05/04/2026
https://www.facebook.com/share/p/1GmkWFHP7V/
เสียงจากภาคท่องเที่ยว ถึงรัฐบาลใหม่
ถึงเวลาปลดล็อกประเทศไทย ด้วย 26 ยุทธศาสตร์ สู้โลกใหม่อย่างจริงจัง
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง และพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ภาคเอกชนท่องเที่ยวไทยกำลังส่งเสียงชัดเจนไปยังรัฐบาลใหม่ว่า วันนี้ประเทศไทยไม่อาจเดินเกมแบบเดิมได้อีกต่อไป
นายกิตติ พรศิวะกิจ นายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย และ CEO Kitdi Ventures สะท้อนมุมมองว่า รัฐบาลในช่วงปี 2026–2035 จำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์แบบ “มองไว มองไกล และมองลึก” เพราะโลกกำลังเปลี่ยนผ่านด้วยแรงเร่งจาก AI, Deep Tech, ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทย
เขามองว่า ถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้กำกับดูแล” ไปสู่ “ผู้สนับสนุนและผู้ร่วมลงทุน” เพื่อสร้างประเทศไทยให้พร้อมแข่งขันในระยะยาว พร้อมผลักดันแนวคิด Unleash Thailand 2035 เป็นพิมพ์เขียวใหม่ของประเทศ
ข้อเสนอสำคัญที่ภาคเอกชนยื่นต่อรัฐบาล ประกอบด้วย 26 ยุทธศาสตร์ ภายใต้ 5 เสาหลัก ได้แก่
Future Engine & Technology สร้างเศรษฐกิจใหม่ด้วย AI, biotech, carbon technology, green hydrogen และ quantum computing
Global Hub & Connectivity ดันไทยเป็นศูนย์กลางด้านท่องเที่ยวคุณภาพ การแพทย์ โลจิสติกส์ และการเชื่อมต่อระดับภูมิภาค
Human Capital & Future Work ยกระดับคนไทยให้พร้อมทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ และดึงคนเก่งจากทั่วโลก
Inclusive & Resilient Society สร้างสังคมที่ลดความเหลื่อมล้ำ เข้มแข็ง และรับมือความเปลี่ยนแปลงได้
และ Agile Governance ปรับระบบราชการให้คล่องตัว โปร่งใส และทันโลก
สำหรับภาคการท่องเที่ยว ประเด็นที่น่าสนใจคือการผลักดันแนวคิด High-Value & Balance Tourism ที่ไม่ใช่แค่เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ต้องเพิ่มคุณภาพ รายได้ต่อหัว และกระจายรายได้อย่างสมดุลไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ โดยเฉพาะการต่อยอดจุดแข็งของไทยในด้าน medical tourism, wellness, premium experience และเสน่ห์เมืองรอง
อย่างไรก็ตาม เสียงจากภาคท่องเที่ยวในเวลานี้ ไม่ได้มีเพียงข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว แต่ยังสะท้อนความกังวลต่อสถานการณ์ระยะสั้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ปี 2569 ที่ได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่สูงขึ้น
นายกิตติประเมินว่า ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจลดลงประมาณ 15–20% จากปีก่อน ขณะที่ตลาดไทยเที่ยวไทยอาจหดตัว 20–30% สะท้อนว่าต้นทุนการเดินทางกำลังกระทบการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวโดยตรง และกำลังซื้อในประเทศเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรง
นี่จึงไม่ใช่เพียงเสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจท่องเที่ยว แต่คือสัญญาณเตือนสำคัญว่า หากประเทศไทยยังต้องการใช้การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งวางยุทธศาสตร์ใหม่อย่างจริงจัง ทั้งในมิติของการยกระดับขีดความสามารถของประเทศ และการประคับประคองผู้ประกอบการให้ผ่านแรงกดดันในปัจจุบันไปให้ได้
เพราะในวันที่โลกเปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน
#เสียงท่องเที่ยวไทย ไม่ได้ต้องการแค่การรับฟัง
แต่ต้องการการลงมือทำ
#เสียงท่องเที่ยวไทย