13/08/2026
Projector สว่างขึ้น Software ตอบสนองได้ดีขึ้น
แต่ถ้าสุดท้ายคนเดินออกจากงานไปพร้อมคำว่า “สวยดี” แค่นั้น
เราสร้าง Immersive Experience แล้วจริงหรือ?
คำถามนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทีม any i กลับมาคิดต่อ หลังจากได้เข้าร่วม Session The Future of Light Festival and Immersive Arts
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ UNCOMMU to UNFEST’26 powered by Cloud 11 จัดโดย TIDMA
ใน Session มีหลายประเด็นที่น่าจะเป็นประโยชน์กับคนทำงาน Creative, Design, Event และ Immersive
---
Michiyuki Ish*ta
Founder & Creative Director, 1 Minute Tokyo จาก Japan
มุมที่ได้คือ Projection Mapping ไม่ใช่แค่การฉายภาพลงบนอาคาร
แต่มันคือการใช้ภาพ แสง และเวลา
เข้าไปเปลี่ยนวิธีที่คนรับรู้พื้นที่นั้น
สำหรับเราที่ทำ Interactive Experience และ Event Technology นี่เป็น Reminder ที่ดีว่า “พื้นที่” ไม่ควรเป็นแค่ฉากหลัง
แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์
---
Adi Panuntun
CEO, Sembilan Matahari จาก Indonesia
Case ที่น่าสนใจคือการใช้ Projection Mapping บน “ต้นไม้”
ต้นไม้ไม่ได้เป็นแค่ Canvas สำหรับฉายภาพ
แต่ถูกออกแบบให้เป็น Storyteller
เล่าเรื่องธรรมชาติ ภัยพิบัติ Earthquake, Climate และ City Resilience
เรื่องเหล่านี้ถ้าเล่าแบบ Lecture คนอาจไม่อยากฟัง
แต่เมื่อเล่าผ่าน Light, Image, Sound และ Storytelling
มันกลายเป็น Experience ที่คนอยากเข้าไปอยู่ด้วย
บทเรียนสำหรับเราคือ
บางเรื่องที่คนรู้สึกว่าไกลตัว
ถ้าออกแบบประสบการณ์ดี ๆ
มันเปลี่ยนจาก “ข้อมูล” ให้กลายเป็น “ความรู้สึก” ได้
---
Professor Ewa
Professor, Sichuan Fine Arts Institute จาก China
ประเด็นที่เราชอบมากคือบทบาทใหม่ของ Creative Professional
จาก Creating Objects
สู่ Designing Experiences
และต่อไปคือ Creating Human Connections
แปลแบบง่าย ๆ คือ
คนทำงาน Creative ไม่ได้ทำแค่ “ชิ้นงาน” อีกต่อไป
แต่ต้องคิดว่า
คนจะมีประสบการณ์กับงานนั้นอย่างไร?
จะมีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่อย่างไร?
และจะเชื่อมโยงกับคนอื่นอย่างไร?
---
Marko Bolkovic
President, International Light Festivals Organisation (ILO)
มุมนี้ทำให้เห็นว่า Light Festival ไม่ใช่แค่งานแสงสวย ๆ
แต่มันเป็นเครื่องมือพัฒนาเมืองได้
เพราะมันเชื่อมหลายเรื่องเข้าด้วยกัน
Art | Technology | Public Space | Tourism | Community | Creative Economy
ถ้าออกแบบดี ๆ
เมืองไม่ได้เป็นแค่สถานที่จัดงาน
แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของงาน
---
สิ่งที่ทีม any i กลับมาคิดต่อคือ
Immersive Experience ไม่ได้โตจาก Technology อย่างเดียว
แต่คำถามที่สำคัญไม่แพ้กันคือ
เราจะใช้มันสร้างประสบการณ์แบบไหน
ทำให้คนเข้าใจอะไรเพิ่มขึ้นไหม
ทำให้คนรู้สึกเชื่อมต่อกับพื้นที่มากขึ้นไหม
ทำให้คนจำเรื่องนั้นได้นานขึ้นไหม
หรือทำให้คนเปลี่ยนจาก Audience เป็น Participant ได้หรือเปล่า
ที่ any i เราไม่ได้มองว่า Immersive คือ “การทำให้ใหญ่ขึ้น”
แต่เรามองว่ามันคือการทำให้เรื่องที่ซับซ้อน เข้าใจง่ายขึ้น รู้สึกได้มากขึ้น
และอยู่ในความทรงจำของคนได้นานขึ้น
เพราะงาน Immersive ที่ดี อาจไม่ได้วัดจากภาพที่ใหญ่ที่สุด หรือเทคโนโลยีที่ล้ำที่สุด
แต่อยู่ที่ว่าเมื่อคนเดินออกจากพื้นที่นั้นไปแล้วมีอะไรจากงานที่ยังอยู่กับเขา
ขอบคุณ UNCOMMU, UNFEST, TIDMA และ Cloud 11 ที่จัด Session ดี ๆ แบบนี้ และเปิดพื้นที่ให้คนทำงานจากหลายวงการได้กลับมาตั้งคำถามกับการออกแบบประสบการณ์อีกครั้ง