Tourthaiway Tourthaiway offers various kinds of tour and travel all over Thailand to people from all walks of life.

Sao Chingcha or the Red Giant Swing, the two towering red pillars standing on a huge stone at 21.15 metres high, is loca...
22/12/2025

Sao Chingcha or the Red Giant Swing, the two towering red pillars standing on a huge stone at 21.15 metres high, is located at the center of Bangkok since early Rattanakosin period to present and was constructed during the reign of King Rama I which has become an iconic symbol of Bangkok until todays. What we see today is the newly built which was done at the end of 13th century. They were made of golden teak wood trunks.

Wat Indharawiharn is a historic temple located in the heart and old town of Bangkok named “Thewate” area and its famous ...
04/10/2025

Wat Indharawiharn is a historic temple located in the heart and old town of Bangkok named “Thewate” area and its famous structure is the standing Buddha image that reaches to the sky at 32 meters high and a meditation center. Even though, this holy place is not listed as one of the most popular tourist attractions in Bangkok but if you prefer a beaten of the paths, this is the one you should not not miss with whatever reasons. Nearly 250 years ago, King Rama the first I initially restored this temple which is now known as Wat Indharawihan. Later on in 1867, Somdej Phra Buddhachan, a well known monk, began the building of the giant standing Buddha image which was completed in 1927.

Celebrating my 7th year on Facebook. Thank you for your continuing support. I could never have made it without you. 🙏🤗🎉
20/05/2025

Celebrating my 7th year on Facebook. Thank you for your continuing support. I could never have made it without you. 🙏🤗🎉

20/05/2025
วังพญาไท 2567, Phayathai Palace 2024
14/05/2024

วังพญาไท 2567, Phayathai Palace 2024

🌧หน้าฝนปีนี้ ถ้ายังไม่ได้มีแพลนไปเที่ยวให้ฉ่ำใจที่ไหน ขอเชิญชวนไปเที่ยว🚌ลาวกันดีกว่า ไปนั่งรถไฟ🚄ความเร็วสูงลาว-จีนกัน ดู...
01/05/2023

🌧หน้าฝนปีนี้ ถ้ายังไม่ได้มีแพลนไปเที่ยวให้ฉ่ำใจที่ไหน ขอเชิญชวนไปเที่ยว🚌ลาวกันดีกว่า ไปนั่งรถไฟ🚄ความเร็วสูงลาว-จีนกัน ดูว่าจะโก้แค่ไหน ไปเยือนเมืองหลวง เวียงจันทน์ ชมสถาปัตย🏨เก่าๆฝรังเศส ไปชมกุ้ยหลินเมืองลาวกัน ว่างามสักแค่ไหน ไปตักบาตรข้าวเหนียว ไปดู🙋‍♀️วิถีชีวิตประชาชนคนลาวกัน ว่าเป็นจังได๋กัน แล้วมาร่วมเดินทางไปด้วยกัน..✌️.

#เพราะชีวิตคือการเดินทาง

💥อากาศร้อน🥵 ๆ อย่างนี้ ไปเที่ยวทะเลคลายร้อนก้นดีกว่า เชิญชวน 🙇‍♀️พ่อแม่พี่น้อง นักเดินทาง ท่องเทียว ทั้งหลาย มาร่วมเดินท...
24/04/2023

💥อากาศร้อน🥵 ๆ อย่างนี้ ไปเที่ยวทะเลคลายร้อนก้นดีกว่า
เชิญชวน 🙇‍♀️พ่อแม่พี่น้อง นักเดินทาง ท่องเทียว ทั้งหลาย มาร่วมเดินทางไปด้วยกันที่ รอบนี้เราลงไปที่อัญมณีแห่งอันดามัน🏝 ภูเก็ต ไปเล่นน้ำทะเลกันให้คลายหายร้อน ไปชมวัฒนธรรมบาบ๋า ญ่าญ๋า กันว่าน่ารัก น่าชื่นใจแค่ไหน ไปชมแหลมที่งดงามที่สุดในเมืองไทย ไปล่องเรือ🛥กลางทะเล ให้สดชื่นหัวใจกัน แล้วมาร่วม✈️เดินทางไปด้วยกัน..

#เพราะชีวิตคือการเดินทาง

เวียดนามกลาง ดานัง บาน่าฮิลล์ ฮอยอัน เว้ เดินทางประมาณกลางเดือน มกรา ปี2566 ที่ผ่านมา มาดูบรรยากาศบ้านเมืองและแหล่งท่องเ...
20/04/2023

เวียดนามกลาง ดานัง บาน่าฮิลล์ ฮอยอัน เว้ เดินทางประมาณกลางเดือน มกรา ปี2566 ที่ผ่านมา มาดูบรรยากาศบ้านเมืองและแหล่งท่องเที่ยวกัน ดูว่างามสู้บ้านเราได้ไหม..แล้วมาร่วมเดินทางไปด้วยกัน...
#เพราะชีวิตคือการเดินทาง

😊ฤดุร้อนบ้านเราปีนี้ ถ้ายังไม่ได้วางแผนว่าจะไปไหนดี ขอเชิญชวนพี่น้องนักเดินทาง มาร่วม✈️ออกเดินทางไปด้วยกัน ที่เวียดนามกล...
14/01/2023

😊ฤดุร้อนบ้านเราปีนี้ ถ้ายังไม่ได้วางแผนว่าจะไปไหนดี ขอเชิญชวนพี่น้องนักเดินทาง มาร่วม✈️ออกเดินทางไปด้วยกัน ที่เวียดนามกลาง อดีตแดนดินถิ่นอาณานิคมของจีนและฝรั่งเศสมานมนาน ท่านสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอของอารยธรรม🏯 สถาปัตยกรรมทั้งจีนและ🏚ฝรั่งเศสได้ในดินแดนแห่งนี้ ที่เมืองดานัง-เมืองโบราณ ฮอยอัน-เขาบาน่าฮิลล์-และเมืองเว้
มาเดินทางไปพักผ่อน ไปคลายร้อนกัน ไปนั่งกระเช้าลอยฟ้าที่สูงและยาวที่สุดโนโลก เที่ยว🎪ดิสนีย์แลนด์ดานัง อลังการกับสะพาน✋มือ เยือนเมืองโบราณฮอยอันเมืองแห่ง 3 วัฒนธรรมผสานกันทั้งจีน ญี่ปุ่น เวียดนาม เพลินกับเรือกระด้งท่ามกลางดง🌴มะพร้าว ไปน🙏มัสการเจ้าแม่กวนอิมยักษ์ที่วัดหลินอิ๋ง ชมสะพานมังกรสัญลักษ์ของดานัง ไปที่เมืองเว้ เมืองแห่ง มรดกโลก ไปชมพระราชวังโบราณ สุสานไคดิงห์ อลังการ งามมาก ฯลฯ จะมัวรอช้าอยู่ใย จองเลยวันนี้ แล้วมาร่วม🚌เดินทางไปด้วยกัน 🙏

#เพราะชีวิตคือการเดินทาง
http://line.me/ti/p/~kapookreturn

✈️ทริป กทม-ฮานอย-ซาปา 3วัน2คืน (อาทิตย์ที่ 11-อังคารที่ 13 ธันวาคม ปีพุทธศักราช2565) 😊
26/12/2022

✈️ทริป กทม-ฮานอย-ซาปา 3วัน2คืน (อาทิตย์ที่ 11-อังคารที่ 13 ธันวาคม ปีพุทธศักราช2565) 😊

✈️ทริป กทม-ฮานอย-ซาปา 3วัน2คืน (อาทิตย์ที่ 11-อังคารที่ 13 ธันวาคม ปีพุทธศักราช2565) 😊🙇‍♀️สวัสดีครับ พี่น้องนักเดินทาง ท...
26/12/2022

✈️ทริป กทม-ฮานอย-ซาปา 3วัน2คืน (อาทิตย์ที่ 11-อังคารที่ 13 ธันวาคม ปีพุทธศักราช2565) 😊

🙇‍♀️สวัสดีครับ พี่น้องนักเดินทาง ทั้งหลาย ผู้มีหัวใจไม่เคยหยุดนิ่งกับการออกแสวงหา ตราบที่แรงยังมี ลมหายใจยังอยู่
🚒ทริปนี้ ทัวร์ไทยเวย์ (Tourthaiway) พากรุ๊ปนักเดินทางทั้งหมด 15 ชีวิตกับหนึ่งหัวหน้าทัวร์เดินทางไปยัง ฮานอย-ซาปา ที่เวียดนามเหนือ (Hanoi-Sapa@North Vietnam) ด้วยกัน มีอายุตั้งแต่สาวน้อย 16 ปี จนถึงสว วัย 70 กว่าๆ ประกอบไปด้วย ยายปิ่น ยายเสถียร ยายสมหวัง ป้าแอ๊ด พี่สุนี พี่เล็ก พี่หน่อย คุณว่าน คุณยุพิน พี่ไพรัช พี่ชลอ เจ๊แดง น้องโต น้องทับทิม น้องเดือน
วันอาทิตย์ที่ 11 ตอนตี 3 เราพบกันที่สนามบินดอนเมืองเพื่อนั่งเครื่องออกเดินทางไปฮานอย ขั้นตอนผ่านพิธีการศุลกากรไม่มีอะไรยุ่งยากมาก ไม่มีการตรวจโควิด19 แล้วนาทีนี้ แต่เท่าที่สังเกตดู พี่น้องนักเดินทางคนไทยเรายังใส่หน้ากากกันเยอะอยู่ เครื่องกลุ่มเราออกตอน 7 โมงนิดๆ และไปถึงปลายทางที่เมือง ฮานอยตอน 8.40 น. โดยประมาณ แต่กว่าจะออกจากสนามบินได้ ก็เกือบๆ 10 โมงเช้า สาเหตุเพราะว่า สนามบินฮานอยคลาคล่ำไปด้วย นักเดินทางจากทั่วมุมโลก เรียกได้ว่าหนาแน่นพอดู แค่ต้องเข้าคิวตีตรา passport ก็ร่วมๆ ครึ่งชั่งโมงไปแล้ว โน่นนี่นั่นอีก สัมผัสแรกของฮานอย เมืองหลวงเวียดนาม วันนี้ คืออากาศหนาวเย็นสบาย กำลังดี ประมาณ13-14 องศาได้ ไม่ถึงหนาวจัด หลังจากชักรูปสนามบินกันแล้ว เราก็ออกเดินทางด้วยรถตู 29 ที่นั่ง มุ่งตรงไปซาปากันเลย ระหว่างทางก็แวะกันที่จุดพักรถหนึ่งรอบเพื่อเข้าห้องน้ำกัน ห้องน้ำในชานเมืองเวียดนามนี้ ยังด้อยกว่าบ้านเราพอควร เพราะพี่ไทยเรา จะมีค่อนข้างครบไม่ว่า กาแฟ อาหาร ของฝาก สารพัด ห้องน้ำก็เข้าฟรี ส่วนที่นี่จะเก็บตังค์ค่าใช้ห้องน้ำ ประมาณ 3-5 บาท/คน ของฝากของขายก็มีเหมือนกัน แต่ให้อารมณ์เหมือนคิวรถ ตจว ประมาณนั้น แล้วก็เดินทางต่อไปที่เมือง หล่าวกาย (Lao Cai) ซึ่งเป็นเมืองชายแดนระหว่างเวียดนามกับจีน บ้านนี้เมืองนี้ จัดผังเมืองได้สวยงาม ทำเกาะกลางถนนได้สวย เป็นระเบียบ เราไปถึงชายแดนนี้ก็ร่วมๆบ่ายโมง ตรงบริเวณชายแดนเวียดนาม-จีนนี้มี นักท่องเที่ยว มาเที่ยวชมกันหนาตาพอควร จุดที่พลาดไม่ได้ (Highlight) ก็คือบริเวณฐานแท่งหินสลัก4 เหลี่ยมหัวลูกศรสลักภาษาเวียดนามกับสัญลักษณ์ดาวเดียวของเวียดนามบอกให้รู้ว่าฝั่งตรงนี้คือดินเวียดนามและข้างหน้าที่มองเห็นนั่นคือชายแดนประเทศจีนที่เมืองยูนนาน โดยมีแม่น้ำแดงเป็นพรมแดนธรรมชาติคั่นระหว่างกลางของ 2 ประเทศ ฝั่งจีนตอนนี้จะมองเห็นงานก่อสร้างตึกสูงใหญ่หลายแห่ง กำลังดำเนินงานก่อสร้างกันอยู่ ยังไม่แล้วเสร็จดี มีสะพานข้ามแม่น้ำที่สร้างเพื่อเชื่อมระหว่าง 2 ประเทศในการเดินทางไปมาหาสู่และทำการค้าขายระหว่างกัน อย่างงไรก็ดี ส่วนมากจะเป็นจีนเป็นฝ่ายขายมาทางฝั่งเวียดนามซะมากกว่า แล้วก็ได้เวลาอาหารเที่ยง เราทานกันที่เมืองหล่าวกายนี้แหละ เมื่ออิ่มอร่อยกันดีแล้ว ก็ได้เวลาไปผจญภัยกันต่อที่สะพานกระจกมังกร (Dragon Glass Bridge) ซึ่งห่างจากหล่าวกายประมาณ 1 ชั่วโมงได้ เป็นสะพานกระจกใส (Sky-walk) แห่งใหม่ที่เมืองนี้สร้างขึ้นมาใหม่เป็นสะพานแก้วใสแห่งแรกในเวียดนาม สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,000 เมตร ในวันที่ฟ้าเปิด ไม่มีเมฆหมอกหนามากเราจะได้ชมทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขา Hoang Lien Son จากมุมสูง แต่วันนี้เราเจอทั้งลมหนาว ทั้งหมอกหนา ทำให้ไม่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้เต็มตา มีเป็นช่วงๆ ที่ลมพัดผ่านหมอกไป ก็ได้เห็นกันบ้าง การขึ้นมาสะพานกระจกนี้ มีลิฟต์แก้วกลางแจ้งสูงประมาณ 300 เมตรนำขึ้นมา แต่บอกได้เลยว่าสูงมากๆ จากพื้นด้านล่างถ้ามองลอดกระจกลงไป ประมาณได้ว่า 500 เมตรเป็นอย่างน้อย แล้วจากนั้นเราไปต่อกันที่น้ำตกสีเงินหรือ Silver Waterfall ซึ่งอยู่ในเส้นทางเดียวกับสะพานมังกรนี้เช่นกัน แต่เนื่องจากว่าความมืดมาเยือน บวกกับลมหมอกหนาวอันเย็นยะเยือกมาซะก่อน ทำให้เราไม่ได้เห็นทัศนียภาพของน้ำตก ได้ยินแต่เสียงน้ำไหลซู่ๆ พร้อมกับสัมผัสบรรยากาศอันหนาวเย็นเจี๊ยบหน้าน้ำตก ก็ต้องออกเดินทางไปเข้าที่พักกันในคืนแรก เพราะแต่ละคนเหนื่อยกันมามากจากการนอนน้อยเมื่อคืนก่อนวันเดินทาง
วันที่ 2 (จันทร์ที่12/12/22) เราเริ่มวันโดยการกินบุฟเฟต์เช้าที่โรงแรมกันก่อน อิ่มหนำสำราญกันแล้ว เราออกเดินทางไปต่อกันที่เขาฮามรอง (Hamrong Mountain) เขานี้อยู่ในตัวเมืองซาปาเลย ซึ่งเมืองเขาได้ลงทุนทำบันไดหินให้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางขึ้นลงได้อย่างสะดวกสบาย เราสามารถชื่นชมวิวได้ตลอดทางที่เดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆ มีหลายจุดสวยงามมาก บรรยายภาพได้เหมือนสวนดอกไม้เมืองหนาวในหมอก ที่งดงามมาก มีจุดให้เราได้แวะถ่ายรูปมากมายเต็มไปหมด ช่วงกลางๆ เขา เป็นลานกว้างพอควร ถูกปรับแต่งทัศนียภาพเป็นลานดอกไม้ มีเพิงพักให้พักผ่อนได้ และไม้ดัดแต่งคำว่า “SAPA” ให้ชักรูปกันว่าเรามาถึงแล้ว ตรงนี้อยากแนะนำว่า พี่น้องถ้าอยากพิชิตยอดนี้ได้ ต้องฟิตระดับหนึ่ง ทางไปไม่ได้ชันหรือลำบากอะไรมาก แต่เนื่องจากบรรยากาศที่หนาวมากพร้อมๆกับหมอกหนาทำให้พื้นทางเดินเปียกชุ่มตลอดเวย์ เพราะฉนั้น ถ้าต้องการไปให้ถึงยอดต้องเตรียมตัวทั้งรองเท้า เสื้อผ้าและร่างกายในระดับหนึ่ง เมื่อฉ่ำกันแล้ว เราก็ลงเขาเพื่อไปขึ้นรถราง วิ่งจากเมืองซาปาไปยังตีนเขาฟานซิปันเพื่อขึ้นกระเช้าไฟฟ้าอีกที รถรางเมืองซาปานี้ต้องไปขึ้นกันที่ สถานีซาปา หรือ SAPA STATION ซึ่งเป็นอาคารโรงแรมเก่าสไตล์โคโลเนียลสวยงามโดดเด่นอยู่ใจกลางเมืองซาปาเลย และตัวรถไฟก็ออกแบบเป็นรถรางไฟฟ้า ดีไซน์เหมือนรถรางที่วิ่งกันในยุโรปหรือในซานฟรานซิสโก สภาพดี สวยงาม น่านั่ง ระหว่างทางเราจะได้ชมวิวเมืองซาปาแบบเต็มๆ ตามทางขึ้นเขาที่คดเคี้ยว ทั้งหุบเขา เหว ต้นไม้ สวนไม้ดอกสองข้างทางที่รถไฟวิ่งผ่าน งดงามมากๆ รถแล่นมีความยาวประมาณ2กิโลเมตร โดยใช้เวลาไปที่สถานีกระเช้าประมาณ6นาที เมื่อถึงสถานีไฟฟ้า เรายังมีจุดถ่ายรูปสวยๆ อีกจุดก่อนขึ้นกระเช้า ซึ่งสถานีเขาออกแบบเป็นสวนดอกไม้ (Flower Garden) ให้เราได้ชื่นชมบรรดาพรรณพฤกษานาๆพรรณงดงามตา ก่อนจะขึ้นบันไดไปขึ้นกระเช้าไฟฟ้าอีกที เมื่อมาถึงจุดขึ้นกระเช้า กระเช้าของที่นี่มีขนาดใหญ่กว่าที่เมืองดานังเขาบาน่าฮิลล์พอควร เพราะสามารถนั่งต่อรอบได้ถึง 10 กว่าคน เป็นกระเช้าใหญ่ สภาพดี เพราะเพิ่งผ่านการซ่อมบำรุงมาไม่นานนี่เอง หน้าหนาวของซาปานี่ ต้องเรียกว่าทำให้ที่นี่เป็นเมืองในหมอกจริง ๆ เพราะหมอกเยอะมาก บางช่วงแทบมองไม่เห็นวิวเลย และภูเขาฟานซีปันได้ฉายาว่า "หลังคาแห่งอินโดจีน" (Roof of Indochina) สูง 3,143 เมตร เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเวียดนาม อยู่ห่างจากกลางเมืองซาปา9 กิโลเมตร ในอดีตต้องใช้วิธีเดินเขาเพื่อไปยังยอดใช้เวลา 2-3 วัน แต่ปัจจุบันนั่งกระเช้าไฟฟ้าได้ เราใช้เวลาในกระเช้าร่วมๆ 20 นาที ก็เกือบถึงยอดเขา ระหว่างทางก็เห็นหมอกหนาๆ สลับกับวิวทิวเขาด้านล่างสลับคละกันไปเป็นระยะๆ เมื่อมองลงมาเบื้องล่างแล้ว ก็ให้รู้สึกทึ่งจริงๆว่า เขาสร้างกระเช้านี้มาได้อย่างไร บนเขาที่ทั้งสูงชันและยาวขนาดนี้ เมื่อถึงปลายทางของกระเช้าแล้วก็ยังไม่ใช่ยอดสุดของเขาอยู่ดี เรายังต้องเลือกว่าจะเดินขึ้นเขาเองหรือนั่งรถรางต่ออีกรอบเพื่อไปให้ถึงยอดให้ได้ คณะเราก็เห็นพ้องต้องกันว่าจะนั่งรถรางกันต่ออีกรอบเพื่อไปให้ถึงยอด แล้วค่อยให้ใครสมัครใจอย่างไรก็เลือกเอาเองว่า ขาลงจะเดินลงหรือนั่งรถรางลงมาก็ได้ ช่วงเราขึ้นมาบนเขาฟานซีปันนี้ เรียกว่าฟ้าเปิดแล้ว เป็นใจให้เราได้เห็นวิวทิวเขาฟานซีปันกันเต็มตา ทิวเขาเป็นแนวหลดหลั่นกันไป งดงามตามาก นอกจากนั้น อยากแนะนำว่าถ้าเราเลือกเดินลงจากยอดเอง ข้อดีเลยเราจะได้ยลองค์เจ้าแม่กวนอิมยักษ์และพระพุทธรูปองค์ดำขนาดใหญ่มากแบบใกล้ชิด ซึ่งอลังการและงดงามมาก แต่เราต้องแลกด้วยการเดินเท้าเข้าไปดู เพราะถ้านั่งรถรางลงมาจากยอดเขาจะได้เห็นวิวจากในรถเท่านั้น ไม่สามารถเดินไปชมระยะประชิดได้ เพราะรถต้องไปตามรางตลอดเวย์นั่นเอง เมื่อเราลงมาจากเขาฟานซีปันแล้ว สถานีต่อไปเราไปต่อกันที่หมู่บ้านก๊าดๆ เป็นหมู่บ้านชาวม้ง คล้ายๆกับม้งทางเหนือบ้านเรา ตั้งอยู่กลางหุบเขา ถูกรายล้อมด้วยหุบเขาน้อยใหญ่ สวยงามมาก เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ใจกลางหมู่บ้านมีการปลูกสร้างกังหันวิดน้ำขนาดใหญ่ เป็นเสมือนสัญญลักษณ์ของชุมชน ร้านรวงขายกาแฟและของฝากก็มีบ้างพอสมควร และมีการแสดงเต้นรำท้องถิ่นของชาวม้งให้ชม ช่วงเย็นๆสัก 4โมงเย็นเป็นต้นไป อากาศเย็นสบายดีมาก มีน้ำตกที่ชายขอบหมู่บ้าน สวยงาม สบายตา การลงมาหมู่บ้านนี้ จะเดินเท้าลงเองเป็นเส้นทางลงเขา มีการทำทางบันไดเรียบร้อยตลอดทาง เพื่อให้สดวกในการเดินลงเขา ระยะทางก็ร่วมๆ 1 กิโลเมตรได้ หรือใครอยากใช้บริการมอไซด์ ซึ่งคนท้องถิ่นมาหารายได้พิเศษกันก็มีให้บริการตลอด อยากแนะนำว่า ขาลงเขาไปหมู่บ้านให้เดินเอาเพื่อจะได้ชมวิถีชีวิตคนเขาและชมวิวสวยๆ ระหว่างทางเดิน ส่วนขาขึ้นจากหมู่บ้านค่อยนั่งมอไซด์มาก็ได้เพื่อช่วยให้ไม่เหนื่อยมาก แล้วก็ได้เวลาเติมอาหารมื้อเย็นก่อนเข้าที่พักหลังจากลุยกันมาทั้งวัน
วันที่ 3 (อังคารที่ 13ธันวาคม 2565) เราอิ่มหนำกับมื้อเช้าแล้ว ล้อรถก็หมุนที่ 7โมงครึ่งโดยประมาณ เรากำลังมุ่งหน้ากลับไปที่ฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม ร่วมๆเที่ยงวันเราก็ถึงฮานอยกัน อากาศที่นี่ก็ยังเย็นสบาย กำลังดีเลย อยู่ที่ประมาณ 13-14 องศาโดยประมาณ แต่ต่างจากซาปาโดยสิ้นเชิงตรงที่ว่า ฮานอยไม่มีหมอกหนาชื้นแฉะเลย อากาศเย็นแห้งๆ เมื่อมาถึงเราไปทานเที่ยงกันก่อนในฮานอย แล้วจากนั้นไปเริ่มต้นที่สุสานโฮจิมินห์ (Hochiminh Mausoleum) ที่นี่เป็นลานจตุรัสขนาดใหญ่ ให้อารมณ์เหมือนจตุรัสเทียนอันเหมินของจีนที่ปักกิ่งอย่างนั้นเพียงแต่ย่อส่วนลงมา มีอาคารใหญ่ที่สร้างเพื่อเก็บศพของโฮจิมินห์เก็บไว้โนโลง แต่มีการกวดขันเข้มงวด แม้แต่การเข้าใกล้ตัวอาคารยังทำไม่ได้มีการกันเส้นไว้ เพื่อเป็นเขตแดนจำกัด ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงไม่สามารถเข้าไปชมภายในได้เลย ทำได้แต่ถ่ายรูปจากภายนอกตัวอาคารเท่านั้น แปลกใจเหมือนกันว่าแล้วจะสร้างไว้เพื่อประโยชน์อะไร คนก็ไม่ให้เข้าไปชมในอาคาร มีทหารยามรักษาการณ์โดยรอบ เป็นสัญลักษณ์บ่งชี้ว่าเมืองนี้ยังปกครองแบบสังคมนิยมชัดเจน ทุกอย่างถูกคุมเข้มงวดจากรัฐบาล แม้แต่การถ่ายรูปในสถานที่ราชการอย่างสนามบิน ก็ต้องระมัดระวังกันด้วยเพราะเห็นมากับตาว่า เจ้าหน้าที่ รปภ เวียดนาม ที่สนามบินเดินเข้าหาทันทีที่เห็นนักท่องเที่ยวกำลังถ่ายรูปหรือวีดีโอบริเวณรอบๆสนามบิน เดินมาสั่งให้หยุดถ่ายทันที เพราะฉนั้นนักท่องเที่ยวต้องระวังตัวกันไว้พอสมควร อีกเรื่องคือการใช้แตรรถ ที่เวียดนามนี้ ไม่ว่าจะเป็นดานัง ดาลัด ฮานอย คนเวียดนามจะบีบแตรกันเป็นปรกติเมื่อสัญจรกันไปมาบนถนนน ดังนั้นเมื่อเราอยู่บนถนนหนทางในเวียดนาม เสียงแตรเป็นเรื่องปรกติมาก คนเวียดไม่ถือว่าเป็นการหาเรื่องกัน แต่เขารู้กันว่าเป็นการเตือนกันบนถนน แต่บ้านเรามักจะหัวร้อนกับเสียงแตร บีบกันทีไร คอยจะมีเรื่องกันเรื่อยเลย แล้วเราก็ไปต่อกันที่บ้านพักของโฮจิมินห์ ที่นี่ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี มีทหารยามทุกที่ ดูแลความเรียบร้อย เราดูได้แต่ข้างนอก ไม่สามารถเข้าไปในห้องนอน ห้องทำงานได้ บ้านพักก็สร้างสไตล์เรียบง่าย หลังไม่ใหญ่ มี2 ชั้น ด้านหน้ามีสระน้ำขนาดกลางๆ ทำให้ร่มรื่นเย็นสบาย มีห้องจัดแสดงเล็กๆ โชว์รถประจำตำแหน่งตอนยังมีชีวิตอยู่ ห้องนิทรรศการแสดงเรื่องราวความเป็นมาของโฮจิมินห์ เสร็จจากนี้เราไปต่อกันที่เจดีย์เสาเดียว (One Pillar Pagoda) สร้างขึ้นเพื่อถวายเแด่เจ้าแม่กวนอิม ตั้งอยู่กลางสระบัว มีขนาดย่อมๆเล็กกว่าศาลาพักรอรถเมล์บ้านเราหน่อย ปลูกสร้างอยู่บนเสาต้นเดียว มีทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะมาขอพรให้ได้ลูกกับเจ้าแม่กวนอิมที่เจดีย์เสาเดียวแห่งนี้เสมอ เป็นสถาปัตยกรรมจีนชัดเจน สวยงามและบำรุงรักษาได้ดี และเป้าหมายต่อไปคือที่วิหารวรรณกรรมวันเหมียว เป็นวัดโบราณแห่งหนึ่งของเวียดนาม มีประวัติความเป็นมายาวนานเกือบพันปี และถือเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเวียดนาม สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.107เพื่ออุทิศให้แก่ขงจื๊อ ปราชญ์ชาวจีน ผู้ยึดมั่นในคุณธรรม ปัจจุบัน วิหารวรรณกรรมเป็นสถานที่รวบรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์การศึกษาของเวียดนาม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของฮานอย แสดงผลงานด้านศิลปกรรม ทั้งงานปั้น แกะสลัก และรูปภาพ ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน มีความงดงามทางสถาปัตยกรรมแบบจีนทุกกระเบียดนิ้ว คือเป็นอาคารที่ล้อมลานกว้างโล่งทั้งสี่ทิศ ที่เรียกว่า “ซื่อเหอย่วน” ซึ่งถือว่าเป็นรูปแบบบ้านพื้นฐานของชาวจีน ให้ความรู้สึกเหมือนมาอยู่เมืองจีนอย่างไงอย่างงั้น แต่งดงามมาก โดยลานซื่อเหอย่วนนี้จะถูกทอดออกเป็นช่วงๆ เราสามารถเดินลึกเข้าไปได้ถึง 5 ชั้นก็ถึงชั้นในสุดของลานสี่เหลี่ยมจตุรัส เพราะตามประวัติศาตร์นั้น จีนเคยปกครองเวียดนามยาวนานนับพันปี ดังนั้นสิ่งปลูกสร้างหลักๆ ที่โดดเด่นในหลายเมืองของเวียดนามจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับอิทธิพลของจีนมาเต็มๆ ที่นี่เป็นจุดสุดท้ายของการท่องเที่ยวในวันนี้ จากนี้เราก็เตรียมตัวเดินทางกลับ กรุงเทพฯ กันตามแผน เวลาก็ล่วงมาบ่ายคล้อยแล้ว เราถึงสนามบินก็ร่วมๆเกือบ 5 โมงเย็น ก็มาร่วมทานอาหารมื้อเย็นก่อนขึ้นเครื่อง พอมาถึงขั้นตอนการตรวจศุลกากรเวียดที่ฮานอยนี้ หัวหน้าทัวร์เจอปัญหาเล็กน้อย เพราะดันไปเอา Power Bank ไว้ในกระเป๋าโหลด ต้องโดนเรียกตัวกลับไปห้องเย็น อีกรอบเพื่อเอาออกมาเก็บไว้ในกระเป๋าถือ ดังนั้นพี่น้องนักเดินทางทั้งหลาย จงจำให้ขึ้นใจว่าที่เวียดนามนี้เข้มงวดเอาเรื่องจริง ๆเรื่องตรวจคนเข้าหรือออกเมือง ช่วงขณะเรามานั่งรอเครื่องที่ GAGE แล้ว ก็ยังเห็น สาวนักท่องเที่ยวฝรั่งอยู่คน โดนเจ้าหน้าที่เวียด ตม มาตามถึงที่นั่งที่รอที่ GATE เลย เจอปัญหาเดียวกันเลยคือเรื่อง Power Bank ให้ไปเอาออกและเก็บไว้ในกระเป๋าถือ
สรุปแล้วทริปนี้ เหนื่อยจริง หนาวจริงและวิวสวยจริงๆ แบบไม่เคยหนาวอย่างนี้มาก่อนในชีวิต และก็นับเป็นหนึ่งในประสบการณ์ชีวิตที่มีแต่การออกเดินทางเท่านั้นที่ให้เราได้ สายใยของพี่น้องร่วมทริป รอยยิ้ม ความผูกพัน มิตรภาพ เสียงหัวเราะ และประสบการณ์ใหม่ของดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นหลังคาของอินโดจีนนี้ จะยังคงเป็นความประทับใจไม่รู้ลืม จนกว่าเราจะมีโอกาสได้มาร่วมเดินทางด้วยกันใหม่ ตอนนี้ ขอขอบคุณและไว้พบกันใหม่ ตอนนี้ขอกล่าวคำว่า “สวัสดีค่ะ”🙏

ที่อยู่

Thanyaburi
12110

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66841189538

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Tourthaiwayผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Tourthaiway:

แชร์