At Here Co., Ltd. Travel Agent

At Here Co., Ltd. Travel Agent ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารเครื่องบิน At Here Co.,Ltd. Travel Agent.
311/7 Prajak Silpakhom Rd, T.Makkang, A.Muang, Udon Thani 41000

Reservations & Ticketing.

Open Monday - Saturday 10:00 - 20:00 O'clock
Tel : +66 42-244-305 : +66 42-212-285 Mobile : +66 86-458-2608
Fax : +66 42-343-681 Email : [email protected]

Thank you for choosing At Here Co.,Ltd.

คมนาคม หารือคลังฟื้นดิวตี้ฟรีขาเข้าสุวรรณภูมิ หลังยกเลิกไม่ตอบโจทย์นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึงการกลั...
19/08/2026

คมนาคม หารือคลังฟื้นดิวตี้ฟรีขาเข้าสุวรรณภูมิ หลังยกเลิกไม่ตอบโจทย์

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึงการกลับมาเปิดให้บริการร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) ขาเข้าว่า ขณะนี้ บมจ.ท่าอากาศยานไทย [AOT] หรือ ทอท.ส่งเรื่องให้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พิจารณา โดยจะไปติดตามรายละเอียด เพราะหากเห็นควรนำกลับมาก็ต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

เนื่องจากปัจจุบันเหตุผลและความจำเป็นแตกต่างจากเดิมที่มีมติให้ยกเลิกดิวตี้ฟรีขาเข้า เพราะมองว่าเพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยหันมาจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าในประเทศเพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบัน การจับจ่ายใช้สอยเปลี่ยนแปลงไปไม่ขึ้นอยู่กับว่าจะมีดิวตี้ฟรีขาเข้าหรือไม่ แต่การมีดิวตี้ฟรี ขาเข้า เพื่อให้มีร้านค้าร้านอาหารรวมถึงกิจกรรม สำหรับผู้โดยสารที่ไม่อยากเข้ามารอคิว ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จะได้มีกิจกรรมทำ เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายระหว่างรอคิวตม. ซึ่งดิวตี้ฟรี เป็นหนึ่งในกิจกรรม ที่หลายฝ่ายมองว่าควรมีบริการนักเดินทาง

นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด AOT กล่าวว่า จากมติครม. ที่ให้ยกเลิกดิวตี้ฟรี ขาเข้าทั้ง 6 สนามบินซึ่งทอท.ได้มีการศึกษาประเมินผล เบื้องต้นพบว่าไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่จะให้นักท่องเที่ยวหันมาจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าในประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงผลประโยชน์ทางรายได้ของประเทศ รายได้ของ AOT และด้านบริการของสนามบิน โดยได้เสนอข้อมูลต่อ สศค. ไปเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569

ทั้งนี้หากทางสศค.พิจารณาได้ข้อสรุปและเสนอครม.เรียบร้อย AOT จะเจรจากับ บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ในการจัดพื้นที่ดิวตี้ฟรี ขาเข้า และเจรจาเรื่องผลประโยชน์ตอบแทนในส่วนของพื้นที่ดังกล่าว แต่ทั้งนี้ จำนวนพื้นที่อาจจะไม่เท่าเดิม เพราะทางสุวรรณภูมิมีการนำพื้นที่บางส่วนไปใช้ประโยชน์เพื่อการบริการผู้โดยสารแล้ว

ด้านนายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) กล่าวว่า หลังจากยกเลิก ดิวตี้ฟรี ขาเข้า AOT ได้นำพื้นที่บางส่วนมาปรับปรุง และทำเคาน์เตอร์บริการต่างๆ สำหรับอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร เช่น เคาน์เตอร์บริการ กระเป๋าเสียหาย หรือสูญหาย (Baggage Service หรือจุด Lost & Found ) ของสายการบิน บริเวณหลังสายพานรับกระเป๋า 17 จุดที่เป็น จุดรับสินค้าขาเข้า (Duty Free Pick Up) เดิม นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่พักคอยสำหรับผู้โดยสาร Tranfer ภาพรวมใช้ไปแล้วประมาณ 70% ดังนั้นหากจะทำร้านค้าดิวตี้ฟรี ก็จะเหลือพื้นที่ไม่เท่าเดิม

*ปลดล็อกห้องสูบบุหรี่ในสนามบิน

นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ AOT ได้เสนอนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ช่วยผลักดัน เปิดให้บริการห้องสูบบุหรี่ภายในอาคารผู้โดยสาร ส่วนของผู้โดยสารขาออก เพื่อรองรับผู้โดยสารต่อเครื่อง แก้ปัญหาผู้โดยสารสูบบุหรี่ในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต เช่น ห้องน้ำ ซึ่งปัจจุบัน มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้ อาคารท่าอากาศยาน (สนามบิน) เป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด โดยห้ามจัดตั้งห้องสูบบุหรี่ภายในอาคารผู้โดยสาร เพื่อคุ้มครองสุขภาพของผู้เดินทาง

สนามบินสุวรรณภูมิ ดำเนินการจัดทำห้องสูบบุหรี่ภายในอาคารผู้โดยสาร โดยเริ่มที่โซนผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ รวม 3 จุด ซึ่งรองนายกฯศุภจี รับปาก หารือกับรมว.สาธารณสุข เพื่อประกาศกระทรวงฯ เพื่อให้ทันกับช่วงไฮซีซั่น

โดย คคฦ/รัชดา คงขุนเทียน

AOT, ดิวตี้ฟรี, ท่าอากาศยานไทย

https://www.infoquest.co.th/2026/633454

CAAT จ่อลงดาบ‘นกแอร์’ เทผู้โดยสาร-ขายตั๋วเกินที่นั่งตั๋วมี แต่ไม่ได้บิน! CAAT เร่งสอบกรณีผู้โดยสารถูกปฏิเสธการเดินทางจาก...
19/08/2026

CAAT จ่อลงดาบ‘นกแอร์’ เทผู้โดยสาร-ขายตั๋วเกินที่นั่ง

ตั๋วมี แต่ไม่ได้บิน! CAAT เร่งสอบกรณีผู้โดยสารถูกปฏิเสธการเดินทางจาก Overbooking ย้ำสายการบินต้องดูแลและชดเชยตาม กบร. 101

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ติดตามกรณี ที่มีการเผยแพร่ข่าวผู้โดยสาร 1 ราย ถูกปฏิเสธการรับขนเนื่องจากการจำหน่ายบัตรโดยสารเกินจำนวนที่นั่ง (Overbooking) ในเที่ยวบิน DD593 เส้นทางตรัง–กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) ของบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและการดำเนินการของสายการบินว่าได้ให้การดูแลผู้โดยสารตามสิทธิที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 101 ว่าด้วยมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารในเที่ยวบินแบบประจำภายในประเทศและระหว่างประเทศครบถ้วนหรือไม่

การจำหน่ายบัตรโดยสารเกินจำนวนที่นั่ง (Overbooking) เป็นรูปแบบการบริหารจัดการที่นั่งที่สายการบินอาจเปิดจำหน่ายบัตรโดยสารมากกว่าจำนวนที่นั่งที่มีอยู่ในเที่ยวบิน โดยอาศัยข้อมูลและสถิติของผู้โดยสารที่ไม่มาแสดงตนเพื่อเดินทาง (No-show) หรือมีการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินก่อนการเดินทางมาประกอบการบริหารจัดการ เนื่องจากในแต่ละเที่ยวบินอาจมีผู้โดยสารบางส่วนไม่มาเดินทางตามกำหนด อย่างไรก็ตาม หากเที่ยวบินนั้นมีผู้โดยสารมาแสดงตนเพื่อเดินทางครบหรือมากกว่าจำนวนที่นั่งที่สามารถให้บริการได้ อาจส่งผลให้ผู้โดยสารบางรายไม่สามารถเดินทางตามเที่ยวบินที่สำรองไว้

สำหรับการกำกับดูแลตามอำนาจหน้าที่ของCAAT เมื่อเกิดกรณีที่ผู้โดยสารถูกปฏิเสธการรับขน เนื่องจาก Overbooking

ข้อบังคับ กบร.101 กำหนดมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารและหน้าที่ของสายการบินไว้ชัดเจน โดยสายการบินต้องดำเนินการ ขออาสาสมัครสละที่นั่งก่อน เพื่อแลกกับประโยชน์หรือเงื่อนไขที่ผู้โดยสารและสายการบินตกลงร่วมกันหากไม่มีผู้โดยสารสมัครใจสละที่นั่ง และสายการบินปฏิเสธการรับขน ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบมีสิทธิได้รับการดูแลจากสายการบิน ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่มตามความเหมาะสม การอำนวยความสะดวกด้านการติดต่อสื่อสาร รวมถึงที่พักและการเดินทางระหว่างสนามบินกับที่พักในกรณีที่จำเป็นต้องพักค้างคืน

ขณะเดียวกัน สายการบินต้องเสนอทางเลือกให้ผู้โดยสารเลือกระหว่างการรับเงินค่าโดยสารคืนหรือเก็บเป็นวงเงินเครดิต การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินโดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือการเดินทางโดยการขนส่งทางอื่น เช่น รถโดยสารหรือรถไฟ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมทั้งชำระค่าชดเชยจำนวน 1,500 บาท สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ

CAAT ย้ำว่า มาตรการตามข้อบังคับ กบร. 101 เป็นการกำหนดสิทธิขั้นต่ำที่ผู้โดยสาร ต้องได้รับเมื่อถูกปฏิเสธการรับขน เพื่อให้สายการบินมีแนวทางดูแลและเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม โดยการได้รับการดูแลหรือค่าชดเชยตามข้อบังคับดังกล่าว ไม่เป็นการตัดสิทธิของผู้โดยสารในการใช้สิทธิหรือเรียกร้องค่าเสียหายตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ CAAT จะตรวจสอบเที่ยวบิน DD593 ด้วยว่า สายการบินได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด ตั้งแต่การขออาสาสมัครสละที่นั่ง,การแจ้งสิทธิและเสนอทางเลือกแก่ผู้โดยสาร,การให้ความช่วยเหลือ ,การชำระค่าชดเชยตามข้อบังคับ กบร.101 ครบถ้วนหรือไม่ และจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

CAAT แนะนำให้ผู้โดยสาร มาแสดงตนและเช็กอินภายในระยะเวลาที่สายการบินกำหนด เพื่อให้สามารถใช้สิทธิในการเดินทางได้ตามเงื่อนไขของบัตรโดยสาร หากผู้โดยสารถูกปฏิเสธการรับขน เนื่องจาก Overbooking และไม่ได้รับการดูแลหรือค่าชดเชยตามสิทธิที่กำหนด ยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านระบบรับเรื่องร้องเรียนของ CAAT ที่ https://complaint.caat.or.th เพื่อให้ CAAT ตรวจสอบและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

https://mgronline.com/news1/detail/9690000081288

CAAT สอบปม”นกแอร์”ขายตั๋วเกินที่นั่ง หากปฎิเสธผู้โดยสารสายการบินต้องชดเชยตามระเบียบCAAT ตรวจสอบกรณีผู้โดยสารถูก”สายการบิ...
19/08/2026

CAAT สอบปม”นกแอร์”ขายตั๋วเกินที่นั่ง หากปฎิเสธผู้โดยสารสายการบินต้องชดเชยตามระเบียบ

CAAT ตรวจสอบกรณีผู้โดยสารถูก”สายการบินนกแอร์” ปฏิเสธการเดินทางจาก Overbooking ย้ำสายการบินต้องดูแลและชดเชยตาม กบร. 101 ย้ำเที่ยวบิน DD593 สายการบินได้ดำเนินการตามขั้นตอนให้ความช่วยเหลือจ่ายชดเชยแล้ว

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือ กพท. เปิดเผยว่า จากกรณีมีการเผยแพร่ข่าวผู้โดยสาร 1 ราย ถูกปฏิเสธการรับขนเนื่องจากการจำหน่ายบัตรโดยสารเกินจำนวนที่นั่ง (Overbooking) ในเที่ยวบิน DD593 เส้นทางตรัง–กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) ของบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 นั้น CAAT ได้ติดตามกรณีดังกล่าว และอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและการดำเนินการของสายการบินว่าได้ให้การดูแลผู้โดยสารตามสิทธิที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 101 ว่าด้วยมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารในเที่ยวบินแบบประจำภายในประเทศและระหว่างประเทศครบถ้วนหรือไม่

ทั้งนี้การจำหน่ายบัตรโดยสารเกินจำนวนที่นั่ง (Overbooking) เป็นรูปแบบการบริหารจัดการที่นั่งที่สายการบินอาจเปิดจำหน่ายบัตรโดยสารมากกว่าจำนวนที่นั่งที่มีอยู่ในเที่ยวบิน โดยอาศัยข้อมูลและสถิติของผู้โดยสารที่ไม่มาแสดงตนเพื่อเดินทาง (No-show) หรือมีการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินก่อนการเดินทางมาประกอบการบริหารจัดการ เนื่องจากในแต่ละเที่ยวบินอาจมีผู้โดยสารบางส่วนไม่มาเดินทางตามกำหนด อย่างไรก็ตาม หากเที่ยวบินนั้นมีผู้โดยสารมาแสดงตนเพื่อเดินทางครบหรือมากกว่าจำนวนที่นั่งที่สามารถให้บริการได้ อาจส่งผลให้ผู้โดยสารบางรายไม่สามารถเดินทางตามเที่ยวบินที่สำรองไว้

สำหรับการกำกับดูแลในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ CAAT เมื่อเกิดกรณีที่ผู้โดยสารถูกปฏิเสธการรับขนเนื่องจาก Overbooking ข้อบังคับ กบร. 101 ได้กำหนดมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารและหน้าที่ของสายการบินไว้อย่างชัดเจน โดยสายการบินต้องดำเนินการขออาสาสมัครสละที่นั่งก่อน เพื่อแลกกับประโยชน์หรือเงื่อนไขที่ผู้โดยสารและสายการบินตกลงร่วมกัน
หากไม่มีผู้โดยสารสมัครใจสละที่นั่งและสายการบินปฏิเสธการรับขน ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบมีสิทธิได้รับการดูแลจากสายการบิน ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่มตามความเหมาะสม การอำนวยความสะดวกด้านการติดต่อสื่อสาร รวมถึงที่พักและการเดินทางระหว่างสนามบินกับที่พักในกรณีที่จำเป็นต้องพักค้างคืน

ขณะเดียวกัน สายการบินต้องเสนอทางเลือกให้ผู้โดยสารเลือกระหว่างการรับเงินค่าโดยสารคืนหรือเก็บเป็นวงเงินเครดิต การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินโดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือการเดินทางโดยการขนส่งทางอื่น เช่น รถโดยสารหรือรถไฟ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมทั้งชำระค่าชดเชยจำนวน 1,500 บาท สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ

CAAT ย้ำว่า มาตรการตามข้อบังคับ กบร. 101 เป็นการกำหนดสิทธิขั้นต่ำที่ผู้โดยสารจะต้องได้รับเมื่อถูกปฏิเสธการรับขน เพื่อให้สายการบินมีแนวทางในการดูแลและเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม โดยการได้รับการดูแลหรือค่าชดเชยตามข้อบังคับดังกล่าว ไม่เป็นการตัดสิทธิของผู้โดยสารในการใช้สิทธิหรือเรียกร้องค่าเสียหายตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

สำหรับกรณีเที่ยวบิน DD593 CAAT จะตรวจสอบว่าสายการบินได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด ตั้งแต่การขออาสาสมัครสละที่นั่ง การแจ้งสิทธิและเสนอทางเลือกแก่ผู้โดยสาร การให้ความช่วยเหลือ ตลอดจนการชำระค่าชดเชยตามข้อบังคับ กบร. 101 ครบถ้วนหรือไม่ และจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ CAAT ขอแนะนำให้ผู้โดยสารมาแสดงตนและเช็กอินภายในระยะเวลาที่สายการบินกำหนด เพื่อให้สามารถใช้สิทธิในการเดินทางได้ตามเงื่อนไขของบัตรโดยสาร หากผู้โดยสารถูกปฏิเสธการรับขนเนื่องจาก Overbooking และไม่ได้รับการดูแลหรือค่าชดเชยตามสิทธิที่กำหนด สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนผ่าน ระบบรับเรื่องร้องเรียนของ CAAT ที่ https://complaint.caat.or.th เพื่อให้ CAAT ตรวจสอบและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

https://mgronline.com/business/detail/9690000081322

CAAV แจงเวียดนามแอร์ไลน์สบินวนกลับสนามบินมิวนิก เหตุสัญญาณแจ้งหางเครื่องบินฟาดรันเวย์-ลมยางต่ำรอยเตอร์ - หน่วยงานด้านการ...
19/08/2026

CAAV แจงเวียดนามแอร์ไลน์สบินวนกลับสนามบินมิวนิก เหตุสัญญาณแจ้งหางเครื่องบินฟาดรันเวย์-ลมยางต่ำ

รอยเตอร์ - หน่วยงานด้านการบินของเวียดนามระบุว่าสัญญาณเตือนเรื่องหากเครื่องบินกระแทกพื้นรันเวย์และแรงดันลมยางต่ำที่ดังขึ้นไม่นานหลังจากเครื่องบินโบอิ้ง 787 ของสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ส ขึ้นบินจากมิวนิกเมื่อวันอาทิตย์ ทำให้เครื่องบินต้องบินกลับสนามบินเยอรมันในช่วงสุดสัปดาห์

เครื่องบินที่มุ่งหน้าไปยังฮานอย ได้บินวนอยู่นาน 2 ชั่วโมงเพื่อเผาเชื้อเพลิงก่อนที่จะบินกลับมิวนิก หลังจากมีรายงานว่าเครื่องบินวิ่งเลยรันเวย์ระหว่างการขึ้นบิน ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน Flightradar24

“หลังจากขึ้นบินแล้ว สัญญาณเตือนดังขึ้นที่บ่งชี้ว่าหางเครื่องบินสัมผัสกับรันเวย์ และมีสัญญาณเตือนแรงดันลมยางต่ำ” สำนักงานการบินพลเรือนแห่งเวียดนาม (CAAV) ระบุในคำแถลง

ก่อนหน้านี้ สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์สระบุว่า เที่ยวบินดังกล่าวบินกลับเนื่องจากปัญหาทางเทคนิค และสายการบินกล่าวว่าผู้โดยสาร 271 คน และลูกเรือ 16 คน ปลอดภัยทั้งหมด

สนามบินมิวนิกกล่าวว่าเครื่องบินไม่สามารถเคลื่อนตัวออกจากรันเวย์ด้านเหนือได้ด้วยตัวเอง หลังจากลงจอด และยังคงติดอยู่ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของสนามบิน

“สำนักงานการบินพลเรือนแห่งเวียดนามกำลังประสานงานกับหน่วยงานสอบสวนของเยอรมนีเพื่อประสานความพยายามและขอข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์และกระบวนการสอบสวนโดยเร็ว” สำนักงานการบินพลเรือนแห่งเวียดนาม ระบุ

หน่วยงานของเยอรมนีกำลังดำเนินการสอบสวนภายใต้กฎการบินระหว่างประเทศ ตามการระบุของ CAAV และว่าสภาสอบสวนอุบัติการณ์และอุบัติเหตุอากาศยานร้ายแรงของเวียดนามจะให้ความช่วยเหลือในการสอบสวน

สื่อของรัฐบาลเวียดนามรายงานว่า สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์สได้จัดหาการเดินทางทางเลือกสำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบในเที่ยวบินของตนเองและบริการต่างๆ ที่ดำเนินการโดยสายการบินอื่นๆ ขณะเดียวกันก็ได้จัดหาที่พัก อาหาร และการขนส่งภาคพื้นดินสำหรับผู้ที่รอเที่ยวบินทดแทน.

https://mgronline.com/indochina/detail/9690000081196

สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ จัดโปรโมชันพิเศษ " สุขทุกวัน " ลด 25% สำหรับเส้นทางบินภายในประเทศ เฉพาะจองที่สนามบินเท่านั้นสาย...
18/08/2026

สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ จัดโปรโมชันพิเศษ " สุขทุกวัน " ลด 25% สำหรับเส้นทางบินภายในประเทศ เฉพาะจองที่สนามบินเท่านั้น

สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ จัดโปรโมชันพิเศษ " สุขทุกวัน " ลดพิเศษ 25% สำหรับเส้นทางบินภายในประเทศเพื่อตอบสนองความต้องการในการเดินทางและมอบความคุ้มค่าให้แก่ผู้โดยสาร โดยโปรโมชันนี้เฉพาะผู้ที่ทำการสำรองที่นั่ง ณ เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรโดยสารที่สนามบินเท่านั้น สามารถสำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2569 - 23 สิงหาคม 2569 และเริ่มเดินทางตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2569 - 31 มีนาคม 2570

ทั้งนี้โปรโมชันพิเศษมีจำนวนจำกัด และอาจไม่มีให้บริการในบางเที่ยวบินในประเทศ และบางช่วงของวันหยุดยาว ทั้งนี้ราคาบัตรโดยสารรวมค่าภาษีสนามบิน, ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง, ค่าธรรมเนียมออกบัตรโดยสาร และไม่รวมค่าบริการเสริม โดยมีเงื่อนไขเป็นไปตามที่สายการบินกำหนด

โดยสายการบินฯมีเส้นทางบินในประเทศบินตรงจากดอนเมืองไปยังจังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย, พิษณุโลก, อุบลราชธานี, อุดรธานี, ขอนแก่น, นครพนม, สุราษฎร์ธานี, กระบี่, ภูเก็ต, หาดใหญ่, ตรัง, นครศรีธรรมราช และมีเส้นทางบินฯข้ามภูมิภาคในประเทศ 3 เส้นทางได้แก่ อุดรธานี - หาดใหญ่, อู่ตะเภา- เชียงใหม่ และอู่ตะเภา - อุดรธานี

ผู้โดยสารสามารถสำรองบัตรโดยสารและซื้อบริการพิเศษเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.lionairthai.com หรือศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ Contact Center Line Official Account: และโทร 02-529-9999 โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในการจองและตัดบัตร และยังสามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของสายการบิน ฯ ได้ที่ www.facebook.com/Thailionair

https://www.ryt9.com/s/prg/12837375

ผลตรวจสารเสพติดนักบิน Malaysia Airlines ผ่านฉลุย เตรียมตรวจลูกเรือต่อ เซ่นปมนักบินถูกรวบซุกยาอี 26 กก. เข้าจาการ์ตากลุ่ม...
18/08/2026

ผลตรวจสารเสพติดนักบิน Malaysia Airlines ผ่านฉลุย เตรียมตรวจลูกเรือต่อ เซ่นปมนักบินถูกรวบซุกยาอี 26 กก. เข้าจาการ์ตา

กลุ่มบริษัท มาเลเซีย เอวิเอชัน กรุ๊ป (MAG) บริษัทแม่ผู้บริหารสายการบินแห่งชาติ มาเลเซีย แอร์ไลน์ (Malaysia Airlines) แถลงในวันนี้ (17 ส.ค.) ว่า ผลการตรวจคัดกรองสารเสพติดนักบินประจำการทั้งหมดปรากฏผลเป็นลบ ไม่พบสารเสพติดในร่างกายแม้แต่รายเดียว พร้อมระบุว่าทางกลุ่มบริษัทเตรียมเดินหน้าตรวจหาสารเสพติดในกลุ่มพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินในลำดับถัดไป โดยการตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวดนี้มีขึ้นภายหลังเกิดเหตุนักบินของสายการบินถูกทางการอินโดนีเซียจับกุมในข้อหาลักลอบค้ายาเสพติด

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา นักบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ รายหนึ่ง ซึ่งเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ถูกเจ้าหน้าที่อินโดนีเซียควบคุมตัว ณ กรุงจาการ์ตา เนื่องจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบยาอี (M**A) ซึ่งเป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทาง คิดเป็นน้ำหนักถึง 26 กิโลกรัม อีกทั้งผลการตรวจปัสสาวะยังระบุว่านักบินผู้นี้เสพและอยู่ภายใต้ฤทธิ์ของสารโคเคนและเมทแอมเฟตามีน

กลุ่มบริษัท MAG ระบุในแถลงการณ์ว่า เมื่อผลการตรวจคัดกรองนักบินทั้งหมดไม่พบสารต้องห้าม บริษัทจะเดินหน้าสู่ระยะที่สองของโครงการ ซึ่งจะครอบคลุมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของมาเลเซีย แอร์ไลน์ จำนวนราว 2,840 คน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม และคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 3 กันยายนนี้

ทั้งนี้ นอกจากสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์แล้ว กลุ่มบริษัท MAG ซึ่งเป็นผู้บริหารสายการบินเส้นทางระยะใกล้ ไฟร์ฟลาย (Firefly) และสายการบิน อามัล (Amal) ซึ่งให้บริการเที่ยวบินแสวงบุญฮัจญ์ ยังได้ดำเนินการตรวจคัดกรองนักบิน 158 คน และพนักงานต้อนรับ 163 คนของสายการบินไฟร์ฟลายไปแล้วเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ซึ่งผลการตรวจทั้งหมดจนถึงปัจจุบันล้วนเป็นลบเช่นเดียวกัน ทั้งยังคาดหมายว่าการตรวจคัดกรองนักบินและลูกเรือที่เหลือทั้งหมดของไฟร์ฟลายจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ตามกำหนดภายในวันที่ 25 สิงหาคมนี้

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปนัยดา ปัทมโกวิท

https://www.ryt9.com/s/iq/12837604

แก้คอขวดขาเข้า สุวรรณภูมิ จ่อเพิ่ม Auto Gate เป็น 33 สัญชาติสนามบินสุวรรณภูมิ เร่งแก้ปัญหาความแออัด เตรียมเพิ่ม Auto Gat...
18/08/2026

แก้คอขวดขาเข้า สุวรรณภูมิ จ่อเพิ่ม Auto Gate เป็น 33 สัญชาติ

สนามบินสุวรรณภูมิ เร่งแก้ปัญหาความแออัด เตรียมเพิ่ม Auto Gate อีก 31 สัญชาติ รวมเป็น 33 สัญชาติ ลดเวลารอคิว คาดเริ่มทันไฮซีซั่นปีนี้ พร้อมเปิดพิมพ์เขียวพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ ดันสุวรรณภูมิ สู่ Aviation Hub

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(ทสภ.) เป็นประตูแรกในการต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยในปี 2568 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีผู้โดยสาร 62.90 ล้านคน และมีเที่ยวบิน 370,823 เที่ยวบิน และในปี 2569 คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผู้โดยสาร 61.85 ล้านคน และมีเที่ยวบิน 368,959 เที่ยวบิน

2 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ ร่วมคณะนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงตรวจราชการเพื่อยกระดับศักยภาพระบบคมนาคม ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาการให้บริการและลดความแออัดของผู้โดยสาร การลดระยะเวลากระบวนการการตรวจคนเข้าเมือง ให้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งแผนระยะกลาง-ระยะยาว เพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว

สำหรับการแก้ปัญหาความแออัดและอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร กระทรวงคมนาคม จะเร่งดำเนินการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร ทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่ง ทอท. มีแผนดำเนินโครงการเพิ่มพื้นที่เช็กอินสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเป็นหมู่คณะ และผู้โดยสารที่มาถึงสนามบินล่วงหน้า ขนาดพื้นที่ประมาณ 2,250 ตารางเมตร โดยสามารถรองรับที่นั่งผู้โดยสารประมาณ 610 ที่นั่ง พร้อม CUSS Kiosk 18 จุด และเคาน์เตอร์เช็กอิน 8 จุด รวมทั้งพื้นที่สำหรับ Repack กระเป๋า จุดประชาสัมพันธ์ จุดรักษาความปลอดภัย ร้านค้า จุดคืนภาษี จุดเติมน้ำดื่ม จุดชาร์จ และห้องสูบบุหรี่ เป็นต้น ซึ่งเป็นการยกระดับการให้บริการและเพิ่มความสะดวกสบายแก่นักท่องเที่ยว จะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจ และมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผู้บังคับการกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 กล่าวว่า ตม.เตรียมขยาย Auto Gate ขาเข้าสำหรับชาวต่างชาติจากกลุ่มเดิม เป็น 33 สัญชาติ จากปัจจุบันที่รองรับบุคคลสัญชาติไทย สิงคโปร์ และฮ่องกง โดยคัดจาก Henley Passport Index สถิติการปฏิเสธเข้าเมืองต่ำ และความเสี่ยงด้านความมั่นคงน้อย คาดเริ่มทันไฮซีซั่นปีนี้แน่นอน

ปัจจุบันช่วงโลว์ซีซั่น สุวรรณภูมิมีผู้โดยสารขาเข้าเฉลี่ย 70,000-75,000 คนต่อวัน ช่วงพีก 14.00-17.00 น.มีผู้โดยสารเข้า ตม. 5,000-6,000 คนต่อชั่วโมง ส่วนไฮซีซั่นอาจเพิ่มเป็น 85,000-100,000 คนต่อวัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ จัดกำลังเต็มทุกช่องตรวจในช่วงหนาแน่น

สำหรับช่อง Auto Gate ใช้เวลาตรวจเฉลี่ย 24-30 วินาทีต่อคน หากไม่มีประเด็นด้านความมั่นคง โดยเมื่อระบบพร้อมเต็มที่คาดว่าจะช่วยให้ผู้โดยสารขาเข้าราว 50% ใช้ช่องอัตโนมัติได้ ขณะที่กลุ่มที่ต้องตรวจละเอียดจะยังผ่านเจ้าหน้าที่ตามมาตรฐานความมั่นคง

ส่วนความคืบหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ ทสภ. เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการภาคพื้นและการขนส่งสินค้าทางอากาศ โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ที่เพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 70 ล้านคนต่อปี มีระยะเวลาก่อสร้าง ปี 2570 – 2574 ในส่วนของการขยายศักยภาพด้านทิศใต้ของท่าอากาศยาน จะมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารทิศใต้ (South Terminal) ที่จะสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านคนต่อปี ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างระหว่างปี 2572 - 2578 ด้านการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 4 (4th Runway) ตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานในระยะที่ 2 จะเพิ่มขีดความสามารถรองรับเที่ยวบินเป็น 120 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ซึ่งคาดว่าเปิดใช้งานปี 2583

ทางด้าน บม.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) มีแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบท่าอากาศยานของ ทอท. ด้วยการเปิดโอกาสให้เอกชนมาร่วมลงทุนเพื่อต่อยอดรายได้ระยะยาว ซึ่งจากการจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาการพัฒนา ทสภ. สู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) โดยผลการศึกษาภาคเอกชนให้ความสนใจในการเข้ามาร่วมพัฒนาพื้นที่รอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิบนพื้นที่แปลงที่ดิน Airport Business (A37) ที่มีเนื้อที่ประมาณ 548 ไร่ หรือ 876,800 ตารรางเมตร ในรูปแบบการเช่า เพื่อสร้างโรงแรมระดับ Upscale และ Midscale รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว

สำหรับแปลงศูนย์บริการและสนับสนุนกิจการ ทสภ.นั้น มีเอกชนซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจ ด้านการขนส่งทางอากาศ ด้านโลจิสติกส์และบริหารจัดการคลังสินค้า แสดงความประสงค์เข้าลงทุนพัฒนาโครงการขนาดใหญ่

ทอท. วางผังการประโยชน์พื้นที่ว่างเปล่าบริเวณรอบท่าอากาศยานมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว โดยทางทิศใต้จะถูกพัฒนาเป็นศูนย์กลางกิจกรรมสนับสนุนท่าอากาศยานและการขนส่งทางอากาศ ประกอบด้วย ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ขนาดพื้นที่ 420,800 ตารางเมตร คลังสินค้า (Cargo Terminal) ขนาดพื้นที่ 280,000 ตารางเมตร กิจกรรมสนับสนุน ขนาดพื้นที่ 539,200 ตารางเมตร ซึ่งรวมพื้นที่ครัวการบิน (In-Fight Catering) ขนาดพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร และโรงแรมสนามบิน (Airport Hotel)

“ภายหลังการลงพื้นที่ครั้งนี้ จะมีผู้รับผิดชอบ กรอบเวลา และผลลัพธ์ชัดเจน เรื่องใดทำได้ทันทีต้องเร่งทำ เรื่องใดต้องใช้โครงสร้างหรืองบประมาณต้องนำกลับไปวางแผนในระดับรัฐบาล เพื่อให้สุวรรณภูมิเป็นประตูประเทศที่สร้างความประทับใจ และรองรับ Visitor Economy ได้จริง”

https://mgronline.com/news1/detail/9690000081036

"ศุภมาส" ลุยรักษาสิทธิผู้โดยสาร! สั่ง สคบ. สอบปมขายตั๋วเกินที่นั่ง ดันคุมสัญญาบริการสายการบินทั้งระบบวันนี้ (17 ส.ค.)นาง...
18/08/2026

"ศุภมาส" ลุยรักษาสิทธิผู้โดยสาร! สั่ง สคบ. สอบปมขายตั๋วเกินที่นั่ง ดันคุมสัญญาบริการสายการบินทั้งระบบ

วันนี้ (17 ส.ค.)นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีผู้โดยสารร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ได้จองบัตรโดยสารเที่ยวบินภายในประเทศล่วงหน้า พร้อมเลือกที่นั่งและชำระค่าบริการอาหารบนเครื่องไว้เรียบร้อย แต่เมื่อถึงวันเดินทางกลับไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ จนต้องซื้อบัตรโดยสารของสายการบินอื่นด้วยตนเอง โดยได้มอบหมาย นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ติดตามกรณีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ซึ่งเลขาธิการ สคบ. ได้มอบหมายกองคุ้มครองผู้บริโภค 1 เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วันแรกที่ปรากฏเป็นข่าว

การติดตามกรณีดังกล่าวเป็นการสานต่อนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าใช้จ่ายและดูแลสิทธิของประชาชน โดยกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลไม่ให้ผู้บริโภคต้องแบกรับความเสียหายจากการให้บริการที่ไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ นางสาวศุภมาสจึงกำหนดให้การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในธุรกิจบริการที่มีการชำระเงินล่วงหน้าเป็นภารกิจเชิงรุกของ สคบ. พร้อมสั่งการให้ตรวจสอบทั้งเงื่อนไขสัญญา การโฆษณา และการให้บริการควบคู่กันไป เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำกับผู้บริโภครายอื่น

สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบ กองคุ้มครองผู้บริโภค 1 ได้ประสานสายการบินที่ถูกร้องเรียน โดยสายการบินชี้แจงว่า เที่ยวบินดังกล่าวมีจำนวนการจอง 191 ราย ขณะที่มีที่นั่ง 189 ที่นั่ง ผู้ร้องมาแสดงตนเช็กอินภายในกรอบเวลาที่กำหนดและเป็นรายสุดท้าย จึงถูกปฏิเสธการรับขน โดยสายการบินระบุว่าได้หาผู้โดยสารที่สมัครใจสละที่นั่งแล้วแต่ไม่มีผู้ประสงค์ และได้เสนอเงินชดเชย 1,500 บาท เปลี่ยนเที่ยวบินให้ใหม่ พร้อมมอบคูปองอาหาร แต่ผู้ร้องไม่รับข้อเสนอและเลือกซื้อบัตรโดยสารของสายการบินอื่นเอง

“ตั๋วเครื่องบิน 1 ใบ คือสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ เมื่อผู้บริโภคชำระเงิน เลือกที่นั่ง และจ่ายค่าบริการเพิ่มเติมแล้ว สิ่งที่ผู้บริโภคคาดหวังคือการได้รับบริการตามที่ตกลงกันไว้ ไม่ใช่ต้องมารับภาระเพิ่มเติมในวันเดินทาง ดิฉันไม่สบายใจที่ผู้บริโภคดำเนินการทุกอย่างถูกต้องมาตั้งแต่ต้น แต่สุดท้ายต้องควักเงินซื้อตั๋วใหม่เอง การบริหารจัดการที่นั่งเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องบริหารจัดการให้รอบคอบ ความเสี่ยงจึงไม่ควรถูกผลักมาให้ผู้โดยสารเป็นฝ่ายรับภาระเพียงฝ่ายเดียว” นางสาวศุภมาสกล่าว

นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สั่งการให้ สคบ. ขยายผลจากกรณีดังกล่าวไปสู่การตรวจสอบเชิงระบบ ทั้งเงื่อนไขสัญญาการซื้อบัตรโดยสาร การคิดค่าบริการเสริม เช่น การเลือกที่นั่งและการสั่งอาหารล่วงหน้าที่ผู้บริโภคชำระเงินแล้วแต่ไม่ได้รับบริการ รวมถึงข้อความโฆษณาที่อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าที่นั่งได้รับการยืนยันแล้ว พร้อมให้ศึกษาแนวทางกำหนดให้ธุรกิจสายการบินเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อวางมาตรฐานเงื่อนไขที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ขณะที่ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. กล่าวว่า กรณีถูกปฏิเสธการรับขนจากการขายเกินจำนวนที่นั่ง ผู้โดยสารมีสิทธิได้รับการดูแลตามข้อบังคับฯ ฉบับที่ 101 ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม การติดต่อสื่อสาร ที่พักพร้อมรถรับส่งกรณีต้องค้างคืน สิทธิเลือกแนวทางเดินทางทดแทน และเงินชดเชย 1,500 บาท สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ โดยได้สั่งการให้กองคุ้มครองผู้บริโภค 1 ทำงานร่วมกับ กพท. เพื่อพิจารณาให้ครบทั้งสิทธิของผู้โดยสารตามข้อบังคับและความเป็นธรรมของเงื่อนไขสัญญา

“ดิฉันขอย้ำว่า แม้การขายบัตรโดยสารเกินจำนวนที่นั่งอาจเป็นแนวปฏิบัติที่มีอยู่ในธุรกิจการบิน แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ผู้ประกอบธุรกิจต้องดูแลและรับผิดชอบผู้โดยสารอย่างเหมาะสม ไม่ใช่เพียงจ่ายเงินชดเชยแล้วให้ผู้โดยสารไปแก้ปัญหาด้วยตัวเอง สิ่งที่ สคบ. กำลังทำจึงไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะราย แต่จะขยายผลไปดูมาตรฐานและเงื่อนไขการให้บริการของธุรกิจสายการบินทั้งระบบ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมและเกิดมาตรฐานที่ชัดเจนในอนาคต”

“สำหรับพี่น้องประชาชนที่พบเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน ขอให้เก็บหลักฐานไว้ให้ครบ ทั้งหมายเลขการจอง บัตรโดยสาร หลักฐานการชำระเงินค่าบริการเสริม และเอกสารที่สายการบินออกให้ที่สนามบิน แล้วร้องเรียนเข้ามาได้ทันทีที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด รวมถึงร้องเรียนสิทธิผู้โดยสารต่อสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ดิฉันจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรม”

https://mgronline.com/politics/detail/9690000080989

“คมนาคม”จ่อเจรจาคลัง พิจารณาเปิดดิวตี้ฟรีขาเข้า หลังยกเลิก แต่ยอดใช้จ่ายในประเทศไม่เข้าเป้า“สิริพงศ์” ชี้เหตุพิจารณาเปิด...
18/08/2026

“คมนาคม”จ่อเจรจาคลัง พิจารณาเปิดดิวตี้ฟรีขาเข้า หลังยกเลิก แต่ยอดใช้จ่ายในประเทศไม่เข้าเป้า

“สิริพงศ์” ชี้เหตุพิจารณาเปิดดิวตี้ฟรีขาเข้า เป็นแนวทางแก้แออัด สุวรรณภูมิ ร้านค้าช่วยสร้างกิจกรรมให้ผู้โดยสารระหว่างรอคิว ตม. เร่งหารือ คลัง ชงครม.ด้าน ทอท.เผยยกเลิกแต่ผลไม่เป็นไปตามเป้า พร้อมเจรจา”คิงเพาเวอร์”จัดสรรพื้นที่-ส่วนแบ่งรายได้เพิ่ม

วันนี้ (17 สิงหาคม 2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมคณะนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงตรวจราชการเพื่อยกระดับศักยภาพระบบคมนาคม ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

นายสิริพงศ์กล่าวถึงการกลับมาเปิดให้บริการร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) ขาเข้า ว่า ขณะนี้ ทอท.ส่งเรื่องให้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พิจารณา โดยจะไปติดตามรายละเอียด เพราะหากเห็นควรนำกลับมา ก็ต้องเสนอครม.ต่อไป เนื่องจากปัจจุบันเหตุผลและความจำเป็นแตกต่างจากเดิมที่มีมติให้ยกเลิกอยู่ที่ฟรีขาเข้า เพราะมองว่า เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยหันมาจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าในประเทศเพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบัน พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยเปลี่ยนแปลงไปไม่ขึ้นอยู่กับว่าจะมีอยู่ที่ดิวตี้ฟรีขาเข้าหรือไม่

แต่เหตุผลที่เห็นว่าควรมีดิวตี้ฟรี ขาเข้า เพื่อให้มีร้านค้าร้านอาหารรวมถึงกิจกรรม สำหรับผู้โดยสารที่ไม่อยากเข้ามารอคิว ตม. จะได้มีกิจกรรมทำ เพื่อ ให้รู้สึกผ่อนคลายระหว่างรอคิวตม. ซึ่งดิวตี้ฟรี เป็นหนึ่งในกิจกรรม ที่หลายฝ่ายมองว่าควรมีบริการนักเดินทาง

@ทอท.พร้อมเจรจาคิงเพาเวอร์ แบ่งผลตอบแทนเพิ่ม

นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด ทอท.กล่าวว่า จากมติครม. ที่ให้ยกเลิกดิวตี้ฟรี ขาเข้าทั้ง 6 สนามบินซึ่งทอท.ได้มีการศึกษาประเมินผล เบื้องต้นพบว่าไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่จะให้นักท่องเที่ยวหันมาจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าในประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงผลประโยชน์ทางรายได้ของประเทศ รายได้ของ ทอท. และด้านบริการของสนามบิน โดยได้เสนอข้อมูลต่อ สศค. ไปเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569

ทั้งนี้หากทางสศค.พิจารณาได้ข้อสรุปและเสนอครม.เรียบร้อย ทอท.จะเจรากับ บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ในการจัดพื้นที่ดิวตี้ฟรี ขาเข้า และเจรจาเรื่องผลประโยชน์ตอบแทนในส่วนของพื้นที่ดังกล่าว แต่ทั้งนี้ จำนวนพื้นที่อาจจะไม่เท่าเดิม เพราะทางสุวรรณภูมิมีการนำพื้นที่บางส่วนไปใช้ประโยชน์เพื่อการบริการผู้โดยสารแล้ว

ด้านนายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) กล่าวว่า หลังจากยกเลิก ดิวตี้ฟรี ขาเข้า ทอท.ได้นำพื้นที่บางส่วนมาปรับปรุง และทำเคาน์เตอร์บริการต่างๆ สำหรับอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร เช่น เคาน์เตอร์บริการ กระเป๋าเสียหาย หรือสูญหาย (Baggage Service หรือจุด Lost & Found ) ของสายการบิน บริเวณหลังสายพานรับกระเป๋า 17 จุดที่เป็น จุดรับสินค้าขาเข้า(Duty Free Pick Up) เดิม นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่พักคอยสำหรับผู้โดยสาร Tranfer ภาพรวมใช้ไปแล้วประมาณ 70% ดังนั้นหากจะทำร้านค้าดิวตี้ฟรี ก็จะเหลือพื้นที่ไม่เท่าเดิม

@ชง”ศุภจี “หารือ สธ.ประกาศปลดล็อกห้องสูบบุหรี่ในสนามบิน

นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ทอท.ได้เสนอนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ช่วยผลักดัน เปิดให้บริการห้องสูบบุหรี่ภายในอาคารผู้โดยสาร ส่วนของผู้โดยสารขาออก เพื่อรองรับผู้โดยสารต่อเครื่อง แก้ปัญหาผู้โดยสารสูบบุหรี่ในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต เช่น ห้องน้ำ ซึ่งปัจจุบัน มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้ อาคารท่าอากาศยาน (สนามบิน) เป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด โดยห้ามจัดตั้งห้องสูบบุหรี่ภายในอาคารผู้โดยสาร เพื่อคุ้มครองสุขภาพของผู้เดินทาง

สนามบินสุวรรณภูมิ ดำเนินการจัดทำห้องสูบบุหรี่ภายในอาคารผู้โดยสาร โดยเริ่มที่โซนผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ รวม 3 จุด ซึ่งรองนายกฯศุภจี รับปาก หารือกับรมว.สาธารณสุข เพื่อประกาศกระทรวงฯ เพื่อให้ทันกับช่วงไฮซีซั่น

นายสิริพงศ์กล่าวว่า การประชุมหารือครั้งนี้เพื่อแนวทางการแก้ปัญหาการให้บริการและลดความแออัดของผู้โดยสาร การลดระยะเวลากระบวนการการตรวจคนเข้าเมืองให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือร่วมกันในการแก้ไขระยะสั้น รวมทั้งแผนระยะกลางและระยะยาว เพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นประตูแรกในการต้อนรับนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ในปี 2568 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีผู้โดยสาร 62.90 ล้านคน และมีเที่ยวบิน 370,823 เที่ยวบิน และในปี 2569 คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผู้โดยสาร 61.85 ล้านคน และมีเที่ยวบิน 368,959 เที่ยวบิน

ทั้งนี้ จะเร่งเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร ทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่ง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) หรือ AOT มีแผนดำเนินโครงการเพิ่มพื้นที่เช็กอินสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเป็นหมู่คณะ และผู้โดยสารที่มาถึงสนามบินล่วงหน้า ก่อนเวลาเช็กอิน ขนาดพื้นที่ประมาณ 2,250 ตารางเมตร โดยสามารถรองรับที่นั่งผู้โดยสารประมาณ 610 ที่นั่ง พร้อม CUSS Kiosk 18 จุด และเคาน์เตอร์เช็กอิน 8 จุด

รวมทั้งพื้นที่สำหรับ Repack กระเป๋า จุดประชาสัมพันธ์ จุดรักษาความปลอดภัย ร้านค้า จุดคืนภาษี จุดเติมน้ำดื่ม จุดชาร์จ และห้องสูบบุหรี่ เป็นต้น ซึ่งเป็นการยกระดับการให้บริการและเพิ่มความสะดวกสบายแก่นักท่องเที่ยว จะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจ และมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

สำหรับความคืบหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการภาคพื้นและการขนส่งสินค้าทางอากาศ โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ที่เพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 70 ล้านคนต่อปี มีระยะเวลาก่อสร้าง ปี 2570 – 2574 ในส่วนของการขยายศักยภาพด้านทิศใต้ของท่าอากาศยาน จะมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารทิศใต้ (South Terminal) ที่จะสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านคนต่อปี ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างระหว่างปี 2572 - 2578 ด้านการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 4 (4th Runway) ตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานในระยะที่ 2 จะเพิ่มขีดความสามารถรองรับเที่ยวบินเป็น 120 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ซึ่งคาดว่าเปิดใช้งานปี 2583

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคม โดย ทอท. มีแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบท่าอากาศยานของ ทอท. ด้วยการเปิดโอกาสให้เอกชนมาร่วมลงทุนเพื่อต่อยอดรายได้ระยะยาว ซึ่งจากการจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาการพัฒนา ทสภ. สู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) โดยผลการศึกษาภาคเอกชนให้ความสนใจในการเข้ามาร่วมพัฒนาพื้นที่รอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิบนพื้นที่แปลงที่ดิน Airport Business (A37) ที่มีเนื้อที่ประมาณ 548 ไร่ หรือ 876,800 ตารรางเมตร ในรูปแบบการเช่า เพื่อสร้างโรงแรมระดับ Upscale และ Midscale เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว สำหรับแปลงศูนย์บริการและสนับสนุนกิจการ ทสภ. นั้น มีเอกชนซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจ ด้านการขนส่งทางอากาศ ด้านโลจิสติกส์และบริหารจัดการคลังสินค้า แสดงความประสงค์เข้าลงทุนพัฒนาโครงการขนาดใหญ่

นายสิริพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทอท. ได้วางผังการประโยชน์พื้นที่ว่างเปล่าบริเวณรอบท่าอากาศยานมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว โดยทางทิศใต้จะถูกพัฒนาเป็นศูนย์กลางกิจกรรมสนับสนุนท่าอากาศยานและการขนส่งทางอากาศ ประกอบด้วย ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ขนาดพื้นที่ 420,800 ตารางเมตร คลังสินค้า (Cargo Terminal) ขนาดพื้นที่ 280,000 ตารางเมตร กิจกรรมสนับสนุน ขนาดพื้นที่ 539,200 ตารางเมตร ซึ่งรวมพื้นที่ครัวการบิน (In-Fight Catering) ขนาดพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร และโรงแรมสนามบิน (Airport Hotel)

https://mgronline.com/business/detail/9690000080992

ที่อยู่

306/20-21 ถนน ประจักษ์ศิลปาคม
Udon Thani
41000

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 20:00
อังคาร 10:00 - 20:00
พุธ 10:00 - 20:00
พฤหัสบดี 10:00 - 20:00
ศุกร์ 10:00 - 20:00
เสาร์ 10:00 - 20:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ At Here Co., Ltd. Travel Agentผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง At Here Co., Ltd. Travel Agent:

ทางลัด

แชร์