Holding A Travel Camera With Nita ถือกล้องท่องเที่ยวกับหญิงเหล็ก

Holding A Travel Camera With Nita ถือกล้องท่องเที่ยวกับหญิงเหล็ก ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Holding A Travel Camera With Nita ถือกล้องท่องเที่ยวกับหญิงเหล็ก, บริษัทท่องเที่ยว, 344/33 หมู่ 14 ซอยประชาสันติ 12 ถ. นิตโย ต. หมากแข้ง, Udon Thani.

การแสดงโขน (ตอนศึกไมยราพ) ในงานเฉลิมฉลองการก่อตั้งเมืองอุดรธานีครบรอบ 130 ปี  ณพิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี  18 มกราคม 2566
20/01/2023

การแสดงโขน (ตอนศึกไมยราพ) ในงานเฉลิมฉลองการก่อตั้งเมืองอุดรธานีครบรอบ 130 ปี ณพิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี 18 มกราคม 2566

"พลุ" เฉลิมฉลองวันก่อตั้งเมืองอุดรธานี  ครบรอบ 130 ปี ณ พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี 18 มกราคม 2566
20/01/2023

"พลุ" เฉลิมฉลองวันก่อตั้งเมืองอุดรธานี ครบรอบ 130 ปี ณ พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี 18 มกราคม 2566

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ โพสต์นี้จะพาเพื่อนๆไปเที่ยวงานเฉลิมฉลองครบรอบ 130 จังหวัดอุดรธานี  ณอนุสาวรีย์พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรม...
20/01/2023

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ โพสต์นี้จะพาเพื่อนๆไปเที่ยวงานเฉลิมฉลองครบรอบ 130 จังหวัดอุดรธานี ณอนุสาวรีย์พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ซึ่งจัดขึ้นช่วงเช้าวันที่ 18 มกราคม 2566 ค่ะ ย้อนหลังไปประมาณ 130 ปีวันนี้เป็นวันก่อตั้งเมืองค่ะเป็นวันที่กรมหลวงประจักษ์ฯย้ายทัพทหารจากเมืองหนองคายมาตั้งที่บ้านเดื่อหมากแข้งหรือตัวเมืองอุดรธานีในปัจจุบันนี้ งานนี้มีราชนิกูล"ทองใหญ่" ซึ่งเป็นเชื้อสายของกรมหลวงประจักษ์ฯมาร่วมงานด้วย แล้วก็มีส่วนราชการต่างๆในจังหวัดอุดรธานี พ่อค้า ประชาชน เข้าร่วมงานมีนางรำไม่ต่ำกว่า 70,000 คนในแต่ละปีถือว่ายิ่งใหญ่อลังการค่ะเรามาดูภาพสวยๆกัน

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ที่ติดตามเพจของเอ๋  เมื่อ 3 วันก่อนทางเทศบาลนครอุดรธานีได้ดำเนินการเอาสายไฟฟ้าลงใต้ดินจากถนนเส้นหน้ารา...
29/09/2022

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ที่ติดตามเพจของเอ๋ เมื่อ 3 วันก่อนทางเทศบาลนครอุดรธานีได้ดำเนินการเอาสายไฟฟ้าลงใต้ดินจากถนนเส้นหน้าราชภัฎ (ุถ.ทหาร)และยาวไปจนถึง 5 แยกน้ำพุเชื่อมกับ 4 แยกหอนาฬิกา(ซึ่งเส้น ถ.อุดรดุษฎี บริเวณ 4 แยกหอนาฬิกาได้เอาลงก่อนหน้านี้แล้ว) หลังจากที่เอ๋เสร็จจากงานสำคัญ ช่วงเย็นจึงได้นัดหมายกับเพื่อนๆ ชาวชมรมถ่ายภาพจังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีเพื่อน ๆ มากัน 5 คน มาร่วมถ่ายภาพพระอนุสาวรีย์พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ในเวอร์ชั่น ไม่มีสายไฟบนดินให้เกะกะตา โดยจุดที่พวกเอ๋ตั้งกล้องถ่ายกันนั้นอยู่บนสะพานลอยหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ซึ่งทุกปีเมื่อมีการถ่ายนางรำในงานบวงสรวงกรมหลวงประจักษ์ฯในวันก่อตั้งเมือง วันที่ 18 มกราคม พื้นที่บนสะพานลอยแห่งนี้จะถูกจับจองโดยช่างภาพทั่วฟ้าเมืองไทย เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีพื้นที่ให้กางขาตั้งกล้องกันเลยทีเดียว ซึ่งการถ่ายภาพจากมุมนี้ เราจะเห็นแบ็คกราวด์เป็นห้าแยกน้ำพุ และถัดไปคือ 4 แยกหอนาฬิกา ซึ่งวงเวียนทั้ง 3 วงเวียนนี้จะเป็นเส้นตรงไปในแนวเดียวกัน
และไหน ๆ เราก็มาถ่ายพระอนุสาวรีย์พระองค์่ท่านแล้ว เอ๋ก็ขอเล่าประวัติของพระองค์ท่านให้เพื่อน ๆ ชาวเพจได้อ่านกันดีกว่า
พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมเป็นผู้ก่อตั้งเมืองอุดรธานีเมื่อ 129 ปีก่อน พระองค์ท่านทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาสังวาลย์ ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 25 ในจำนวนโอรส-ธิดา ท้้งหมด 82 พระองค์ ประสูติเมื่อวันที่ 5 เดือน เมษายน พระพุทธศักราช 2399 ทรงมีพระนามเดิมว่า "พระองค์เจ้าชายทองกองก้อนใหญ่" สาเหตุที่มาของพระนามนี้เนื่องจากในวันที่พระองค์ท่านประสูตินั้น มีชาวบ้านได้นำทองก้อนใหญ่ที่ขุดได้จากอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้ามาถวายในวัง ว่ากันว่าทองก้อนนี้ใหญ่มาก และเป็นทองที่เนื้อดีที่สุดในประเทศ สมเด็จพ่อทรงเห็นว่าเป็นศุภนิมิตมงคลอันดี จึงได้พระราชทานนามพระองค์ท่านว่า "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าชายทองกองก้อนใหญ่"
ในปี พ.ศ. 2428 ซึ่งตรงกับรัชสมัยรัชกาลที่ 5 มีพวกจีนฮ่อมาก่อความวุ่นวายที่มณฑลลาวพวน ในหลวงรัชกาลที่ 5 ได้ทรงแต่งตั้งให้ "พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม"(พระยศในขณะนั้น) ดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้ และโปรดให้จมื่นไวยวรนาถ ดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ฝ่ายเหนือ ไปปราบฮ่อ ผลจากการปราบฮ่อครั้งนั้นทัพของกรมหลวงประจักษ์มีชัยชนะเหนือฮ่อ หลังจากนั้นพระองค์ท่านได้ตั้งกองทัพอยู่ที่เมืองหนองคาย จนกระทั่งปี พ.ศ.2436 สยามก็เกิดกรณีพิพาทกับฝรั่งเศส ฝรั่งเศสมาล่าเมืองขึ้น ต้องการดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงจึงยกกองกำลังทหารมาปิดปากอ่าวสยามและหันกระบอกปืนใหญ่ไปทางพระบรมมหาราชวัง กดดันให้ในหลวงรัชการที่ 5 เซ็นต์สนธิสัญญามอบดินแดนฝั่งซ้าย ซึ่งสยามเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ในหลวงรัชกาลที่ 5 จึงทรงตัดสินพระทัยยุติข้อพิพาทด้วยการเซ็นสนธิสัญญา เรียกสนธิสัญญาฉบับนี้ว่า "สนธิสัญญา ร.ศ. 112" ใจความคือ สยามต้องยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงทั้งหมดให้แก่ฝรั่งเศส (คือ ประเทศลาวในปัจจุบันนี้) และห้ามตั้งกองกำลังทหาร ค่าย คูใด ๆ ในระยะทาง 25 กิโลเมตรจากชายฝั่งแม่น้ำโขง ผลของสนธิสัญญานี้สยามต้องเสียดินแดนถึง 1 ใน 3 ส่วนของประเทศ เป็นผลให้ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงตรอมพระราชหฤทัยจนถึงขั้นประชวร และกองทัพสยามที่ตั้งอยู่ที่เมืองหนองคายจะต้องย้ายค่ายทหารจากเมืองหนองคาย เคลื่อนทัพลงมาทางทิศใต้ตามข้อตกลงกับฝรั่งเศส ชัยภูมิแรกที่กรมหลวงประจักษ์ฯทรงสำรวจ คือลำน้ำโซ่ ลำน้ำสวย ปัจจุบันคือ บ้านน้ำสวย อำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย แต่บริเวณนั้น เป็นที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ มีไข้ป่าชุกชุม และยังอยู่ห่างจากลำน้ำโขงแค่ 20 กิโลเมตร ไม่ตรงกับข้อตกลงที่ทำกับฝรั่งเศส พระองค์จึงทรงถอยทัพลงมาอีก 30 กิโลเมตร จนมาเจอ "บ้านเดื่อหมากแข้ง" ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ แต่มีชัยภูมิที่เหมาะที่จะสร้างเป็นเมืองใหญ่ในอนาคต กล่าวคือ 1. มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ ทางด้านทิศเหนือ มีหนองสำโรง ทิศใต้ มี หนองขอนกว้าง ทิศตะวันออก มีหนองเหล็ก ทิศตะวันตก มี หนองนาเกลือ(หรือปัจจุบันคือ หนองประจักษ์ศิลปาคม) และนอกจากนี้ยังมีลำห้วยหมากแข้ง ซึ่งมีน้ำใสไหลเย็น ไหลผ่าใจกลางเมืองอีกด้วย 2.เคยเป็นหมู่บ้านร้างมาก่อน ไม่ต้องถางป่า 3.มีชัยภูมิที่เหมาะ สามารถเดินทางไปยังหัวเมืองต่าง ๆ ได้โดยสะดวก 4.อยู่ใกล้ชุมชนโทรเลข พระองค์ทรงเล็งเห็นดังนี้แล้วจึงได้ตัดสินพระทัยสร้างบ้านแปงเมืองขึ้นที่ "บ้านเดื่อหมากแข้ง" โดยชาวอุดรนับเอาวันที่พระองค์ท่านเดินทางมาถึง คือวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2436 เป็นวันก่อตั้งเมือง และวันที่พระองค์่ท่านเดินทางมาถึงเป็นวันที่ต้น "จาน" หรือต้น "ทองกวาว"ออกดอกบานสะพรั่งทั่วเมือง เราจึงใช้สัญลักษณ์ดอกจาน เป็นดอกไม้ประจำจังหวัด และสีแสดของดอกจานเป็นสีประจำจังหวัดด้วย
ในวันก่อตั้งเมืองปีหน้า 18 มกราคม 2566 จังหวัดอุดรธานีของเราจะมีอายุครบ 130 ปี จะมีการรำบวงสรวงพระอนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ฯ และมีพิธีสู่ขวัญบ้านสู่ขวัญเมือง ทุก ๆ ปี "ราชสกุลทองใหญ่" จะมาร่วมพิธีด้วย ซึ่งนับเป็นเกียรติของประชาชนชาวอุดรธานีเป็นอย่างยิ่ง และไฮไลท์อยู่ที่การรำบวงสรวง ซึ่งคาดว่าปีหน้าจะมีนางรำไม่ต่ำกว่า 70,000 คน และบนสะพานลอยหน้าราชภัฏที่พวกเอ๋ตั้งกล้องนี่แหละ จะเป็นจุดสำคัญของช่างภาพทั่วฟ้าเมืองไทยที่จะมาจับจองพื้นที่บันทึกภาพประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังจากการที่ไม่ได้จัดงานรำบวงสรวงติดต่อกันมาถึง 3 ปีเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19
ร่ายมาทั้งหมดนี้ เอ๋มีความภาคภูมิใจอยากบอกเพื่อน ๆ ว่ารับรองปีหน้างานรำบวงสรวงยิ่งใหญ่แน่นอน เพื่อน ๆ คนไหนอยากจะมาดูให้เห็นกับตาเอ๋ขอเชิญชวนนะคะ แล้วเพื่อนๆ จะรู้ว่าความรู้สึกภาคภูมิใจของคนอุดรมีมากมายขนาดไหน ห้ามพลาดค่ะ 18 มกราคม 2566 เจอกัน...

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ วันนี้เอ๋จะพาเพื่อน ๆถือกล้องท่องเที่ยวที่ศาลหลักเมือง จังหวัดอุดรธานีนะคะ ก่อนที่จะเข้าไปกราบสักการะศ...
21/09/2022

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ วันนี้เอ๋จะพาเพื่อน ๆถือกล้องท่องเที่ยวที่ศาลหลักเมือง จังหวัดอุดรธานีนะคะ ก่อนที่จะเข้าไปกราบสักการะศาลหลักเมือง เอ๋ขอนำเสนอข้อมูลของศาลหลักเมืองและท้าวเวสสุวัณที่ประทับเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าศาลพอสังเขปนะคะ
ศาลหลักเมืองอุดรมีเสาหลักเมืองที่ทำขึ้นด้วยไม้คูณ มีความยาว 5 เมตรเศษ ฝังลึกลงไปในดิน 3 เมตร ภายใต้เสาหลักเมืองมีแผ่นยันต์และแก้วแหวนเงินทอง สิ่งของมีค่าฝังไว้เพื่อความเป็นสิริมงคล ศาลหลักเมืองที่เราเห็นปัจจุบันเป็นศาลหลักเมืองหลังใหม่ที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2539 แล้วเสร็จเมื่อปี 2542 เป็นศาลที่มีสถาปัตยกรรมแบบไทยอิสานประยุกต์ ออกแบบโดย ดร. ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติเมื่อปี 2539 โดยในหลวงรัชการที่ 10 เสด็จฯเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดเมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2542 เราก็เลยนำเอาวันนี้เป็นวันที่มีการรำบวงสรวง อานิสงส์ของการกราบสักการะศาลหลักเมืองก็เพื่อให้เรามีความมั่นคงในชีวิต, หน้าที่การงานและการเงิน โดยเรามีเคล็ดลับนิดนึงก็คือ ถ้าเราเข้าประตูไหนให้ออกประตูนั้นก็จะได้อานิสงส์เพิ่มมากขึ้น
สำหรับองค์ท้าวเวสสุวัณ (หรือท้าวกุเวร) ท้าวเวสสุวัณเป็นยักษ์หรือจตุโลกบาลที่ปกปักรักษาทางทิศอุดร จากชื่อ "อุดร"แปลว่า "ทิศเหนือ" และ "ธานี" แปลว่า "เมือง" อานิสงส์ของการกราบสักการะองค์ท้าวเวสสุวัณ ก็เพื่อให้ศัตรูที่คิดร้ายกับเราแพ้ภัยตนเองหรือกลับกลายมาเป็นมิตรและให้เราเป็นที่รักใคร่ของผู้พบเห็น เคล็ดลับการกราบสักการะคือ เมื่อกราบสักการะเสร็จแล้วให้เรากลั้นหายใจและเอามือลูบกระบอง 3 ครั้ง
เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับข้อมูลการท่องเที่ยวที่เอามาฝากกัน หากเพื่อน ๆ ต้องการกราบสักการะองค์ท้าวเวสสุวัณแต่ไม่ทราบว่าจะไปที่ไหนดี เอ๋แนะนำให้มาอุดรนะคะ เพราะท้าวเวสสุวัณท่านปกปักรักษาทิศเหนือหรือทิศอุดร ทางจังหวัดจึงใช้ตราสัญลักษณ์ท้าวเวสสุวัณเป็น "ตราประจำจังหวัด" ค่ะ
ช่วงนี้เอ๋จะยังพาท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรและจังหวัดใกล้เคียงไปก่อนนะคะ ครั้งหน้าจะพาไปเที่ยวที่ไหนนั้น โปรดติดตามชมนะคะเพื่อนๆ วันนี้ลาไปก่อน บ๊าย... บาย

มา ๆ มาถ่ายรูปกับหนูที่หนองประจักษ์ จังหวัดอุดรธานีนะคะ
12/09/2022

มา ๆ มาถ่ายรูปกับหนูที่หนองประจักษ์ จังหวัดอุดรธานีนะคะ

ถ้าจะกล่าวถึงสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองอุดรแล้ว  คงพลาดไม่ได้ที่จะต้องกล่าวถึง สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม หรือที่คนอ...
12/09/2022

ถ้าจะกล่าวถึงสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองอุดรแล้ว คงพลาดไม่ได้ที่จะต้องกล่าวถึง สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม หรือที่คนอุดรเรียกกันสั้น ๆ ว่า "หนองประจักษ์" ชื่อนี้มาจากพระนามของ พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้ก่อตั้งเมืองอุดร หนองประจักษ์เป็นศูนย์รวมของคนอุดร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมือง มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 314 ไร่ ระยะทางรอบหนองประมาณ 3.17 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะมานั่งชมทัศนียภาพที่สวยงาม สายกินก็ไม่พลาดที่จะหาของกินอร่อย ๆ ซึ่งร้านต่าง ๆก็มีอยู่รอบหนองตั้งแต่เช้าถึงค่ำ สายเฮลตี้นี่ชอบเลย การออกกำลังกายมีทุกกิจกรรม ทั้ง เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิค ฯลฯ ซึ่งมีลานเต้นแอโรบิคใหญ่ ๆ 3 ลานด้วยกัน ส่วนใครที่ตามหาน้องเป็ดแล้วยังหาไม่เจอ ก็ใจเย็น ๆ นิดนึงนะคะ เพราะว่าเป็ดถูกเก็บไปก่อนเนื่องจากว่าหน้านี้เป็นหน้าฝน มีพายุลมแรง เดี๋ยวน้องเป็ดจะลอยมากวาดเอามอเตอร์ไซค์บนฝั่ง ไว้หน้าหนาวแล้วเราค่อยเจอเป็ดกันนะคะ วันนี้นำรูปที่ถ่ายตอนพระอาทิตย์ตกดินเอาไว้มาให้ชม (แต่ทำไมไม่เห็นพระอาทิตย์ 555 ) หวังว่าเพื่อน ๆ คงชอบกัน

วันนี้เอ๋นำเรื่องราวของ"คุณทองโบราณ" ซึ่งเป็นมาสค็อตเมืองอุดรมาฝากกัน คุณทองโบราณเป็นชื่อของกระดูกสุนัขแบบเต็มโครงและสมบ...
09/09/2022

วันนี้เอ๋นำเรื่องราวของ"คุณทองโบราณ" ซึ่งเป็นมาสค็อตเมืองอุดรมาฝากกัน คุณทองโบราณเป็นชื่อของกระดูกสุนัขแบบเต็มโครงและสมบูรณ์ที่สุดที่ขุดพบที่บ้านเชียง และได้รับพระราชทานนามจากในหลวง ร.9 ว่า "คุณทองโบราณ" พระองค์ท่านทรงตั้งชื่อนี้เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อสุนัขทรงเลี้ยงคือ "คุณทองแดง"นั่นเอง ตามประวัติของคุณทองโบราณนั้นพบว่า เป็นสุนัขศักดิสิทธิ์ อายุ 3,000 ปีที่บ้านเชียง นักโบราณคดีขุดพบโครงกระดูกฝังทั้งตัวอยู่ใกล้หลุมศพมนุษย์ยุคโลหะที่บ้านเชียง หลุมศพบ้านเชียงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย(ไม่ใช่ป่าช้าฝังศพคนทั่วไปอย่างทุกวันนี้) ของตระกูลหัวหน้าเผ่าพันธุ์ ซึ่งอาจเป็นหมอผี (นักปราชญ์ดึกดำบรรพ์)ในคนเดียวกันก็ได้ เป็นหลักฐานให้รู้ว่าสุนัขตัวนี้ไม่ใช่สุนัขธรรมดา แต่เป็นสุนัขศักดิ์สิทธิ์ มีพลังอำนาจพิเศษปกป้องคุ้มครองชุมชนเผ่าพันธ์ุ...
ทางจังหวัดอุดรมีการจัดประกวดภาพวาดของคุณทองโบราณเมื่อหลายปีที่ผ่านมาและนำภาพวาดที่ได้รับรางวัลมาต่อยอดเป็นโลโก้ให้กับแบรนด์สินค้าต่าง ๆ และสร้างตุ๊กตาคุณทองโบราณมาตั้งไว้ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในจังหวัดเพื่อให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปกัน ถ้าเพื่อน ๆ มาเที่ยวอุดรแล้ว มาถ่ายรูปกับคุณทองโบราณกันนะคะ ไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึงเมืองอุดรค่ะ

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ทุกคน  โพสต์นี้เป็นโพสต์แรกที่จะนำเสนอเรื่องราวของการถือกล้องท่องเที่ยวไปกับหญิงเหล็กนะคะ  ก่อนอื่นก็ข...
08/09/2022

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ทุกคน โพสต์นี้เป็นโพสต์แรกที่จะนำเสนอเรื่องราวของการถือกล้องท่องเที่ยวไปกับหญิงเหล็กนะคะ ก่อนอื่นก็ขอแนะนำตัวก่อนค่ะ ชื่อเอ๋นะคะซึ่งเพื่อน ๆ หลายคนอาจจะรู้จักคุ้นเคยกับเอ๋บ้างแล้ว วันนี้เอ๋จะพาเพื่อน ๆ ถือกล้องตัวเก่งไปถ่ายภาพที่พิพิธภัณฑ์เมืองอุดร วันนี้เอ๋ไม่พกนางแบบ นายแบบไปนะคะ ไปแบบไม่ง้อแบบเลย555 ซึ่งเอ๋ตั้งใจไปถ่ายเอาเฉพาะอาคารพิพิธภัณฑ์และห้องต่าง ๆ ที่อยู่ภายใน เป็นที่ทราบกันดีว่าอาคารพิพิธภัณฑ์เป็นอาคารเก่าแก่ของเมืองอุดร มีอายุเกือบร้อยปี เป็นสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล หลังคาทรงปั้นหยา เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 2463 โดยพระราชดำริของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หรือสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระองค์ทรงตั้งพระราชหฤทัยที่จะสร้างเป็นโรงเรียนสตรีประจำมณฑลอุดร แต่ทว่าพระองค์เสด็จสวรรคตเสียก่อน ในปี พ.ศ. 2462 จากนั้นผู้ที่มาสานโครงการนี้ต่อคือ พระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร (ศุข ดิษยบุตร) และคุณหญิงน้อม ดิษยบุตร ได้ชักชวนข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนในมณฑลบริจาคทรัพย์สร้างเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านและในหลวงรัชกาลที่ 6 ได้ทรงสละทรัพย์ส่วนพระองค์ร่วมสร้าง เมื่อแล้วเสร็จในปี 2468 จึงขอพระราชทานนามจากในหลวงรัชกาลที่ 6 พระองค์ท่านพระราชทานนามว่า "ราชินูทิศ"จากนั้นจึงใช้เป็นอาคารเรียนของโรงเรียน "สตรีราชินูทิศ" ตั้งแต่นั้นมา อืมม์...น่าสนใจมาก ถือซะว่าวันนี้เราจะไปถ่ายในรูปแบบเชิงสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในก็แล้วกัน มาค่ะ...เชิญถือกล้องตามมาเลย เราจะไปแบบชิล ๆ ถ้าเพื่อน ๆชอบใจก็กดไลค์ กดแชร์ กดติดตามกันเยอะ ๆ นะคะ แล้วเอ๋จะไปถ่ายรูปมาให้เพื่อน ๆ ได้ชมกันอีก ส่วนจะเป็นที่ใดนั้นโปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ

06/09/2022

สวัสดีค่ะเพจนี้เป็นเพจใหม่ของเอ๋นะคะรบกวนเพื่อน ๆ ช่วยกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ที่อยู่

344/33 หมู่ 14 ซอยประชาสันติ 12 ถ. นิตโย ต. หมากแข้ง
Udon Thani
41000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Holding A Travel Camera With Nita ถือกล้องท่องเที่ยวกับหญิงเหล็กผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์