05/03/2026
วันเสือเปิดปากคือวันอะไร?
ความเข้าใจผิดที่สืบกันมา?
วันนี้( 5 มีนาคม 2569 ) ในมวลหมู่คนไหว้เจ้าจะรู้จักกันในฐานะวันสำคัญวันหนึ่ง คือ วันเสือเปิดปาก หรือ วันเจ้าพ่อเสือเปิดปาก โดยคติความเชื่อแล้ว วันเจ้าพ่อเสือเปิดปากนี้ มักจะอยู่ช่วงต้นๆปีหากนับตามปฏิทินแบบจีนและอยู่หลังตรุษจีน ด้วยเหตุเวลาอันใกล้เคียงดังกล่าวที่ยังมีบรรยากาศของการเดินสายไหว้เจ้าขอพรเพื่อความสุขสวัสดีต่อเนื่องมาจากตรุษจีน ในช่วงหลายปีหลังนี้ จึงมีผู้คนให้ความสำคัญกับวันนี้มากขึ้นกว่าแต่ก่อนพอสมควร
วันเสือ(เจ้าพ่อเสือ)เปิดปากคือวันอะไร?
ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจก่อนว่า ที่เรียก“วันเสือเปิดปาก”นี้ เป็นการเรียกแบบลำลองตามความศรัทธาของผู้คน เพราะจริงๆแล้ว วันนี้คือวัน“เก็งเต็ก”(惊蛰-จิงเจ๋อ-เก็งเต็ก) ซึ่งก็คือ การนับช่วงเวลาหนึ่งตามปฏิทินจีน
แล้ววันเก็งเต็ก(惊蛰) คืออะไร?
ระบบปฏิทินของจีนที่ใช้กันแพร่หลายจนถึงปัจจุบันมีสองระบบ ระบบแรกนับวันตามจันทรคติฝ่ายจีน ที่เรานับวันตรุษจีนที่ผ่านมาเป็นวันที่ 1 เดือน 1 วันไหว้บะจ่างเป็นวันที่ 5 เดือน 5 สารทจีนคือวันที่ 15 เดือน 7 กินเจคือ วันที่ 1-9 เดือน 9 อะไรแบบนี้ ซึ่งวันในแต่ละปีจะเคลื่อน ไม่ตรงตามปฏิทินสากล ดังจะเห็นได้จากตรุษจีนและวันที่กล่าวมาของทุกปี จะเคลื่อนจากปฏิทินสากล(ส่วนใหญ่วันเทศกาลจีนต่างๆเราจะใช้ปฏิทินแบบนี้)
ส่วนอีกระบบ คือ นับตามสุริยคติฝ่ายจีน ระบบนี้จะแบ่งรอบปีเป็น 24 รอบ แต่ละรอบจะมีช่วงเวลาละ 15 วัน แต่ละช่วงเวลา เราจะเรียกเป็นปักษ์ ซึ่งเริ่มต้นต้นปีจากปักษ์แรกคือ 立春 หลิบชุง เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ปักษ์ที่สองคือ 雨水 เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ส่วนปักษ์ที่สามนี้คือ 惊蛰 ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 5 มี.ค.(ที่หลายท่านเรียกวันนี้ว่า วันเสือเปิดปาก) หลังจากนั้นก็จะไล่แต่ละปักษ์ในรอบ 15 วัน ไปเรื่อยๆ จนครบ 24 ปักษ์ใน 1 ปี
ชาวจีนจะเรียกปฏิทินนี้ ว่าปฏิทินฤดูกาล เพราะชื่อเรียกแต่ละปักษ์ จะมีความหมายถึงสถาพภูมิอากาศแต่ละช่วงในเวลานั้น
ซึ่งตัวอย่างที่ในไทยเราจะคุ้นเคยกับรอบปฏิทินแบบนี้ เช่น 清明(เช็งเม้ง) ไหว้บรรพบุรุษที่สุสาน ช่วง 4-5 เม.ย. 冬至(ตังจี่) ช่วง 21-22 ธ.ค. สารทขนมบัวลอยช่วงปลายปี
จะสังเกตุเห็นว่า รอบปฏิทินแบบนี้ วันจะไม่ค่อยเคลื่อนจากปฏิทินสากลของทุกปีเท่าใดนัก(ซึ่งจะมีวิธีการนับที่แตกต่างออกไปอีก จะยังขอไม่ลงรายละเอียดในที่นี้)
ย้อนกลับมาที่วัน 惊蛰(เก็งเต็ก) ก็อยู่ในรอบปฏิทินแบบนี้นั่นเอง(สุริยคติแบบจีน)
惊蛰 (เก็งเต็ก) จากวันเริ่มต้นชีวิต(ออกจำศีล) สู่ วันเสือเปิดปาก
ดังที่กล่าวมาแล้ว วัน 惊蛰 เก็งเต็ก โดยจริงๆแล้วก็คือ วันหนึ่งในรอบ 24 ปักษ์ของจีน ซึ่งมักจะตรงกับช่วงวันที่ 4-5 มี.ค. ของทุกปี ในช่วงนี้สภาพภูมิอากาศของจีนจะเริ่มอบอุ่นมากขึ้น น้ำแข็ง หิมะ และความหนาวเย็นที่สะสมมานานหลายเดือน ตั้งแต่เข้าฤดูหนาวของจีนนั้นหมดสิ้นไป บรรดาสัตว์ต่างๆ รวมถึงแมลงก็จะออกจากจำศีลหลบความหนาวเหน็บอันยาวนานในช่วงฤดูหนาว เริ่มออกมาหากินใช้ชีวิตตามปกติ
ซึ่ง 惊蛰(เก็งเต็ก) นี้ ถ้าแปลอย่างตรงตัว คือ การตื่นของแมลง เพราะแมลงนั้น มีทั้งที่เป็นศัตรูพืชและช่วยผสมเกสรของพืชพรรณและรักษาสมดุลของระบบนิเวศน์ทางการเกษตรต่างๆ ซึ่งมีผลต่อวิถีสังคมเกษตรของจีนโบราณ แต่ชาวจีนก็ยังเรียกวันนี้อีกอย่างว่า วันตื่นจากจำศีล
เนื่องจากในสมัยโบราณ มนุษย์มีความผูกพันธ์ใกล้ชิดกับป่าเขาและธรรมชาติ มนุษย์จึงสังเกตุและเรียนรู้พฤติกรรมของสัตว์ต่างๆ หนึ่งในสัตว์ที่คนในสมัยโบราณนั้นระมัดระวังก็คือ เสือ เสือเป็นสัตว์ป่า มีความดุร้าย มีพลังอำนาจ(จากเขี้ยวเล็บและสัญชาติญาน) ฉะนั้น ผู้คนในอดีตจึงทั้งระมัดระวังและเกรงกลัว เมื่อถึงวัน 惊蛰 บรรดาสัตว์ต่างๆออกจากจำศีล เสือก็ออกจากจำศีลมาหาอาหารเช่นเดียวกัน เมื่อเสือจำศีลอยู่นาน ออกมาหาอาหารครั้งแรก ย่อมีความดุร้าย ผู้คนจึงเปรียบเปรยวันนี้ว่า เป็นวันเสือเปิดปาก(ให้ระมัดระวังกัน)
จากเสือ(กลาย)เป็นเทพเสือจนถึงเจ้าพ่อเสือ?
วัฒนธรรมของคนจีนแต่โบราณนั้นผูกพันธ์กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์และธรรมชาติ สื่งใดที่ให้คุณให้โทษกับมนุษย์ได้และชาวจีนมองว่ามีพลังเหนือธรรมชาติ ชาวจีนจะบูชาเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์(โดยมีคติและคำสอนกำกับมิให้งมงาย) ในกรณีของเสือ สัตว์ป่าที่ดุร้ายและมีพลังอำนาจอยู่ในตัว ในบางกรณีจึงได้รับการเปรียบเปรยให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์กราบไหว้บูชาและเป็นสัญลักษณ์ของพลังอำนาจ
คนจีนยกย่อง“เสือ”เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยสร้างความศรัทธาขึ้นมาให้กลายเป็น“虎爺”(โฮ่วเอี๊ย-เจ้าพ่อเสือ) กราบไหว้บูชา
ข้อควรระวัง กราบเจ้าพ่อเสือให้ถูกองค์?
ในสังคมไทย มีเทพเจ้าที่ได้รับอิทธิพลจากความเชื่อจีนและผสมกลมกลืนกับชื่อเรียกแบบไทยๆอยู่หลายองค์ หนึ่งในนั้นคือ “เจ้าพ่อเสือ”
ในบริบทของเทพเจ้าจีนนั้น“เจ้าพ่อเสือ” คือ “虎爺”(โฮ่วเอี๊ย) ซึ่งเป็นเจ้าพ่อที่อุปมาอุปมัยจากเสือจริงๆ ข้อสังเกตุ คือ เทวรูปของท่านจะเป็นรูปเสือ แล้วเมื่อถึงวันนี้“เก็งเต็ก”ที่กล่าวกันว่าเป็นวัน“เสืออ้าปาก” คนจีนก็จะไปไหว้“เจ้าพ่อ”องค์นี้ เพื่อ “ไหว้ดี พลีถูก” ด้วยความเชื่อต่างๆกันไป
แต่ว่า ในสังคมไทยมักสับสนระหว่าง“เจ้าพ่อเสือ”ที่เป็น“虎爺”(โฮ่วเอี๊ย) กับ “李爺”(หลีเอี๊ย) และ “玄天上帝”(เหี่ยงเทียงเสี่ยงตี่-ตั่วเหล่าเอี๊ย)
ความแตกต่างระหว่าง“เจ้าพ่อ”ทั้งสามองค์ ที่มักถูกเรียก“เหมารวม”ว่าเจ้าพ่อเสือ ทั้งที่จริงๆ มีเจ้าพ่อเสือเพียงองค์เดียว?
1. 虎爺 (โฮ่วเอี๊ย) เจ้าพ่อเสือจริงๆ
ปฏิมาขององค์โฮ่วเอี๊ย จะทำเป็นรูปเสือ มักจะประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำจำลองที่พื้นของอาคารศาสนสถาน(อาจจะ)เคียงคู่กับเทพเจ้าที่(土地-地主爺) ทำหน้าที่เป็นผู้รักษาสถานที่ หรือ บางครั้งอาจอยู่ที่ผนังด้านข้างของศาลเจ้าตรงข้ามกับผนังมังกรเขียวตามหลักฮวงจุ้ย
2. 李爺 (หลีเอี๊ย) องค์นี้“มิใช่”เจ้าพ่อเสือที่เป็นเสือ แต่ ท่านเป็นบุคคล ที่มักถูก(เข้าใจผิด)เรียกให้เป็นเจ้าพ่อเสือ ท่านเป็นขุนพลในสมัยโบราณของจีน มีความรู้ความสามารถมาก กล่าวกันว่าในภายหลังมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ท่านปลีกวิเวกถือสันโดษคนเดียว(จึงมีตำนานว่า ด้วยความสามารถของท่านสามารถสยบเสือได้และ/หรือมีเสือมาเป็นบริวารเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ท่าน) ข้อสังเกตุ คือ 李หลี(ลี้) เป็น“แซ่”ของท่าน ไม่ได้แปลว่า“เสือ”แต่อย่างใด
ปฏิมาของท่าน มักจะทำเป็นขุนพลทรงชุดเกราะประทับยืนอย่างองอาจ บางสถานที่มักจะทำรูปปั้นเสืออยู่ด้านข้างด้วย
3. 玄天上帝 (เหี่ยงเทียงเสี่ยงตี่-ตั่วเหล่าเอี๊ย) ท่านก็มิใช่“เจ้าพ่อเสือ” แต่ท่านเป็นเทพชั้นสูงของจีนที่เป็นบุคลาธิษฐานจากระบบกลุ่มดาวในทางฟ้าของดาราศาสตร์จีนโบราณ ชาวจีนเคารพศรัทธามากโดยเฉพาะชาวแต้จิ๋ว ที่ประเทศจีนมีสถานที่บูชาของท่านที่มีชื่อเสียง เช่น ที่เขาบู๊ตึ๊ง ส่วนที่แต้จิ๋วก็ที่ เหี่ยงบูซัวที่ซัวบ้วย(ซึ่งเป็นต้นกำเนิดศาลของท่านในไทยหลายแห่ง) ส่วนที่ในไทย เฉพาะในกรุงเทพฯ มีศาลเก่าแก่หลายแห่ง เช่น ที่ ทรงวาด เสาชิงช้า คลองเตย สามย่าน
แต่ข้อควรระวัง ท่านคือ 玄天上帝 ที่ชาวแต้จิ๋วในไทยเรียกลำลองว่า“大老爺-ตั่วเหล่าเอี๊ย” เป็นการยกย่องท่านเป็นพิเศษ และ ศาลเจ้าจีน(เกือบ)ทั่วประเทศไทย ที่มักใช้ชื่อภาษาไทยว่า“ศาลเจ้าพ่อเสือ”จริงๆแล้ว มักเป็นศาลของ 玄天上帝 มิใช่ ศาลของเจ้าพ่อเสือจริงๆ (虎爺) ดังที่กล่าวข้างต้น
องค์ปฏิมาของท่าน มักสร้างเป็นมหาบุรุษสวมชุดเกราะเต็มยศ ประทับเก้าอี้ พระหัตถ์ทรงดาบเจ็ดดาว ข้อสังเกตุคือ จะไม่ใส่รองพระบาทและจะเหยียบ งู และ เต่า ไว้เสมอ (ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มดาวทิศเหนือ
สรุปความแล้ว วันเจ้าพ่อเสือเปิดปาก เนื้อแท้แล้วก็คือวัน เก็งเต็ก(惊蛰) อันเป็น 1 ในวันบอกฤดูกาลของจีนสมัยโบราณ วันนี้ จะสิ้นสุดความหนาวเย็น หิมะและน้ำแข็งละลายหมดแล้ว ความอบอุ่นมาเยือนอย่างสมบูรณ์ พรรณไม้ พืชพรรณผลิบาน สัตว์ต่างๆล้วนออกจากจำศีล ส่วนมนุษย์นั้น ก็สิ้นสุดการเฉลิมฉลองปีใหม่และเป็นสัญญานของการเริ่มต้นทำการเพาะปลูก เริ่มต้นประกอบอาชีพ-กิจการงานต่างๆได้เต็มที่ หลังจากว่างเว้นมานาน
ด้วยเหตุดังกล่าว ไม่ว่าเราจะว่าเรียกวัน惊蛰เก็งเต็กก็ดี วัน虎爺開嘴 โฮ่วเอี๊ยคุยฉุ่ย(เจ้าพ่อเสือเปิดปาก)ก็ใช่
ในวันนี้ผู้คนมากมาย ถือ เป็นวันมงคล ต่างไหว้ดี-พลีถูก ต่อองค์เทพที่อุปมาเป็น“เจ้าพ่อเสือ”แล้ว หากจะดีกว่านั้น ถ้าเราจะถือเอาวันนี้ เป็นขวัญและกำลังใจในการเริ่มต้น ประกอบกิจการงานด้วยความตั้งใจและขยันหมั่นเพียร เริ่มต้นดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ตื่นจากความหลับไหล มี“สติ”และ“การตื่นรู้”เป็นที่ตั้ง เพราะสิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็น“พรมงคล”และ”หนทาง“สู่ความสำเร็จอย่างแท้จริง
ขอความสุขสวัสดีจงมีแก่ทุกท่าน
ในวัน”惊蛰“ที่อาจแปลตามตัวว่า”วันตื่นของแมลง”ทุกเมื่อและทุกท่านด้วยเทอญ
5 มีนาคม 2569
惊蛰 (เก็งเต็ก) ปักษ์ที่สามของปี
ภาพประกอบ
ถ้ำบูชา“เจ้าพ่อเสือ”(虎爺) ที่ศาลเจ้าแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ จะสังเกตุเห็นองค์“เจ้าพ่อเสือ”ที่เป็น“เทพเสือ”จริงๆ ประดิษฐานอยู่กับเทพเจ้าที่(土地 และ 地主)