14/04/2016
ร่วมรณรงค์ทำ “ปุ๋ยหมักสูตรพระราชทาน” เพื่อบำรุงดิน
รณรงค์ทำปุ๋ยหมักสูตรพระราชทานเพื่อบำรุงดิน การรณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้เกษตรกร งดเผาตอซัง และส่งเสริม สนับสนุนให้เกษตรกรหันมาทำปุ๋ยหมักจากซังข้าวโพดและเศษพืช เพื่อเป็นวัสดุที่มีประโยชน์ต่อการปรับปรุงบำรุงดิน
ในหลายปีที่ผ่านมาได้เกิดปัญหาไฟป่าและหมอกควันขึ้นในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ ก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งนำไปสู่การเกิดสภาวะโลกร้อน ทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต และสภาวะแวดล้อมโดยทั่วไป
การเผาทำลายเศษพืชหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต เป็นการทำลายอินทรียวัตถุและสิ่งมีชีวิตในดิน ก่อให้เกิดปัญหาด้านความอุดมสมบูรณ์ของดิน และเพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกที่เป็นปัญหาสู่สภาวะโลกร้อน
ดังนั้น การรณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้เกษตรกร งดเผาตอซัง และส่งเสริม สนับสนุนให้เกษตรกรหันมาทำปุ๋ยหมักจากซังข้าวโพดและเศษพืช เพื่อเป็นวัสดุที่มีประโยชน์ต่อการปรับปรุงบำรุงดิน
ช่วยลดต้นทุนการผลิต และลดปัญหาสภาวะมลพิษทางอากาศได้อีกแนวทางหนึ่ง
กรมพัฒนาที่ดิน ได้จัดทำโครงการรณรงค์การทำปุ๋ยหมักสูตรพระราชทานจากตอซังข้าวโพดและเศษพืช
เพื่อการปรับปรุงบำรุงดินและลดปัญหาหมอกควัน ปีงบประมาณ 2559 ณ บ้านป่าแดด หมู่ 4 ตำบลท่าผา อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ขึ้น นายสุรเดช เตียวตระกูล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดิน เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการในการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพดิน
เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อย่างยั่งยืน และเพื่อเป็นการช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิตโดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมี หรือจะเป็นการใช้ผสมผสานกันอย่างเหมาะสม
ส่วนขบวนการในการทำปุ๋ยหมักนั้น ได้น้อมนำปุ๋ยหมักสูตรพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาเผยแพร่ให้เกษตรกรหันมาตื่นตัวในการทำปุ๋ยหมักใช้เอง
เป็นการลดต้นทุนการผลิต ตลอดจนเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้ำ ให้สามารถใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตรอย่างยั่งยืนประกอบกับการขับเคลื่อนวาระเกษตรอินทรีย์
ทำให้มีความจำเป็นต้องให้เกษตรกรเล็งเห็นถึงความสำคัญของการฟื้นฟูพัฒนา ทรัพยากรดินและน้ำ ซึ่งเป็นทรัพยากรหลักที่ใช้ในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร
ทั้งนี้ ได้มีการถ่ายทอดความรู้ในการไถกลบตอซังข้าว ข้าวโพด และวัชพืชอื่น ๆ เพื่อให้เป็นปุ๋ยในพื้นที่นา รู้โทษจากการเผาส่งผลให้ธาตุอาหารในดินสูญหายไป พร้อมแจกสารเร่ง พด. ให้กับเกษตรกรนำไปใช้ในการผลิตปุ๋ยต่าง ๆ
อีกทั้งเพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีลง เพื่อส่งเสริมการทำเกษตรแบบอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการทำเกษตรกรรม เป็นพื้นฐานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันการทำเกษตรกรรมมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ประโยชน์จากทรัพยากรดินที่อุดมสมบูรณ์ มีปริมาณธาตุอาหารในดินสูงเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืช
แต่ทรัพยากรดินที่มีอยู่ในประเทศไทยถูกใช้งานมาอย่างยาวนาน ขาดการดูแลรักษาที่ดี ทำให้เกิดความเสื่อมโทรมและเกิดข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์มากขึ้น
“วิธีที่จะรักษาคุณภาพดินและฟื้นฟูให้กลับมามีระดับความอุดมสมบูรณ์อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน จำเป็นต้องพึ่งพาและให้ความสำคัญต่อการเกษตรธรรมชาติ เกษตรปลอดภัย หรือเกษตรอินทรีย์ เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา เพื่อลดการใช้สารเคมีที่มีต้นทุนสูง และแก้ปัญหาความเสื่อมโทรมของดิน” อธิบดีกรมพัฒนาที่ดินกล่าว..............................................
คลิกดูรายละเอียด การทำได้ที่ http://www.ldd.go.th/Fertilizer_Royal/index.html
ที่มา : เดลินิวส์