ตำนานพระรถเมรี พนัสนิคม

ตำนานพระรถเมรี พนัสนิคม เมืองพระรถเมรี ตำนานพื้นบ้าน อิงสถ? ตำนานพระรถเมรี พนัสนิคม อิงสถานที่จริง

17/02/2025

เมืองเก่าชลบุรี
จาก โคกพนมดี สู่ บางปลาสร้อย
(ฉบับย่อ ครบทุกเมือง)

1.โคกพนมดี เมืองโบราณก่อนประวัติศาสตร์
ต.ท่าข้าม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
2.แหล่งโบราณคดีหนองโน (Nong No)
ต.ไร่หลักทอง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
เป็นชุมชนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์
3.อินทปัตถ์นคร พนัสนิคม
(Inthapat Nakhon Phanat Nikhom)
เมืองที่เคยถูกกล่าวถึง มายาวนานกว่า 50 ปี
4.เมืองพระรถ ต.หน้าพระธาตุ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
5.เมืองพญาเร่ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี
6.เมืองศรีพโล ต.หนองไม้แดง อ.เมือง จ.ชลบุรี
7.เมืองบางปลาสร้อย คือ “เมืองชลบุรี” ในปัจจุบัน

07/05/2024

ไปเยือน บ้านของนางเมรี กันนะ

04/01/2024

ชมแสงทองสวยๆ
ของดวงตะวันที่ลับขอบฟ้าอำลา ปี 2566
และ ต้อนรับปีใหม่ 2567 ..วันเวลา รู้ตัวช้า แต่ผ่านไปเร็ว...
เผลอแป๊บเดียว ก็ปีใหม่อีกแล้ว..การดำเนินชีวิต ต้องมีต้นทุน...
ลากเอาสิ่งดีๆ ของปีที่แล้ว ติดตัวมาด้วย..สิ่งน่าเบื่อหน่าย โยนทิ้งทะเลไป... ..แล้วมาเติม สิ่งดีๆ ให้ชีวิต ในปีต่อไป...

ขอให้ท่านและครอบครัวสมหวังในทุกๆสิ่ง
ตลอดปีใหม่และตลอดไป นานแสนนาน...
ตู่ มะนาวตัด
@ผู้ติดตาม

08/02/2023

แผนที่สถานที่ นิทานพื้นบ้านนางสิบสอง-พระรถเมรี พนัสนิคม
นิทานพื้นบ้าน กับสถานที่จริง อิงตำนาน “พระรถเมรีพนัสนิคม”
ตำนาน- เรื่องเล่าขานที่มีมาแต่อดีต
เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ
รวมถึงประเพณีต่าง ๆ ของคนในยุคอดีต
อาจเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงก็ได้ อาจมีหลักฐานหรือไม่มีก็ได้
เรื่องเล่าขานตำนานเก่าแก่พนัสนิคม
1.เมืองพระรถ ตั้งอยู่ที่ ตำบลหน้าพระธาตุ
กำแพงเมืองพระรถ พื้นที่ในตัวเมืองประมาณ 800 กว่าไร่
เมืองนี้ก็คือเมือง กุตารนคร กษัตริย์ ผู้ครองนคร
พระเจ้ารถสิทธิราช
มีเนินธาตุ ต.หน้าพระธาตุ โบราณสถานของเมืองพระรถ
บริเวณ เนินธาตุ แห่งนี้ คือแรงบันดาลใจ ที่ตัวผมเอง
ผูกพัน มาตั้งแต่เด็ก เมื่อ 40 กว่าปีก่อน...บ้านผมอยู่ โพธิ์ตาก
จะไปเที่ยวเล่น บ้านคุณยาย ที่ศาลาแดง..ในช่วงวันหยุด..
ผมต้องปั่นจักรยาน ผ่านจุดนี้ ทุกครั้ง มันฝังใจ
ว่า บริเวณนี้ คือเมืองพระรถ จะมองเห็นเจดีย์ เนินธาตุ เด่นมาแต่ไกล
เพราะยังไม่มีต้นไม้ขึ้นมากเหมือนตอนนี้ และถนนเส้นนี้
เป็นดินลูกรังสีแดง เข้าใจเสมอ ว่า นี่คือ
เลือดของนางยักษ์สันธมาร ที่อกแตกตาย
2. เมืองคชปุระนคร ตั้งอยู่ที่ เขาชะอางค์ทรงเครื่อง
อ.บ่อทอง (เมืองพญาเร่)
ของนางยักษ์สันธมาร เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขา
เหมือนกับในท้องเรื่องจริงๆ และให้พระรถเสน
มาเอาผลไม้สมุนไพร ชื่อ มะม่วงหาว มะนาวโห่ ที่เมืองนี้....

3.บ้านของเศรษฐีสามีและภรรยา บ้านอยู่แถว ต.นาวังหิน
ซึ่งเป็นแหล่งชุมชน ในสมัยนั้น ตั้งอยู่ระหว่างเมืองยักษ์ ที่ค่อนมาเมืองมนุษย์
อยู่กันมานานไม่มีบุตร จึงนำกล้วยหนึ่งหวี แต่มี 12 ผล
ไปถวายขอลูกกับเทวดา ต่อมาก็คลอดบุตรสาว
หัวปีท้ายปี จนครบ 12 คน....
ด้วยความที่ลูกเยอะฐานะทางบ้านจึงค่อย ๆ
ตกต่ำลง จึงนำลูกทั้ง 12 คน ไปทิ้งในป่า หลายครั้ง
แต่นางเภาน้องคนเล็กซึ่งเป็นเด็กฉลาด
ได้ทำเครื่องหมายระหว่างทางไว้
ครั้งหลังสุดเครื่องหมายที่นางเภาทำไว้ถูกสัตว์ป่า
และนกทำลายหมด..เลยหาทางกลับบ้านไม่ได้...
ก็เดินหลงอยู่ในป่าจนเข้าไปถึง เขตพื้นที่ของนางยักษ์สันธมาน
เมื่อนางยักษ์ ได้แปลงร่างเป็นมนุษย์
พบเห็นนางทั้งสิบสองก็เกิดความรักใคร่
และเอ็นดูจึงนำนางทั้งสิบสองมาเลี้ยงไว้ในวัง จนโตขึ้นเป็นสาว
ภายหลังนางทั้งสิบสองรู้ว่า นางสันธมารเป็นยักษ์
ก็พร้อมใจกันหลบหนีหลายวันหลายคืน
จนเข้ามาสู่ เขตพื้นที่ของเมืองพระรถ
4.มาถึง สระฆ้อง ต.หน้าพระธาตุ ในตำนานพระรถเมรี
เป็นบริเวณที่นางสิบสอง นั่งพักที่ต้นไทรใหญ่ริมสระน้ำแห่งนี้
นางค่อมทาสีคนหนึ่งของพระเจ้ารถสิทธ์ เจ้าเมืองพระรถ
ถือหม้อน้ำทองมาตักน้ำที่สระ รัศมีของนางสิบสอง
ซึ่งนั่งอยู่บนต้นไทรนั้นก็ฉายส่องสว่างลงมาที่สระน้ำ
เห็นนางสิบสองมีรูปโฉมงดงาม นั่นเอง...
ท้าวรถสิทธิ์ ได้นางทั้งสิบสองเป็นมเหสี
ภายหลังนางทั้งสิบสองคนก็ได้ตั้งครรภ์
ส่วนนางยักษ์สันธมารมารู้ว่า นางสิบสองอยู่ที่นี่
นางจึงใช้เวทมนต์สะกดให้ท้าวรถสิทธิ์รักใคร่หลงใหล
และแต่งตั้งให้ตนเป็นพระมเหสีเอก แทนนางทั้งสิบสอง
และแกล้งป่วยก็ควักลูกตานางทั้งสิบสอง
มีเพียงนางเภาคนเล็กควักข้างเดียว เพราะเทวดาดลใจ...
5.นำไปขังไว้ที่ถ้ำนางสิบสอง ต.หมอนนาง ใกล้วัดหมอนนาง
เชื่อกันว่า นางยักษ์สันธมาร หลังจาก ควักลูกตานางทั้งสิบสอง
แล้วก็นำมาขังไว้ที่ถ้ำแห่งนึ้ และนำดวงตาไปฝากไว้กับลูกบุญธรรม
ชื่อ เมรี ที่เมืองคชปุระนคร
6.หมอนนางสิบสองเป็นกองหินตามธรรมชาติ ลักษณะคล้ายหมอน
เรียกว่าหมอนนางสิบสองวาง อยู่ใกล้กับถ้ำนางสิบสอง
ก้อนใหญ่กว้างยาว ก้อนละประมาณ 1 วา จำนวน 12 ก้อน
วางกองรวมกันอยู่ ปัจจุบันเหลือเพียง 4 ก้อน ที่มาของชื่อวัดหมอนนาง

เวลาผ่านไปจนกระทั่งพวกนางคลอดลูกมาแต่
ลูกของนางทั้ง 11 คนตายหมด เพราะพวกนางอดอยากจึงกินลูกตัวเอง
เหลือแต่นางเภาที่ให้กำเนิดพระโอรสและตั้งชื่อว่า รถเสน
รถเสนโตขึ้นมีไก่ชนเป็นไก่เทวดา
ที่วิ่งเล่นอยู่ปากถ้ำมาตัวนึง จึงไปตามบ่อนไก่
ออกมาตีไก่กับชาวบ้าน เพื่อพนันเอาข้าวห่อไปเลี้ยงแม่และป้า
7.สระสี่เหลี่ยม ต.สระสี่เหลี่ยม เป็นสระน้ำโบราณ
เชื่อว่าในสมัยก่อน สระแห่งนี้ เป็นสถานที่ให้น้ำไก่
ของชาวบ้านจึงเรียกว่า “สระพระรถ”
8.ไร่หลักทอง (หลักล่ามไก่พระรถเสน)
เป็นชื่อตำบลหนึ่งของอำเภอพนัสนิคม ไม้หลักต้นนี้
จึงเชื่อกันว่า เป็น"หลักล่ามไก่" ของพระรถเสน
เมื่อคราวออกมาชนไก่กับชาวบ้าน เพื่อเอาข้าวห่อไปเลี้ยงนางสิบสอง
ต่อมา เจ้าเมืองอู่ทองอู่ไทย (ปัจจุบันคือ ต.ดงน้อย จ.ปราจีนบุรี)
มาท้าพนันตีไก่ เพื่อชิงบ้านชิงเมือง กับ ท้าวรถสิทธิ์ ...
จึงได้ให้ทหาร ตีฆ้องร้องป่าว หาผู้มีฝีมือในการตีไก่
เพื่อรักษาบ้านเมืองให้ได้ จึงได้พระรถเสน มาช่วยบ้านช่วยเมืองตีไก่
ชนะ เจ้าเมือง อู่ทอง อู่ไทย พระรถเสน ขอข้าวเพียง 12 ห่อ เป็นรางวัล...
ภายหลังท้าวรถสิทธิ์ ชวนพระรถเสน มาเล่นสกา
พระรถเสนก็ชนะทุกครั้ง เพื่อแลกข้าว 12 ห่อ...
จึงสอบถามความเป็นมา ว่าเจ้าคือใคร?..มารู้ความจริงว่า
พระรถเสน เป็นลูกของตนกับนางเภา
หนึ่งในมเหสี 12 คน ที่ถูก นางยักษ์สันธมาร ไปขังไว้ที่ถ้ำ นางสิบสอง...
ส่วนนางยักษ์สันธมาน ทราบเรื่องราว จึงคิดจะกำจัด พระรถเสน
จึงแกล้งป่วยจะเป็นจะตาย ต้องการ ผลไม้วิเศษ
ชื่อ “มะม่วงไม่รู้หาว มะนาวไม่รู้โห่”
ได้เป่าเวทมนต์ เพิ่มกับท้าวรถสิทธิ์ บอกว่า
ผู้มีบุญญาธิการสูงเท่านั้น ที่จะไปเอาผลไม้ชนิดนี้ได้
อยู่ที่ เมืองคชปุระนคร แห่งเดียว ใช้เวลาเดินทางเป็นแรมเดือน

ท้าวรถสิทธิ์ จึงบอกพระรถเสน ให้ไปเลือกม้า
ที่ดีที่สุดของเมืองนี้ ชื่อ “พาชี”
เทวดา ก็มาช่วยอีกแรงนึง เสกให้ม้าพาชี พูดได้และเหาะได้..
ส่วนนางยักษ์ ก็ฝากสารไปกับพระรถเสนไปให้นางเมรี ผูกไว้ที่คอม้า...
9.เมื่อพระรถเสน ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ เมืองคชปุระนคร
ผ่านป่าเขาลำเนาไพร มาได้ 7 วัน 7 คืน ด้วยความเหน็ดเหนื่อย
จนมาถึง อาศรมพระฤาษี จึงขอพักผ่อนแล้วหลับไป
พระฤาษีสังเกตเห็นราชสาร ที่ผูกอยู่กับคอม้า จึงแกะอ่านดู
แล้วจึงรู้ว่า นางยักษ์สันธมาน เขียนจดหมาย เพื่อหวังกำจัด
พระรถเสน พระฤาษีนั่งทางใน จึงรู้ว่าพระรถเสนเป็นลูกกษัตริย์
และเป็นเนื้อคู่ ของนางเมรี จึงแปลงสาร เสียใหม่ จากข้อความ
“เมรีลูกรัก แม่ส่งลาภมาให้เจ้า
ก็คือพระรถเสนผู้ถือสารนี้มา
ถึงกลางวันให้กินกลางวัน
ถึงกลางคืนให้กินกลางคืน นะลูกรัก
“เมรีลูกรัก แม่ส่งเนื้อคู่มาให้เจ้า ก็คือพระรถเสนผู้ถือสารนี้มา
ถึงกลางวันให้แต่งกลางวัน ถึงกลางคืนให้แต่งกลางคืน
พระรถเสน คือคู่ครองของเจ้า”
แล้วพระฤาษี ก็นำราชสาร ผูกคอม้าไว้เหมือนเดิม
ภายหลัง จึงเกิดสำนวน ฤาษีแปลงสาร
(เปลี่ยนข้อความเดิมให้มีความหมายตรงกันข้าม)
อาศรมฤาษี ในปัจจุบัน คือ อ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา

พระรถเสนกราบลารับพรจากฤาษีแล้ว
ก็เดินทางผ่านมา 7 วัน 7 คืน ก็ถึงเมืองคชปุระนคร
จึงเอาราชสารมอบให้กับทหารยักษ์ที่เฝ้าประตูเมือง
ไปมอบให้นางเมรี...เมื่อนางเมรีรับราชสารก็ดีใจยิ่งนัก
จัดพิธีราชาภิเษกพระรถเสน ให้เป็นพระเจ้าแผ่นดินพระนางเมรีเป็นมเหสี
ทั้งสองต่างมีความสุขสำราญในเมืองคชปุระนครถึง๗เดือน
จนพระรถเสนลืมไปว่าตนมาทำหน้าที่อะไร?...

จนม้าพาชีก็ได้เตือนพระรถเสนถ้าไม่กลับเมืองกุตารนคร
ตัวเองจะหนีกลับเพียงผู้เดียว
ในที่สุดพระรถเสนก็ตัดสินใจเลือกระหว่าง
การทดแทนบุญคุณมารดาและป้ากับความรักที่มีต่อเมรี
พระรถเสนเลือกการทดแทนบุญคุณ..วันรุ่งขึ้นจึงแกล้งป่วยทำให้นางเมรีทุกข์ใจ
หายามารักษาก็ไม่ทุเลาจึงนำเสด็จประพาสอุทยาน
ชมนกชมไม้ภายในสวนจึงได้รู้จัก“ต้นมะม่วงไม่รู้หาว มะนาวไม่รู้โห่”
ตามที่นางยักษ์สันธมานสั่งมา...
เมื่อกลับไปยังปราสาทแล้วพระรถเสน
ก็ได้สั่งให้จัดพระกระยาหารพร้อมเครื่องดื่มเมรัย
มาเสวยร่วมกับนางเมรี
พระรถเสนได้โอกาสจึงรินเมรัยถวายให้นางเมรี
จนเมามายไม่ได้สติพระรถเสนเอง ก็แกล้งทำเป็นเมาตามไปด้วย
แล้วประคองกันเดินไปรอบๆปราสาททำเป็นเดินเที่ยว...
แต่ที่จริงสำรวจสถานที่และช่องทางที่หนีออกจากเมือง

และได้เดินมาถึงห้องเก็บยาวิเศษ และถามนางเมรี ว่า แต่ละห่อ คือ อะไร?...
เช่น ห่อลูกตานางสิบสอง และ ห่อยารักษาดวงตาให้หายดั่งเดิม
และมีห่อผงวิเศษ ที่โปรยลงไป จะเป็นภูเขาลูกใหญ่,
ห่อผงป่าไม้กว้างใหญ่,ห่อผงลมพายุ,ห่อผงไฟกองใหญ่,
ห่อผงฝนห่าใหญ่,ห่อผงเมฆครื้ม,ห่อผงห้วงมหาสมุทร,
และไม้วิเศษ ต้นชี้ตาย ปลายชี้เป็น....
ครั้น นางเมรีหลับไป ด้วยฤทธิ์ของสุราเมรัย
พระรถเสนจึงควบม้าหนีออกจากเมืองไป
พร้อมกับ “มะม่วงไม่รู้หาว มะนาวไม่รู้โห่”
ไม้วิเศษ และห่อยาทั้งหลาย มุ่งสู่ เมืองกุตารนคร ต่อไป

รุ่งเช้านางเมรีตื่นมาไม่เห็นพระรถเสน
จึงรู้ว่าพระรถเสนหนีไปและได้ออกติดตามจนทัน
ขอร้องให้พระรถเสนกลับไปครองเมืองคชปุระนครเหมือนเดิม
พระรถเสน บอกกับนางเมรีว่า
ต้องกลับไปทดแทนคุณบิดามารดาก่อนแล้วจะกลับมา
ฝ่ายเมรีก็ไม่ยอมลดละความพยายาม
และไม่ยอมให้พระรถเสนกลับไป...
พระรถรถเสนก็โปรยผงยาวิเศษแต่ละอย่าง
เช่น ภูเขาลูกใหญ่ขวางทางแต่นางเมรีก็ผ่านมาได้..
โปรยผงป่าไม้กว้างใหญ่ผงลมพายุผงกองเพลิงผงฝนห่าใหญ่,...
และนางเมรีก็ฝ่าฟันผ่านมาได้ทั้งหมด
จนถึงห่อสุดท้าย
เป็นทะเลมหาสมุทรซึ่งเป็นทะเลกรด
นางเมรีก็หมดเรี่ยวแรงและไม่สามารถผ่านไปได้...
พร้อมร้องให้คร่ำครวญอาลัยอย่างยิ่ง...
แต่พระรถเสน สุดจะเห็นใจอย่างมาก
แต่ไม่สามารถทิ้งแม่และป้า ที่รออยู่ได้...
จึงควบม้าพาชีมุ่งหน้าสู่เมืองกุตารนคร
โดยไม่หันหลังมามองนางเมรีอีก....

ส่วนนางเมรีก็ตั้งจิตอธิษฐาน
“ชาตินี้ขอรักเดียวใจเดียว”
เกิดชาติหน้าฉันใดขอให้ได้เป็นคู่ครอง
ของพระรถเสนทุกชาติไป
“ชาตินี้ น้องตามพี่มาชาติหน้าพี่ตามน้องบ้าง”
แล้วนางก็ร้องไห้คร่ำครวญจนสิ้นใจอยู่ที่ริมฝั่งทะเลนั้น
พระรถเสนกลับถึงเมืองกุตารนคร ได้นำดวงตาและยาวิเศษ
ให้แม่และป้าจนสามารถมองเห็นได้ทั้งสิบสองคน
และนำผลไม้มะม่วงไม่รู้หาวมะนาวไม่รู้โห่ไปถวายพระบิดาในวัง...
เมื่อนางยักษ์สันธมานทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
จะทำร้ายพระรถเสน แต่แพ้บุญญาธิการและเกรงกลัว
ไม้วิเศษต้นชี้ตายปลายชี้เป็น
จนตนเอง อกแตกตายบริเวณเนินดินแดง..นี่เอง

เมื่อนางยักษ์สันธมาร อกแตกตายแล้ว
พระรถเสนก็เอาพระขรรค์ ตัดร่างกายนางยักษ์ ออกเป็นชิ้นๆ
แล้วขว้างทิ้งไปตามทิศทางต่างๆ เช่น
1.ชิ้นส่วนหน้าอกฝั่งซ้าย นางยักษ์สันธมาร โคกพนมดี ต.ท่าข้าม อ.พนัสนิคม
2.ชิ้นส่วนหน้าอกฝั่งขวา นางยักษ์สันธมาร เขานางนม ต.ท่าบุญมี อ.เกาะจันทร์
ชิ้นส่วนต่างๆของนางยักษ์ขอกล่าวเพิ่มเติมภายหลัง

หลังจากนั้นพระรถเสนก็นำแม่และป้าเข้าเมืองพบกับพระบิดา
วันเวลาผ่านไปพระรถเสนได้ขึ้นครองเมือง ต่อจากพระเจ้ารถสิทธิราช
และก็ไม่มีชายาพระองค์ใหม่ คิดถึงแต่นางเมรี
จึงตัดสินใจเดินทางไปเมืองคชปุระนคร เพื่อรับนางมาอยู่ด้วยกัน...
และมารู้ทีหลังว่านางเมรีได้จากไปแล้ว ในช่วงที่ตนเองหนีออกจากเมืองยักษ์
พระรถเสนร่ำไห้และเสียใจยิ่งนัก แล้วก็สิ้นใจตายตามนางเมรีไป...
ความรักอมตะของพระรถเมรี เป็นรักแรกพบและรักเดียวใจเดียว
คำอธิษฐาน ของเมรี
“ชาตินี้ขอรักเดียวใจเดียว”
เกิดชาติหน้าฉันใดขอให้ได้เป็นคู่ครอง
ของพระรถเสนทุกชาติไป
“ชาตินี้ น้องตามพี่มาชาติหน้าพี่ตามน้องบ้าง”
ชาติต่อมา พระรถเสนต้องติดตามนางเมรีบ้าง...
วรรณคดีชาติต่อมาของพระรถเมรี คือ
เรื่อง พระสุธนมโนราห์
รถเสนเกิดเป็นพระสุธน ส่วนเมรีเกิดเป็นมโนราห์..จบบริบูรณ์....
ขอขอบคุณที่ติดตามรับชม

เพิ่มเติมสถานที่ตำนานพระรถเมรีพนัสนิคม....
3.วัดศาลาแดง ต.หน้าพระธาตุ เลือดนางยักษ์
กระจายไปทั่ว เมืองพระรถ ถนนลูกรัง
จะเป็นสีแดงบริเวณหน้าเนินธาตุ ยาวไปถึงศาลาหลังหนึ่ง
ก็เป็นสีแดง จึงเป็นที่ตั้งของวัดศาลาแดง มาจนทุกวันนี้
4.โคกสำราญ เดิมชาวบ้านเรียกว่า โคกหัวล้าน (ส่วนศีรษะนางยักษ์สันธมาร) เป็นชื่อหมู่บ้าน ต.วัดโบสถ์ อ.พนัสนิคม
5.โคกหัวเข่า คือ พระรถเสนตัดส่วนที่เป็นหัวเข่านางยักษ์ ปัจจุบัน คือสถานที่ตั้งโบสถ์ วัดโคกท่าเจริญ อ.พานทอง
6.โคกขี้หนอน ชื่อตำบลหนึ่ง ของ อ.พานทอง ส่วนชิ้นเนื้อของนางยักษ์ เน่าเปื่อย
เป็นอาหารของหนอน เป็นเนินดินสูงเรียกว่า "โคกขี้หนอน" มาถึงทุกวันนี้

7.รางหญ้า ม้าพระรถ เป็นหินศิลาแลงลักษณะแบน
ขุดเจาะตรงกลางเป็นร่องยาว ชาวบ้านจึงเข้าใจว่าเป็นรางหญ้า
ของม้าของพระรถเสน ปัจจุบันตั้งอยู่ที่วัดหน้าพระธาตุ กลางเมืองพระรถ
8.พระรถเสน สร้างถนนไปถึงสระสี่เหลี่ยม จุดเริ่มตันของถนน ต.หัวถนน อ.พนัสนิคม
เดิมเรียกว่า "ศีรษะถนน"

บทความทั้งหมดนี้ ใช้เวลารวบรวม มา ๓๐ กว่าปี
สงวนสิทธิ์ ตามกฏหมายไม่อนุญาต
ให้คัดลอกส่วนใดส่วนหนึ่งที่เป็นเรื่องราว
อ้างอิงสถานที่ของเมืองพนัสนิคม
อนุญาตให้เผยแพร่ได้เกี่ยวกับการศึกษา และอ้างถึงที่มา...
เวปเพจ ตำนานพระรถเมรี พนัสนิคม เท่านั้น....

by ตู่ มะนาวตัด 084 -1019559

08/01/2023

...วันเวลา รู้ตัวช้า แต่ผ่านมาเร็ว...
เผลอแป๊บเดียว ผ่านมา 1 สัปดาห์ล่ะ..ชีวิต ต้องมีต้นทุน...
ลากเอาสิ่งดีๆ ของปีที่แล้ว ติดตัวมาด้วย
สิ่งน่าเบื่อหน่าย เอาทิ้งทะเลไป..แล้วมาเติม สิ่งดีๆ ให้ชีวิต...
"โชค อำนาจ วาสนา บารมี
ความมั่งคั่งร่ำรวย"
จงบังเกิดแก่สมาชิก...
เพจ "ตำนานพระรถเมรี พนัสนิคม" และครอบครัว
ตลอดปี 2566 และตลอดไป นานแสนนาน
by ตู่ มะนาวตัด

10/07/2022

พิพิธภัณฑ์อุทกมรดกท้องถิ่น
ตอน ตีเกราะเคาะไม้
เป็นเครื่องมือหรือสัญญาณสมัยโบราณ ของนักปกครอง
เพื่อเรียกประชุม หรือบอกเหตุร้ายต่างๆ

วัดอุทกเขปสีมาราม (วัดน้ำ)
ต.วัดโบสถ์ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี

#ตีเกราะเคาะไม้
#เครื่องสัญญาณสมัยโบราณ
#เครื่องสัญญาณของนักปกครอง
#พิพิธภัณฑ์อุทกมรดกท้องถิ่น
#วัดอุทกเขปสีมาราม
#วัดน้ำ

10/05/2022

พิพิธภัณฑ์อุทกมรดกท้องถิ่น
ตอน โกรกกราก (เครื่องมือเจาะไม้โบราณ)
วัดอุทกเขปสีมาราม (วัดน้ำ)
ต.วัดโบสถ์ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
#โกรกกราก
#เครื่องมือเจาะไม้โบราณ
#พิพิธภัณฑ์อุทกมรดกท้องถิ่น
#วัดอุทกเขปสีมาราม
#วัดน้ำ

01/01/2022

แสงสุดท้ายแห่งปี ที่แหลมแท่น บางแสน
ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2565
เรื่องเก่าๆ แย่ๆ ทิ้งไป ในปีที่แล้ว
เอาเรื่องดีๆ ติดตาม มาด้วย...
ขอให้ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มีความสุข
ตลอดปี 2565 ....สวัสดีปีใหม่ จ้า...
by ตู่ มะนาวตัด

20/08/2021

ตำนานพระรถเมรี พนัสนิคม
(รวบรวมและเรียบเรียง สมบูรณ์ที่สุด เวลารวม 42.21 นาที)

ที่อยู่

ย้อนอดีต
Phanat Nikhom
20140

เบอร์โทรศัพท์

0841019559

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ตำนานพระรถเมรี พนัสนิคมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์