางด่วนครับ ด้วยเหตุผลที่แจ้งข้างต้นครับ

24/01/2018

ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ตอนที่ 4
ตอนที่้แล้วผมได้ชี้ให้เห็นถึงความน่าปวดหัวในการบริหารเวลา ตอนนี้ผมจะมานำเสนอตัวช่วยครับ

เรา THE SYNERGY และ SIAM NIPPON MEGA เราเป็นกลุ่มคนไทยแต่ไปอาศัยและทำธุรกิจอยู่ในประเทศญี่ปุ่นมามากกว่า 15 ปี จดทะเบียนประกอบธุรกิจถูกต้องตามกฏหมาย ทำหน้าที่เป็น land operator ทำทัวร์เต็มรูปแบบให้แก่บริษัททัวร์อื่นๆในประเทศไทย และรวมไปถึงการให้บริการนำเที่ยวเฉพาะจุดแต่ยกเว้นการเดินทางที่นักท่องเที่ยวไปจัดหาเอง เราเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องความยุ่งยากในการบริหารเวลาอยู่ตลอดเวลา เห็นปัญหาอันน่าเวียนหัวอยู่ทุกการเดินทาง โดยการตกรถบ้าง การมาไม่ทันบ้าง เป็นต้น เราจึงมานั่งคิดว่าเราจะหาทางออกอย่างไรจนมาสรุปได้ในแนวทางต่อไปนี้

เราแนะนำให้ใช้บริการรถขนาดเล็ก เช่นรถเก๋ง 4 ที่นั่ง หรือ 6 ที่นั่ง หรือ รถตู้ 9 ที่นั่ง รถเหล่านี้จะให้บริการในลักษณะเช่าต่อวันพร้อมคนขับ รวมค่าน้ำมัน แต่ไม่รวมค่าทางด่วนเพราะขึ้นอยู่สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องการไป (จ่ายตามจริง) เราจะคำนวณราคาออกมาเป็นต่อหัวผู้โดยสารจะได้เข้าใจง่ายๆ
ข้อดีของการใช้บริการรถเหล่านี้คือ
1. ความสะดวกสบาย รถเหล่านี้พานักท่องเที่ยวถึงสถานที่ท่องเที่ยว และจอดรอเพื่อนำนักท่องเที่ยวเดินทางต่อไปยังสถานที่เที่ยวต่อไปตามที่วางแผนไว้ นักท่องเที่ยวไม่ต้องลำบากหารถวิ่งไปสถานีรถไฟ ขึ้นรถไฟ ไปลงสถานีที่ต้องการและหารถอื่นต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวถัดไป ความสะดวกสบายแตกต่างกันมากครับ
2. ความอิสระ นักท่องเที่ยวจะเป็นผู้กำหนดสถานที่ท่องเที่ยวเอง ไม่ต้องโดนกำหนดโดยบริษัททัวร์ อยากจะเที่ยวไหนก็แจ้งสถานที่ให้เรารับทราบเพื่อแจ้งคนขับ หรืออยากจะเปลี่ยนแปลง เช่นกำหนดวันนี้จะไปเที่ยว 4 ที่ แต่พอเที่ยวที่แรก ประทับใจมาก ทุกคนบนรถเห็นตรงกันว่าจะขออยู่ต่อให้นานๆหน่อย ขอลดจำนวนสถานที่เที่ยวลง ก็สามารถทำได้ทันที เป็นสิทธิ์ของนักท่องเที่ยวที่สามารถทำได้เลย ขอเพียงแจ้งเรา เราแจ้งต่อพนักงานขับรถ ก็เป็นอันเข้าใจตรงกัน
3. ความที่รถเหล่านี้มีขนาดเล็กถึงปานกลาง การเดินทางไปตามเส้นทางจึงมีความคล่องตัวสูง สามารถเดินทางไปและแวะจอดตามสถานที่ที่แปลกและอยากไปได้โดยอิสระ ขณะที่เดินทางด้วยรถไฟไม่สามารถดำเนินการได้

4. ค่าใช้จ่าย เมื่อนำค่าใช้จ่ายมาคำนวณจริงๆ จะพบว่า มีตัวเลขที่แน่นอนโอกาสที่จะต้องจ่ายเพิ่มแบบไม่รู้ตัวมีน้อย เพราะราคาเช่าเป็นราคาเหมาต่อวันต่อหัว ขณะที่การเดินทางด้วยรถไฟ แม้จะมีราคาแน่นอนแต่เมื่อลงสถานีที่ต้องการ การต่อรถอื่นๆเข้าไปยังสถานที่ท่องเที่ยว ตรงนั้นคือความไม่แน่นอนเพราะเป็นการให้บริการโดยคนท้องถิ่น มีโอกาสสูงที่จะต้องชำระเงินเพิ่มกว่าที่คิดไว้ และหากนำเอาต้นทุนค่าเสียเวลารอต่อรถ รวมไปรวมมาดีไม่ดีแพงกว่าการเดินทางกับบริษัททัวร์ หรือเช่ารถรายวันในแบบที่เรากำลังเสนอเสียอีก
5. ความล้าจากการเดินทาง การเดินทางโดยรถสาธารณะและต้องขึ้นลงบ่อยครั้ง รวมถึงการต่อรถเข้าออกไปยังจุดท่องเที่ยว เหล่านี้สร้างความล้าให้กับนักท่องเที่ยวแน่นอน และเมื่อความล้ามาเยือนความเหนื่อยเข้ามาแทรก การเที่ยวจะสนุกได้อย่างไร เราเสียเงินเสียวันพักร้อน เพื่อไปเที่ยวให้สนุกสนานมีความสุขไม่ใช่เหรอ และจะไปทรมานร่างกายเพื่อให้ได้ชื่อว่าเดินทางท่องเที่ยวเองหรือหวังการประหยัดอยู่ทำไม ........

24/01/2018

ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ตอนที่ 3
ตอนที่แล้ว ผมเล่าให้ฟังเรื่องการเสียเวลาหลงทาง เรื่องนี้มีโอกาสเกิดขึ้นแน่ๆ จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับการทำการบ้านและอุปกรณ์ตัวช่วย GPS หรือ อุปกรณ์ navigator ต่างๆเป็นสิ่งจำเป็นเพราะต้องใช้นำทางเราไปสู่จุดหมายที่ต้องการไป หากไม่มีอุปกรณ์พวกนี้คงเหมือนคนตาบอดครับ..ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด
ประเด็นที่น่าคิดคือ การเที่ยวประเทศญี่ปุ่นในครั้งแรก ควรไปแบบไหนดี จะไปกับทัวร์ หรือจะไปเอง... ????

คงต้องถามตัวเองก่อนครับว่ามีความพร้อมขนาดไหน กล้าที่จะลุยทำอะไรเองขนาดไหน หากไม่ค่อยพร้อม หรือ ยังไม่แน่ใจ ผมขอแนะนำให้ไปกับบริษัททัวร์ก่อน หรือ หากการเที่ยวนั้นมีผู้สูงอายุหรือมีเด็กเล็กๆไปด้วย การตะลุยจัดการเองทุกอย่างดูจะเป็นอุปสรรคค่อนข้างมาก การใช้บริการของบริษัททัวร์ดูจะเป็นทางเลือกที่เหมาะกับสถานะการณ์มากกว่า

แต่่หากในก๊วนที่ไปกัน มีแต่หนุ่มสาวหรือวัยฉกรรจ์ หรือ สูงวัยแต่ใจยังสู้ ก็ลุยเที่ยวเองเลยครับ การเที่ยวเองจากประสบการณ์ของผมมีหลากหลายรูปแบบครับ

แบบที่ 1 ลุยเองเต็มสูบ
แบบนี้คุณต้องจัดการเองหมด ตั้งแต่ จองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก วางแผนโปรแกรมการเที่ยว วางแผนจองพาหนะการเดินทางภายในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรถไฟ JR วางแผนเรื่องร้านอาหารที่จะไปทานตามเส้นทางเที่ยวต่างๆ วางแผนการไปช๊อปปิ้ง และอื่นๆอีกสารพัด
การเที่ยวแบบนี้ ส่วนตัวคิดว่าจะสนุกมากหากมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี ทำการบ้านมาเยอะ ไม่ต้องเสียเวลาหลงทาง แต่คำถามคือ แล้วคนที่ไปญี่ปุ่นครั้งแรก จะสามารถทำได้ขนาดนั้นเลยเหรอ ผมคิดว่าโดยส่วนใหญ่ทำได้แต่ไม่หมดหรอก มีเสียเวลาแน่ๆ ไหนจะปัญหาเรื่องภาษาญี่ปุ่นที่ไม่คุ้นเคย ไหนจะเรื่องการวางแผนต่อรถต่อเรือในการเดินทางไปที่เที่ยวที่หนึ่ง มันคงมีเรื่องให้ปวดหมองน่าดู แต่ในเมื่อรักที่จะปวดหมอง ก็ต้องลุยกันครับ..... รออะไร !

แบบที่ 2 ลุยเองครึ่งสูบ
แบบนี้แหละที่เป็นที่มาที่ไปที่ทำให้ผมต้องมานำเสนอข้อมูลอยู่ตรงนี้ การเที่ยวแบบนี้คืออะไร คือการให้ตัวแทนการท่องเที่ยวทำการจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก และจัดการเรื่องรถขนส่งเดินทางให้ ที่เหลือจัดการกันเอง
มันดีไง ?
แบบนี้ครับ ปกติการเที่ยวเอง ตัวที่ทำให้เสียเวลา คือ การบริหารการเชื่อมต่อของการเดินทางด้วยพาหนะทุกประเภทที่เกี่ยวข้องในเส้นทางการเดินทางนั้นๆ ...อย่าเพิ่งงงครับ ....อ่านต่อ...... ผมหมายถึงการบริหารการเดินทางเริ่มตั้งแต่การเดินทางจากสนามบิน เข้าสู่ที่พัก แน่นอนทำเองได้ไม่ยาก แต่หากในทริปคุณมีผู้สูงวัยหรือมีเด็กเล็กๆ คุณจะให้พวกเขาแบกกระเป๋าจากสนามบิน ไปขึ้นรถไฟ ลงในเมืองแล้วเดินทางลากกระเป๋าต่อไปยังที่พักกระนั้นหรือ ???? หรือหากระยะทางระหว่างจุดลงจากรถไฟไปที่พักมันไกล ต้องหารถประเภทอื่น จะไปหาจากตรงไหน หากทำการบ้านมาดี เตรียมไว้ก่อนก็รอดไป หากไม่ได้คิดเผื่อไว้ วุ่นเลยนะ หัวหมุนอยู่ตรงนั้นแหละ ..... เชื่อผม โดนมาแว๊ว !

ติ๊งต่างว่า แก้ปัญหาระหว่างการเดินทางจากสนามบินไปที่พักผ่านไปแล้ว ต่อไปคืือเรื่องการเที่ยว จะไปไง เดินไปขึ้นรถไฟ เพื่อไปยังที่เที่ยว โอเคเรียบร้อย แล้วไงต่อ สถานที่เที่ยวส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ริมแนวรถไฟเหมือนคอนโดในกรุงเทพที่พยายามอยู่เกาะแนวรถไฟฟ้า สถานที่เที่ยวอาจต้องเดินทางต่อด้วยรถขนาดเล็กที่มาเชื่อมต่อให้ เกิดมีไม่เพียงพอหรือไม่ได้เวลาเชื่อมต่อกัน ต้องรอ ...เสียเวลาแล้วใช่มั๊ย ?

แล้วพอเที่ยวจุดนี้เสร็จ จะไปจุดต่อไป อีกแล้ว......ต้องต่อรถเพื่อไปยังสถานีรถไฟ ต้องบริหารเวลาอีก ต้องให้เวลามันเชื่อมต่อกัน ดังนั้นคุณอาจจะได้เที่ยวในแต่ละจุดไม่นา่น เพราะเดี๋ยวไปต่อรถไม่ทัน .... สภาพแบบนี้มันเลยดูไม่ค่อยต่างกับการเที่ยวกับบริษัททัวร์ที่มีโปรแกรมเยอะในแต่ละวัน เวลาเที่ยวในแต่ละที่จึงน้อย อันเป็นที่มาของคำว่า ชะโงกทัวร์ หรือทัวร์แวะชมแวะฉี่ (เขาเรียกแบบนี้จริงๆ) ยกเว้นคุณจะวางแผนเที่ยวไม่กี่ที่ กะจะดื่มด่ำบรรยากาศในแต่ละที่ให้สมอยาก อันนั้นก็เป็นอีกเรื่องนะครับ แต่เสียวันพักร้อนไปขนาดนี้ เสียเงินไปก็ไม่น้อย มาญี่ปุ่นทั้งที่จะเที่ยวไม่กี่ที่เหรอ .... ไม่มั๊ง !

ดังนั้น เราจึงเห็นสภาพเร่งรีบ วิ่งหน้าตาตื่นมาที่สถานี ยืนออกันที่ป้ายตารางเดินรถ ลุ้นว่าทันเที่ยวล่าสุดมั๊ย หรือหากไม่ทันต้องนั่งรอ เสียเวลาแล้วใช่มั๊ย ?

โดยประสบการณ์ การเที่ยวเองจะเก็บที่เที่ยวแบบอิ่มๆหน่อยวันนึงซัก 3 ที่นี่ก็หรูมากแล้ว แต่เท่าที่เห็นส่วนใหญ่เก็บหลักๆได้เช้าที่นึง บ่ายอีกที่นึง เย็นไปจบสถานที่ช๊อปปิ้งเพื่อหาข้าวกินด้วย...... นี่แหละส่วนใหญ่เป็นแบบนี้

การเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง การบริหารเวลาจะเป็นเรื่องสำคัญ !

23/01/2018

ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ตอนที่ 2
รูปแบบการท่องเที่ยวด้วยตนเองนั้น นักท่องเที่ยวจะทำการจองตั๋วเครื่องบินเอง (ส่วนใหญ่ก็เดินทางด้วยสายการบินต้นทุนต่ำทั้งนั้นแหละครับ) จองโรงแรมที่พักเอง ไปหาซื้อตั๋วรถไฟ JR เองเมื่อไปถึงที่ญี่ปุ่น หรือหาซื้่อล่วงหน้าจากเว๊ปโดยตรงหรือจากเอเยนต์ตัวแทนจำหน่าย

ผมเองก็เป็นหนึ่งในผู้เดินทางแบบนั้น ยอมรับครับว่า มันทั้งสนุกและท้าทายมากๆ เพราะประเทศญี่ปุ่นใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก ไม่นิยมใช้ภาษาอังกฤษ ผมละเก่งภาษาญี่ปุ่นเข้าขั้นบื้อใบ้เลยทีเดียว ปวดหมองตลอดเวลาเดินทางเที่ยวในญี่ปุ่น แต่ก็สนุกดีครับ โดยเฉพาะไปกับเพื่อนๆที่รู้ใจกัน หลงทางก็หลงทางไปด้วยกัน ขำๆกันไป สนุกดีครับ หากเพื่อนๆมีโอกาสท่องเที่ยวด้วยตนเองซักครั้งก็น่าลองนะครับ แต่ต้องทำการบ้านเยอะนะครับ ไม่งั๊นจะเจอแบบผม คือ หลงทางไปมา เสียเวลา เสียเงินเพิ่มโดยไม่ยินยอม และหากผู้ร่วมทริปไม่เข้าใจและรับไม่ได้ที่ต้องเจอสถานะการณ์ที่คาดไม่ถึง คุณอาจจะเจอการบ่นโดยผู้ร่วมทริปเรื่องการงมเส้นทางเดินทางจนอารมย์บ่อจอยได้ครับ

23/01/2018

ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ตอนที่ 1
ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศในฝันของคนจำนวนมากที่ต้องการเดินทางไปเยี่ยมชม ในอดีตทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน , ค่าโรงแรม ,ค่าโดยสารของรถยนต์หรือรถไฟในประเทศญี่ปุ่น ค่าที่พัก และ อาหารต่างๆ รวมๆกันแล้วต้องมีเงินในกระเป๋าประมาณ 50,000 บาทขึ้นไปถึงจะเที่ยวแล้วพอไหว

อย่างไรก็ตามเมื่อมีสายการบินแบบต้นทุนต่ำ (LOW COST AIRLINE) มาให้บริการ ราคาตั๋วเครื่องบินจากเดิมที่มีราคาเกือบๆ สองหมื่นบาท ก็ลดราคาลงมาอยู่ในระดับ หมื่นต้นๆจนถึงหมื่นกลางๆสำหรับสายการบินต้นทุนต่ำ และเกือบๆสองหมื่อนสำหรับสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบ

ด้วยต้นทุนการเที่ยวที่ต่ำลง ประกอบกับประเทศญี่ปุ่นทำการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ประเทศญี่ปุ่นเลยกลายเป็นสวรรค์ปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวไทยถวิลหา

สมัยก่อนที่ข้อมูลการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นยังไม่มีการเผยแพร่อย่างมากมาย่แบบในปัจจุบัน การเที่ยวของนักท่องเที่ยวยังอยู่ในรูปท่องเที่ยวกับบริษัทนำเที่ยว แต่หลังจากที่ข้อมูลการนำเที่ยวเริ่มมีการนำข้อมูลมาเผยแพร่กันมากขึ้น ทำให้มีปริมาณของการเที่ยวเองในหมู่นักท่องเที่ยวไทยมากขึ้น และแนวโน้มจะมากยิ่งๆขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นคนรุ่นหนุ่มสาวที่ไฟแรง พร้อมลุยหาประสบการณ์การเดินทางด้วยตนเอง

ที่อยู่

Pathum Thani
12000

เบอร์โทรศัพท์

+66629366649

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์