PPS sightseeing The sub-page of PPS World Tour..we suggest about where to go in Thailand and visit in the USA.

19/01/2026

หยิบยกจาก #วิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ ของ #อาจารย์ศศิธร เจตานนท์ สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ วิทยาลัยการจัดการอุตสาหกรรมบริการ
ในหัวข้อประวัติความเป็นมาและวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของโลกและประเทศไทย พัฒนาการการเดินทางของอาณาจักรต่างๆ
แบ่งเป็นยุคต่าง
*การเดินทางในสมัยโบราณ (The Ancient Travel)
เพื่อการค้าขาย ท่องเที่ยว ชมโบราณสถานที่สำคัญ การผจญภัยเพื่อแสวงหา โชคลาภ และการทำสงคราม เรือเป็นพาหนะสำคัญในการเดินทาง
** อาณาจักรอียิปต์โบราณ (ancient Egypt)
เริ่มก่อตั้งในปี 3110 ก่อนคริสต์ศักราช เมื่อกษัตริย์มีนีส (Menes) สามารถรวมอียิปต์ ฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ได้สำเร็จ และสถาปนาเมืองเมมฟิส (Memphis) เป็นเมืองหลวง โดยใช้เรือติดต่อค้าขายกับหัวเมืองชายฝั่งทะเลตั้งแต่ 2,700 ปีก่อน เดินทางเพื่อการค้า การแสวงบุญ การเดินทางที่เป็นการอพยพครั้งสำคัญ คือ การเดินทางของโมเสส (Moses) โดยเชื่อ กันว่าโมเสสเป็นผู้นำในการปลดปล่อยทาสชาวยิวออกจากการควบคุมของอียิปต์ โดยเดินทางไปยังดินแดนแห่ง พันธสัญญาแห่งพระเจ้า ซึ่งก็คือประเทศอิสราเอลในปัจจุบัน
** อาณาจักรกรีก (Greek)
เป็นชาติแรกที่ใช้การเดินทางทางบก มีการสร้างถนนเชื่อมเมืองต่าง ควบคู่กับทางเรือ มีการเดินทางแบบมวลหมู่คณะ (mass travel) คือการเดินทางเพื่อการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค (Olympic Games) ได้เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อ 776 ปีก่อน ค.ศ. และ สิ้นสุดลงในปีค.ศ. 393 มีสถาบันการศึกษาที่ สำคัญ 2 แห่ง คือ อคาเดมี (Academy) ดำเนินการสอนโดยเพลโต และ ไลเซียม (Lycium) ดำเนินการสอนโดยอริ สเตอร์เติล
** อาณาจักรโรมัน
เริ่มเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 700 ปีก่อน ค.ศ. ประมาณ ค.ศ. 14 – 117 มีการสร้างถนนเชื่อมระหว่างกรุงโรมกับหัว เมืองต่างๆ จนมีคำกล่าวว่า “ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม” โรมันเป็นชาติแรกของยุโรปที่สร้างถนนอย่างเป็นระบบด้วย ระบบวิศวกรรมจนกล่าวกันว่าดีที่สุดในสมัยนั้น ถนนที่ปูด้วยแผ่นหิน (Stone slab) และกว้างพอที่รถเทียมม้าวิ่งได้ อย่างสะดวก มีการประดิษฐ์คิดค้นข้อเชื่อม (Swivel) ในเพลาหน้า (Front axle) สำหรับพาหนะ 4 ล้อ
เนื่องจากการเดินทางที่สะดวกสบาย จึงมีการท่องเที่ยวแบบมวลชน (Mass Tourism) ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในอาณาจักรโรมัน จึงมีการที่แบ่งที่พักมีหลากหลายระดับ เช่น วิลลา (Villa) ทาเวิร์น (tavern) สำหรับผู้มีฐานะดี สำหรับผู้มีฐานะกลางได้แก่ โรงเตี๊ยม (inn) ฮอสปิทิอุม (Hospitium) ซึ่งเป็นที่ พักและการบันเทิงด้วย นอกจากนั้นยังมีการแยกกลุ่มนักท่องเที่ยวด้วย คือ พื้นที่แถบอ่าวเนเปิ้ล (Naple Bay) เป็น แหล่งท่องเที่ยวชายหาดของชาวโรมันที่เกษียณอายุ ส่วนคูเม (Cemae) เป็นแหล่งท่องเที่ยวกลุ่มนิยม โคลอสเซียม (Colosseum) ซึ่งเป็นสถานที่ต่อสู้สำหรับการต่อสู้ด้วยอาวุธอย่างหฤโหดระหว่างคนกับคน คนกับสัตว์ ซึ่งคนคือนัก สู้เดนตาย (Gladiator) ได้แก่ เชลยศึก นักโทษคดีอุกฉกรรจ์ที่ถูกพิจารณาแล้วว่ามีความผิด ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใน ยุคที่ยังไม่ได้รับการยอมรับว่าถูกกฎหมาย รวมถึงผู้สมัครใจเป็นนักสู้เดนตายเองเพื่อหวังเงินตราหรือสิ่งตอบแทน บางอย่าง สัตว์ป่าที่ดุร้าย ได้แก่ สิงโต เสือดำ
เซอร์คัส แมกซิมัส (Circus Maximus) สถานที่สำหรับการแข่งขันรถเทียมม้าศึก (Chariot – racing) ซึ ่ง ความนิยมของชาวโรมันที่มีต่อการแข่งขันเช่นนี้อาจเปรียบได้กับความนิยมที่มีต่อรถยนต์สูตร 1 (Formula 1) ใน ปัจจุบันก็ว่าได้
โรมัน ฟอรัม(Roman Forum) สถานที่ซึ่งเดิมเคยเป็นเพียงตลาดนัดธรรมดาแล้วเปลี่ยนมาเป็นศูนย์รวม แห่งวิถีชีวิตประจำวันของชาวโรมัน
สถานที่อาบน้ำแบบโรมัน (Roman bath) ซึ่งมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น อาบน้ำร้อนหรือน้ำเย็น นวดตัว อบไอน้ำ ออกกำลังกาย เล่นเกม อ่านหนังสือ แม้กระทั่งพบปะสังสรรค์ ชาวโรมันทั้งมั่งมีและยากจนนิยมอาบน้ำหมู่ สถานที่อาบน้ำเหล่านี้เปิดเป็นสาธารณประโยชน์โดยคิดค่าใช้จ่ายไม่แพง ในกรุงโรมมีสถานที่อาบน้ำสาธารณะถึง 800 แห่ง
*สมัยกลาง (The Middle Ages)
เป็นสังคมปิด ระบบที่ใช้เรียก “ศักดินาสวามิภักดิ์” (Feudalism) ระหว่างนาย (lord) กับผู้สวามิภักด์ (vassal)
ศูนย์กลางการค้าขายและการเดินทางได้เปลี่ยนจากศูนย์กลางที่กรุงโรมในอิตาลีเป็นเมืองสำคัญทางเอเชีย ตะวันตกเฉียงใต้ ได้แก่ กรุงคอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) หรือเมืองอิสตันบูล (Istanbul) ในประเทศตุร เคีย(Türkiye) ปัจจุบัน เมืองที่เป็นศูนย์กลางการค้าขายและการเดินทาง กรุงคอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) กรุงแบกแดด (Baghdad)
เป็นการเดินทาง ของนักเดินทางเฉพาะกลุ่มและเฉพาะวัตถุประสงค์ เช่น กลุ่มผู้มีอำนาจและกำลังทหารได้เดินทางไปทำสงครามครู เสด (Crusade) เพื่อช่วงชิงนครศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา คือ นครเยรูซาเลม คืนจากผู้ยึดครองที่นับถือศาสนาอิสลาม หรือกลุ่มศาสนิกชนที่เดินทางไปจาริกแสวงบุญที่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ และ เกิดการ รวมกลุ่มกันออกเดินทางเป็นหมู่คณะ เพื่อไปจาริกแสวงบุญ ตลอดจนมีการพัฒนาเปิดกิจการโรงเตี๊ยม บริการที่พัก อาหารและเครื่องดื่ม สำหรับผู้ที่เดินทางไปจาริกแสวงบุญ
*ยุคการฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ (Renaissance Ages) เป็นการเดินทางเพื่อวัตถุประสงค์เพื่อการค้า ปรากฏเป็นหลักฐานชัดเจนคือบันทึกการเดินทางของมาร์โค โปโล ซึ่งเดินทางไปยังประเทศจีน
การฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ หมายถึง การที่ชาวยุโรปได้หันไปศึกษาศิลปะวิทยาการต่างๆ ของกรีกและโรมัน
ฟื้นฟูด้านต่างๆ ดังนี้
1.ด้านการค้า
2.ด้านการเดินทางเกิดการเดินทางที่เรียกว่า “Grand Tour”
3.ด้านการคิดค้นผลงานทางวิทยาศาสตร์
4.ด้านการประดิษฐ์เครื่องจักรใช้แทนแรงงานคน
5.ด้านการค้นพบและการสำรวจ
*การเดินทางในสมัยใหม่ ( Modern Ages Travel)
ประวัติศาสตร์สมัยใหม่เริ่มตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ไปจนถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อเศรษฐกิจโลก ขยายตัวขึ้น ความต้องการวัตถุดิบเพื่อผลิตสินค้าให้มากขึ้น จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษเป็นชาติแรก ผลิต เครื่องจักรไอน้ำเพื่อใช้ในโรงงานทอผ้า ต่อจากนั้นก็ได้นำเครื่องจักรไอน้ำมาใช้ในการเดินเรือและอุตสาหกรรมอื่นๆ การนำเครื่องจักรมาใช้แทนแรงงานคน มีส่วนสำคัญต่อการปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrial Revolution) ส่งผลให้ เกิดการคิดค้นยานพาหนะ ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่อง จักร โดยใช้พลังงานในรูปแบบแตกต่างกัน และมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น ในปี ค.ศ. 1830 ได้เกิดขบวนรถไฟขนส่งผู้โดยสารขึ้นครั้งแรกแล่นระหว่างเมืองแมนเชสเตอร์ (Manchester) และลิเวอร์พูล (Liver Pool) ในประเทศอังกฤษ ต่อมาในปี ค.ศ. 1841 โธมัส คุก (Thomas Cook) ได้เปิดธุรกิจบริษัทนำเที่ยวขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเริ่มต้นนำเที่ยวโดยทางรถไฟในประเทศอังกฤษก่อน แล้วขยายการ นำเที่ยวไปสู่ประเทศอื่นๆ ในยุโรป และสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1879 ในปีคริสต์ศตวรรษ 1902 เฮนรี่ ฟอร์ด (Henry Ford)ได้ผลิตรถยนต์คันแรกขึ้นในสหรัฐอเมริกา และในปี ค.ศ. 1903 พี่น้องสกุลไรท์ (Wright) ได้ผลิต เครื่องบินลำแรก หลังจากนั้นประมาณสองทศวรรษ ยานพาหนะดังกล่าวก็ได้แพร่หลายไปยังส่วนต่างๆ ของโลก เครื่องบินได้พัฒนาขึ้นตามลำดับ
***วิวัฒนาการการท่องเที่ยวของไทย***
-สมัยสุโขทัย เพื่อการค้าขาย และทางศาสนาในประเทศเท่านั้น
-สมัยอยุธยา ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางของพระมหากษัตริย์และคณะฑูตมีชาวต่างชาติเข้ามา
-สมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาลที่ 3 มีการทำการค้ากับต่างชาติโดยเฉพาะประเทศจีน
การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกิดขึ้นโดย พระดำริของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ครั้ง ทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการรถไฟ ได้มีการส่ง เรื่องราวเกี่ยวกับเมืองไทยไปเผยแพร่ในสหรัฐอเมริกา ใน พ.ศ. 2467 ได้มีการจัดตั้งแผนกโฆษณาของการรถไฟขึ้น ทำหน้าที่รับรอง และ ให้ความสะดวก แก่นักท่องเที่ยวที่จะ เดินทางมาประเทศไทย รวมทั้ง การโฆษณาเผยแพร่ ประเทศไทย ให้เป็นที่รู้จักของชาวต่างประเทศ
การส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย
*พ.ศ. 2492--สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยว
* พ.ศ. 2502-- องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีชื่อย่อว่า “อสท.”
*พ.ศ. 2522-- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีชื่อย่อว่า "ททท."

***ยังมีต่อ****

ที่อยู่

San Kamphaeng
50130

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PPS sightseeingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์